Masukจะมีใครที่แอบรักใครมานานยี่สิบปีไหม...มี! ผู้ใหญ่เจนซีทั้งสอง คนหนึ่งมองอีกคนเป็นคู่แข่ง คนหนึ่งกลับมองด้วยสายตาที่แตกต่างกันไป อาศัยหน้าที่การงานในทางที่ชอบ...ขอจีบ!
Lihat lebih banyakบทที่ ๑ ตำบลตาแบกกีฬาสีกระชับมิตร
ณ สนามฟุตบอลโรงเรียนบ้านตาแบกโรงเรียนประจำตำบล สถานที่จัดงานกีฬาสีกระชับมิตรของทั้งสิบหมู่บ้าน ตอนนี้คราคร่ำไปด้วยนักเรียนและชาวบ้านหลากหมู่บ้านมาให้กำลังใจผู้ใหญ่บ้านของตน
แม่งานพ่องานในแต่ละหมู่บ้านสวมเสื้อต่างสี พิมพ์ตัวอักษรว่ามาจากหมู่บ้านใดอย่างชัดเจน ในบรรดาเสื้อทั้งสิบลายนั้น มีอยู่สองลายที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มีคนเจอช่องทำมาหากิน พิมพ์เสื้อมาขายโดยอาศัยความโด่งดังของสองผู้ใหญ่บ้านเจนซี...
ผู้ใหญ่เหลือมหมู่สี่ ผู้ใหญ่ยักษ์หมู่ห้า!
“ผู้ใหญ่เหลือมสู้ ๆ”
“ผู้ใหญ่ยักษ์สู้ตาย”
“ผู้ใหญ่เหลือมไว้ลายวิ่งกระสอบชนตู้”
กองเชียร์หมู่สี่และหมู่ห้าไม่มีใครยอมใคร ป้องปากส่งเสียงให้กำลังใจผู้ใหญ่ที่ตนถือหาง ในการแข่งกีฬาพื้นบ้านอย่างวิ่งกระสอบ
ผู้ใหญ่เหลือมปรายตาชั้นเดียวเรียวรีมองผู้ใหญ่ยักษ์คนหน้าหวาน อาศัยความสูงที่มากกว่าเล็กน้อยมองคู่แข่งในเชิงข่มขู่ คนติดเกมส์แบบเขาจริงจังกับการละเล่นเสมอ!
“เตรียมประจำที่...”
ผู้ใหญ่ทั้งสิบหมู่บ้านเดินมาที่เส้นเริ่มสีขาวซึ่งใช้แป้งโรยหญ้าทำเส้นแบ่งเอาไว้ ผู้ใหญ่บ้านหมู่หนึ่ง สอง สาม หก เจ็ด แปด เก้า สิบหันมามองผู้ใหญ่หมู่สี่ หมู่ห้าที่อยู่ตรงกลาง ด้วยเป็นผู้ใหญ่หนุ่มไฟแรงที่ได้รับกำลังใจท่วมท้น ที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ภรรยาที่ควรส่งเสียงให้กำลังใจตน กลับตะโกนชื่อผู้ใหญ่เหลือมและผู้ใหญ่ยักษ์สลับกัน
ผู้ใหญ่ทมหมู่หนึ่งเบือนหน้าไปทางอื่นร้องเหอะในลำคอ กล่าวเป็นภาษาถิ่น
“หนุ่มกว่าแล้วไง ก็แค่เด็กเมื่อวานซืน!”
ผู้ใหญ่นิดหมู่สองหันขวับเมื่อได้ยินคำสบถเต็มสองหู กล่าวเป็นภาษาถิ่นเช่นกัน
“แม่น! กระดูกคนละเบอร์กัน เพราะฉะนั้นเราจะแพ้เด็กมันบ่ได้เดะพี่ผู้ใหญ่”
ไม่ว่าผู้ใหญ่หมู่หนึ่งกับผู้ใหญ่หมู่สองจะพูดสิ่งใดถึงตนล้วนไม่เข้าหูผู้ใหญ่ต้นเจนซีทั้งสอง
ผู้ใหญ่ยักษ์เอ่ยเป็นภาษากลางด้วยจะพูดภาษาถิ่นเฉพาะเวลาที่อยู่กับแม่เท่านั้น
“ถ้าผมชนะ ผู้ใหญ่ต้องยอมให้เปิดทำนบน้ำ” ผู้ใหญ่ยักษ์เอ่ยเสียงแข็ง สีหน้าแววตาฉายชัดถึงความไม่ยอมแพ้
ผู้ใหญ่เหลือมยิ้มมุมปาก ไม่ว่าจะด้วยข้อเสนอของอีกฝ่ายหรือว่าความไม่ยอมแพ้ที่เขาเห็นผ่านแววตาได้ปลุกสัญชาตญาณนักสู้ในตัวเขา
“ก็ได้ แต่ให้ชนะก่อนเนอะ” เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ท่าทางแฝงความมั่นใจว่าตนจะต้องคว้าชัยในครั้งนี้
ผู้ใหญ่ยักษ์เห็นเช่นนั้น มือบีบกระสอบป่านแน่น เตรียมฟังเสียงสัญญาณเริ่มการแข่งขัน ตอนนั้นเองที่โฆษกพูดใส่ไมโครโฟน เสียงแผ่จากลำโพงเกินหนึ่งร้อยเดซิเบล ยังไม่นับเสียงไมโครโฟนหอนวี้ดที่ดังทะลุร้อยยี่สิบ
“เตรียมพร้อม...ระวัง...ไป!”
สิ้นเสียง ‘ปัง’ ผู้แข่งขันทั้งสิบก็ออกตัววิ่ง
ผู้ใหญ่เหลือมและผู้ใหญ่ยักษ์ที่วัยหนุ่มกว่าใครออกนำหน้าทุกคน ผู้ใหญ่เหลือมที่ออกนำหน้าสุดหันมามองด้านหลัง ยิ้มล้อเลียนผู้ใหญ่ยักษ์ที่กัดฟันตะบี้ตะบันจะตามหลังมาให้ทัน
ตุบ!
ด้วยความประมาท ผู้ใหญ่เหลือมที่หลุดการระมัดระวังเมื่อครู่หน้าคะมำ เป็นผลให้ผู้ใหญ่ยักษ์กลายเป็นผู้นำหน้า ผู้ใหญ่หานหมู่หก ผู้ใหญ่นิดหมู่สองตามหลัง
ผู้ใหญ่นิดส่งสัญญาณให้ผู้ใหญ่หาน เมื่อเข้าใจสัญญาณกันแล้วก็รีบเขย่งไปด้านหน้า เอาตัวกระแทกผู้ใหญ่ยักษ์ล้มหน้าคะมำด้วยคน ผู้ใหญ่เหลือมตั้งตัวได้ แต่ไม่วายโดนผู้ใหญ่นิดกระแทกล้มอีกครั้ง กว่าทั้งสองจะตั้งตัวได้ ผู้ใหญ่หานก็วิ่งเข้าเส้นชัยตามหลังด้วยผู้ใหญ่นิด
ผลการแข่งขัน...
อันดับหนึ่ง----หมู่หก
อันดับสอง----หมู่สอง
อันดับสาม----หมู่สี่
อันดับสี่----หมู่ห้า
ผู้ใหญ่หมู่บ้านลำดับอื่น ๆ อายุอยู่ในวัยใกล้เกษียณแล้ว หลังจากที่เข้าเส้นชัยตามหลังผู้ใหญ่วัยเจริญพันธุ์ทั้งสี่ก็นอนราบลงกับพื้นหญ้า โดยเฉพาะผู้ใหญ่ทมที่มีปัญหาเรื่องข้อเข่า เอนตัวนอนหงายลงสนามหญ้าไม่กลัวความสกปรกและกลัวว่าใครจะมองอย่างไร
“แฮ่ก ๆ”
ผู้ใหญ่ทมหอบหายใจ เมื่อได้ยินเสียงเมียจ๋าใกล้เข้ามาแล้วก็ยื่นมือให้ โดยที่ตายังคงหลับอยู่ไม่สู้แสง
“แม่มึง...ข้า...บ่ไหวแล้ว”
ผู้ใหญ่ทมยื่นมือให้ภรรยา ทว่าหญิงวัยกลางคนที่สวมเสื้อพิมพ์ข้อความว่า ‘ผู้ใหญ่ทมสู้ตาย’ กลับเดินถือน้ำเปล่าผ่านสามีไปหาสองผู้ใหญ่หนุ่มเจนซี ยื่นน้ำเปล่าให้ทั้งสองคนละขวด
ผู้ใหญ่ทมลืมตาขึ้นมองตามภรรยาจนเปลี่ยนจากนอนหงายเป็นนอนคว่ำโดยที่มือยังคงยื่นไปหาเธออยู่
“แม่มึง ข้าอยู่นี่...”
เสียงโหยหวนผู้ใหญ่ทมไม่เบาเลย ทว่ากลับไม่ดังพอจะเข้าโสตหูภรรยา เพราะเวลานี้เธอกำลังเอ่ยถามสองผู้ใหญ่เจนซีด้วยความเป็นห่วง มองไม่เห็นสามีที่ทำหน้าสิ้นหวังใจจะขาดรอน ๆ
“ผู้ใหญ่เหลือม ผู้ใหญ่ยักษ์ หกคะเมนเมื่อกี้เป็นไงเบิ่ง เจ็บแผลบ่ ป้า...ตบปากตัวเองก่อน ป้าเป้ออะไร...น้าจะไปเอายามาใส่แผลให้”
“ขอบคุณครับ...น้า”
ผู้ใหญ่เหลือมรับน้ำเย็นมาดื่มแล้วเอารดใบหน้า ต่างจากผู้ใหญ่ยักษ์ที่เอาขวดน้ำเย็นแนบแก้ม ตามองไปทางด้านหลังสำอางที่ตอนนี้ผู้ใหญ่ทมกำลังทุบมือลงบนพื้น ตีขา ตามองภรรยาด้วยความน้อยใจ
“น้าสำอางครับ ผู้ใหญ่ทม...”
“บ่ต้องไปสนใจเขาด๊อก กินน้ำ ๆ”
“...ครับน้า”
ผู้ใหญ่ยักษ์หน้าเจื่อน เพื่อรักษาน้ำใจจึงเปิดขวดจิบน้ำอย่างสุภาพ ต่างจากผู้ใหญ่เหลือมที่เอาน้ำราดไปทั้งตัว สำอางเห็นเช่นนั้นก็อดยิ้มอย่างเอ็นดูคนหนุ่มไม่ได้
“โธ่~พ่อคุณพ่อขนุนหนัง คงสิร้อนคักเนอะ...เอาอีกขวดบ่ ผู้ใหญ่เหลือม”
เจ้าของนามใช้มือเสยผมขึ้นจนเห็นหน้าผากเหลี่ยมชัด แม้ไม่อยากยอมรับนัก แต่ผู้ใหญ่ยักษ์กลับเห็นท่าเสยผมขึ้นเมื่อครู่เป็นภาพเคลื่อนไหวช้า ๆ มาได้สติก็ตอนที่อีกฝ่ายจ้องตา รีบสะบัดหน้าเบา ๆ
ตั้งสติยักษ์ นายเพิ่งแพ้ไป เรื่องเปิดทำนบน้ำจะเอายังไง นี่คือเรื่องปากท้องของชาวบ้านนะ
“พอแล้วครับน้า”
ผู้ใหญ่เหลือมปฏิเสธสำอางน้ำเสียงสุภาพ ก่อนที่จะหันมามองหน้าผู้ใหญ่ยักษ์
“เมื่อกี้ถึงผมจะไม่ได้ที่หนึ่งแต่ก็เข้าเส้นชัยก่อนเท่ากับว่าผมชนะ...ฮั่นแน่ว” ไม่วายเติมภาษาถิ่นเข้าไปเพื่อเพิ่มความกวนโมโห
“แต่ตอนที่ผมท้าผู้ใหญ่จะต้องได้ที่หนึ่งเท่านั้น”
ผู้ใหญ่เหลือมยิ้ม ด้วยคิดเอาไว้แล้วว่าผู้ใหญ่ยักษ์จะต้องพูดแบบนี้
“ยังเหลืออีกเกมหนึ่ง ถ้าผมชนะชักเย่อ ผู้ใหญ่จะไม่มีสิทธิ์ต่อรองเรื่องทำนบน้ำอีกแล้ว”
ผู้ใหญ่ยักษ์สูดหายใจเข้าลึก มองไปทางฝั่งลูกบ้านตนเอง เห็นสีหน้าคาดหวังของพวกเขาพลันมีกำลังใจสู้ ยอมการท้าทายนี้
“ก็ได้!”
ผู้ใหญ่ยักษ์หันหลังให้ผู้ใหญ่เหลือม เดินไปหาผู้ใหญ่หานหมู่หก เจรจาขอเข้ากลุ่มด้วย ผู้ใหญ่เหลือมมองตามแผ่นหลังบางไป ยกแขนขึ้นกอดอก
“ไปง้อแม้กระทั่งคนที่ชนตัวเองล้ม ปรบมือให้ความพยายามเลย”
ทางด้านผู้ใหญ่ยักษ์ เมื่อต้องการเข้าร่วมกลุ่มกับคนที่แทงข้างหลังตนเมื่อครู่ก็เริ่มต้นด้วยการข่มขู่เป็นอย่างแรก เขาทราบว่าจุดอ่อนของผู้ใหญ่หานก็คือ ‘ภรรยา’
“เมื่อกี้ผู้ใหญ่ชนผม กลับบ้านไป เมียผู้ใหญ่ต้องว่าแน่...ผมจะฟ้อง!”
ผู้ใหญ่หานเป็นชายวัยสามสิบตอนปลาย พละกำลังและความเย่อหยิ่งสูงเท่ากัน ยิ่งเมื่อครู่ตนชนะจึงแสดงท่าทางเย่อหยิ่งตามฉบับผู้ชนะ
“บ่ต้องเอาเรื่องเมียมาขู่เฮา”
ด้วยเป็นลูกหลานของคนทางเหนืออพยพกันมาหลายปีจึงมีสำเนียงติดทางเหนือที่คำพูดผสมเข้ากับภาษาท้องถิ่นของตำบลตาแบกอยู่ประปราย
“ผมไม่ได้ขู่ มีใครบ้างไม่เห็นตอนที่พี่ผู้ใหญ่ชนผม”
ผู้ใหญ่หานหันไปมองหน้าภรรยาคนงาม เมื่อเห็นหญิงสาววัยสามสิบตอนต้นยกแขนขึ้นกอดอก หรี่ตามองคล้ายจับผิดก็มีท่าทางอ่อนลง
“เจ้าอยากอยู่ทีมเดียวกับเฮารึ”
“ครับ เห็นผมเหมือนตัวบางร่างน้อย แต่ผมมีซิกซ์แพ็ก เซเว่นแพ็กนะครับ ไม่งั้นพี่ผู้ใหญ่จะเอาผู้ใหญ่ทมวันแพ็กเข้าทีมไหมล่ะ”
ผู้ใหญ่หานหันไปมองผู้ใหญ่ทมที่ยามนี้ต้องมีคนช่วยดึงลุกจากพื้น จังหวะนั้นผู้ใหญ่ทมหันมาสบสายตาพอดี ด้วยไม่อยากได้ตัวถ่วงเข้ากลุ่มจึงรีบตอบตกลงผู้ใหญ่ยักษ์
“ก็ได้ แต่ที่เฮารับเจ้าเข้าทีมบ่แม่นเฮากลัวเมียเดะ”
“ผมรู้ เป็นถึงผู้นำหมู่บ้านจะกลัวเมียได้จะใด”
ไม่วายเติมสำเนียงทางเหนือเข้าไปด้วย!
ภารกิจรวมกลุ่มชักเย่อสำเร็จไปสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ตอนโฆษกประกาศให้มีการรวมกลุ่มเพื่อเข้าแข่งขัน กลุ่มผู้ใหญ่ยักษ์ก็ได้สมาชิกครบครันแล้ว ผู้ใหญ่ยักษ์ผู้ใหญ่หานโล่งใจที่สุดท้ายผู้ใหญ่ทมก็อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตน ยังไม่ต้องออกแรงแข่งชักเย่อก็เห็นแววแล้วว่าใครจะชนะ
“ทำให้คะแนนตีเสมอก่อน ต่อรองได้ไหมว่ากันอีกที แต่ถ้าแพ้เกมนี้ ไม่มีสิทธิ์ต่อรองแล้ว”
ผู้ใหญ่ยักษ์ให้กำลังใจตัวเอง รับแป้งจากสมาคมแม่บ้านที่ถือแป้งเข้ามาให้พ่อบ้านทามือ
เมื่อแป้งไล่ความชื้นในมือกันทุกคนแล้ว โฆษกก็ประกาศผ่านไมโครโฟนให้ทั้งสองกลุ่มประจำที่ได้ ส่วนตนยืนตรงกลาง เหยียบเชือกเอาไว้ เมื่อประกาศให้เริ่มดึงเมื่อไรจะปล่อยเท้าออกจากเชือก กลุ่มใดสามารถดึงให้ริบบิ้นสีแดงตรงกลางข้ามเขตตนมาได้จะเป็นฝ่ายชนะ แข่งเพียงรอบเดียวเท่านั้นไม่มีรอบแก้ตัว
บทส่งท้ายผู้ใหญ่หมู่สี่เป็นสามีผู้ใหญ่หมู่ห้า เมื่อพ่อแม่ไม่อยู่บ้านก็ไม่ต่างจากปล่อยปลาย่างเอาไว้กับแมว วันแดงเดือดมีหลักฐานประจักษ์อยู่ที่พื้น เสื้อแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดหล่นอยู่หัวเตียง เสื้อลิเวอร์พูลหล่นอยู่ปลายเตียง ฝ่ายเย้าสีแดง(ผู้ใหญ่ยักษ์) ฝ่ายเยือนสีขาว(ผู้ใหญ่เหลือม) แต่ไม่ว่าจะสีอะไร เสื้อตัวนี้ก็ไม่มีประโยชน์เมื่อทั้งสองไม่ได้ใช้ เจ็ดโมงเช้าที่ต้องตื่นแล้ว กลับกำลังมอบความสุขให้กันทั้งที่เมื่อคืนก็...หลายครั้ง! “เหลือม...”น้ำเสียงผู้ใหญ่ยักษ์ขาดห้วงเมื่อลำแก่นกลางกายตอนนี้กำลังถูกครอบครองโดยริมฝีปากหนา สองมือยื่นไปบีบไหล่แกร่งเอาไว้ เชิดหน้าเผยอริมฝีปาก ปล่อยอารมณ์ไปตามการพาไปของคนรักจนกระทั่งเขาปลดปล่อยธารขุ่นเปรอะเลอะมือหนา และโดนกวาดล้างโดยริมฝีปากนี้ “เหลือม ในเมื่อผมมีความสุขแล้ว คราวนี้...” เว้นคำพูดเอาไว้ให้อีกฝ่ายคิดต่อเอง “แล้วเราค่อยไปหาข้าวเหนียวหมูปิ้งกันต่อเนอะ” หมูปิ้งได้รับประทานหลังจากนี้ ส่วนผู้ใหญ่ยักษ์นั้นคือสิ่งที่ผู้ใหญ่เหลือมจะทานในตอนนี้ จับร่างคนรักหันหลัง บรรเลงท่วงทำนองเพลงรัก
บทที่ ๓๖เมื่อพ่อกับแม่ไม่อยู่บ้าน เพียงชั่วข้ามคืนชาวบ้านหมู่สี่หมู่ห้าก็ทราบแล้วว่าผู้ใหญ่หมู่บ้านตนได้มีการขอแต่งงานกันแล้ว ดูจากคลิปวิดีโอที่โพสต์ลงในเฟซบุ๊กด้วยแคปชั่น ‘ไม่โสดแล้วจ้า’ กอปรกับเด็กวัยรุ่นที่เป็นสาววายพากันแชร์ต่อ ยิ่งทำให้คลิปเป็นกระแส ผุดแฮชแท็กผู้ใหญ่ยักษ์ผู้ใหญ่เหลือมอีกครั้ง ประชุมหมู่บ้านในวันนี้ ชาวบ้านไม่ได้อยากทราบสาระการประชุม แต่อยากทราบว่า... “ผู้ใหญ่จะจัดงานแต่งกันวันไหน บอกป้าเด้อ เดี๋ยวป้าจะมาช่วยทำกับข้าว” “ขอบคุณครับป้า” ผู้ใหญ่ยักษ์ยกมือขอบคุณป้าลูกบ้าน เช่นเดียวกับสถานการณ์ทางฝั่งผู้ใหญ่เหลือมที่มีคนกล่าวแสดงความยินดีแทบทุกคนที่พบหน้า หลังจากที่ทั้งสองประชุมลูกบ้านเสร็จ (ตั้งใจนัดประชุมวันเดียวกัน) ก็นัดเจอกันที่บ้านผู้ใหญ่เหลือม ด้วยวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่หลามกับโมจะกลับกรุงเทพฯ “น้องแบมจะกลับไปเป็นเด็กกรุงเทพฯ แล้ว ย่าจะต้องคิดถึงหนูแน่ ๆ เลย” แม่ยุ้ยอุ้มแบมไม่ปล่อย หลามที่กำลังสอยมะม่วงเอากลับกรุงเทพฯ หันมาพูดกับผู้ใหญ่ยักษ์ “น้ายุ้ยแกพูดประโยคนี้ยี่สิบครั้งได้แล้วม
บทที่ ๓๕สาระสำคัญอยู่ที่ตรงนี้ แต่งงานจดทะเบียนกันไปเลย คำพูดของแม่ยุ้ยหลอนหูผู้ใหญ่ยักษ์ข้ามคืน หวังว่าการมาอาบน้ำมนต์ในวันต่อมาจะช่วยห้ามความคิดนี้เอาไว้ได้บ้าง ในใจท่องยุบหนอพองหนอ ห้ามแพ้เสียงในหัวหนอ จนกระทั่งน้ำมนต์ขันแรกจากหลวงพ่อประโคมศีรษะ ซ่า! “เย็นสมคำร่ำลือเลยครับหลวงพ่อ” ผู้ใหญ่เหลือมร่างสั่นขนลุกซู่ ไม่ต้องพูดถึงผู้ใหญ่ยักษ์ที่คำพูดของแม่ยุ้ยหลุดออกจากหัวไปได้ชั่วขณะ ตามมาด้วยขันสองขันสามจนน้ำมนต์หมดถัง “เอา! แคล้วคลาดภยันตรายทั้งปวงโยม เอาน้ำมันในขวดนี่ไปใส่ในอ่างอาบน้ำด้วยเด้อโยมผู้ใหญ่” “กราบนมัสการขอบพระคุณครับหลวงพ่อ” ผู้ใหญ่ยักษ์ผู้ใหญ่เหลือมกล่าวพร้อมกันประโยคเดียวกัน ยกมือไหว้ระดับสูงปลายนิ้วโป้งจรดหน้าผาก ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้เมื่อหลวงพ่อเดินจากไป ให้เด็กวัดจัดการเก็บเก้าอี้ ถังน้ำ “เหลือมหนาวหรือผีเข้า สั่นเสียแรงเลย” ผู้ใหญ่ยักษ์เสยผมขึ้น ดึงเสื้อยืดสีขาวที่แนบลำตัวออก ดวงตามองเรือนร่างคนรัก สำรวจความเรียบร้อย ก่อนที่จะเห็นแขนแกร่งกอดอกตัวเองเอาไว้เมื่อเงยหน้าข
บทที่ ๓๔ พุทธัง ธัมมัง สังฆัง (แคล้วคลาด) ผู้ใหญ่ยักษ์ผู้ใหญ่เหลือมกลับบ้านตนเองก็ตอนที่ทุกอย่างทางนี้เรียบร้อยดีแล้ว หลังจากที่กลับถึงบ้านก็ทิ้งตัวลงนอนในกระท่อม แบมเห็นแบบนั้นก็ขึ้นมานั่งบนหน้าท้องผู้ใหญ่เหลือม “เหลือม เหลือม...” ผู้ใหญ่เหลือมลืมตาขึ้น กอดแบมตัวเล็กเข้าสู่อ้อมกอด ขอชาร์จพลังจากคนที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นพลังให้กับผู้ใหญ่เช่นเขาสองคนได้ ผู้ใหญ่ยักษ์เองก็ยื่นมือมาจับแขนเล็กเขย่าเบา ๆ รู้สึกได้รับพลังขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ “แบมผู้วิเศษ แค่จับตัวก็เหมือนได้รับการชาร์จพลังแล้ว” ผู้ใหญ่ยักษ์ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มแบม ฟอด~ หน้าเห่อร้อนเมื่อผู้ใหญ่เหลือมหอมแก้มแบมบริเวณที่เขาเพิ่งหอมแก้มไป ยิ่งเห็นรอยยิ้มชอบใจผู้ใหญ่เหลือมก็ทราบว่าเขาตั้งใจ ลอบบิดเอวโดยที่ไม่ให้ใครเห็น ถลึงตาใส่ห้ามไม่ให้ส่งเสียงออกมาด้วย ผู้ใหญ่เหลือมทำอะไรไม่ได้นอกจากเม้มปากเอาไว้ เมื่อสาแก่ใจผู้ใหญ่ยักษ์แล้วเขาถึงได้ปล่อยมือ เอื้อมไปจี้เอวแบมเบา ๆ จนเขาจักจี้หัวเราะเสียงใส “ติดใจแล้ว ยักษ์หลานนายติดใจการจักจี้แล้ว” ผู้ใหญ่ย