Share

บทที่ ๑ ท้าดวล

Penulis: C
last update Tanggal publikasi: 2024-11-22 13:24:53

เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นในค่ำคืนนั้น..

“พี่หนูนา แอบเข้าเมืองแบบนี้ไม่กลัวแม่ใบบัวดุหรือ”

“เอ๊ะ!” คนถูกถามเท้าสะเอว ตาเขียวปั๊ด “ถ้าเอ็งกลัวนักก็กลับไปไอ้ปื๊ด เสียเวลาข้า”

“โธ่พี่หนูนา ปื๊ดก็แค่เป็นห่วง” ปื๊ดหัวหด ไม่กล้าต่อปากต่อคำเพราะกลัวถูกเบิ๊ดกะโหลกยุบ ไม่ก็ถูกทิ้งไว้ข้างทาง

หนูนาชี้หน้าน้องชายจอมขลาด ปื๊ดเกิดช้ากว่าเธอแค่ปีเดียว เป็นเด็กผู้ชายตัวเล็ก และมีดวงหน้าหน้าอ่อนหวานเหมือนเด็กผู้หญิง หนูนาไปเจอปื๊ดถูกเด็กผู้ชายรุมรังแกเพราะรูปร่างอ้อนแอ้น เพราะความเป็นคนดีในส่วนลึกจึงช่วยมันไว้ ไม่คิดว่าเลยว่ามันจะซึ้งใจจนผันตัวมาเป็นลูกน้องเดินตามตูดต้อย ๆ แบบนี้

แม่ใบบัวกับพ่อราชันเห็นเข้าก็เอ็นดู ทั้งสองรับปื๊ดเป็นลูกบุญธรรม หลังจากนั้นหนูนาก็มีน้องชายเพิ่มเข้ามา

“แม่ไม่รู้หรอกถ้าเอ็งไม่บอก ป่านนี้แม่นอนไปแล้ว กว่าจะตื่นก็คงตีสี่ตีห้า เวลานั้นเอ็งกับข้าคงกลับไปนอนตีพุงแล้ว”

“ปื๊ดไม่บอกหรอกจ้ะ”

เพราะถ้าขืนบอก ก็คงไม่แคล้วถูกทำโทษที่หนีเที่ยวแบบนี้ แม่ใบบัวบอกเสมอว่าถ้าหากทำผิดด้วยกันก็ต้องโดนทั้งคู่ ไม่สนว่าใครเริ่มใครตาม ใครลูกในไส้ใครลูกบุญธรรม หากทำผิดจะโดนลงโทษอย่างเท่าเทียม

ข้อหาหนีออกจากบ้านกลางค่ำกลางคืนแบบนี้โทษเบาที่สุดคือถูกดุ หนักหน่อยก็ถูกกักบริเวณเป็นอาทิตย์ หรือไม่ก็ต้องอดกินข้าวฝีมือแม่ใบบัวเป็นเดือน ซึ่งข้อหลังเป็นข้อที่ปื๊ดกลัวที่สุด

“ดี” หนูนากอดอก ยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ “อย่างนั้นก็เงียบปาก เรารีบเที่ยวแล้วรีบกลับคงไม่มีอะไร”

หนูนา คะนึงนิจ ลูกสาวคนสุดท้องของทนายราชันและหมอสมุนไพรใบบัว น้องสาวของช้างหรือคชสาร นักเลงใหญ่ที่วัน ๆ ไม่เคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนอกจากมีเรื่องกับเขาไปทั่ว หนูนาเกิดหลังพี่ชายหกปีกว่า ๆ แต่กลับสนิทสนมเหมือนวัยเดียวกัน

หนูนาติดพี่ชายมาก เพราะช้างคอยสอนศิลปะการต่อสู้ให้น้องสาวตั้งแต่เด็ก ๆ แม้หนูนาจะตัวเล็กเหมือนแม่ ใบหน้าสะสวยอย่างที่หนุ่มใดมาเห็นเป็นต้องตกหลุมรักทุกราย ทว่านิสัยของคนสวยนั้นไม่ตรงปกเอาเสียเลย

ทั้งห่าม ปากจัด เตะต่อยไม่เป็นรองใคร ยิงหนังสติ๊กและปืนแม่น ใช้ดาบได้คล่อง เรื่องขี่ม้าก็นับว่าขั้นครูเพราะหัดมาตั้งแต่เด็ก ๆ

หนูนาเก่งกาจรอบด้านในวัยเพียงยี่สิบปี แต่กลับเก่งในเรื่องที่ผู้หญิงไม่ควรเก่ง ส่วนเรื่องที่ผู้หญิงควรเก่งนั้นเข้าขั้นติดลบ

งานบ้านงานเรือนทำไม่เป็น กับข้าวกับปลาก็ฝีมือย่ำแย่ เย็บปักถักร้อยไม่ต้องพูดถึง แค่ใส่ด้ายยังทำไม่ได้

ใบบัวกับราชันปลงแล้วว่าหนูนาคงออกเรือนไม่ได้ ผู้หญิงที่มีนิสัยเหมือนม้าดีดกะโหลก ทำอะไรไม่เป็นแบบนี้บ้านไหนจะต้อนรับ

“อยากกินยาดอง!”

ดวงตาลูกกวางที่ถอดแบบแม่มาเป๊ะ ๆ ทว่าเจ้าเล่ห์กว่าหลายเท่าลุกวาวเมื่อเห็นซุ้มยาดอง ในนั้นมีกลุ่มชายฉกรรจ์นั่งดวลยาดองกันหลายคน เห็นแล้วหนูนาก็เกิดเปรี้ยวปากขึ้นมา

อยากลองว่ายาดองในเมืองจะอร่อยเท่ายาดองที่หมู่บ้านหรือเปล่า

“พี่หนูนา ไม่เอานะ” ปื๊ดส่ายหน้ายิก ๆ ซุ้มยาดองมีแต่คนน่ากลัว ถึงพี่หนูนาจะเก่งกาจแต่ก็ตัวเล็กจิ๊ดเดียว ส่วนปื๊ดยิ่งแล้วใหญ่ มันก็ผอมแห้งแบบนี้จะดูแลหนูนาได้ยังไง

“ขี้ขลาดก็อยู่ตรงนี้แหละ”

หนูนาไม่ฟังคำห้ามของน้อง ร่างเล็กสะบัดแขนจากคนตาขาว เดินดุ่ม ๆ ไปที่ซุ้มยาดองก่อนจะวางเงินลงไป

“ลุง ขอแรงที่สุดมาสองเป๊ก”

เสียงของผู้หญิงทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์หันมามองด้วยความสนใจ ใบหน้าที่งดงามกว่าใครที่เคยพบเจอทำให้หนุ่มกลัดมันตาวาว

ช่างเป็นผู้หญิงสวยจนหาที่ติแทบไม่เจอ เรือนกายเล็กกระทัดรัดไม่สูงไม่เตี้ยเกินไป ไม่อ้วนและไม่ผอมกำลังพอดี เส้นผมดำยาวตรงถึงกลางหลัง ผิวขาวผุดผาดอมชมพูทั้งตัว ดวงหน้าหวานซึ้งสวยสะกด ดวงตาสุกสกาวแวววาวราวกับดวงตาของลูกกวาง คิ้วโก่งเรียว จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอวบอิ่มสีสด และพวงแก้มขาวอมชมพูระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ

สวยกว่าใครที่เคยเจอ คนสวยแบบนี้ไปหลบอยู่ที่ไหนมาตั้งนานนม

“น้องสาวจ๊ะ” ผู้กล้าคนแรกเดินเข้ามาใกล้ เพราะมั่นใจว่ารูปร่างหน้าตาของตนเองคงทำให้คนสวยสนใจไม่น้อย “มาคนเดียวหรือจ๊ะ มานั่งกับพี่ไหม”

“ไม่ล่ะ เหม็นสาบ”

“ทำไมถึงได้ปากดีแบบนี้ พี่อยากรู้นักว่าปากดี ๆ แบบนี้จะหวานแค่ไหน” แม้จะรู้สึกขุ่นเคือง ทว่าความสวยของหนูนาก็ทำให้ชายฉกรรจ์กัดฟันทน คอยดูเถิด ปากดี ๆ แบบนี้จะจับทำเมียเสียให้เข็ด

หนูนาไม่ใคร่ใส่ใจคำพูดนั้น มือเล็กกระดกยาดองเข้าคอที่เดียวหมดแก้ว เพียงแค่ลิ้นได้สัมผัสรสชาติใบหน้างดงามตราตรึงก็บิดเบ้ทันที

แหวะ ไม่เห็นอร่อย นี่แรงที่สุดแล้วหรือ จืดชืดเหมือนน้ำเปล่า กินแล้วไม่เห็นรู้สึกอะไรสักอย่าง ยาดองที่หมู่บ้านเธออร่อยกว่าไม่รู้กี่เท่า

“เอาอีกหรือไม่หนู”

“ไม่ล่ะลุง” หนูนาโบกมือปฏิเสธ ขืนให้กระดกอีกคงได้ขย้อนออกมาตรงนี้ ถึงจะแก่นแก้วแต่เธอก็ไม่ได้ไร้มารยาท

“เดี๋ยวสิคนสวย”

ในตอนที่ร่างเล็กลุกขึ้นเพื่อไปเดินเล่นในงานต่อนั้น ฝ่ามือหยาบกร้านก็คว้าข้อมือเธออย่างไร้มารยาท ฉุดรั้งไม่ให้เธอจากไป

“จะรีบไปไหน ไม่อยากอยู่สนุกกับพวกพี่หรือ”

“ไม่ บอกแล้วว่าเหม็นสาบ” หนูนาไม่ได้โกหก แต่เธอได้กลิ่นสาบจริง ๆ ทั้งกลิ่นเหงื่อทั้งกลิ่นยาดอง

และเพราะเป็นคนพูดตรงถึงได้พูดออกไปแบบไม่ไว้หน้า อีกอย่าง ฝั่งนั้นก็รุ่มร่ามกับเธอก่อน

คนฟังนึกโกรธ มือหยาบกร้านบีบแขนเรียวเล็กจนเป็นรอยแดงเถือก

“สองรอบแล้วนะที่ว่าพี่แบบนี้ อยากโดนดีหรือ”

“หยุดไร้สาระได้แล้ว ปล่อย”

หนูนามีสีหน้าเรียบเฉยไร้ความหวาดกลัว เธอสะบัดแขนหนี แรงของหญิงสาวตัวเล็กมีมากจนอีกฝ่ายตะลึงงัน พลางคิดหาวิธีเอาชนะผู้หญิงปากดี เพราะใช้กำลังคงไม่ได้ผล แถมของสวย ๆ งาม ๆ จะชอกช้ำจนหมดค่าหมดราคาเสียก่อน

“เดี๋ยวก่อน”

“อะไรอี๊ก!” หนูนาหน้าหันใบหน้าบึ้งตึงกลับไปมอง หงุดหงิดเต็มทนกับพวกที่พูดไม่รู้เรื่อง

“พี่เห็นน้องกินยาดอง แรงขนาดนั้นยังกระดกได้สบาย ๆ ท่าทางคงจะเก่งใช่เล่น อย่างนั้นดวลกับพี่สักยกได้หรือไม่ ใครเมาก่อนคนนั้นแพ้ หากน้องชนะพี่จะไม่วุ่นวายอีก”

หนูนากรอกตาอย่างเอือมระอา กับอีแค่แข่งกินยาดอง พวกมันคงไม่รู้จักหนูนาคอทองแดง ที่ลงแข่งกี่ครั้งก็ไม่เคยแพ้ ขนาดพี่ช้างเธอยังล้มมาแล้ว เรื่องฝีมือเธอไม่ได้กลัวสักนิด แต่สิ่งที่ทำให้ลังเล ก็คงไม่พ้นรสชาติที่เหมือนน้ำล้างมือนั่น

และที่สำคัญ เธอไม่จำเป็นต้องทำอะไรไร้สาระแบบนี้เลย เสียเวลาเที่ยวเล่นเปล่า ๆ

“ไม่ล่ะ ฉันไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร”

“กลัวหรือ” อีกฝ่ายไม่ยอมแพ้ “พี่คงเข้าใจผิดไปเองว่าน้องเก่ง ที่แท้ก็แค่ผู้หญิงทั่วไป”

“ผู้หญิงแล้วทำไม!” หนูนาตาวาว ตะคอกถามด้วยความไม่พอใจ

ผู้หญิงแล้วยังไง หนักหัวใครที่ไหน!

“ก็อ่อนแอ ขี้แพ้อย่างไรเล่า”

ดวงตากวางวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ เกลียด.. เกลียดที่สุด เธอชิงชังสังคมชายเป็นใหญ่มาแต่ไหนแต่ไร สังคมที่มองว่าผู้หญิงจะต้องเป็นเพศที่อ่อนแอกว่าผู้ชายเสมอ หรือไม่ก็เป็นเพศที่มีค่าแค่ให้กำเนิดลูก

อ่อนแอ? เพศที่ต้องอุ้มท้องเด็กคนหนึ่งเป็นเวลาเก้าเดือน ทนเจ็บปางตายตอนคลอด แบบนี้เรียกว่าอ่อนแอได้หรือ?

“ตกลง!” หนูนารับคำท้า แค่ยาดองจืด ๆ กินสิบไหก็ไม่เมาหรอก

จะได้รู้กันว่าผู้หญิงไม่ใช่เพศที่ใครจะมาข่มเหงได้

“ดี” ชายตรงหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์ “เฮ้ยพวกมึง! ไปเตรียมยาดองให้กูกับน้องสาวคนสวยสิวะ”

“จ้ะพี่!”

.

.

ปื๊ดยืนมองพี่สาวที่นั่งประจันหน้ากับชายฉกรรจ์ด้วยสายตาเป็นกังวล ทั้งคู่จ้องตากันไม่กระพริบ กระดกยาดองแก้วแล้วแก้วเล่าลงคอไม่มีทีท่าว่าจะเมามาย ไหที่หนึ่ง.. ไหที่สอง.. จนกระทั่งเข้าไหที่สามก็เริ่มมีชาวบ้านเข้ามาวางเงินพนัน และส่วนมากก็ไม่พ้นพนันเข้าข้างผู้ชาย เพราะมั่นใจว่าผู้หญิงคงไม่มีทางชนะได้

นั่นยิ่งทำให้หนูนาเดือดดาล

“เอามาอีก!”

ไหที่ห้าถูกวางลงตรงหน้า ทว่าครานี้แทนที่ผู้ชายตรงหน้าจะกินด้วยกัน มันกลับสั่งให้ลูกน้องเอายาดองอีกไหมาวางแทน

“รอบนี้คนละไหเลยดีกว่า”

หนูนาหรี่ตาลง เธอมองไหตัวเองสลับกับไหของอีกฝ่าย ก่อนจะทำการสับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครห้ามทัน

“ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วยเล่า ยาดองนี่ยังไงก็เหมือน ๆ กัน สลับไหกันคงไม่เป็นไร ใช่ไหม?”

หนูนารอบคอบเสมอ เธอไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะมีกลโกงอะไรบ้าง กันไว้ย่อมดีกว่าแก้

อีกฝ่ายเถียงไม่ออก การประลองดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น หนูนากระดกยาดองเข้าปากเรื่อย ๆ เธอยังคงไร้ความรู้สึกเมามายแม้กระเพาะจะเต็มไปด้วยน้ำเมา

“ดูเหมือนอีหนูนั่นจะไม่เมาง่าย ๆ เลยว่ะ แต่ไอ้สักมันเริ่มตาแดงแล้ว เราลงพนันผิดข้างหรือเปล่าวะ”

“เฮ้ย เป็นไปไม่ได้หรอกที่ผู้หญิงจะชนะ มึงคอยดู เดี๋ยวอีหนูมันก็ยอมแพ้”

เสียงพูดคุยของชาวบ้านยิ่งทำให้หนูนาไม่พอใจ หญิงสาวทุบโต๊ะเสียงดัง ก่อนจะยกไหยาดองขึ้น กรอกน้ำเมาลงคอจนหมดโดยไม่ใช้แก้วให้เสียเวลา

ชาวบ้านอ้าปากค้าง รวมถึงฝ่ายที่เข้ามาท้าประลองด้วย หนูนามองใบหน้าดิบเถื่อนของอีกฝ่าย พลางยักคิ้วขึ้นอย่างผู้ชนะ

“จะยอมแพ้ได้หรือยะ.. อึก!”

พูดไม่ทันจบ ใบหน้าสวยสดของหนูนาก็บิดเบี้ยว เธองอตัวลงเล็กน้อย ร่างกายร้อนผ่าวเหมือนโดนสุมไฟ เหงื่อกาฬไหลอาบใบหน้าทั้ง ๆ ที่อากาศยามดึกค่อนข้างเย็น

มันไม่ใช่อาการเมา ไม่ใช่..

กึก

“จะไปไหนหรือน้องสาว”

“เยี่ยว” เธอตอบเรียบ ๆ ไม่ยอมแสดงอาการแปลก ๆ ออกมาแม้ร่างกายจะร้อนรุ่มแค่ไหน “พักสักครู่ ขอไปปลดทุกข์ก่อน เดี๋ยวมา”

“อย่านานนะ พี่รออยู่”

หนูนาไม่ได้ตอบอะไร เธอเดินดุ่ม ๆ ผ่านปื๊ดไปที่ห้องน้ำ แต่แทนที่หนูนาจะเข้าห้องน้ำใกล้งานตามปกติ เธอกลับเดินเลยไปยังห้องน้ำที่ไกลกว่ามากและไม่ค่อยมีใครใช้จนโดนทิ้งร้าง โดยที่มีปื๊ดรีบวิ่งตามมาติด ๆ ด้วยความเป็นห่วง

"แฮ่ก! อึก!!"

“พี่หนูนา!”

เมื่อพ้นสายตาผู้คนหนูนาก็หมดแรงควบคุมตัวเองทันที ร่างน้อยแทบทรุดลงไปกองกับพื้น โชคดีที่ปื๊ดไหวตัวทันรีบเข้ามาช่วยพยุง เธอจึงไม่ต้องนอนกับพื้นสกปรกแบบนี้

“พี่หนูนา เป็นอะไร ทำไมตัวร้อนแบบนี้”

“ปื๊ด อึก”

“จ๊ะ? พี่หนูนาเจ็บป่วยตรงไหน”

“ข้า อึก! ขะ ข้าโดนยาปลุก” เธอตอบเสียงกระท่อนกระแท่น พยายามห้ามใจอย่างหนักไม่ให้ดึงปื๊ดเข้ามากอดจูบคลายความกำหนัด

มันร้อน ร้อนจนแทบทนไม่ไหว หนูนาต้องการใครสักคนมาช่วยคลายความร้อนนี้

“อะไรนะ!”

“จะ เจ็บใจนัก อึก ทั้ง ๆ ที่ระวังตัว อื้อ ดีแล้วแท้ ๆ”

สติที่พร่าเลือนลงทุกทียังมีความคับแค้นใจเด่นชัด หนูนาไม่คิดเลยว่าจะพลาดให้กับลูกไม้ตื้น ๆ แบบนี้

“ละ แล้วเราควรทำยังไงดีจ๊ะ”

“ข้าต้องซ่อนตัวอยู่ในนี้ พวกมันคงไม่คิดว่า.. อึก ข้าจะเข้าห้องน้ำร้างแบบนี้ อื้อ ทำไมร้อนแบบนี้นะ!”

หนูนานึกอยากดึงทึ้งเสื้อผ้าออกให้หมด ร่างกายเล็ก ๆ สั่นระริกอย่างน่าสงสารเพราะฤทธิ์ยา สติที่มีก็เริ่มน้อยลงทุกที

“พี่หนูนา ไหวไหมจ๊ะ”

“เอ็งออกไปก่อน อื้อ ข้าขออยู่คนเดียวสักพัก ไปตามคนที่ไว้ใจได้มาช่วย อึก ที”

“แต่ว่า..”

“ไป!” หนูนาตะคอก ทว่าเสียงที่เปล่งออกมามันช่างแหบพร่าและแผ่วเบา “รีบไป ก่อนที่เอ็งจะได้ข้าเป็นเมีย”

ปื๊ดได้ยินแบบนั้นก็รีบปล่อยมือจากร่างร้อนผ่าวโดยไม่ต้องบอกซ้ำสอง

“จ้ะ! ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ พี่หนูนาอดทนนะ ฉันจะรีบกลับมา”

“อืม ปะ ไป รีบไป”

ปื๊ดรีบแจ้นออกจากห้องน้ำไปทันที มันชะงักกึกเมื่อเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ยืนดักรอหน้าห้องน้ำใกล้กับงาน จริงอย่างที่พี่หนูนาว่า พวกมันไม่คิดว่าหนูนาเข้าห้องน้ำร้างถึงได้ไปรอกันที่นั่น

เด็กหนุ่มพยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลางตัวไม่ให้คนพวกนั้นมองเห็น เมื่อพ้นจุดอันตรายมันก็รีบวิ่งไปโรงพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลนัก เพื่อตามหมอและพยาบาลมาช่วยหนูนาที่อาการกำลังย่ำแย่

.

.

ทางด้านของหนูนา ร่างเล็กวักน้ำขึ้นล้างหน้าจนเปียกปอนไปครึ่งตัว ทว่าอาการร้อนระอุข้างในมันกลับไม่หายไป หญิงสาวสบถคำหยาบคายออกมา ยาที่พวกนั้นใส่แรงกว่าที่คิด ไม่รู้ว่าผิดพลาดที่ตรงไหนเธอถึงได้พลาดท่าแบบนี้

แกรก..

จู่ ๆ ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก หนูนาหัวใจหล่นวูบเพราะคิดว่าเป็นคนพวกนั้นที่ตามมาถึงที่นี่ แต่ก็ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ไม่ใช่..

ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นคนที่หนูนาไม่คิดว่าจะได้เจอกันในสถานการณ์แบบนี้ ใบหน้าหล่อคมเข้มที่นึกหมั่นไส้ตั้งแต่แรกเจอเธอคุ้นเคยดี อีกฝ่ายอยู่ในชุดลำลองธรรมดา ทว่าข้างกายยังคงเหน็บปืนพกติดตัวไว้ตามประสาตำรวจอวดเบ่ง

“ที่นี่ห้องน้ำร้าง” น้ำเสียงของอีกฝ่ายราบเรียบ ไม่ได้มีท่าทีตื่นตกใจเมื่อเจอผู้หญิงคนนี้ในห้องน้ำรกร้างที่ไม่มีใครอยากเข้า “ไม่คิดว่าคุณจะสร้างปัญหาแม้กระทั่งในห้องน้ำ”

“ไอ้! อื้อ”

คนเก่งที่ตั้งท่าจะชี้นิ้วด่าทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดท่า ความเสียดเสียวแล่นผ่านท้องน้อยลงไปที่จุดอ่อนไหวทำให้ขาเรียวอ่อนแรง เหงื่อมากมายไหลทะลักท่วมผิวกายขาวผ่อง เธอขบกัดกลีบปากอิ่มเพื่อสะกดกลั้นเสียงครางน่าอับอาย

“คุณ! เป็นอะไรไป”

ถึงไม่ถูกกัน แต่ศิลาก็รีบพุ่งตัวเข้าไปช่วยเหลือหนูนาทันที โดยที่ไม่รู้เลยว่าดวงตากวางคู่นั้นฉ่ำเยิ้มเพียงใดเมื่อถูกมืออุ่น ๆ สัมผัสร่างกาย

ลืมไปหมดแล้วว่าตัวเองไม่ชอบคน ๆ นี้มากแค่ไหน ตอนนี้หนูนาต้องการเพียงร่างกายแข็งแกร่งของสารวัตรศิลา เพื่อใช้ตอบสนองความต้องการอันมากมายของตัวเอง

“อึก..”

เธอต้องการเขา ต้องการคน ๆ นี้

ตอนนี้

เดี๋ยวนี้

อย่างอื่นช่างมัน

“สารวัตร..”

น้ำเสียงแหบพร่าหวานจับใจ แปลกประหลาดจนนายตำรวจหนุ่มเลิกคิ้วสูง แต่ศิลาคิดในแง่ดีว่าบางทีตัวแสบตรงหน้าอาจจะเลิกทำตัวมีปัญหาแล้วก็ได้

“ครับ”

“ช่วยหน่อย”

“คุณจะให้ผมช่วยอะไร”

“พาฉัน อึก ออกไปจากที่นี่ที อา นะคะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมียสารวัตร NC-20   ปัจฉิมบท

    “ไม่เปลี่ยนใจแน่หรือ สารวัตร”ปฐพีถามด้วยความเสียดายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยหวังว่าคำตอบของคนตรงหน้าจะเปลี่ยนไป“ไม่ครับ”แต่ไม่เลย...ผู้กำกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาคงเปลี่ยนใจศิลาไม่ได้อีกแล้ว ได้แต่ยอมรับความจริงว่ากำลังจะสูญเสียลูกน้องฝีมือดีไปอีกคนความรักฉันท์ชู้สาวไม่หลงเหลืออยู่แล้ว แต่ปฐพียอมรับโดยไม่อายว่ามีศิลาอยู่เขาทำงานได้ง่ายขึ้น ตลอดเวลากว่าแปดปีที่ผ่านมาศิลาสร้างผลงานเอาไว้มากมาย ถ้าหากอีกฝ่ายยอมรับ คงเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งได้ไม่ยากแต่ศิลาปฏิเสธเสียงแข็งเสมอมา ชายหนุ่มไม่ได้ต้องการตำแหน่งอะไรทั้งนั้น เขาแค่อยากทำงานตรงนี้ให้เต็มที่ ช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดกำลัง ก่อนที่จะอำลาวงการตำรวจในสักวันหนึ่งแล้ววันนี้ก็มาถึงจนได้ปฐพีมองซองสีขาวตรงหน้า เขาไม่อยากหยิบมันขึ้นมาดูเลย เพราะรู้ดีว่าด้านในคืออะไร“ผู้กำกับอนุมัติเถอะครับ”“สารวัตรศิลา”“ผมไม่ได้ไปไหนนี่ครับ เมื่อไหร่ที่ผู้กำกับต้องการตัว ขอแค่บอก...ผมพร้อมจะช่วยเหลือเสมอ”ปฐพีเริ่มยิ้มออกมาได้ จริงอย่างที่ศิลาพูด ชายหนุ่มไม่ได้หายไปไหน เพราะอย่างไรสิ่งที่ศิลารักก็คือการได้ช่วยเหลือประชาชน เพียงแค่หลังจากนี้จะไม่ได้ทำมันในฐ

  • เมียสารวัตร NC-20   บทที่ ๔๐ โชคดี NC-20

    “ลูกหลับแล้วเหรอศาลาวัด”“อืม” ศิลารับคำสั้น ๆ ระหว่างที่แทรกตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกับภรรยา “คุณก็รีบนอนได้แล้ว วันนี้เลี้ยงลูกทั้งวันคงเหนื่อยน่าดู”“ไม่เลย ไม่เหนื่อยสักนิด”ไม่พูดเปล่า หนูนายังยืนยันว่าตัวเองไม่เหนื่อยด้วยการไต่มือเข้าไปในกางเกงนอนอีกฝ่าย ดวงตากวางแพรวพราวอย่างคนแสนเจ้าเล่ห์“หนูนา”“หืม”“คุณ อืม”ศิลาหลุดครางออกมาแผ่วเบา ร่างกายเขาตื่นตัวทันทีที่ถูกมือนุ่มนวดคลึงอย่างชำนาญ หนูนารู้ดีว่าแตะต้องส่วนไหนแล้วจะทำให้เขาทนไม่ไหว มือน้อย ๆ ขยับอย่างเอาใจจนกระทั่งความเป็นชายเหยียดขยายใหญ่เต็มมือ“ศาลาวัด เราไม่ได้ทำมาสักพักแล้วนะ”“คุณเลี้ยงลูก ผมกลัวว่าคุณจะเหนื่อยเกินไป”“ฉันพูดตอนไหนว่าเหนื่อย” หนูนาเลิกคิ้วขึ้นสูง ในขณะที่มือนุ่มคอยปลุกปั้นสิ่งที่อยู่ในมือไม่หยุด“อา ปละ เปล่า ไม่ได้พูด อืม”“ไม่ได้พูดก็แปลว่าไม่เหนื่อย ลูก ๆ ไม่ได้เลี้ยงยากเลย แถมปื๊ดกับแม่ก็คอยช่วยตลอด ฉันสบายจะตายไป”“แต่ยังไงมันก็ยังหนักเกินไปอยู่ดี” ศิลาแย้ง “เรามีลูกตั้งสี่คน ผมรู้ว่าคุณเหนื่อย คุณแค่ไม่ยอมรับความจริง”ศิลาอยากกอดหนูนาจะแย่ เขาเพิ่งอายุแค่สามสิบห้าปี ร่างกายยังแข็งแรงและมีควา

  • เมียสารวัตร NC-20   บทที่ ๓๙ สมาชิกใหม่

    ศิลาเหมือนกลายเป็นคนละคน จากที่เคยสุขุมกลายเป็นหนูติดจั่นที่เอาแต่เดินไปเดินมาอย่างร้อนรน หนูนาถูกส่งเข้าห้องคลอดทันทีที่มาถึงโรงพยาบาล เพราะหมอบอกว่าเธอพร้อมคลอดแล้วปากมดลูกเปิดพร้อมสำหรับให้กำเนิด ทว่าเข้าไปเป็นชั่วโมงแล้วประตูบานนั้นก็ยังปิดสนิท ศิลาไม่รู้ว่าการทำคลอดต้องใช้เวลานานแค่ไหน แต่เพราะไม่รู้เขาถึงได้จิตตกแบบนี้“หนูนา คุณจะต้องปลอดภัย”ตอนที่นั่งรถมาท่าทางของเธอดูเจ็บปวดมาก เสียงกรีดร้องทรมานน่าสงสารจับใจ หนูนาที่ปกติร้องไห้ยากร่ำไห้ออกมาเพราะเจ็บจนแทบทนไม่ไหว ศิลาแทบขาดใจ หากเลือกได้เขาอยากเป็นคนที่เจ็บเอง“ศิลา ศิลาลูก”คุณหญิงแจ่มจันทร์ที่เพิ่งมาถึงรีบวิ่งเข้าไปหาลูกชาย หัวใจหล่นวูบไปกองที่ปลายเท้าเมื่อเห็นว่าศิลากำลังร้องไห้“ศิลา! เกิดอะไรขึ้น ร้องไห้ทำไม หนูนาเป็นอะไร!”“หนูนาเป็นอะไรหรือพ่อศิลา”ใบบัวที่ตามมาติด ๆ ร้องถามย้ำ ท่าทางไม่สู้ดีของลูกเขยทำให้หัวใจคนเป็นแม่แทบขาดรอน ๆ แม้ว่าสมัยนี้การคลอดจะปลอดภัยว่าสมัยเธอมาก แต่คนที่เคยผ่านความเจ็บปวดมาก่อนย่อมรู้ดีว่ามันทรมานเพียงใด“ผม ฮึก ผม” ศิลาสะอื้น เขารีบรวบรวมสติ ก่อนที่เรื่องราวมันจะไปกันใหญ่ “หนูนาไม่ได้เป็

  • เมียสารวัตร NC-20   บทที่ ๓๘ บทสรุป

    ศิลานั่งฟังคำตัดสินของศาลอย่างเงียบสงบ วันนี้เป็นวันนัดตัดสินคดีค้ายาเสพติดของนายเจตน์ หลังจากผ่านมาเกือบปี คดีที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอก็ถึงเวลาถูกพิพากษานายเจตน์ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และซัดทอดไปถึงตัวการใหญ่ที่กรุงเทพฯ ทำให้ตำรวจทำงานได้ง่ายขึ้น และจับพ่อค้ารายใหญ่ได้ในที่สุด เพราะเหตุผลนี้ทำให้โทษของนายเจตน์ลดน้อยลง จากประหารชีวิตเป็นติดคุกตลอดชีวิต ก่อนจะถูกลดให้เหลือจำคุกสี่สิบปี แต่ถึงอย่างนั้นระยะเวลาสี่สิบปีในคุก ก็แทบไม่ต่างจากทั้งชีวิตที่เหลืออยู่“นายเจตน์”หลังคำตัดสินสิ้นสุดลง นายเจตน์ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์และยินดีรับโทษที่ศาลชั้นต้นตัดสิน อดีตมือขวาของพ่อค้ายาจึงถูกกุมตัวอย่างแน่นหนา เพื่อเตรียมรับโทษทัณฑ์จากสิ่งที่ตัวเองได้กระทำ นายเจตน์มีสีหน้าไม่ยินดียินร้าย ดวงตาเหม่อลอยอย่างคนที่ปลงตกกับทุกอย่าง“นายเจตน์”เจตน์ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเรียกใกล้ ๆ ศิลามองหน้าหนูนา คนเป็นสามีเห็นความกังวลในดวงตากวางคู่นั้น“นายเจตน์” หนูนาส่งเสียงเรียกอีกครั้ง ครั้งนี้นายเจตน์ยอมหันมาสบสายตา ทว่าดวงตาคู่นั้นว่างเปล่าไร้แววจนน่าใจหายหนูนากลัวเหลือเกินว่านายเจตน์จะหาทางจบชีวิตตัวเองสักวัน เพร

  • เมียสารวัตร NC-20   บทที่ ๓๗ บ้านใหม่

    “ศาลาวัด!”“หนูนา ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าวิ่ง” คิ้วเข้มขมวดฉับ เมื่อเห็นร่างที่เริ่มอวบอิ่มของภรรยาวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหา “ไหนคุณบอกว่าจะไม่ดื้อกับผมเรื่องนี้”“ก็ฉันลืมตัว มันไม่ชินนี่นา”“คุณท้องห้าเดือนแล้วนะ ถึงไม่ชินก็ต้องชิน ถ้าล้มขึ้นมาทั้งคุณและลูกจะเป็นอันตราย” ศิลาดุเสียงเข้ม เรื่องอื่นเขายอมได้เสมอ ยกเว้นเรื่องนี้หนูนาเป็นคนที่อยู่ไม่นิ่ง เธอชอบทำนู่นทำนี่ไปเรื่อย ศิลาไม่เคยบังคับหรือทำเหมือนหนูนาเป็นคนพิการ เขาขอแค่ต้องระวัง แต่ดูเหมือนว่าหนูนาจะรับปากไปอย่างนั้น เพราะเกือบทุกวันเขาต้องมานั่งปวดหัวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมือนคนท้องของภรรยายิ่งท้องใหญ่กว่าปกติแบบนี้เขายิ่งเป็นกังวล“นายทำอะไรอยู่” หนูนาแสร้งเปลี่ยนเรื่องเนียน ๆ ชะโงกหน้ามองบ้านหลังใหม่ที่มีคนเดินไปมาพลุกพล่าน“คุมคนงานให้เอาของเข้าบ้าน”“อีกไม่นานก็จะได้ย้ายเข้าบ้านใหม่แล้วสินะ”ทั้งคู่มองบ้านใหม่หลังใหญ่ด้วยความพึงพอใจ นับว่าผู้รับเหมาทำงานได้ดีทีเดียว บ้านหลังนี้เป็นบ้านแนวผสมสผานระหว่างไทยและยุโรปอย่างลงตัว เพราะศิลาเคยไปเรียนที่แถบนั้น เขาชื่นชอบบ้านแนวยุโรปมาก ส่วนหนูนาแม้จะไม่เคยไป แต่เธอก็ชอบดูรูปภาพของต

  • เมียสารวัตร NC-20   บทที่ ๓๖ ปรับความเข้าใจ

    “ฉันอยากอยู่คนเดียว”พูดแค่นั้นก็ทิ้งตัวลงนอน แล้วหันหลังให้คนที่ไม่ยอมออกไปเหมือนคนอื่นทันทีอยากอยู่ก็อยู่ไป เธอไม่สนใจเสียอย่าง“ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ”“.....”“ฉันรู้ว่าเธอได้ยิน ดังนั้นฉันจะพูดต่อไป” คุณหญิงแจ่มจันทร์กระแอมไอเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มพูดเรื่องที่ติดค้างอยู่ในใจมาเนิ่นนาน “สามีฉัน พ่อของศิลาเขามีภรรยาน้อย”หนูนาที่ตอนแรกไม่คิดสนใจหูผึ่งทันที แต่ยังคงรักษาท่าทางเมินเฉยเอาไว้ คุณหญิงที่ผ่านโลกมามากพอจะมองออกว่าเด็กคนนี้กำลังตั้งใจฟัง จึงค่อย ๆ ถ่ายทอดเรื่องราวที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อนอย่างหมดเปลือก“แต่ก่อนฉันเป็นแค่ลูกของแม่ค้าธรรมดา คุณศักดิ์ พ่อของศิลาเขาเป็นลูกค้าประจำ เขาเกี้ยวฉัน ตามเทียวไล้เทียวขื่อจนฉันใจอ่อนและตกหลุมรักเขา พวกเรารักกันมาก ไม่เคยทะเลาะบอกแว้ง เป็นคู่รักที่ใคร ๆ ต่างก็พากันอิจฉา และในที่สุดพวกเราก็ตกลงปลงใจแต่งงานกัน ฉันคาดหวังว่าการแต่งงานจะเป็นเหมือนในนิยาย ที่พวกเราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป”คุณหญิงเงียบไปสักพัก ก่อนจะเริ่มพูดต่อ“แต่ชีวิตจริงมันไม่ใช่นิยาย คุณศักดิ์เติบโตมาในตระกูลตำรวจ พ่อของเขา พี่น้องของเขาล้วนเป็นตำ

  • เมียสารวัตร NC-20   บทที่ ๕ คืนเข้าหอ

    “หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะลูก”ไม่ให้อภัยหรอก จะเรื่องขี้ปะติ๋วหรือเรื่องใหญ่ก็ไม่ให้อภัยทั้งนั้น“มีชีวิตคู่ที่ยืนยาว ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร”ใครเขาจะอยากมีชีวิตคู่ยืนยาวกับตำรวจกัน“มีหลานให้แม่อุ้มเร็ว ๆ มีลูกเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมืองนะ”ถ้าแม่อยากมีหลาน ไปสู่ขอพี่เอื้อให้พี่ช้างยังจะ

  • เมียสารวัตร NC-20   บทที่ ๔ คุณนายสารวัตร

    เวลาตีสามของวันที่แสนธรรมดา ลูกสาวคนเดียวของทนายราชันถูกปลุกขึ้นมาอาบน้ำเย็น ๆ ที่กว่าหนูนาจะยอมอาบได้ก็เล่นเอาปื๊ดแทบขาดใจ จากนั้นร่างเล็กก็ถูกพามาที่กระจกบานใหญ่ ปื๊ดกดไหล่ทั้งสองข้างให้หนูนานั่งลงตรงนั้น“ฮ๊าววววว”“พี่หนูนา หาวปากกว้างน่าเกลียด” ปื๊ดถึงกับรับไม่ได้ มีอย่างที่ไหนโตเป็นสาวอายุยี่

  • เมียสารวัตร NC-20   บทที่ ๓ ครอบครัว

    หนูนาเดินตัวลีบตามหลังแม่ต้อย ๆ ดวงหน้างดงามที่ใครเห็นเป็นต้องตกหลุมเสน่ห์ในยามนี้ดูเจี๊ยมเจี้ยมไร้ความดื้อด้านเหมือนเคย“แม่จ๋า อย่าตีน้องเลยนะ”“พ่อช้างไม่ต้องขอร้องแทนน้อง อย่างไรวันนี้หนูนาก็ต้องถูกทำโทษ”“แต่ว่า..”“พี่ช้าง ไม่เป็นไร หนูนาทำผิด คนทำผิดก็ต้องถูกตี”ราชันเบือนหน้าหนี ตัวเขานั้นไ

  • เมียสารวัตร NC-20   ปฐมบท

    “อื้ม..”ร่างขาวผ่องเล็กกะทัดรัด ที่มีผ้าห่มคลุมไว้อย่างหมิ่นเหม่ขยับกายอย่างเกียจคร้าน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเพราะแสบตาจากแสงแดดที่สาดส่องเข้ามา นึกสงสัยว่าปื๊ดมันเปิดหน้าต่างทำไม เธอยังนอนไม่อิ่มเลย“ปื๊ด ทำไมไม่ปิดหน้าต่าง ไปปิดเดี๋ยวนี้ ข้าจะนอน”เสียงแหบแห้งร้องสั่งน้องชาย ที่ปกติมักจะปูฟูกนอน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status