Masukนับดาวที่โดนปู่ของตัวเองจับหมั้นหมายกับคนที่เธอไม่รู้จัก เธอเกลียดที่สุดที่ปู่จับแต่งงานกับใครไม่รู้ มีวิธีเดียวคือเธอต้องหนีออกห่างและไม่ไปพบหน้าว่าที่สามีในอนาคต แค่เหตุไฉนยิ่งเธอหนีเหมือนเธอตกอยู่ในกับดักที่เขาได้สร้างขึ้นไว้
Lihat lebih banyakหญิงสาว ใบหน้ารูปไข่สวยสะดุดตา จมูกโด่งเป็นสัน ปากอิ่มแดงฉ่ำ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหวานซึ้ง ร่างบอบบางส่วมใส่เสื้อยือรัดรูปสีขาวกระโปรงหนังสีน้ำตาลมีเสื้อแจ๊คเก็ตสีน้ำตาลสวมทับอีกชั้นและยังใส่รองเท้าบูทส้นสูง 5 นิ้วสีเดียวกับกระโปร่ง ทอดมองโรงแรมที่เป็นเหมือนดั่งบ้านที่เธอจากไปหลายปีก่อนจะสาวเท้าเข้ามาในโรงแรมที่เป็นธุรกิจของครอบครัวและชั้นบนสุดยังเป็นที่พักส่วนตัวของเจ้าของโรงแรม
วันนี้เธอกลับมาแล้วหลังจากที่ต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศหลายปีหลังจากเรียนจบคว้าใบปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจเธอก็รีบกลับมามอบความสุขให้แก่ พ่อแม่ และครอบครัวให้ได้ชื่นใจไปกับความสำเร็จของเธออีกก้าวหนึ่ง เธอยังตั้งใจอีกว่าหลังจากเรียนจบจะกลับมาช่วยพ่อดูแลกิจการโรมแรมเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของคนเป็นพ่อ ตึก ตึก ตึก เสียงรองเท้าบูทส้นสูงกระทบลงบนพื้นกระเบื้องสีขาวตลอดทางเดินและตลอดทางที่เธอเดินผ่านจะมีเสียงพนักงานของโรงแรมกล่าวทักทายหญิงสาวตลอดทาง "สวัสดีคะ คุณนับดาวกลับมาแล้วเหรอคะ" "สวัสดีคะคุณนับดาว" "สวัสดีครับคุณนับดาว" หญิงสาวส่งยิ้มให้พนักงานของโรงแรมอย่างเป็นมิตรถึงแม้เธอจะเป็นทายาทของโรงแรมแห่งนี้ทุกคนต่างรักและเคารพ อาจเป็นเพราะหญิงสาวไม่ถือตัวและเป็นกันเองกับทุกคนทำให้ทุกคนรักและเอ็นดูของการวางตัวและเป็นคนที่ไม่ถือตัว "คะ ดาวกลับมาแล้ว"เสียงหวานเอ่ยบอกพนักงานพร้อมส่งยิ้มหวานไปให้ก่อนจะสาวเท้าเพื่อที่จะไปกดลิฟท์ขึ้นไปยังพื้นที่ของครอบครัว เวลาช่วงเย็นแบบนี้ทุกคนน่าจะอยู่กันครบไม่ว่าจะเป็น พ่อนิวตัน แม่ปลายฝัน ธันวา น้องชายที่อายุห่างกันพอสมควรขนาดถ้าเดินไปไหนด้วยกันบ้างคนอาจจะคิดว่าเป็นลูกได้เลย และยังมีคุณปู่คุณย่าที่ตอนนี้ทั้งสองอายุมากแล้วพักอาศัยอยู่ด้วยกันอีกด้วย ขาเรียวรีบสาวเท้าไปยังประตูลิฟท์แบบกึ่งวิ่งกึ่งเดินเมื่อเห็นว่าประตูลิฟท์กำลังจะปิดลงพร้อมกับส่งเสียงหวานเอ่ยเรียกคนในลิฟท์ให้รอตัวเองก่อน “รอด้วยคะ” เมื่อคนด้านในได้ยิ่งจึงกดปุ่มลิฟท์ไว้เพื่อรอคนด้านนอกตามเสียงหวานที่ลอยจนดังเข้ามาในลิฟท์ ทันทีเมื่อเข้ามาหญิงสาวยิ้มหวานให้สองหนุ่มที่มีน้ำใจก่อนจะเอ่ยขอบคุณอย่างมีมารยาท”ขอบคุณนะคะ”ปลายนิ้วกดลิฟท์ไปยังชั้นบนสุดของโรงแรมที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว นับดาวไม่รู้เลยว่าตลอดการโดยสารลิฟท์เพื่อขึ้นไปหาครอบครัวได้ตกเป็นเป้าสายตาให้กับสองหนุ่มที่อยู่ในลิฟท์ ชายหนุ่มหนึ่งในนั้นสำรวจหญิงสาวอย่างพิจารณาก่อนประตูลิฟท์จะถูกเปิดออกเมื่อมาถึงชั้นเป้าหมายที่สองหนุ่มต้องออกแล้ว “ผู้หญิงที่อยู่ในลิฟท์เมื่อครู่ใช่คุณนับดาวหรือเปล่าครับ”เสียงทุ้มเข้มของเลขาหนุ่มถามเจ้านายของตัวเองเมื่อทั้งสองก้าวออกจากลิฟท์แล้วก้าวเท้าไปตามทางเดินเพื่อไปยังห้องพักที่เขาได้จองเอาไว้พักช่วงที่มาทำงานที่ภูเก็ต ซึ่งห้องดั่งกล่าวเป็นเหมือนห้องพักประจำเมื่อต้องมาทำงานที่ภูเก็ตชายหนุ่มต้องพักแต่ห้องนี้เพราะเขาได้ล๊อคห้องนี้เอาไว้พักเป็นการส่วนตัวก็ว่าได้เพราะต้องเดินทางมาทำงานที่ภูเก็ตเกือบทุกเดือน “อืม คิดว่าใช่”เสียงทุ้มกล่าวบอกกับเลขาตัวเองเพียงสั้น ๆ ถึงแม้ไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่ว่าหญิงสาวที่เจอในลิฟท์เมื่อครู่จะใช่คู่หมั้นของตัวเองหรือไม่ แต่หลังจากที่เขาเห็นหญิงสาวกดลิฟท์ขึ้นไปยังชั้นบนสุดของโรงแรมทำให้เขาได้คาดเดาว่าไม่แน่หญิงสาวเมื่อครู่อาจจะเป็นคู่หมั้นของตัวเองก็เป็นไปได้เพราะทั้งสองไม่ได้เจอหน้ากันนานมากนับตั้งแต่หญิงสาวยังเป็นเด็กตอนนั้นว่าที่คู่หมั้นอายุเพียงสามขวบส่วนเขาตอนนั้นอายุสิบขวบ ไม่น่าแปลกที่ทั้งสองจะลืมเลือนหน้ากันไปแล้ว คนตัวสูงสาวท้าวไปตามทางเดินขณะสมองก็คิดถึงคนในลิฟท์ เธอสวยสะดุดตา ดวงตาอ่อนหวาน จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากอวบอิ่ม อีกทั้งเธอยังมีกลิ่นตัวที่หอมสดชื่น ถึงแม้จะออกจากลิฟท์มาแล้วแต่เหมือนว่ากลิ่นตัวที่หอมอ่อน ๆ ของหญิงสาวยังลอยฟุ้งตีขึ้นมาติดอยู่ปลายจมูกอยู่เลย หอม หอมมากทั้งหอมทั้งสดชื่นเมื่อได้สัมผัสกลิ่นหอมนี้แล้วยิ่งทำให้รู้สึกผ่อนคายอยู่ ๆ ริมฝีปากหยักเผยยิ้มขึ้นมา หัวใจแกร่งเต้นแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาไม่เคยรู้สึกและสัมผัสกลิ่นหอม ๆ แบบนี้มาก่อนที่มีจุดเด่นเฉพาะตัวพลันในใจก็คิดว่าก็อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็ว ๆ แล้วสิวันที่ทั้งเขาและเธอจะได้พบและรู้จักกันอย่างเป็นทางการเสียที ชั้นบนสุดของโรงแรม “ดาวไม่อยากหมั้นคะคุณปู่ คุณพ่อคุณแม่ช่วยพูดกับคุณปู่ให้ดาวหน่อยนะคะ” แววตาคู่สวยมองคนเป็นพ่อและแม่ก่อนจะมองคนเป็นปู่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาอ้อนวอนก่อนจะเอ่ยขอร้องให้ทั้งคนเปฺ็นพ่อและคนเป็นแม่ช่วยพูดกันคุณปู่ให้ “ดาว...ฟังปู่นะ”มือเหี่ยวย่นตามกาลเวลายืนมือไปจับมือหลานสาวของตัวเองไว้ก่อนจะเอ่ยบอกหลานสาวในเวลาถัดมา ขณะนับดาวที่นั่งก้มหน้าฟังคนเป็นปู่พูดด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยว ”ปู่ไม่รู้ว่าปู่จะอยู่ได้อีกถึงเมื่อไหร่…ดาวเชื่อปู่สักครั้งนะเขาเป็นคนดีจริง ๆ ปู่อยากให้หนูได้เจอคนดี ๆ ปู่จะได้สบายใจและอีกอย่างอายุปู่กับย่าก็เยอะแล้วจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้…ปู่กับย่าอยากเห็นหน้าเหลนสักครั้งก่อนจะหมดลมหายใจ”สายตาคู่คมของคนเป็นปู่ทอดมองหลานสาวอันเป็นที่รักก่อนจะเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังและมั่นคง ขณะที่เสียงลมหายใจของหลานรักที่ถูกพ่นออกมาอย่างขัดใจ แววตาคู่สวยจ้องมองคนที่มีอายุมากกว่าในวัยใกล้จะร่วงโรยไปตามกาลเวลา ก่อนจะละสายตามองคนเป็นพ่อและแม่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามในโถงห้องรับแขกของบ้านพักของตัวเอง “ถ้าดาวไม่หมั้นคุณปู่ก็จะจับให้หมั้นให้ได้ใช่ไหม คุณพ่อคุณแม่ขา ดาวไม่อยากหมั้นคะ ดาวยังไม่อยากแต่งงาน ช่วยพูดกับปู่ให้หนูหน่อย ดาวไม่พร้อมจริง ๆ นะ”นับดาวเอ่ยบอกอย่างไม่ยอมแพ้เสียงหวานของร้องให้พ่อและแม่ตัวเองช่วย “คุณพ่อคิดเรื่องนี้อีกทีดีไหม” นิวตันที่นั่งฟังอยู่นานตัวเองก็ไม่อยากให้ลูกสาวถูกจับแต่งงานแบบคลุมถุงชนเหมือนกันเขาอยากให้ลูกสาวเจอคนที่ตัวเองรักและชอบด้วยความจริงใจไม่ใช่เป็นการแต่งงานเพราะถูกผู้ใหญ่บังคับ “ทำไมแกพูดแบบนั้นนิวตัน แกรู้ไหมว่าตานาวินเขาเป็นคนดี”เสียงของคนที่มีอายุมากกว่าเอ่ยขึ้นเสียงดังบอกลูกชาย เขาเข้าใจอยู่ว่าเป็นธรรมดาที่ลูกชายต้องหวงห่วงลูกสาวของตัวเองแต่เมื่อตัวเองก็มีอายุที่เยอะขึ้นเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกกี่ปีก็ไม่รู้เขาอยากเห็นหน้าเหลนสักครั้งแม้เวลาอีกไม่กี่ปีก็ตาม ขณะที่ปลายฝันนั่งฟังอยู่นานเธอเข้าใจดีว่าคนเป็นปู่และย่านั้นรักและห่วงใยนับดาวมากแค่ไหน แต่หากถามว่าเธอเห็นด้วยไหมก็ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด ถ้าเป็นเธอเองถ้าโดนจับให้หมั้นกับใครไม่รู้เธอเองก็คงจะไม่ยอมเหมือนกัน ใจเขาใจเราเธอยอมเข้าใจดี แต่เมื่อพ่อสามีการันตีมาถึงขนาดนี้แล้วถ้าจะปฎิเสธก็เกรงว่าจะทำลายน้ำใจคนเป็นพ่อสามีเปล่า ๆ ถ้าเจอกันคนละครึ่งทางน่าจะโอเคกว่าถ้าลูกไม่ชอบขึ้นมาจริง ๆ เธอก็จะเข้าข้างลูกเหมือนกัน “เอาแบบนี้ไหมคะ ให้ทั้งสองลองมาพบเจอทำความรู้จักกันก่อน ถ้านับดาวไม่ชอบค่อยว่ากันอีกที อีกอย่างก็แค่หมั้นยังไม่ถึงแต่งงานสักหน่อยจริงไหมคุณพ่อคุณแม่” “ดี ดี ย่าเห็นด้วย บังเอิญตานาวินมาทำธุระที่ภูเก็ตพอดีแล้วย่าก็นัดให้เขามาเจอหนูที่ห้องอาหารของโรงแรมเรานี่แหละ”คนเป็นย่าเผยยิ้มขึ้นมาก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจเห็นด้วยกับความคิดของลูกสะใภ้ที่หาทางออกได้อย่างเหมาะสมเพราะเธอเองก็ได้นัดให้ว่าที่คู่หมั้นของหลานมาเจอกับหลานที่ห้องอาหารของโรงแรมในวันพรุ่งนี้ช่างเป็นจังหวะที่ดีเหมาะเจาะจริง ๆ ขณะที่นับดาวชักสีหน้าด้วยความเบื่อหน่ายเมื่อได้ยิ่งประโยคที่ขัดหู ก่อนจะคิดขึ้นมาในใจ อ่อ ! นี่แสดงว่าทั้งปู่และย่าเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้วใช่ไหมพอรู้ว่าเธอกลับมาก็รีบนัดให้ฝั่งนั้นมาเจอกับตัวเองเร็วดีเสียจริง ๆ ทั้งปู่และย่าสงสัยกลัวว่าจะไม่ได้เจอกันหรือไง สายตาคู่หวานมองคนเป็นย่าก่อนจะเอ่ยบอกในสิ่งที่ตัวเองคิด “คุณย่ามันจะไม่เร็วไปเหรอคะ ดาวเพิ่งกลับมาได้ไม่เท่าไหร่เอง ยังไม่ได้พักผ่อนด้วยซ้ำ” “ไม่เร็วไปหรอกลูก ไปเจอพี่สักหน่อยนะย่าขอร้อง” “ก็ได้”เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างขัดใจก่อนจะลุกออกจากวงสนทนาแล้วเข้าห้องของตัวเองด้วยอารมณ์เดือดดาลการคุยกันระหว่างสองครอบครัวเป็นไปอย่างราบรื่น โดยงานแต่งจะถูกจัดขึ้นอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าที่โรงแรมของว่าที่คุณแม่มือใหม่ และแล้วงานแต่งก็มาถึงงานเช้าเป็นไปตามประเพณีแบบไทยคือตักบาตรเลี้ยงพระ แขกที่มางานในช่วงเช้าก็มีแต่ญาติและเพื่อนสนิททั้งสองฝ่ายเท่านั้นส่วนงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสถูกจัดขึ้นในช่วงเย็นที่ห้องจัดเลี้ยงเวลานี้ด้านในห้องจัดเลี้ยงถูกเนรมิตตกแต่งด้วยดอกไม้หลากหลายสีสัน ตรงกลางห้องมีแก้วแชมเปญวางช้อนเป็นชั้น ถัดไปอีกนิดมีเค้กแต่งงานสีขาวนวลด้านบนสุดมีตุ๊กตาคู่บ่าวสาวประดับอยู่ในขณะที่เจ้าสาวอยู่ในชุดแต่งงานสีขาวแบบเกาะอกกระโปรงยาวฟูฟ่องเหมือนดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยายส่วนเจ้าบ่าวนั้นก็ไม่น้อยหน้าที่มาในชุดสูททักซิโด้สีขาวหล่อเหลาดั่งเจ้าชายทั้งคู่ยืนต้อนรับแขกอยู่หน้างาน สร้างความน่ารัก น่าเอ็นดู ดูเหมาะสมอย่างกับกิ่งทองใบหยกในสายตาผู้ที่พบเห็นและแขกที่มาร่วมงาน สายตาคมมองไปยังใบหน้าหวานด้วยความห่วงใยพลางหยิบกระดาษเช็ดชู่ขึ้นมาซับเหงื่อออกจากดวงหน้าหวานก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“เหนื่อยหรือเปล่า…ไปนั่งพักก่อนดีไหม”“เหนื่อยคะแต่ยังพอไหวอยู่”เสียงหวานตอบพร้อมยกยิ้ม
ช่วงบ่ายของวันต่อมาทันทีที่นาวินจอดเรือเทียบท่าแทนที่คนตัวสูงจะพานับดาวเข้าไปยังโรงแรม แต่เขากับพามายังโรงพยาบาลแทน เหตุเป็นเพราะเมื่อเช้านับดาวมีอาการเหมือนดังเมื่อวานคือตื่นขึ้นมาแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำเพื่ออาเจียนเอาอาหารที่คลั่งค้างที่อยู่ในท้องจากเมื่อคืนออกมาจนหมด ด้วยความเป็นห่วงและแอบมีความหวังเล็กน้อยว่าอาการที่คนตัวเล็กที่เป็นอยู่เหมือนกับอาการของคนที่กำลังมีไอ้ก้อนแป้งกลมอยู่ในท้อง ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่าเพื่อความแน่ใจ สบายใจและไม่คิดอะไรมั่ว ๆ เขาจึงถือวิสาสะพาคนป่วยมาโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาอาการเสียเลย“จะพาไปไหนคะ…ไม่กลับโรงแรมเหรอ”นับดาวอดถามไม่ได้เพราะทันทีที่ขาก้าวลงจากเรือก็โดนเขาลากจูงมาขึ้นรถแล้วขับออกมุ่งหน้ามาที่ไหนสักที่“ไปโรงพยาบาลให้หมอดูตรวจดูอาการหน่อย…เมื่อเช้าเรายังวิ่งเข้าไปอ้วกอยู่เลย…ถ้าเพลียหรือไม่มีแรงก็ให้หมอเข้าน้ำเกลือให้เลยดีไหม”“หึ…ตื่นตูมไปได้”คนตัวเล็กพึมพร่ำออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา ที่เขาทำอะไรเวอร์เกินสาเหตุคนฟังไม่ได้พูดอะไรต่อให้ยืดยาวเขาเพียงขับรถเงียบ ๆ ก่อนจะตบไฟเลี้ยวเข้าไปยังโรงพยาบาลที่คุ้นเคย เพราะเป็นโรงพยาบาลของครอบครัวของเขาเอง“ด
ช่วงเช้าของวันใหม่ร่างบอบบางขยับยุกยิกใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันคนตัวสูงก่อนจะรู้สึกก้อนกลม ๆ วิ่งขึ้นมาที่หน้าอกแล้ววิ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอ มือบางตวัดผ้าห่มจากตัววาดขาลงจากเตียงด้วยความไวพลางยกฝ่ามือปิดปาก นับดาวไม่รอช้าวิ่งตรงไปเข้าห้องน้ำก่อนจะโกงคอเอาอาหารและน้ำย่อยออกมาขณะที่นาวินรีบวิ่งเข้าไปหาคนตัวเล็กด้วยอาการร้อนใจและเป็นห่วงหลังจากที่เขารู้สึกตัวตื่นเพราะได้ยินเสียงอาเจียนดังเล็ดลอดออกมา“เป็นอะไร…ดาวเป็นอะไรมากไหม…ไม่ได้การล่ะ…พี่ว่าไปหาหมอดีกว่า”เสียงทุ้มพูดอย่างตื่นตระหนกร้อนรนพลางยกฝ่ามือลูบแผ่นหลังด้วยความเป็นห่วงใบหน้าหวานเสยขึ้นมองคนพูดหลังจากอาเจียนอาหารที่ทานเมื่อคืนออกมาจนหมด“ดาวไม่อยากไป…นอนพักสักหน่อยอาจจะหายก็ได้”เธอบอกก่อนจะล้างปากแล้วเดินไปทิ้งตัวนอนลงเตียง คนเป็นห่วงได้แต่ถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ก่อนจะเดินตามหลังคนขี้ดือมาที่เตียง เวลานี้เขาเป็นห่วงคนตัวเล็กจับใจ แต่ทำไมเธอถึงไม่ห่วงสุขภาพตัวเองเลย“ถ้างั้นก็นอนพักนะ”นาวินบอกพลางดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาห่มให้ก่อนจะยกฝ่ามือทาบทับบนหน้าผากเพื่อเช็คอุณหภูมิของร่างกายด้วยความเป็นห่วง“ตัวก็ไม่ร้อน ถ้างั้นนอนพักผ่อนก่อนนะพี่
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงนาวินกับนับดาวยังนั่งพูดคุยกับอยู่บนโซฟาถึงเรื่องที่ผิดใจกับและนาวินก็ถือโอกาสนี้ยอมสารภาพจนหมดเปลือกถึงเหตุผลว่าทำไม่ตัวเองถึงคิดทำเรื่องแบบนี้ได้“พี่ขอโทษดาวอีกครั้งนะที่ทำเรื่องแบบนี้ลงไป…แต่ที่พี่ทุกอย่างพี่คิดว่าดาวจะหนีและไม่ยอมหมั้นและแต่งงานกับพี่”“หึ…ตัวเองคิดไปเอง…ดาวไม่ได้จะหนีแค่ดาวขอเวลาเท่านั้นเองแค่นี้ก็ให้ไม่ได้เหรอ?”“พี่ไม่รู้…พี่ผิดเองที่ไม่ได้บอกดาวว่าพี่เป็นใครเลยทำให้เรื่องอย่างดูแย่ไปหมด…พี่ขอโทษนะต่อไปจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก…พี่จะไม่โกหกดาว…และพี่จะไม่ทำให้ดาวเสียใจ…พี่สัญญา”ไม่พูดเปล่านาวินยกเรียวนิ้วก้อยของตัวเองขึ้นมาเกี่ยวนิ้วก้อยของนับดาวและให้สัญญาเป็นอย่างมั่นเป็นเหมาะว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เวลานั้นนับดาวได้แต่ยอมยกเรียวนิ้วก้อยของตัวเองขึ้นคล้องเกี่ยวในเมื่อขากล้าสัญญาเธอจะยอมให้โอกาสเขาอีกครั้ง“สัญญาและนะถ้ารอบนี้พี่ทำแบบนี้อีกค่อยดูเถอะพี่จะไม่ได้เห็นหน้าดาวอีกต่อไป”คนตัวเล็กขู่“ครับ…ไม่ทำแล้วครับ”นาวินขานรับทันทีก่อนจะคิดได้ว่ามีบ้างอย่างที่อยากจะให้แฟนสาวร่างหนาจึงลุกขึ้นจากโซฟาขณะที่นับดาวถึงกับมอ