Masukเอมมาลินมาเรียนหนังสือตามปกติ แต่เธอไม่มีสมาธิในการเรียนเลย เอาแต่นั่งเหม่อลอยมองออกนอกหน้าต่างและฟุ้งซ่านตลอดเวลา จนเพื่อนรู้สึกผิดสังเกต หลายคนเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง แต่เธอก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอะไร พอเลิกเรียนเธอก็ออกมารอคนขับรถที่บ้านตามปกติ รถเบนซ์สีดำขับมาจอดตรงหน้าหญิงสาว เธอมองอย่างสงสัย แต่พอเห็นฌอร์นก้าวขาลงจากรถ หัวใจของเธอก็ร่วงมาลงที่ตาตุ่ม
“พี่ฌอร์น...”
“ฉันมารับเธอกลับบ้าน” เขาพูดช้าๆ เอมมาลินก้าวขาถอยหลัง แต่ฌอร์นถือวิสาสะจับมือเธอเสียก่อน
“ขึ้นรถ!”
“มะ... ไม่ค่ะ” เธอพยายามที่จะขัดขืน เขาจึงมองเธอด้วยสายตาดุดัน ทำให้เด็กสาวหวาดกลัว จำต้องเดินตามเขาเข้าไปในรถเบนซ์ เธอนั่งชิดริมขอบประตูและมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวง
“ฉันให้คนขนของออกมาจากบ้านเธอหมดแล้ว” เขาบอก เอมมาลินตัวสั่น ไม่กล้าสบสายตาเขา
“เวลาฉันพูดด้วย มองหน้าฉันสิ!” เขาเสียงดังและจับแขนเล็กๆ ของเธอไว้แน่น เอมมาลินน้ำตาร่วงพราว เธอตัวสั่นไปหมด
“ปล่อย... ปล่อยนะคะ” เธอพยายามจะแกะมือเขาออก ฌอร์นขยับตัวไปหาหญิงสาวใกล้ๆ และมองเธอด้วยสายตาที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่ชัดเจน
“พี่ฌอร์นจะทำอะไร... อย่านะคะ” เธอร้องห้าม แต่เขากลับดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่น กลิ่นกายเด็กสาวช่างหอมละมุน เขาก้มลงไปไซร้ซอกคอหญิงสาวเบาๆ เพื่อสูดดมกลิ่นแป้งเด็กที่อยู่บนใบหน้าและลำคอ เอมมาลินร้องไห้อย่างหวาดกลัว แม้ว่าบนรถจะมีลูกน้องเขาอีกสองคนที่นั่งข้างหน้า แต่เขาก็ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
“อย่าค่ะ อย่า!” เธอผลักเขาออก ฌอร์นหอมแก้มเธอหนักๆ และซุกใบหน้าเข้าไปหาเธอตามความต้องการของตัวเอง เพียงแค่ได้โอบกอดเด็กสาวและได้สัมผัสใกล้ชิด เขาก็มีความต้องการสูงปรี๊ดแบบหยุดไม่อยู่ ฌอร์นลูบๆ คลำๆ เนื้อตัวหญิงสาวหนักหน่วงขึ้น เอมมาลินจิกเล็กไปที่แขนของเขาและข่วนไปแรงๆ
“ชอบซาดิสม์หรือไง” เขาถาม ใบหน้าของทั้งสองคนอยู่ใกล้ไม่ถึงคืบ เธอส่ายหน้า ฌอร์นก้มลงจูบเอมมาลินทันที เขาบดขยี้เรียวปากแรงๆ จนเลือดของเธอไหลซึมออกมา เอมมาลินร้องได้แค่ในลำคอ แขนขาหมดแรงไม่สามารถขัดขืนเขาได้ เธอเบิกตากว้าง เขาจ้องมองตาเธออย่างเป็นผู้ชนะและยังคงบดจูบเรียวปากเล็กอย่างกระหาย เอมมาลินหายใจไม่ทัน เธอเหมือนกับจะขาดอากาศหายใจตลอดเวลา มือหนาของเขาล้วงเข้าไปในเสื้อนักเรียนและบีบเคล้นหน้าอกอวบขนาดพอดีมือแรงๆ อย่างหมั่นเขี้ยว
สิณ... คนขับรถลอบมองกระจกหลัง และหันไปมองนัท... เพื่อนร่วมชะตากรรมที่นั่งอยู่ข้างๆ ตั้งแต่เขาทั้งสองคนทำงานกับฌอร์นมา ไม่เคยเห็นเขาใจเร็วขนาดเมคเลิฟกับหญิงสาวบนรถเลยสักครั้ง
“อย่าค่ะ อย่า!” เธอร้องหวาดกลัว เขาก้มลงไปจูบเธออีกครั้ง คราวนี้เขาดูดเลียไปรอบๆ ริมฝีปากและแทรกปลายลิ้นเข้าไปอย่างช้าๆ เอมมาลินร้องไห้ หวาดกลัวแทบสิ้นสติ ยิ่งเขาเอามือเข้ามาบีบหัวนมที่มันตั้งชัน ยิ่งทำให้เธอตัวสั่น ความรู้สึกแปลกๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่างกายจนสมองเบลอไปหมด สุดท้ายเธอก็เป็นลมหมดสติฮวบลงไปในอ้อมกอดของชายหนุ่ม
“ชะเอม... ชะเอม!” ฌอร์นตกใจไม่น้อยที่เห็นหญิงสาวหมดสติในอ้อมแขน เขาประคองร่างโอบกอดเธอไว้อย่างนั้น
“อะไรวะ! แค่นี้ก็เป็นลม” เขาบ่น ทำให้ลูกน้องทั้งสองคนมองหน้ากัน
“ไอ้สิณ แกขับรถเร็วๆ หน่อยสิวะ ชักช้าอยู่ได้”
“ครับๆ”
สิณเหยียบคันเร่งหนักเท้าขึ้น ให้เดาเจ้านายตัวเองคงต้องการเอมมาลินมากจนไม่สามารถยับยั้งช่างใจได้อีกต่อไปแล้ว เสียแต่ว่าการจราจรในกรุงเทพช่างติดขัดเหลือเกิน พอขับรถกลับมาถึงบ้าน ฌอร์นก็อุ้มร่างเล็กเดินเข้าไปในบ้านและขึ้นห้องนอนทันที ทิ้งให้ลูกน้องทั้งสองคนมองหน้ากันตาปริบๆ
ฌอร์นอุ้มเอมมาลินขึ้นมาบนห้องนอนของตัวเอง เขาค่อยๆ วางตัวเธอลงบนเตียงนุ่ม เธอหมดสติไปพักใหญ่แล้ว มือเล็กๆ ของเธอเย็นเฉียบ ใบหน้ายังคงซีดเผือด ผมสวยๆ ที่ถูกถักเป็นเปียสองข้างแบบก้างปลายุ่งเหยิง เขาจับขาทั้งสองข้างของเธอเหยียดยาวและถอดรองเท้าให้ เรียวขาขาวเนียนอยู่ภายใต้กระโปรงนักเรียนสีน้ำเงินเข้ม เสื้อผ้าของเธอยับยู่ยี่จากการที่เขาลวนลามเธอเมื่อครู่ ฌอร์นถลกกระโปรงขึ้น เห็นเนื้อกายสาวภายใต้กางเกงชั้นใน จิตใจก็ร้อนรุ่มขึ้นมาทันที ชายหนุ่มวางมือไปบริเวณดอกไม้งาม แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อเธอสวมผ้าอนามัยอยู่ ฌอร์นนึกเซ็งในใจ ได้ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเธอเอาไว้ และเฝ้ารอเวลาให้เธอตื่นขึ้นมา
เวลาผ่านไปไม่นาน ฌอร์นก็สังเกตเห็นหญิงสาวเริ่มขยับร่างกาย ท้องน้อยๆ ของเธอร้องโครกครากเสียงดัง เธอลืมตาตื่นขึ้นมาช้าๆ อย่างงุนงงและกวาดสายตามองไปรอบตัว พอดวงตาคู่โตหยุดที่เขา เธอก็ดีดตัวลุกขึ้นถอยหลังกรูดทันที
“พี่ฌอร์น!” เธอร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว สัมผัสรุนแรงจากเขายังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ
“ถูกตัวนิดหน่อยทำมาเป็นลม บอบบางเหลือเกินนะ” เขาประชด เอมมาลินเบะปากจะร้องไห้ เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อของตัวเองเลยสักคน ที่ผ่านมาเธอเรียนโรงเรียนหญิงล้วนมาตลอด แต่พอมาเจอกับเขา เขากลับลวนลามเธอแบบที่เธอไม่เต็มใจ ทำให้เธอตกใจจนหมดสติ
“ชะเอมจะกลับบ้านค่ะ” เธอบอก ทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
“เธอเข้ามาอยู่ในบ้านฉันแล้ว ไม่มีโอกาสได้ไปไหนตามอำเภอใจอีกแล้ว”
“ชะเอมยังไม่พร้อมที่จะมาอยู่กับพี่ ชะเอมยังไม่พร้อม...”
“ถึงไม่พร้อมก็ต้องพร้อม เพราะพ่อเธอเอาเงินฉันไปใช้หนี้หมดแล้ว!” เขาขึ้นเสียง ทำให้เธอหงอลง เอมมาลินหลบสายตาที่จ้องมองเธออย่างจาบจ้วง
“เป็นประจำเดือนมากี่วันแล้ว” เขาถาม เอมมาลินขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันอย่างสงสัยว่าเขาจะถามไปทำไม
“วันนี้วันแรกค่ะ”
“ถ้างั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงไปกินข้าวกับฉัน กินข้าวเสร็จฉันจะพาเธอไปโรงพยาบาล” เขาลุกขึ้นยืนและบอกกับเธอ เอมมาลินเงยหน้ามองเขาอย่างไม่เข้าใจ
“ไปโรงพยาบาล... ไปทำไมคะ”
“ฉันจะพาเธอไปตรวจร่างกาย และไปฝังยาคุม!” เขาเน้นเสียงในประโยคสุดท้าย เอมมาลินได้ยินก็ยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก
“ฝังยาคุม... ทำไมต้องฝังด้วยคะ” เธอเอียงคอถาม ดวงตาของเธอใสซื่อเสียจนเขาอยากจะจับเธอกดแล้วร่วมรักอย่างไม่ปราณีเสียเดี๋ยวนี้
“เพราะฉันไม่ต้องการให้เธอมีมารหัวขนยังไงล่ะ เธอก็น่าจะรู้ตัวดีว่าเธอมาอยู่กับฉันในฐานะเครื่องมือบำบัดความใคร่ เป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ของฉัน ฉันต้องการแต่เธอ ไม่ต้องการเด็กที่มันอาจจะเสี่ยงเกิดขึ้นระหว่างที่เรามีอะไรกัน อ้อ... ฉันจะบอกให้รู้ไว้อย่างหนึ่งก็ได้ว่าฉันชอบสด ไม่ชอบใส่ถุง มันทำให้ฉันเสียวไม่สุด แต่ที่ผ่านมาฉันจำเป็นต้องป้องกัน เพราะผู้หญิงพวกนั้นผ่านประสบการณ์มาโชกโชน ต่างจากเธอ... แม่สาวน้อย...” เขาตอบคำถามหน้าตาเฉย มือหนาลูบไล้ปลายคางเธอเบาๆ
“ถ้า... มันพลาดล่ะคะ” เธอถามต่อ เขาหัวเราะอย่างดุร้าย
“ฉันก็จะเป็นคนเอามันออกเอง เอาออกด้วยมือของฉันเอง มันจะไม่มีโอกาสได้โตหรือได้ลืมตาดูโลกเด็ดขาด!” พูดจบฌอร์นก็เดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้หญิงสาวนั่งตัวสั่นขนลุกวาบไปหมดทั้งตัว นี่พ่อส่งเธอให้มาอยู่กับอสูรร้ายหรืออย่างไรกัน ทำไมเขาถึงได้มีจิตใจที่โหดเหี้ยมอำมหิตขนาดนี้
พอไปถึงโรงพยาบาล ฌอร์นก็ให้เธอไปเจาะเลือดเพื่อตรวจดูโรคติดต่อต่างๆ เมื่อตรวจเสร็จและพบว่าเธอปกติดี จึงพาเธอไปฝังยาคุม การฝังยาคุมเขาเลือกฝังระยะ 3 ปี ใช้เวลาในการฝังไม่เกิน 20 นาทีก็เสร็จแล้ว
เอมมาลินฝังยาคุมที่ท้องแขนด้านซ้าย ซึ่งเป็นด้านที่เธอไม่ถนัด เพียงแค่โดนเข็มฉีดยาชา เธอก็เจ็บจนแทบจะเป็นลม หน้าซีด จนพยาบาลต้องคอยประคองและเอายาดมมาให้ เอมมาลินเป็นคนที่กลัวเข็มเจาะเข้าไปในเนื้อตัวเองมาก เธอไม่ชอบความรู้สึกเวลาที่เข็มเย็นๆ เจาะผ่านเนื้อตัวเอง
ช่วงที่อยู่บนรถเธอเปิดอ่านผลข้างเคียง ก็พบว่ามีผลข้างเคียงน้อยกว่ายาคุมที่กินทุกวัน เพราะยาคุมแบบฝังเป็นฮอร์โมนโปรเจสติน เพียงชนิดเดียวเท่านั้น ทำให้ไปฟองไข่หยุดการเจริญเติบโต และยังช่วยให้มูกที่ปากมดลูกเข้มข้น ส่งผลให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้ยากด้วย ที่สำคัญคือเธอไม่ต้องไปพะว้าพะวงเรื่องการกินยาคุมที่ต้องกินทุกวัน เพราะมันมีความเป็นไปได้ว่าเธอจะลืมกินยา และให้กำเนิดมารหัวขนอย่างที่เขาบอกไปก่อนหน้านี้
ตอนขึ้นรถกลับบ้าน เอมมาลินจับท้องแขนด้านซ้ายด้วยความเจ็บปวด แผลที่เย็บเริ่มแดงขึ้นมาเล็กน้อย แต่เธอก็ได้รับคำปลอบใจจากชายหนุ่มข้างกายว่าแผลมันไกลหัวใจ ไม่ทำให้เธอตาย แต่ถ้าเธอไม่ทำตามที่เขาบอก ทั้งเธอและครอบครัวอาจจะตายด้วยกันทั้งหมดก็ได้!
“ฉันให้เวลาเธอเตรียมใจในการเป็นเมียฉัน 7 วันหลังจากนี้ แผลหายดีเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน” เขาบอกหลังจากที่กลับมาถึงบ้าน เขาให้เธอจัดเสื้อผ้าใส่ตู้ในห้องแต่งตัว เอมมาลินใจสั่นไหว ยังนึกภาพไม่ออกว่ามันจะเป็นยังไง เป็นในรูปแบบไหน หากเธอมีประตูโดเรม่อน เธอจะพาตัวเองและครอบครัวหนีไปให้ไกลสุดล่าฟ้าเขียว!
2 เดือนผ่านไป... “โอ๊ย! พี่ฌอร์น ช่วยชะเอมด้วย ชะเอมเจ็บท้อง โอ้ยยย” เสียงร้องของหญิงสาว ปลุกฌอร์นให้สะดุ้งตื่นมากลางดึก เขารับเปิดไฟในห้องนอนทันที“ชะเอม เป็นยังไงบ้าง” เขาถามเพราะก่อนหน้านี้เอมมาลินเจ็บท้องเตือนบ่อยๆ“เจ็บค่ะ เจ็บถี่ๆ ไม่ไหวแล้วค่ะ โอ้ย!” เอมมาลินร้องลั่น เรียกทุกคนในบ้านให้ออกมาดู ฌอร์นก้มลงมองที่หว่างขา เห็นน้ำไหลออกมาไม่หยุด เขาเบิกตากว้าง“ชะเอม น้ำเดินแล้ว!” เขาร้องอุทาน ทำตัวไม่ถูก เอมมาลินร้องด้วยความเจ็บปวดจนหน้าดำหน้าแดง“ฌอร์น รีบพาชะเอมไปโรงพยาบาลเร็ว!” อวสรบอก ฌอร์นรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และพาเอมมินไปโรงพยาบาล เขาขับรถอย่างเร่งรีบ แต่ก็ระมัดระวังความปลอดภัยด้วย ชายหนุ่มทั้งสงสารและตื่นเต้นในคราวเดียวกัน พอถึงโรงพยาบาล เอมมาลินถูกนำตัวส่งเข้าห้องคลอด โดยมีเขาตามเข้าไปติดๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาแสดงความจำนงกับหมอแล้วว่าจะขอเข้ามาตอนทำคลอดด้วย“อื้อ... โอ้ย... เจ็บเหลือเกิน!”“ชะเอม อดทนหน่อยนะ อดทนนะ” เขาจับมือเธอแน่นอย่างให้กำลังใจ ตอนนี้เอมมาลินเหงื่อแตก น้ำตาไหลพราก“ฮือออ พี่ฌอร์น ชะเอมกลัว!”“ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่นี่ จะไม่ทิ้งเธอไปไหน” เขาพูดปลอบประโลม“ปาก
ภัทรดนัยกลับไปแล้ว ตอนนี้อวสรกับสุภัทราก็เตรียมจึงขึ้นนอนแล้ว ส่วนเอมมาลินเดินกลับขึ้นห้องไปได้พักใหญ่ ฌอร์นกระดกเหล้าแก้วสุดท้ายเข้าปาก แล้วความคิดดีๆ ก็เกิดขึ้น เขาเดินไปที่ห้องเอมมาลิน ก่อนจะเคาะประตูสองสามครั้ง เธอถึงเปิดประตูออกมา“มีอะไรคะ” เธอถาม ฌอร์นผลักประตูและแทรกกายเข้าไป เขาล็อกประตูไว้แน่นหนา และโอบกอดเธอไว้แน่น“พี่ฌอร์น จะทำอะไรคะ!”“คิดถึง อยากกอด” เขาว่า แล้วก้มลงซุกไซ้ซอกคอ เอมมาลินผลักเขาออก“พี่ฌอร์น เมาแล้วนะคะ ไปอาบน้ำนอนเถอะค่ะ” เธอพูดเสียงดุ หลังได้กลิ่นเหล้าจากตัวเขา“ชะเอม... ฉันรักชะเอมนะ” เขาบอก และดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้ เอมมาลินพยายามผลักเขาออก ฌอร์นจึงรวบตัวเธอไว้แน่น กดริมฝีปากจูบหญิงสาวแนบสนิท บดขยี้เรียวปากอย่างดูดดื่ม ลิ้นฉกาจสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากของเธอ“พี่... อย่า... อื้อ...” เสียงเธอขาดเป็นห้วงๆ เพราะรู้สึกสยิวกับสัมผัสที่เขามอบให้ ฌอร์นอุ้มเธอไปที่เตียง เขากอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเธอเนิ่นนาน ริมฝีปากลากไปทั่วทั้งกายของหญิงสาว เธออาบน้ำเสร็จมาใหม่ๆ กลิ่นกายหอมกรุ่นยั่วใจเขาดีเหลือเกิน ยังไม่นับรวมกับหน้าอก สะโพกที่ขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีก มือหนากุมหน้า
ฌอร์นตื่นมาตอนเช้า เห็นเอมมาลินยังหลับอยู่ เขากดริมฝีปากจูบพวงแก้มนุ่มและเอามือลูบท้องเธอเบาๆ เขาลุกขึ้นไปอาบน้ำ แต่งตัว วันนี้เขาจะต้องไปที่บริษัทในเครือ ที่กำลังประสบปัญหาอยู่ มีหลายอย่างที่เขาจะต้องเร่งสะสาง พอออกมาจากห้องน้ำ เธอก็ตื่นพอดี“ตื่นแล้วเหรอ”“ค่ะ”“วันนี้ฉันจะต้องไปบริษัท ถ้ามีอะไรเรียกใช้สิณได้เลยนะ” เขาบอก เอมมาลินไม่ตอบอะไร เพราะเธอเองก็อยู่แต่บ้าน ไม่ได้อยากไปไหนสักเท่าไหร่ฌอร์นกับเอมมาลินลงมากินข้าวพร้อมกัน ทำให้อวสรและสุภัทรามองหน้ากันแล้วก็ยิ้มๆ ตอนนี้เอมมาลินเพลาๆ เรื่องการต่อว่า โวยวายลงไปได้เยอะ เป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ฌอร์นกับเอมมาลินจะได้คืนดีกัน“กินข้าวจ้ะ” สุภัทราลุกขึ้นไปตักข้าวต้มหมูร้อนๆ มาให้ทั้งสองคน เอมมาลินนั่งกินเงียบๆ ขณะที่ฌอร์นลอบมองหญิงสาวอยู่บ่อยๆ“วันนี้คุณจะไปไหนเหรอ” อวสรถาม“ผมต้องเข้าบริษัทน่ะครับ บริษัทรับเหมาก่อสร้าง เกิดปัญหานิดหน่อย ต้องเข้าไปดูด้วยตัวเอง” ฌอร์นบอกอย่างสบายๆ แม้ในใจจะวิตกกังวลไม่น้อยเหมือนกัน“เพราะคุณจีหรือเปล่า” อวสรถามอีก เอมมาลินชะงัก ทำเหมือนไม่สนใจ แต่จริงๆ แล้วเธอกำลังแอบฟังอยู่“ครับ ปล่อยข่าวว่าบริษัทผมฮั้วป
“ไปไหนกันมา ได้ของกลับมาเยอะแยะเลย” อวสรเอ่ยถาม เมื่อเห็นเอมมาลินกลับมาพร้อมกับฌอร์น ฌอร์นหิ้วของเข้ามาพะรุงพะรัง จนสิณต้องเข้าไปช่วย“หาหมอเสร็จก็ไปห้างสรรพสินค้าค่ะ มีแต่ของใช้ส่วนตัวกับขนม”“กินข้าวมาแล้วหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณพ่อ”“ไปกินอะไรกันมา บอกพ่อได้ไหม” อวสรถามอีก เขาพยายามทำให้สถานการณ์มันดีขึ้น เพราะลึกๆ แอบสงสารฌอร์นเหมือนกัน ที่ต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลูกสาวเขาคนเดียว“ปิ้งย่างค่ะ ร้านเดิมที่ชะเอมชอบกิน” เอมมาลินตอบ อวสรร้องอ๋อและหันไปมองหน้าฌอร์นก่อนจะยิ้มให้“ขอบคุณมากนะฌอร์น ที่ดูแลลูกสาวผม”“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ผมเต็มใจทำ”“ถ้าอย่างนั้นชะเอมขอขึ้นไปพักก่อนนะคะ”“ได้ลูก วันนี้ไปมาหลายที่คงเหนื่อย”เอมมาลินเดินขึ้นห้องนอนไปแล้ว ฌอร์นมองตามตาละห้อย สองสัปดาห์แล้วที่เขาเข้ามาอยู่ที่นี่ แต่เอมมาลินก็ไม่ใจอ่อนสักที เขาคิดถึงเธอ อยากนอนกอดเธอเหมือนเมื่อก่อน แต่ตอนนี้แม้แต่หน้าห้องเขายังไม่มีสิทธิ์ หากเป็นบ้านเขา เขาจะรีบเอากุญแจสำรองมาไข ไม่ก็พังประตูไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด“เมื่อไหร่ชะเอมจะใจอ่อนเสียที”“ลูกสาวผมเป็นคนเจ็บแล้วจำ คุณต้องทำใจหน่อยนะ” อวสรตบบ่าฌอร
ฌอร์นอาศัยช่วงที่เอมมาลินหลับ กลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว และงานต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ เขาจะย้ายสำมะโนครัวไปอยู่บ้านอวสรเป็นการชั่วคราว จนกว่าเมียจะหายโกรธ นัทกับสิณต้องช่วยกันขนของยกใหญ่ สิณได้แต่อมยิ้ม เพราะไม่เคยเห็นเจ้านายตัวเองอยู่ในโหมดนี้มาก่อน“ไอ้สิณ แกยิ้มอะไรของแก” ฌอร์นจับสังเกตลูกน้องได้ก็เอ่ยถาม“เจ้านายเปลี่ยนไปเยอะเลยนะครับ”“เปลี่ยนไปยังไง ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ตั้งนานแล้ว”“ก็... เปลี่ยนไปตรงที่... ไม่เคยง้อผู้หญิงคนไหนเท่าคุณหนูชะเอมมาก่อน”“แกนี่ก็พูดแปลก นั่นลูกกับเมียฉันนะ ฉันจะปล่อยให้ไปอยู่ไกลหูไกลตาได้ยังไง” เขาส่ายหน้า สิณจึงได้แต่ยิ้มๆ กับนัทสองคน และก้มหน้าขนของต่อ สิณขับรถไปส่งเจ้านายตัวเองที่บ้านอวสร อวสรงงที่เห็นฌอร์นหอบสัมภาระมาที่นี่เยอะแยะ“ฌอร์น...”“ผมจะมาอยู่บ้านคุณนะ หวังว่าคุณคงจะอนุญาต” เขาบอก อวสรเห็นเขาขนของมาขนาดนี้ จะไม่อนุญาตคงไม่ได้แล้ว“ได้สิ วันนี้ผมให้ภรรยาผมทำความสะอาดห้องให้แล้ว ห้องคุณอยู่ตรงข้ามกับห้องชะเอม”“ดีเลย...” ฌอร์นบอก เพราะเขาจะได้หาจังหวะตอนเธอเผลอ เข้าไปนอนกับเธอด้วยบ่อยๆ“ชะเอมตื่นหรือยังครับ”“ยังเลย นอนหลับไม่รู
เขามองหญิงสาวที่กำลังพับผ้าใส่กระเป๋าอย่างเอ็นดู บนตัวเขามีผ้าห่มด้วย อย่างน้อยเธอก็ไม่ใจร้ายกับเขามากจนเกินไป ฌอร์นยิ้มน้อยๆ และมองเอมมาลินอยู่อย่างนั้น ในใจหวนนึกถึงครั้งแรกที่เจอกัน เธอเป็นเพียงเด็กสาววัยมัธยมที่อ่อนแอ ไร้เดียงสา ผ่านมา 4 ปี เธอต้องเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย ทั้งดีและแย่ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเขาทั้งนั้น ทำให้เธอเข้มแข็งและดูแลตัวเองได้มากขึ้น ที่สำคัญคือเธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้ว“ชะเอม...” เขาเรียกเธอ เอมมาลินหันมามองเขาเป็นเชิงถาม“กลับไปกรุงเทพ ไปอยู่กับฉันเหมือนเดิมนะ” เขาลุกขึ้นนั่ง และมองสบตา เอมมาลินส่ายหน้า“ไม่ค่ะ ชะเอมตัดสินใจแล้ว”“แต่เธอกำลังท้องนะ ท้องกับฉัน เด็กในท้องเป็นลูกฉัน ก็ต้องอยู่กับฉัน”“เด็กในท้องเป็นลูกของชะเอมคนเดียว ไม่ใช่ลูกของพี่!”“ถ้าไม่ใช่ลูกของพี่แล้วเด็กมันจะเกิดมาได้ยังไง เธอจะไปท้องกับกระบอกไม้ไผ่ไม่ได้นะ”“พี่ฌอร์น!” เธอหันมามองเขาตาเขียว ฌอร์นลุกขึ้นเดินไปหาเธอใกล้ๆ และดึงตัวเธอขึ้นมากอดไว้หลวมๆ“อย่าดื้อนักได้ไหม ฉันมารับเธอแล้ว กลับไปอยู่กับฉัน เราจะอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม”“มันไม่เหมือนเดิมแล้วค่ะ พี่ฌอร์นปล่อยชะเอม!”“ฉันบอกแล้วไงว







