Masuk7 วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เอมมาลินพยายามคิดหาแผนการที่จะหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับเขา ตอนนี้เธอนอนห้องข้างๆ ฌอร์น เธอมาอยู่กับเขาในสถานะเมียเก็บจริงๆ เขาไม่ให้เธอเข้าไปในห้องนอนของเขาอย่างเด็ดขาด เธออยู่ได้เพียงห้องนอนตัวเอง ห้องรับแขก ห้องครัว และห้องหนังสือเท่านั้น
วันหยุดช่วงเช้านี้ เอมมาลินไม่ยอมลงมากินข้าว เธออ้างกับแม่บ้านว่าไม่สบาย ปวดท้องประจำเดือน ฌอร์นกินมื้อเช้าเสร็จเขาก็ขึ้นมาดูอาการหญิงสาว พอเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าเธออาบน้ำแต่งตัวแล้ว และทำเป็นนอนซมอยู่บนเตียง
“เป็นยังไงบ้าง” เขาถาม เอมมาลินแสร้งหลับตา ทำหน้าบิดเบี้ยว
“ปวดท้องค่ะ”
“ปวดมากเลยเหรอ” เขาถามอีก เธอพยักหน้า ฌอร์นกระตุกยิ้มที่มุมปากและเดินเข้าไปใกล้
“แต่ฉันไม่สนหรอกนะว่าเธอจะปวดท้องมาก หรือปวดท้องน้อย อ้อ... ลืมบอกไปว่าฉันน่ะเป็นพวกซาดิสม์ ชอบฝ่าไฟแดงเสียด้วย” เขาบอก เอมมาลินลืมตาโพรง เธอลุกขึ้นนั่งและถอยกายออกห่าง
“พี่ฌอร์น!”
“ฉันพูดเรื่องจริง ไม่ได้โกหก” เขายืนยัน และถอดเสื้อของตัวเองออก เหลือเพียงกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มเท่านั้น เอมมาลินหันซ้ายหันขวา พยายามหาทางหนีทีไล่ แต่ก็ไม่รู้จะหนีไปไหน ที่นี่เป็นบ้านเขา ออกไปก็เจอแต่แม่บ้านและลูกน้องหน้าโหด
“แต่ชะเอมปวดท้อง พี่ฌอร์นไม่สงสารชะเอมหรือคะ” เธอแสร้งทำหน้าเศร้า แต่คนรู้ทันกลับส่ายหน้า เขาดึงขาเธอเต็มแรง เอมมาลินร้องกรี๊ดอย่างตกใจ ก่อนที่เขาจะดึงเสื้อกล้ามของเธอออก กลิ่นเด็กสาวช่างยั่วยวนใจเขายิ่งนัก
“อย่าค่ะ!” เธอร้องห้าม แต่ก่อนที่เขาจะทำอะไรลงไป เสียงโทรศัพท์มือถือเขาก็ดังขึ้น ฌอร์นสบถเสียงดังอย่างไม่พอใจ แต่พอเห็นเบอร์ที่โชว์อยู่หน้าจอ เขาก็จำใจต้องกดรับสาย
“ว่าไง!”
“นายครับ มีเรื่องด่วนครับ”
“เรื่องด่วนบ้าบออะไรวะ!” เขาตะคอกใส่โทรศัพท์
“ไอ้วัฒน์... อดีตลูกน้องเรามันแอบขโมยข้อมูลบริษัทไปขายให้กับบริษัทคู่แข่ง ตอนนี้ผมจับตัวมันมาได้แล้ว อยู่ในห้องโถง” ลูกน้องคนสนิทรายงาน สิ่งที่ได้ยินทำให้อารมณ์ทางเพศของชายหนุ่มดับวูบ
“มันรับสารภาพแล้วหรือยัง”
“ยังครับ”
“เดี๋ยวฉันจะลงไปตอนนี้ล่ะ” เขากดวางสายและมองหญิงสาวอย่างแสนเสียดาย เขาอยากจะมีเวลาร่วมรักกับเธอให้มากๆ แต่พอมีเรื่องแบบนี้เข้ามา ก็ต้องหยุดความต้องการของตัวเองเอาไว้ก่อน แต่ไม่เป็นไร ยังไงเธอก็อยู่ในเงื้อมมือเขาอยู่แล้ว เธอไม่มีทางหนีเขาไปไหนพ้น
“วันนี้รอดตัวไป!” เขาเปรยและจ้องมองเธออย่างกับจะเขมือบ เอมมาลินรีบสวมเสื้อตัวเองให้เรียบร้อย และมองเขาอย่างหวาดๆ
ฌอร์นออกไปจากห้องเธอแล้ว แต่เธออยากรู้ว่าเขามีเรื่องอะไรกัน จึงแกล้งทำเป็นเดินลงไปกินข้าวเช้า ระหว่างที่นั่งกินข้าวอยู่บนโต๊ะอาหาร เธอก็ได้ยินเขาตะโกนด่าทอโวยวายเสียงดัง เอมมาลินจึงวางช้อนและเดินไปแอบดู
ภาพที่เห็นทำให้ขนในกายเธอลุกชัน เธอหนาวเย็นยะเยือกไปหมดทั้งตัว เพราะตอนนี้ฌอร์นกำลังต่อยหน้าผู้ชายคนหนึ่งจนใบหน้าเละเทะไปหมด เขาเตะเข้าซี่โครงและกระทืบซ้ำหลายครั้ง โดยที่ลูกน้องทั้งสองคนไม่ได้ห้ามเลย
เอมมาลินเอามือปิดปากตัวเองแน่น จังหวะเดียวกับที่สิณ... ลูกน้องของเขาหันมาเห็นเธอยืนอยู่พอดี ฌอร์นเห็นสินมองมาทางห้องอาหาร เขาก็มองตาม เห็นเธอยืนตัวสั่นระริกอยู่ก็ชะงัก เอมมาลินรีบหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะอาหารเช่นเดิม
“บัดซบ!” ฌอร์นสบถและดึงร่างที่ไร้สติขึ้นมา
“พอก่อนเถอะครับนาย เดี๋ยวมันจะตายเอา” สิณปรามคนเป็นเจ้านายเลือดร้อน
“นั่นแหละที่ฉันต้องการ คนทรยศก็ต้องโดนแบบนี้”
“เราจะทำยังไงต่อไปครับ”
“เอาตัวมันไปปล่อยไว้หน้าบ้านมันนั่นแหละ ไหนๆ มันก็ขายข้อมูลบริษัทเราไปแล้ว และตัวมันเองก็ลาออกจากบริษัทไปแล้วด้วย หลังจากนี้เราก็ต้องปรับกลยุทธ์การตลาดกันใหม่” ฌอร์นพูดอย่างอารมณ์เสีย
“ครับ”
“ไปสตาร์ทรถ ฉันจะเข้าบริษัทตอนนี้” เขาสั่ง สิณรีบทำตาม แต่ก่อนจะออกไปจากบ้าน เขาหันไปทางห้องอาหารและตัดสินใจเดินไปหาเด็กสาวที่แอบดูอยู่เมื่อครู่
“ลงมากินข้าวไหวแล้วเหรอ” เขาถาม เอมมาลินทำช้อนหล่น มือไม้ของเธอสั่นระริก
“คะ... ค่ะ” เธอตัวสั่น หน้าซีด หวาดกลัวเขาเหลือเกิน
“ที่เธอเห็นน่ะแค่เบาะๆ จริงๆ ฉันทำมากกว่านี้ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นอยู่กับฉันต้องเชื่อฟังคำสั่งของฉัน อย่าขัดขืน ไม่อย่างนั้นฉันก็จะทำกับเธอเหมือนกับทำกับไอ้บ้านั่น!” เขาพูดเสียงเบาทุ้มต่ำแทบจะกระซิบ แต่แววตาของเขาบอกว่าเขาเอาจริงแน่นอน หัวใจของเด็กสาวกระตุกวาบ นี่เธอหลุดมาอยู่ในดงมาเฟียหรืออย่างไรกัน เอมมาลินกลัวมาก เธอไม่กล้ามองสบตาเขาเลย
“วันนี้ฉันจะไม่อยู่บ้าน อยากได้อะไรก็บอกลูกน้องฉันก็แล้วกัน” พูดจบเขาก็หันหลังเดินออกไป ทิ้งให้เธอยื่นเหงื่อแตกอยู่คนเดียว เธอหันไปมองจานข้าวตรงหน้าแล้วก็กินไม่ลง ภาพชายฉกรรจ์ถูกซ้อมจนเลือดอาบยังคงติดตาเธอไม่จางหายไป หากเธอหนีออกจากบ้าน ไม่ยอมมาอยู่กับเขา คนที่จะถูกซ้อมเช่นเดียวกับชายคนนี้คือพ่อของเธอนั่นเอง และนี่เป็นครั้งแรกที่เธอตัดสินใจถูกที่ไม่หนีออกจากบ้านไปเสียตั้งแต่ตอนนั้น ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่มีพ่อกับแม่ให้เรียกหาอย่างแน่นอน
เอมมาลินยืนรอรถมารับเช่นเดิม พอเห็นรถยนต์ BMW คันที่คุ้นตามาจอดด้านหน้า เธอก็ขึ้นรถ โดยที่ไม่ได้สังเกตอะไร เพราะปกติสิณจะเป็นคนขับรถมารับมาส่งเธอทุกวันอยู่แล้ว แต่เมื่อขึ้นไปนั่งบนรถ เธอก็ต้องตกใจ เพราะมีชายหนุ่มที่เธอไม่อยากเห็นหน้ามากที่สุดนั่งอยู่ข้างๆ
“พี่ฌอร์น...” เธอเขยิบตัวไปจนติดประตูรถ
“ใช่ ฉันเอง”
“พี่ฌอร์นมาทำไมคะ” เธอถามอีก พอพูดไปแล้วก็รู้สึกว่ามันช่างเป็นคำถามที่โง่แสนโง่
“มารับเธอไง” ว่าแล้วเขาก็ฉุดแขนเธอให้มานั่งใกล้ๆ เอมมาลินยื้อสุดแรงและพยายามผลักดันเขาออก
“ปล่อยนะคะ!” เธอร้องโวยวายและขัดขืน ทำให้ฌอร์นรู้สึกสนุก เขาชอบนักผู้หญิงพยศแบบนี้ ฌอร์นออกแรงดึงทีเดียวเธอก็ถลาเข้ามาซบที่หน้าอก ชายหนุ่มรวบตัวเธอและกอดไว้แน่น
"พี่ฌอร์นจะทำอะไร ปล่อยนะคะ!” เอมมาลินดิ้น เขากระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเคยชินและกดริมฝีปากจูบหญิงสาว เอมมาลินดิ้นขลุกขลัก เธอข่วนลำคอและแขนของเขาด้วยเล็บที่มีอยู่น้อยนิด แต่ด้วยแรงของเธอทำให้ผิวกายเขาเป็นรอย ฌอร์นบดขยี้เรียวปากเต็มแรง เขารุกเธออย่างหนักจนเธอตัวอ่อน และยังล้วงมือเข้าไปในเสื้อนักเรียนของเธออีกด้วย สิณทำตัวไม่ถูกที่ต้องเข้ามาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้ รู้สึกเคอะเขินยังไงก็ไม่รู้ ต่างจากเจ้านายตัวเองที่ยังคงเล่นบทรักกับเด็กสาวไม่เลิก
“อย่า... อย่าค่ะพี่ฌอร์น” เธอห้ามปราม แต่เขาก็ไม่ฟัง มือหนาถลกกระโปรงนักเรียนสีกรมท่าขึ้น เขาลูบๆ คลำๆ ต้นขาขาว เอมมาลินร้อนไปหมดทั้งตัว นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาล่วงเกินเธอแบบนี้
“อื้อ... ไม่ค่ะพี่ฌอร์น ยะ... หยุด... หยุดเดี๋ยวนี้!”
“ยิ่งเธอดิ้น ก็ยิ่งทำให้ฉันตื่นเต้น” เขาบอก เอมมาลินชะงัก มองเขาอย่างหวาดกลัว เสื้อผ้าของเธอหลุดลุ่ยหมดแล้ว
“พี่ฌอร์นจะทำแบบนี้กับชะเอมบนรถไม่ได้นะคะ” เธอพยายามหาเหตุผลมาห้าม แต่เขาก็ไม่สนใจ กลับก้มจูบไซ้คอเธออีก กลิ่นแป้งเด็กนั้นหอมยั่วยวนใจกว่าน้ำหอมราคาแพงเป็นไหนๆ
“อื้ม... อ่าส์... อ๊าย!” เอมมาลินร้องครางเบาๆ อย่างลืมตัว เขาบีบหน้าอกเธอเต็มแรงจนเธอร้องอย่างเจ็บปวด ฌอร์นขบเม้มลำคอจนเกิดรอยจางๆ ไปทั่ว และด้วยสถานที่มันช่างคับแคบ ทำให้เอมมาลินหาทางหนีไม่เจอ เธอถูกดันตัวให้เอนกายนอนหงายไปบนเบาะรถ ขณะที่เขาคร่อมร่างเธอและเบียดกายเข้าหา
“อะ... เอ่อ... เจ้านายครับ” สิณทนมองฉากรักสวาทหวามไม่ไหว เขาพยายามปรามเจ้านายหนุ่ม แต่มันก็ช่างทำให้ขัดใจนัก
“มีอะไร!” เขาถามเสียงดุ มองลูกน้องตาเขียว
“อีกนิดเดียวก็ถึงบ้านแล้วครับ” สิณบอก ฌอร์นถอนหายใจ ตอนนี้เธออยู่ใต้ร่างเขาแล้ว เขาอยากจะสัมผัสเธออีก แต่ดูเหมือนเจ้าลูกน้องจะขัดจังหวะเสียจริง
“รู้แล้ว ก็รีบขับรถไปให้ไวๆ สิ!” เขาเอ็ด สิณรีบเหยียบคันเร่ง
“ครับๆ”
“พี่ฌอร์น หยุดนะคะ หยุด!” เอมมาลินร้องห้าม ฌอร์นก้มลงจูบปากเธออีก แต่คราวนี้เขาทั้งจูบและดูดดึงปลายลิ้นเล็ก หลายสัปดาห์มานี้ยังไม่มีผู้หญิงคนไหนตกถึงท้องเขาเลยสักคน ช่วงนี้ทำแต่งานจนไม่มีเวลาที่จะหลับนอนกับผู้หญิงที่เขามักจะให้ลูกน้องไปหามาให้ พอมีเด็กสาวเอมมาลินเข้ามาอยู่ในบ้าน เขาก็จ้องแต่จะงาบเธอทุกเวลา แต่เขาก็ยังไม่ว่างที่จะมาทำอะไรๆ แบบนี้กับเธอ
ชายกลัดมันจ้องมองเด็กสาวอย่างกระหาย ทำให้เอมมาลินร้อนรนไปหมดทั้งกาย เธอหายใจหอบระรัวและหวาดกลัวเขาในคราวเดียวกัน สองมือหนาขยุ้มหน้าอกอวบขนาดพอดีมือ เขานวดคลึงอย่างมันมือและดูดลำคอขาวนวลเนียนจนเป็นจ้ำๆ เอมมาลินเบือนหน้าหนี น้ำตาไหลอย่างหวาดกลัว
“อย่าค่ะ... อย่า...” เสียงร้องห้ามของเธอไม่เป็นผลสำหรับเขาเลย เขายังคงซุกซบและหาความหอมหวานจากเรือนร่างเธอไม่หยุดหย่อน จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้ามาในตัวบ้าน ฌอร์นเปิดประตูและดึงตัวเด็กสาวออกมา เอมมาลินยื้อสุดแรง จนเขารำคาญและเปลี่ยนมาอุ้มเธอขึ้นพาดบ่า
“กรี๊ด! พี่ฌอร์นปล่อยชะเอมนะคะ!” เธอดิ้นพราด เขาไม่สนใจ อุ้มเธอขึ้นไปบนห้องนอนตัวเองทันที
“เสร็จ... วันนี้เสร็จแน่ๆ” สิณบ่นเบาๆ กับตัวเอง ในใจก็นึกสงสารเอมมาลิน เด็กสาวใสซื่อบริสุทธิ์ นัทเดินผ่านมาได้ยินพอดี ก็มองเจ้านายที่กำลังเดินขึ้นบันไดไปด้วยความขบขัน
“บ่นอะไรของแกวะ” นัทถาม สิณโครงหัวเบาๆ
“สงสารคุณหนูชะเอมว่ะ”
“สงสาร แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แกก็รู้ว่าเจ้านายเราซาดิสม์แค่ไหน” นัทบอก
“แต่ปกติเจ้านายเราไม่นิยมเด็กอายุน้อยๆ ไร้เดียงสาแบบนี้นี่หว่า ให้ฉันหาแต่ผู้หญิงช่ำชองเชี่ยวกราดเรื่องบนเตียง ไม่รู้ทำไมถึงเลือกเอาคุณหนูชะเอมมา”
“สงสัยอยากลองอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ มั้ง ไม่ต้องสนใจไปหรอกน่า... เรื่องของเจ้านาย” นัทตบบ่าสิณเบาๆ และเดินจากไป ส่วนสิณได้แต่ถอนหายใจและนึกสงสารหญิงสาวขึ้นมาครามครัน
2 เดือนผ่านไป... “โอ๊ย! พี่ฌอร์น ช่วยชะเอมด้วย ชะเอมเจ็บท้อง โอ้ยยย” เสียงร้องของหญิงสาว ปลุกฌอร์นให้สะดุ้งตื่นมากลางดึก เขารับเปิดไฟในห้องนอนทันที“ชะเอม เป็นยังไงบ้าง” เขาถามเพราะก่อนหน้านี้เอมมาลินเจ็บท้องเตือนบ่อยๆ“เจ็บค่ะ เจ็บถี่ๆ ไม่ไหวแล้วค่ะ โอ้ย!” เอมมาลินร้องลั่น เรียกทุกคนในบ้านให้ออกมาดู ฌอร์นก้มลงมองที่หว่างขา เห็นน้ำไหลออกมาไม่หยุด เขาเบิกตากว้าง“ชะเอม น้ำเดินแล้ว!” เขาร้องอุทาน ทำตัวไม่ถูก เอมมาลินร้องด้วยความเจ็บปวดจนหน้าดำหน้าแดง“ฌอร์น รีบพาชะเอมไปโรงพยาบาลเร็ว!” อวสรบอก ฌอร์นรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และพาเอมมินไปโรงพยาบาล เขาขับรถอย่างเร่งรีบ แต่ก็ระมัดระวังความปลอดภัยด้วย ชายหนุ่มทั้งสงสารและตื่นเต้นในคราวเดียวกัน พอถึงโรงพยาบาล เอมมาลินถูกนำตัวส่งเข้าห้องคลอด โดยมีเขาตามเข้าไปติดๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาแสดงความจำนงกับหมอแล้วว่าจะขอเข้ามาตอนทำคลอดด้วย“อื้อ... โอ้ย... เจ็บเหลือเกิน!”“ชะเอม อดทนหน่อยนะ อดทนนะ” เขาจับมือเธอแน่นอย่างให้กำลังใจ ตอนนี้เอมมาลินเหงื่อแตก น้ำตาไหลพราก“ฮือออ พี่ฌอร์น ชะเอมกลัว!”“ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่นี่ จะไม่ทิ้งเธอไปไหน” เขาพูดปลอบประโลม“ปาก
ภัทรดนัยกลับไปแล้ว ตอนนี้อวสรกับสุภัทราก็เตรียมจึงขึ้นนอนแล้ว ส่วนเอมมาลินเดินกลับขึ้นห้องไปได้พักใหญ่ ฌอร์นกระดกเหล้าแก้วสุดท้ายเข้าปาก แล้วความคิดดีๆ ก็เกิดขึ้น เขาเดินไปที่ห้องเอมมาลิน ก่อนจะเคาะประตูสองสามครั้ง เธอถึงเปิดประตูออกมา“มีอะไรคะ” เธอถาม ฌอร์นผลักประตูและแทรกกายเข้าไป เขาล็อกประตูไว้แน่นหนา และโอบกอดเธอไว้แน่น“พี่ฌอร์น จะทำอะไรคะ!”“คิดถึง อยากกอด” เขาว่า แล้วก้มลงซุกไซ้ซอกคอ เอมมาลินผลักเขาออก“พี่ฌอร์น เมาแล้วนะคะ ไปอาบน้ำนอนเถอะค่ะ” เธอพูดเสียงดุ หลังได้กลิ่นเหล้าจากตัวเขา“ชะเอม... ฉันรักชะเอมนะ” เขาบอก และดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้ เอมมาลินพยายามผลักเขาออก ฌอร์นจึงรวบตัวเธอไว้แน่น กดริมฝีปากจูบหญิงสาวแนบสนิท บดขยี้เรียวปากอย่างดูดดื่ม ลิ้นฉกาจสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากของเธอ“พี่... อย่า... อื้อ...” เสียงเธอขาดเป็นห้วงๆ เพราะรู้สึกสยิวกับสัมผัสที่เขามอบให้ ฌอร์นอุ้มเธอไปที่เตียง เขากอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเธอเนิ่นนาน ริมฝีปากลากไปทั่วทั้งกายของหญิงสาว เธออาบน้ำเสร็จมาใหม่ๆ กลิ่นกายหอมกรุ่นยั่วใจเขาดีเหลือเกิน ยังไม่นับรวมกับหน้าอก สะโพกที่ขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีก มือหนากุมหน้า
ฌอร์นตื่นมาตอนเช้า เห็นเอมมาลินยังหลับอยู่ เขากดริมฝีปากจูบพวงแก้มนุ่มและเอามือลูบท้องเธอเบาๆ เขาลุกขึ้นไปอาบน้ำ แต่งตัว วันนี้เขาจะต้องไปที่บริษัทในเครือ ที่กำลังประสบปัญหาอยู่ มีหลายอย่างที่เขาจะต้องเร่งสะสาง พอออกมาจากห้องน้ำ เธอก็ตื่นพอดี“ตื่นแล้วเหรอ”“ค่ะ”“วันนี้ฉันจะต้องไปบริษัท ถ้ามีอะไรเรียกใช้สิณได้เลยนะ” เขาบอก เอมมาลินไม่ตอบอะไร เพราะเธอเองก็อยู่แต่บ้าน ไม่ได้อยากไปไหนสักเท่าไหร่ฌอร์นกับเอมมาลินลงมากินข้าวพร้อมกัน ทำให้อวสรและสุภัทรามองหน้ากันแล้วก็ยิ้มๆ ตอนนี้เอมมาลินเพลาๆ เรื่องการต่อว่า โวยวายลงไปได้เยอะ เป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ฌอร์นกับเอมมาลินจะได้คืนดีกัน“กินข้าวจ้ะ” สุภัทราลุกขึ้นไปตักข้าวต้มหมูร้อนๆ มาให้ทั้งสองคน เอมมาลินนั่งกินเงียบๆ ขณะที่ฌอร์นลอบมองหญิงสาวอยู่บ่อยๆ“วันนี้คุณจะไปไหนเหรอ” อวสรถาม“ผมต้องเข้าบริษัทน่ะครับ บริษัทรับเหมาก่อสร้าง เกิดปัญหานิดหน่อย ต้องเข้าไปดูด้วยตัวเอง” ฌอร์นบอกอย่างสบายๆ แม้ในใจจะวิตกกังวลไม่น้อยเหมือนกัน“เพราะคุณจีหรือเปล่า” อวสรถามอีก เอมมาลินชะงัก ทำเหมือนไม่สนใจ แต่จริงๆ แล้วเธอกำลังแอบฟังอยู่“ครับ ปล่อยข่าวว่าบริษัทผมฮั้วป
“ไปไหนกันมา ได้ของกลับมาเยอะแยะเลย” อวสรเอ่ยถาม เมื่อเห็นเอมมาลินกลับมาพร้อมกับฌอร์น ฌอร์นหิ้วของเข้ามาพะรุงพะรัง จนสิณต้องเข้าไปช่วย“หาหมอเสร็จก็ไปห้างสรรพสินค้าค่ะ มีแต่ของใช้ส่วนตัวกับขนม”“กินข้าวมาแล้วหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณพ่อ”“ไปกินอะไรกันมา บอกพ่อได้ไหม” อวสรถามอีก เขาพยายามทำให้สถานการณ์มันดีขึ้น เพราะลึกๆ แอบสงสารฌอร์นเหมือนกัน ที่ต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลูกสาวเขาคนเดียว“ปิ้งย่างค่ะ ร้านเดิมที่ชะเอมชอบกิน” เอมมาลินตอบ อวสรร้องอ๋อและหันไปมองหน้าฌอร์นก่อนจะยิ้มให้“ขอบคุณมากนะฌอร์น ที่ดูแลลูกสาวผม”“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ผมเต็มใจทำ”“ถ้าอย่างนั้นชะเอมขอขึ้นไปพักก่อนนะคะ”“ได้ลูก วันนี้ไปมาหลายที่คงเหนื่อย”เอมมาลินเดินขึ้นห้องนอนไปแล้ว ฌอร์นมองตามตาละห้อย สองสัปดาห์แล้วที่เขาเข้ามาอยู่ที่นี่ แต่เอมมาลินก็ไม่ใจอ่อนสักที เขาคิดถึงเธอ อยากนอนกอดเธอเหมือนเมื่อก่อน แต่ตอนนี้แม้แต่หน้าห้องเขายังไม่มีสิทธิ์ หากเป็นบ้านเขา เขาจะรีบเอากุญแจสำรองมาไข ไม่ก็พังประตูไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด“เมื่อไหร่ชะเอมจะใจอ่อนเสียที”“ลูกสาวผมเป็นคนเจ็บแล้วจำ คุณต้องทำใจหน่อยนะ” อวสรตบบ่าฌอร
ฌอร์นอาศัยช่วงที่เอมมาลินหลับ กลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว และงานต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ เขาจะย้ายสำมะโนครัวไปอยู่บ้านอวสรเป็นการชั่วคราว จนกว่าเมียจะหายโกรธ นัทกับสิณต้องช่วยกันขนของยกใหญ่ สิณได้แต่อมยิ้ม เพราะไม่เคยเห็นเจ้านายตัวเองอยู่ในโหมดนี้มาก่อน“ไอ้สิณ แกยิ้มอะไรของแก” ฌอร์นจับสังเกตลูกน้องได้ก็เอ่ยถาม“เจ้านายเปลี่ยนไปเยอะเลยนะครับ”“เปลี่ยนไปยังไง ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ตั้งนานแล้ว”“ก็... เปลี่ยนไปตรงที่... ไม่เคยง้อผู้หญิงคนไหนเท่าคุณหนูชะเอมมาก่อน”“แกนี่ก็พูดแปลก นั่นลูกกับเมียฉันนะ ฉันจะปล่อยให้ไปอยู่ไกลหูไกลตาได้ยังไง” เขาส่ายหน้า สิณจึงได้แต่ยิ้มๆ กับนัทสองคน และก้มหน้าขนของต่อ สิณขับรถไปส่งเจ้านายตัวเองที่บ้านอวสร อวสรงงที่เห็นฌอร์นหอบสัมภาระมาที่นี่เยอะแยะ“ฌอร์น...”“ผมจะมาอยู่บ้านคุณนะ หวังว่าคุณคงจะอนุญาต” เขาบอก อวสรเห็นเขาขนของมาขนาดนี้ จะไม่อนุญาตคงไม่ได้แล้ว“ได้สิ วันนี้ผมให้ภรรยาผมทำความสะอาดห้องให้แล้ว ห้องคุณอยู่ตรงข้ามกับห้องชะเอม”“ดีเลย...” ฌอร์นบอก เพราะเขาจะได้หาจังหวะตอนเธอเผลอ เข้าไปนอนกับเธอด้วยบ่อยๆ“ชะเอมตื่นหรือยังครับ”“ยังเลย นอนหลับไม่รู
เขามองหญิงสาวที่กำลังพับผ้าใส่กระเป๋าอย่างเอ็นดู บนตัวเขามีผ้าห่มด้วย อย่างน้อยเธอก็ไม่ใจร้ายกับเขามากจนเกินไป ฌอร์นยิ้มน้อยๆ และมองเอมมาลินอยู่อย่างนั้น ในใจหวนนึกถึงครั้งแรกที่เจอกัน เธอเป็นเพียงเด็กสาววัยมัธยมที่อ่อนแอ ไร้เดียงสา ผ่านมา 4 ปี เธอต้องเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย ทั้งดีและแย่ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเขาทั้งนั้น ทำให้เธอเข้มแข็งและดูแลตัวเองได้มากขึ้น ที่สำคัญคือเธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้ว“ชะเอม...” เขาเรียกเธอ เอมมาลินหันมามองเขาเป็นเชิงถาม“กลับไปกรุงเทพ ไปอยู่กับฉันเหมือนเดิมนะ” เขาลุกขึ้นนั่ง และมองสบตา เอมมาลินส่ายหน้า“ไม่ค่ะ ชะเอมตัดสินใจแล้ว”“แต่เธอกำลังท้องนะ ท้องกับฉัน เด็กในท้องเป็นลูกฉัน ก็ต้องอยู่กับฉัน”“เด็กในท้องเป็นลูกของชะเอมคนเดียว ไม่ใช่ลูกของพี่!”“ถ้าไม่ใช่ลูกของพี่แล้วเด็กมันจะเกิดมาได้ยังไง เธอจะไปท้องกับกระบอกไม้ไผ่ไม่ได้นะ”“พี่ฌอร์น!” เธอหันมามองเขาตาเขียว ฌอร์นลุกขึ้นเดินไปหาเธอใกล้ๆ และดึงตัวเธอขึ้นมากอดไว้หลวมๆ“อย่าดื้อนักได้ไหม ฉันมารับเธอแล้ว กลับไปอยู่กับฉัน เราจะอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม”“มันไม่เหมือนเดิมแล้วค่ะ พี่ฌอร์นปล่อยชะเอม!”“ฉันบอกแล้วไงว







