Masukฌอร์นอุ้มเอมมาลินเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง เขาโยนร่างบางไปที่กลางเตียงนุ่มจนตัวเธอเด้ง เอมมาลินถอยหลังหนี เธอหวาดกลัวเขามาก ฌอร์นไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาถอดเสื้อตัวเองออก เห็นไรขนดกหนาที่กลางหน้าอก กับกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ เอมมาลินเอามือปิดตาแน่น เธอไม่เคยเห็นร่างกายเปล่าเปลือยของชายหนุ่มอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ หัวใจเต้นแรงมากจนแทบจะเป็นลม
ชายหนุ่มยืนมองเอมมาลินอย่างชอบใจ เขาไม่เคยลิ้มรสชาติเด็กสาวไร้เดียงสาขนาดนี้มาก่อน เพราะรู้ตัวว่าเขาเองเป็นคนเลวและไม่หยุดที่ผู้หญิงเพียงคนเดียว บวกกับพฤติกรรมชอบความรุนแรง เขาจึงเลือกที่จะใช้บริการสาวๆ ที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน เพื่อไม่ให้ผู้หญิงไร้เดียงสาพวกนั้นมีตราบาปติดตัวและเสียใจ แต่สำหรับเธอ... เพียงแค่เห็นหน้าเขาก็มีความต้องการแทบจะทนไม่ได้ ฌอร์นขึ้นไปที่เตียงและดึงขาเธอให้เขยิบกายลงมา เขาคร่อมตัวเธอเอาไว้ จนหมดทางหนี เอมมาลินร้องไห้น้ำตาไหลพรากอย่างหวาดกลัว
“ยะ... อย่านะคะ อย่า...” เธอร้องห้าม ฌอร์นแสยะยิ้มที่ริมฝีปาก เขากระชากเสื้อนักเรียนทีเดียวกระดุมเสื้อก็หลุดกระจายทุกเม็ด
“กรี๊ด!”
“เกมกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ทำใจให้ดีก็แล้วกัน” เขาเตือน เอมมาลินส่ายหน้า เธอตัวสั่นไปหมด ฌอร์นดึงเสื้อชั้นในเธอลงมาและบีบเคล้นหน้าอกอย่างแรงด้วยความหมั่นเขี้ยว
“ฮือ... พี่ฌอร์น ชะเอมเจ็บ หยุดนะคะ!” เธอร้องไห้ แต่เขาก็ไม่สนใจ เอมมาลินข่วนไปตามเรือนร่างของชายหนุ่ม แต่เขาก็ไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรทั้งสิ้น
“อย่าค่ะ ว๊าย!” เธอร้องเสียงดัง เพราะเขาดึงเสื้อชั้นในเธอจนขาดวิ่น ตอนนี้เขาเหมือนปีศาจร้ายที่ไร้การยั้งคิดและไม่สามารถควบคุมความต้องการของตัวเองได้ ฌอร์นก้มลงดูดปากและเคล้นหน้าอกอย่างหนักหน่วง จนเธอหมดแรง
“อื้อ... อื้อ... ฮือ...” เอมมาลินร้องไห้และร้องครางเบาๆ ไปด้วย เธอสับสนในความรู้สึกของตัวเองมาก สัมผัสจากเขามันทั้งเจ็บและเสียวในคราวเดียวกัน จนเธอแยกแยะไม่ออกว่าควรจะรู้สึกยังไง ฌอร์นดึงกระโปรงของเธอออกและฉีกกางเกงชั้นในตัวจิ๋วออกเป็นชิ้นๆ ทำให้ร่างกายท่อนล่างของเธอเปลือยเปล่า
เอมมาลินเอามือปิดเนื้อนวลอย่างอับอาย ยิ่งเห็นเขาจ้องอย่างจาบจ้วง ยิ่งทำให้เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เธอไม่เคยเปลือยกายต่อหน้าชายหนุ่มคนไหนมาก่อน แม้แต่จะใส่ชุดว่ายน้ำเธอยังเลือกแบบกระโปรงและกางเกงขาสั้น ฌอร์นแยกขาออกและจ้องมองกลีบกายสาวสีชมพูเปล่งปลั่งอย่างตะลึงตะลานใจ
ตั้งแต่เขามีเซ็กซ์กับผู้หญิงมา เขาไม่เคยเห็นเนื้อนวลคนไหนสวยงามอย่างนี้มาก่อน กลีบกายสาวเป็นสีชมพูอมแดง มีน้ำรักซึมชื้นหล่อเลี้ยงความนุ่มตลอดเวลา ฌอร์นกลืนน้ำลายและเงยหน้าขึ้นไปมองหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว ตอนนี้แท่งเนื้อที่ไร้กระดูกของเขาแข็งขึงเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น
ฌอร์นซุกหน้าเข้าหาดอกกุหลาบงามในทันที ทำให้เอมมาลินกรีดร้องอย่างตกใจและเสียวสะท้านไปหมดทั้งทรวง เธอบิดกายไปมาเพราะความรู้สึกซ่านสยิวที่ไม่สามารถหักห้ามได้ เธอกัดปากจนเจ็บไปหมดและเอามือจิกหมอนตัวเองแน่น
ฌอร์นเลียกลีบเนื้อนวลสีชมพูอมแดงระรัว กลิ่นหอมรสชาติหวานทำให้เขาถอนตัวไม่ขึ้น เขารู้สึกเหมือนเลือดมันสูบฉีดไปทั่วร่างกาย เนื้อตัวกำยำกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที เขาเลียอยู่อย่างนั้นจนพอใจจึงหยุด พร้อมๆ กับที่เธอถึงจุดสุดยอด เอมมาลินเกร็งวาบสะท้านไปหมดทั้งตัว ก่อนที่จะค่อยๆ ผ่อนคลายลงอย่างช้าๆ
“อ่าส์...” เธอผ่อนเสียงออกมาเบาๆ ฌอร์นลุกขึ้นถอดกางเกงออก เอมมาลิน ปรือตามองชายหนุ่ม ในที่สุดเธอก็ไม่สามารถห้ามปรามเขาได้ ในที่สุดวันนี้ก็ต้องมาถึง วันที่เธอเสียความสาวเสียความบริสุทธิ์ให้กับเขา
ฌอร์นขึ้นคร่อมเธอ เขาเอาความเป็นชายมาจ่อที่ริมฝีปากและบังคับให้เธออ้าปาก เอมมาลินส่ายหน้าไม่ยินยอม เขาจึงใช้มือหนาบีบปลายคางของเธอ ดวงตาของเขาแรงกล้าประดุจดั่งเสือร้ายที่ทำให้คนมองหวาดกลัว เธอจึงยอมทำตามและอ้าปาก เขาสอดกายเข้าไปในโพรงปากของเธอช้าๆ
“อ้ากว้างๆ กว้างกว่านี้อีก” เขาออกคำสั่ง เอมมาลินทำตาม จากนั้นเขาก็รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอวางไว้เหนือศีรษะ เพื่อไม่ให้เธอขัดขืน ฌอร์นขยับสะโพกเข้าออกช้าๆ รู้สึกเสียวไปหมดทั้งตัว ยิ่งเห็นแววตาหวาดกลัวและหน้าแดงก่ำ ยิ่งทำให้เขาเสียวยิ่งกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
“โอ้ว...”
“อื้อๆๆ อื้อ...” ฌอร์นถอนกายออกอย่างพึงพอใจ เอมมาลินหายใจรัวเร็ว เขาเขยิบตัวลงมาและแทงพรวดไปที่โพรงสวาท
“กรี๊ด!” เสียงร้องของเธอทำให้เขาชะงัก ให้ตายเถอะ... เขาลืมไปว่าเธอยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ แม้ว่าจะมีน้ำรักหล่อเลี้ยงดอกกุหลาบจนชุ่มฉ่ำ แต่ก็ไม่สามารถทำให้คลายความเจ็บปวดลงได้ ตอนนี้เข้าไปได้แค่ครึ่งแท่งเท่านั้น เหลืออีกครึ่ง... เอมมาลินน้ำตาไหลพรากร้องไห้สะอึกสะอื้น
“พี่ฌอร์น... ชะเอมเจ็บ” เธอบอกเสียงสั่นปากสั่นไปหมด เขาก้มลงจูบปากเธอเบาๆ และหายใจยาวๆ เพื่อบรรเทาความกระสันที่ก่อตัวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เนื้อนุ่มของเธอคับแน่นเสียเหลือเกิน คับ... จนเขาอยากจะกระชากกายเข้าออกแบบไม่บันยะบันยัง
“อื้อ... ฮือๆๆ” เอมมาลินร้องไห้ ขณะที่ฌอร์นทนไม่ไหวอีกต่อไป กลีบกายสาวมันบีบรัดเสียจนเขาแทบคลั่ง ฌอร์นจูบปากเธอเนิ่นนานและดันกายเข้าไปจนสุดทาง เอมมาลินทุบตีเขาเป็นว่าเล่น ก่อนจะค่อยๆ หมดแรงลงไปช้าๆ
“อื้อ... อ่าส์...” เสียงร้องครวญครางเริ่มเข้ามาแทนที่เสียงร้องไห้ ฌอร์นกระแทกสะโพกแรงขึ้นๆ จนตัวเธอสั่นไหว เขาทั้งกระแทกและเบียดกายเป็นวงกลม สร้างความรู้สึกแปลกใหม่ให้กับเธอ ตอนนี้เธอเริ่มคลายความเจ็บปวดลงได้บ้าง แต่ได้แค่ครู่เดียวเท่านั้น เพราะฌอร์นได้พลิกตัวเธอให้นอนคว่ำก่อนจะยกสะโพกขึ้นมา
“ไม่นะ... พี่ฌอร์นจะทำอะไร!” เธอถามเสียงดัง เขาไม่ตอบกลับกระแทกแก่นกายอันแข็งแกร่งเข้าไปในตัวเธอ
“กรี๊ด! พี่ฌอร์น... ชะเอมเจ็บ!” เธอหวีดร้อง เหงื่อในตัวเริ่มไหลออกมาจนซึมไปทั่วไรผม แม้จะมีแอร์ที่เย็นฉ่ำแต่ก็ไม่ช่วยอะไร
“เจ็บนิดหน่อย อย่าสำออย!” ชายหนุ่มที่ไม่เข้าใจหญิงสาวต่อว่าเธอ ชะเอมกัดฟันแน่น เธอเอามือกำหมอนและผ้าปูที่นอนอย่างระบายอารมณ์
“อื้อๆๆๆ อ๊าๆๆๆ กรี๊ด!” เอมมาลินร้องครางเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ และหวีดร้องในตอนท้าย เพราะเขากระแทกกายหนักขึ้นเสียจนเธอเคว้งคว้าง เหมือนตกจากยานอวกาศ เขากระแทกเข้าออกจนกระทั่งปล่อยน้ำรักออกมาจนหมดสิ้น
“อ่าส์...” ฌอร์นครางยาว เขาดันตัวเธอให้นอนลงและค่อยๆ ถอดกายออกมา เอมมาลินปล่อยโฮ ตอนนี้เธอเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์แล้ว เขารักเธออย่างไม่ปราณีเลยสักนิด
“ร้องไห้ไปก็ไม่ได้ทำให้ฉันใจดีกับเธอ มาอยู่ที่นี่ฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจสถานะตัวเองดี ว่าเธอเป็นแค่เครื่องมือบำบัดความใคร่ ไม่ใช่แฟนหรือคนรัก ที่ฉันจะต้องมานั่งทะนุถนอมและคอยดูแลความรู้สึก” คำพูดที่ทิ่มแทงใจดำของเขาทำให้เอมมาลินกำมือแน่น น้ำตาเธอไหลไม่หยุด เธอร้องไห้สะอื้นจนเผลอหลับไป แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น เพราะเธอต้องตื่นขึ้นเนื่องจากมีแก่นกายพยายามสอดเข้าในในกายเธอ
“พี่ฌอร์น!” เอมมาลินร้องลั่น เขาจับเธอนอนคว่ำและสอดกายเข้าไปในเรือนร่างของเธออีก เอมมาลินกัดฟัน รอรับสัมผัสอันแรงกล้าจากเขา เธอไม่มีเรี่ยวแรงที่จะขัดขืนแล้ว ทำได้เพียงนอนให้เขาข่มเหงรังแก
“โอ้ว...” เสียงคำรามดังขึ้นเรื่อยๆ ยามเขาสอดกายเข้าไปในช่องทางรักจนสุดหนทาง ฌอร์นเอื้อมมือมาบีบนมทั้งสองข้าง และกระแทกกายเข้าหาเธอรัวๆ จนเสียงหน้าขาและสะโพกกระทบกันดังลั่น เธอหลับตาลงและปล่อยให้เขาแสวงหาความสุขต่อไป เพียงแต่ฌอร์นไม่ได้ทำแค่นั้น เขาเอื้อมมือไปหยิบเนคไทและจับข้อมือเธอรวบเข้ากันก่อนจะมัดมือเธอเสียแน่น
“พี่ฌอร์น ทำอะไรคะ ปล่อยชะเอมนะคะ” เธอร้อง เขาหัวเราะในลำคอและยังคงสอดประสานกายอยู่อย่างนั้น เธอถูกเขาจับกดให้นอนคว่ำ ชายหนุ่มฟาดมือลงสะโพกเต่งตึงดังเพี๊ยะๆๆ
“โอ๊ย! พี่ฌอร์น โอ๊ย! ชะเอมเจ็บนะคะ” เธอน้ำตาไหล แต่เขาก็ยังไม่หยุดตีก้นเธอ ไม่พอ... เขายังถอนกายออกจากช่องทางรัก แต่กลับพยายามสอดเข้าไปทางประตูหลังอีก
“ไม่! ไม่ค่ะพี่ฌอร์น... พี่ฌอร์นทำอะไร กรี๊ด!” เอมมาลินกรีดร้องสุดเสียง เธอตัวสั่นไปหมดและรู้สึกเจ็บที่ประตูหลัง เขากัดฟันและสอดเข้าไปจนสุดทาง เอมมาลินตัวเกร็งสะท้านไหววาบ จุกไปหมด
“พี่ฌอร์น! ฮือ! ฮือๆๆๆ” เสียงร้องไห้ดังระงม แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาใจอ่อน เพราะช่องทางประตูหลังนั้นคับแน่นเสียกว่าอะไรทั้งสิ้น มันบีบรัดตัวตนของเขาจนเจ็บปวดไปหมด ยิ่งยามขยับเข้าออก มันเสียวเสียยิ่งกว่าเสียว
ฌอร์นผูกข้อมือเธอไว้กับหัวเตียงไม่ให้เธอดิ้นหนี ตอนนี้เธอพยายามจะหนีเขาทุกวิถีทางจนผมเผ้ายุงเหยิงไปหมด ชายหนุ่มใช้สองมือยึดสะโพกเอาไว้แน่นและกระแทกกายเข้าหาอย่างเร็วๆ จนตัวเธอสั่นคลอน เอมมาลินร้องไห้ไม่หยุด มันเจ็บเหลือเกิน เกินจะทนไหวแล้ว
“พี่ฌอร์น ชะเอมเจ็บ ฮือ...” เธออ้อนวอนเขา แต่เขาก็ไม่สนใจ ยังคงกระแทกกายอยู่อย่างนั้น เขายกสะโพกเธอขึ้นจนเหมือนเธออยู่ในท่าหมา และสอดกายเข้าไปทางประตูหลังอีก
“อ๊าย!” เสียงหวานร้องลั่น เธอเจ็บไปได้สักพัก ความเจ็บปวดก็แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกแปลกใหม่อย่างที่เธอไม่เคยเจอมาก่อน มันเสียวแบบแปลกๆ เสียวไม่เหมือนกับช่องทางรักตามปกติด้านหน้า
“อู้ว... อูย...” ฌอร์นเริ่มครางดังขึ้น เขาฟาดมือไปที่สะโพกรัวๆ จนแก้มก้นเธอแดงไปหมด เขาชันขาและโหมแรงเข้าหาเธออีก เอมมาลินร้องลั่นห้อง เธอทั้งเจ็บและเสียวมากในคราวเดียวกัน จนกระทั่งเขาปลดปล่อยสายธารรักออกมาจนหมดสิ้น จึงถอนกายออก
เอมมาลินตัวเกร็งกระตุก เธออยู่ท่านั้นพักใหญ่เพราะมันยังคงเจ็บจนไม่สามารถขยับกายได้ ฌอร์นจึงดึงตัวเธอให้นอนลง เขายังไม่ปล่อยเธอให้พ้นจากพันธนาการที่ข้อมือ เอมมาลินนอนคว่ำ น้ำตาใสๆ ค่อยๆ ไหลออกมาอย่างช้าๆ เธอสะอื้นเบาๆ
พ่อส่งให้เธอมาอยู่กับปีศาจซาตานชัดๆ
เขาไม่มีความปราณีกับเธอเลยแม้แต่น้อย ยิ่งการกระทำของเขายิ่งย้ำชัดว่าเขามองเธอเป็นเพียงเครื่องมือระบายอารมณ์ที่ไร้ชีวิตและจิตใจ
ตอนนี้เขาลุกขึ้นไปอาบน้ำแล้ว แต่ยังคงมัดเธอไว้กับหัวเตียงจนเธอลุกขึ้นไปไหนไม่ได้ ร่างกายอันบอบบางของเธอเจ็บปวดไปหมด เอมมาลินไม่รู้ว่าชะตากรรมของตัวเองจะต้องเป็นอย่างนี้อีกนานแค่ไหน
เวลาผ่านไปไม่นาน ฌอร์นก็เดินออกมาจากห้องนอน เขายืนมองหญิงสาวที่นอนเปล่าเปลือยอย่างพึงพอใจ เธอยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ แม้ว่าลึกๆ จะนึกสงสาร แต่ความสุขที่ได้รับจากกายเธอมันก็ช่างเย้ายวนจิตใจจนทำให้เขาไม่ปราณี ตัวเธอแดงช้ำจากน้ำมือเขาไปหมด โดยเฉพาะช่วงก้นที่ถูกเขาตีจนแดงเป็นปื้ด
ชายหนุ่มเดินไปหาเธอที่เตียง เขาจับตัวเธอพลิกให้นอนหงาย เอมมาลิน หลบตาเขา หน้าเธอแดงก่ำ น้ำมูกน้ำตาไหลเยิ้มจนเปียกหมอน เขาแกะเนคไทออกจากข้อมือของเธอ เอมมาลินนอนอย่างหมดแรง พลันสายตาคมประดุจเหยี่ยวก็หันไปเห็นรอยแดงเป็นจุดๆ จากเลือดที่ออกบริเวณโพรงสวาทด้านหน้า เขาได้ทำลายพรหมจรรย์เธอไปแบบไม่มีชิ้นดี
“ลุกขึ้นไปอาบน้ำ” เขาสั่ง เอมมาลินหันไปมองหน้าชายหนุ่มอย่างโกรธเคือง
“มองทำไม ฉันบอกให้ลุกไปอาบน้ำ!” เขาขึ้นเสียงใส่อีก เอมมาลินน้ำตาหยด เธอไม่ขยับตัว
“อยากจะโดนอีกสักรอบสองรอบไหม ถึงจะลุกไปอาบน้ำได้” เขาว่าเข้าให้ เอมมาลินส่ายหน้า
“ชะเอมเจ็บ ลุกไม่ไหว” เธอพูดปนสะอื้น ฌอร์นถึงบางอ้อก็เข้าใจ เขาช้อนตัวเธอขึ้นมาและอุ้มไปวางในอ่างอาบน้ำ เอมมาลินเปิดน้ำใส่กายตัวเอง เธอรู้สึกขยะแขยงตัวเองเป็นที่สุด
ฌอร์นเรียกให้แม่บ้านขึ้นมาเปลี่ยนชุดเครื่องนอนให้ใหม่ เพราะเธอเลือดออกและร้องไห้ฟูมฟายจนเครื่องนอนเละเทะไปหมด และเขายังให้แม่บ้านหยิบบรั่นดีที่ตัวเองชอบขึ้นมาให้ด้วย ฌอร์นนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวที่ระเบียงห้อง และจิบบรั่นดีพร้อมกับสูบบุหรี่อย่างสบายใจและสบายตัว
ใช่... เขาสบายตัวที่ได้ปลดปล่อยความต้องการอันแสบดิบเถื่อนออกมา ต่างจากหญิงสาวที่ยังคงนั่งถูตัวเองแรงๆ อยู่ในห้องน้ำ และยังรู้สึกเจ็บปวดเจ็บช้ำไปหมดทั้งกาย
อากาศนอกห้องเริ่มมีฝนตกลงมา ฌอร์นจึงย้ายตัวเองพร้อมบรั่นดีเข้ามาในห้องนอน พอดีกับที่เห็นหญิงสาวค่อยๆ เดินออกมาจากห้องน้ำ เธออาบน้ำสระผม ร่างกายบอบบางของเธอมีหยดน้ำเกาะพราว เขาไล่สายตามองเธออย่างช้าๆ จู่ๆ ความต้องการของเขาก็พุ่งขึ้นมาทันที
แต่ฌอร์นยังไม่ทำอะไรเธอตอนนี้ เขาปล่อยให้เธอเช็ดตัวเป่าผมให้แห้งเสียก่อน ระหว่างนี้เขาก็มองเธออย่างจาบจ้วงและดื่มบรั่นดีไปด้วย เลือดในกายเริ่มร้อนผะผ่าว ลมหายใจของเขาเริ่มถี่รัว ไม่ต้องพูดถึงความเป็นชาย ตอนนี้มันขยายตัวเตรียมพร้อมไว้แล้ว เสียงฝนยังคงดังอย่างต่อเนื่อง สร้างบรรยากาศได้ดีจริงๆ
“ชะเอม” ฌอร์นเรียกหญิงสาว เธอหันมามองเขาแต่ไม่พูดอะไร ชายหนุ่มกระดิกนิ้วเรียก แต่เธอก็ยังคงนิ่งอยู่เหมือนเดิม
“มานี่!” เขาเรียกอีก เอมมาลินมัดผมขึ้นเป็นมวยสูงแบบหลวมๆ เธอจำใจต้องลุกขึ้นไปหาชายหนุ่ม ในใจลุ้นระทึกว่าเขาจะทำอะไรเธอหรือไม่ ฌอร์นมองเธออย่างตลกในใจ เธอค่อยๆ ก้าวเดินอย่างช้าๆ เพราะยังเจ็บอยู่ พอเดินมาใกล้ เขาก็ฉุดเธอมานั่งที่ตัก
“ว๊าย!” เธอร้อง ตัวเล็กๆ เซถลาเข้าสู่อ้อมกอดอันแข็งแกร่ง สายตาของคนทั้งคู่สบประสานกัน เขาได้กลิ่นหอมๆ ของสบู่และแชมพู มันช่างรัญจวนใจเสียจริง ฌอร์นจับมือเธอวางตรงแท่งเนื้อกลางร่าง เธอหน้าขึ้นสีเรื่อ ไม่อยากจะรองรับอารมณ์เขาอีกแล้ว
“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอีก ก็อมให้เสร็จ” เขาบอก เด็กสาวไม่เข้าใจคำพูดของเขา คิ้วเรียวขมวดขึ้นอย่างสงสัย
“อม... อมอะไรคะ” เธอถามกลับ ฌอร์นส่ายหน้าระอา นี่คือข้อเสียของเด็กสาวอ่อนประสบการณ์ ต้องให้เขาบอกทุกขั้นตอนเลยหรือไง!
“ก็อมอย่างที่อมเมื่อกี๊นี้ไง” เขาเริ่มหงุดหงิด เอมมาลินยังคิดไม่ออก ฌอร์นไม่รออีกต่อไปแล้ว เขาปลดผ้าขนหนูตัวเองออกและจับเธอนั่งลงที่พื้น เอมมาลินเบิกตากว้างมองแก่นกายที่ขยายใหญ่โตใกล้ๆ เขาใช้มือสาวขึ้นลงรัวๆ และจับยัดใส่ปาก เท่านั้นแหละ... ความสงสัยของเธอก็มลายหายไปสิ้น ความกระจ่างชัดเข้ามาแทนที่ เอมมาลินอ้าปากกว้างขึ้น เพราะแท่งเนื้อของเขามันใหญ่คับปากจนแทบจะหายใจหายคอไม่ออก
“อู้ว... เข้าใจหรือยังไงว่าอมอะไร” เขาเอียงคอถาม เอมมาลินพยักหน้า เธอเห็นเส้นเอ็นปูดขึ้นตามร่างของชายหนุ่ม เขาเกร็งไปหมดทั้งตัว
“อมแล้วดูดแรงๆ” เขาสอน เธอทำตาม เพราะหากเธอขัดขืน เธอจะต้องเจ็บตัวอีกแน่นอน เอมมาลินดูดเต็มแรง ยิ่งทำให้เขาเสียวไปหมด เขาซี๊ดปากดังขึ้นเรื่อยๆ พอเธอคลายปากออก เขาถึงผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ ฌอร์นคว้าบรั่นดีขึ้นมากระดกทีเดียวหมดแก้ว และจับแท่งเนื้อตัวเองยัดใส่ปากเธออีกครั้ง
“อื้อ...” เสียงเธอประท้วงดังในลำคอ เพราะยังไม่ทันตั้งตัว เขาเอามือสองข้างกดหัวเธอไว้และกระแทกกายเข้าหาประดุจดั่งโพรงปากเธอเป็นช่องทางสวาท เอมมาลินจับหน้าขาแข็งแกร่งทั้งสองข้างแน่น เธอชม้อยสายตาขึ้นมองชายหนุ่ม สำหรับเขามันช่างเป็นสายตาที่ยั่วยวนเสียจริง แต่เธอคงจะไม่รู้ตัว ฌอร์นกัดปาก และสูดปากตัวเองแรงๆ เขากระแทกกายเข้าไปในปากเธอซ้ำๆ จนกระทั้งน้ำสีขาวขุ่นพุ่งทะลักเข้าไปในลำคอของเธอ เอมมาลินตกใจรีบชักปากออก แต่เขากลับกดหัวเธอไว้แนบแน่น
“อื้อๆๆๆ”
“กลืนเข้าไป!” เขาทำตาดุ เอมมาลินจึงจำใจต้องกลืนน้ำสวาทไปจนหมดสิ้น รสชาติของมันแปลกพิลึก พอเห็นเธอกลืนจนหมด เขาจึงปล่อยเธอให้เป็นอิสระ
“อ่าส์...”
2 เดือนผ่านไป... “โอ๊ย! พี่ฌอร์น ช่วยชะเอมด้วย ชะเอมเจ็บท้อง โอ้ยยย” เสียงร้องของหญิงสาว ปลุกฌอร์นให้สะดุ้งตื่นมากลางดึก เขารับเปิดไฟในห้องนอนทันที“ชะเอม เป็นยังไงบ้าง” เขาถามเพราะก่อนหน้านี้เอมมาลินเจ็บท้องเตือนบ่อยๆ“เจ็บค่ะ เจ็บถี่ๆ ไม่ไหวแล้วค่ะ โอ้ย!” เอมมาลินร้องลั่น เรียกทุกคนในบ้านให้ออกมาดู ฌอร์นก้มลงมองที่หว่างขา เห็นน้ำไหลออกมาไม่หยุด เขาเบิกตากว้าง“ชะเอม น้ำเดินแล้ว!” เขาร้องอุทาน ทำตัวไม่ถูก เอมมาลินร้องด้วยความเจ็บปวดจนหน้าดำหน้าแดง“ฌอร์น รีบพาชะเอมไปโรงพยาบาลเร็ว!” อวสรบอก ฌอร์นรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และพาเอมมินไปโรงพยาบาล เขาขับรถอย่างเร่งรีบ แต่ก็ระมัดระวังความปลอดภัยด้วย ชายหนุ่มทั้งสงสารและตื่นเต้นในคราวเดียวกัน พอถึงโรงพยาบาล เอมมาลินถูกนำตัวส่งเข้าห้องคลอด โดยมีเขาตามเข้าไปติดๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาแสดงความจำนงกับหมอแล้วว่าจะขอเข้ามาตอนทำคลอดด้วย“อื้อ... โอ้ย... เจ็บเหลือเกิน!”“ชะเอม อดทนหน่อยนะ อดทนนะ” เขาจับมือเธอแน่นอย่างให้กำลังใจ ตอนนี้เอมมาลินเหงื่อแตก น้ำตาไหลพราก“ฮือออ พี่ฌอร์น ชะเอมกลัว!”“ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่นี่ จะไม่ทิ้งเธอไปไหน” เขาพูดปลอบประโลม“ปาก
ภัทรดนัยกลับไปแล้ว ตอนนี้อวสรกับสุภัทราก็เตรียมจึงขึ้นนอนแล้ว ส่วนเอมมาลินเดินกลับขึ้นห้องไปได้พักใหญ่ ฌอร์นกระดกเหล้าแก้วสุดท้ายเข้าปาก แล้วความคิดดีๆ ก็เกิดขึ้น เขาเดินไปที่ห้องเอมมาลิน ก่อนจะเคาะประตูสองสามครั้ง เธอถึงเปิดประตูออกมา“มีอะไรคะ” เธอถาม ฌอร์นผลักประตูและแทรกกายเข้าไป เขาล็อกประตูไว้แน่นหนา และโอบกอดเธอไว้แน่น“พี่ฌอร์น จะทำอะไรคะ!”“คิดถึง อยากกอด” เขาว่า แล้วก้มลงซุกไซ้ซอกคอ เอมมาลินผลักเขาออก“พี่ฌอร์น เมาแล้วนะคะ ไปอาบน้ำนอนเถอะค่ะ” เธอพูดเสียงดุ หลังได้กลิ่นเหล้าจากตัวเขา“ชะเอม... ฉันรักชะเอมนะ” เขาบอก และดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้ เอมมาลินพยายามผลักเขาออก ฌอร์นจึงรวบตัวเธอไว้แน่น กดริมฝีปากจูบหญิงสาวแนบสนิท บดขยี้เรียวปากอย่างดูดดื่ม ลิ้นฉกาจสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากของเธอ“พี่... อย่า... อื้อ...” เสียงเธอขาดเป็นห้วงๆ เพราะรู้สึกสยิวกับสัมผัสที่เขามอบให้ ฌอร์นอุ้มเธอไปที่เตียง เขากอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเธอเนิ่นนาน ริมฝีปากลากไปทั่วทั้งกายของหญิงสาว เธออาบน้ำเสร็จมาใหม่ๆ กลิ่นกายหอมกรุ่นยั่วใจเขาดีเหลือเกิน ยังไม่นับรวมกับหน้าอก สะโพกที่ขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีก มือหนากุมหน้า
ฌอร์นตื่นมาตอนเช้า เห็นเอมมาลินยังหลับอยู่ เขากดริมฝีปากจูบพวงแก้มนุ่มและเอามือลูบท้องเธอเบาๆ เขาลุกขึ้นไปอาบน้ำ แต่งตัว วันนี้เขาจะต้องไปที่บริษัทในเครือ ที่กำลังประสบปัญหาอยู่ มีหลายอย่างที่เขาจะต้องเร่งสะสาง พอออกมาจากห้องน้ำ เธอก็ตื่นพอดี“ตื่นแล้วเหรอ”“ค่ะ”“วันนี้ฉันจะต้องไปบริษัท ถ้ามีอะไรเรียกใช้สิณได้เลยนะ” เขาบอก เอมมาลินไม่ตอบอะไร เพราะเธอเองก็อยู่แต่บ้าน ไม่ได้อยากไปไหนสักเท่าไหร่ฌอร์นกับเอมมาลินลงมากินข้าวพร้อมกัน ทำให้อวสรและสุภัทรามองหน้ากันแล้วก็ยิ้มๆ ตอนนี้เอมมาลินเพลาๆ เรื่องการต่อว่า โวยวายลงไปได้เยอะ เป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ฌอร์นกับเอมมาลินจะได้คืนดีกัน“กินข้าวจ้ะ” สุภัทราลุกขึ้นไปตักข้าวต้มหมูร้อนๆ มาให้ทั้งสองคน เอมมาลินนั่งกินเงียบๆ ขณะที่ฌอร์นลอบมองหญิงสาวอยู่บ่อยๆ“วันนี้คุณจะไปไหนเหรอ” อวสรถาม“ผมต้องเข้าบริษัทน่ะครับ บริษัทรับเหมาก่อสร้าง เกิดปัญหานิดหน่อย ต้องเข้าไปดูด้วยตัวเอง” ฌอร์นบอกอย่างสบายๆ แม้ในใจจะวิตกกังวลไม่น้อยเหมือนกัน“เพราะคุณจีหรือเปล่า” อวสรถามอีก เอมมาลินชะงัก ทำเหมือนไม่สนใจ แต่จริงๆ แล้วเธอกำลังแอบฟังอยู่“ครับ ปล่อยข่าวว่าบริษัทผมฮั้วป
“ไปไหนกันมา ได้ของกลับมาเยอะแยะเลย” อวสรเอ่ยถาม เมื่อเห็นเอมมาลินกลับมาพร้อมกับฌอร์น ฌอร์นหิ้วของเข้ามาพะรุงพะรัง จนสิณต้องเข้าไปช่วย“หาหมอเสร็จก็ไปห้างสรรพสินค้าค่ะ มีแต่ของใช้ส่วนตัวกับขนม”“กินข้าวมาแล้วหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณพ่อ”“ไปกินอะไรกันมา บอกพ่อได้ไหม” อวสรถามอีก เขาพยายามทำให้สถานการณ์มันดีขึ้น เพราะลึกๆ แอบสงสารฌอร์นเหมือนกัน ที่ต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลูกสาวเขาคนเดียว“ปิ้งย่างค่ะ ร้านเดิมที่ชะเอมชอบกิน” เอมมาลินตอบ อวสรร้องอ๋อและหันไปมองหน้าฌอร์นก่อนจะยิ้มให้“ขอบคุณมากนะฌอร์น ที่ดูแลลูกสาวผม”“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ผมเต็มใจทำ”“ถ้าอย่างนั้นชะเอมขอขึ้นไปพักก่อนนะคะ”“ได้ลูก วันนี้ไปมาหลายที่คงเหนื่อย”เอมมาลินเดินขึ้นห้องนอนไปแล้ว ฌอร์นมองตามตาละห้อย สองสัปดาห์แล้วที่เขาเข้ามาอยู่ที่นี่ แต่เอมมาลินก็ไม่ใจอ่อนสักที เขาคิดถึงเธอ อยากนอนกอดเธอเหมือนเมื่อก่อน แต่ตอนนี้แม้แต่หน้าห้องเขายังไม่มีสิทธิ์ หากเป็นบ้านเขา เขาจะรีบเอากุญแจสำรองมาไข ไม่ก็พังประตูไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด“เมื่อไหร่ชะเอมจะใจอ่อนเสียที”“ลูกสาวผมเป็นคนเจ็บแล้วจำ คุณต้องทำใจหน่อยนะ” อวสรตบบ่าฌอร
ฌอร์นอาศัยช่วงที่เอมมาลินหลับ กลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว และงานต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ เขาจะย้ายสำมะโนครัวไปอยู่บ้านอวสรเป็นการชั่วคราว จนกว่าเมียจะหายโกรธ นัทกับสิณต้องช่วยกันขนของยกใหญ่ สิณได้แต่อมยิ้ม เพราะไม่เคยเห็นเจ้านายตัวเองอยู่ในโหมดนี้มาก่อน“ไอ้สิณ แกยิ้มอะไรของแก” ฌอร์นจับสังเกตลูกน้องได้ก็เอ่ยถาม“เจ้านายเปลี่ยนไปเยอะเลยนะครับ”“เปลี่ยนไปยังไง ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ตั้งนานแล้ว”“ก็... เปลี่ยนไปตรงที่... ไม่เคยง้อผู้หญิงคนไหนเท่าคุณหนูชะเอมมาก่อน”“แกนี่ก็พูดแปลก นั่นลูกกับเมียฉันนะ ฉันจะปล่อยให้ไปอยู่ไกลหูไกลตาได้ยังไง” เขาส่ายหน้า สิณจึงได้แต่ยิ้มๆ กับนัทสองคน และก้มหน้าขนของต่อ สิณขับรถไปส่งเจ้านายตัวเองที่บ้านอวสร อวสรงงที่เห็นฌอร์นหอบสัมภาระมาที่นี่เยอะแยะ“ฌอร์น...”“ผมจะมาอยู่บ้านคุณนะ หวังว่าคุณคงจะอนุญาต” เขาบอก อวสรเห็นเขาขนของมาขนาดนี้ จะไม่อนุญาตคงไม่ได้แล้ว“ได้สิ วันนี้ผมให้ภรรยาผมทำความสะอาดห้องให้แล้ว ห้องคุณอยู่ตรงข้ามกับห้องชะเอม”“ดีเลย...” ฌอร์นบอก เพราะเขาจะได้หาจังหวะตอนเธอเผลอ เข้าไปนอนกับเธอด้วยบ่อยๆ“ชะเอมตื่นหรือยังครับ”“ยังเลย นอนหลับไม่รู
เขามองหญิงสาวที่กำลังพับผ้าใส่กระเป๋าอย่างเอ็นดู บนตัวเขามีผ้าห่มด้วย อย่างน้อยเธอก็ไม่ใจร้ายกับเขามากจนเกินไป ฌอร์นยิ้มน้อยๆ และมองเอมมาลินอยู่อย่างนั้น ในใจหวนนึกถึงครั้งแรกที่เจอกัน เธอเป็นเพียงเด็กสาววัยมัธยมที่อ่อนแอ ไร้เดียงสา ผ่านมา 4 ปี เธอต้องเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย ทั้งดีและแย่ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเขาทั้งนั้น ทำให้เธอเข้มแข็งและดูแลตัวเองได้มากขึ้น ที่สำคัญคือเธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้ว“ชะเอม...” เขาเรียกเธอ เอมมาลินหันมามองเขาเป็นเชิงถาม“กลับไปกรุงเทพ ไปอยู่กับฉันเหมือนเดิมนะ” เขาลุกขึ้นนั่ง และมองสบตา เอมมาลินส่ายหน้า“ไม่ค่ะ ชะเอมตัดสินใจแล้ว”“แต่เธอกำลังท้องนะ ท้องกับฉัน เด็กในท้องเป็นลูกฉัน ก็ต้องอยู่กับฉัน”“เด็กในท้องเป็นลูกของชะเอมคนเดียว ไม่ใช่ลูกของพี่!”“ถ้าไม่ใช่ลูกของพี่แล้วเด็กมันจะเกิดมาได้ยังไง เธอจะไปท้องกับกระบอกไม้ไผ่ไม่ได้นะ”“พี่ฌอร์น!” เธอหันมามองเขาตาเขียว ฌอร์นลุกขึ้นเดินไปหาเธอใกล้ๆ และดึงตัวเธอขึ้นมากอดไว้หลวมๆ“อย่าดื้อนักได้ไหม ฉันมารับเธอแล้ว กลับไปอยู่กับฉัน เราจะอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม”“มันไม่เหมือนเดิมแล้วค่ะ พี่ฌอร์นปล่อยชะเอม!”“ฉันบอกแล้วไงว





![ตามรักคืนใจ [ลูกแฝด]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

