LOGIN
บทที่1 พวกคนบ้า
เสียงกรีดร้องจากฝูงชนดังลั่นกลางถนนสุขุมวิทในค่ำคืนที่ควรจะสงบสุข กลับกลายเป็นสนามประลองของกลุ่มชายฉกรรจ์สองฝั่งที่จ้องฟาดฟันกันด้วยไม้เบสบอล มีด และสายตาอาฆาตที่บ่งบอกถึงความแค้นฝังลึก
รถยนต์คันหรูสีดำสนิทจอดสนิทอยู่ริมถนน ประตูหลังเปิดออกอย่างสง่างามก่อนที่เท้าข้างหนึ่งจะก้าวลงจากรถตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มผู้มีอำนาจที่แม้จะยังไม่พูดสักคำ คนทั้งฝั่งก็หยุดนิ่งราวกับถูกบีบคอด้วยอำนาจล่องหน
“ไอ้พวกเศษสวะ กล้ามาดักหน้าถิ่นกูเหรอ?”
เสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือกของ เมฆ หัวหน้าแก๊งเมฆา ดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหยียดเบาๆ ที่มุมปาก เขาแต่งตัวเรียบหรูในสูทสีดำสนิท ผูกเนกไทแบบหลวมๆ ผมดำขลับถูกเซ็ตอย่างเนี้ยบ คิ้วเข้มกับสายตาคมเฉียบจนแทบเชือดได้ เขาเหมือนพายุเงียบที่พร้อมพัดทุกอย่างให้พังพินาศในพริบตา“เมฆา! มึงคิดว่าจะรอดอีกนานเหรอวะ!” เสียงจากฝ่ายตรงข้ามตะโกนก้อง นำโดยแก๊ง อัคนี คู่แข่งที่ร้อนแรงเหมือนชื่อ
ไฟแค้นในดวงตาพวกนั้นแทบจะลุกท่วมทั้งถนนทันใดนั้น เสียงฝีเท้ากลุ่มใหญ่เร่งเข้ามา พร้อมเสียงคำรามของเครื่องยนต์จากมอเตอร์ไซค์หลายคัน มันคือคนของเมฆาที่ตามมาสมทบ กลุ่มชายในชุดดำที่ทุกคนต่างรู้ว่าไม่ใช่แค่บอดี้การ์ดธรรมดา แต่คือ ‘นักฆ่า’ ในนามของแก๊งเมฆา
เสียงกระจกแตก เสียงหมัดกระทบหน้า เสียงไม้กระแทกกับกระดูกดังสนั่น ลูกพลับกำลังจะเดินกลับหอพักหลังเลิกงานที่คาเฟ่เล็กๆ ใกล้ซอยนี้ เธอแค่ซื้อขนมแล้วเดินลัดทางลัดซอยประจำ หารู้ไม่ว่าวันนี้ทางลัดจะกลายเป็น ทางรอด หรือ ทางตาย
“กรี๊ด! อะไรกันเนี่ย!?”
เธอผงะ สองขารีบหลบเข้าหลังเสาไฟฟ้า พยายามกดเสียงหายใจไม่ให้ดัง แต่ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของเธอเต้นถี่ราวกับจะทะลุอกเลือด… คนล้มลง… และชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนเทพบุตรแต่กลับอาบไอปีศาจจากการสังหารอย่างเลือดเย็น
เมฆปรายตามองผ่านความวุ่นวาย จนสายตาไปสะดุดกับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งในเงามืด สะพายกระเป๋าผ้า ขนมตกกระจายเต็มพื้น
หญิงสาวที่ดูธรรมดาจนไม่น่าจะอยู่ในสถานการณ์นี้เลย“ใคร?” เขาถามกับตัวเองในใจ เสี้ยววินาทีนั้นเหมือนโลกหยุดหมุน
ลูกพลับสบตากับเขา ตาคู่นั้นมีประกายแข็งกร้าว แต่ลึกลงไปกลับเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว ราวกับเขาไม่เคยได้รับอะไรที่บริสุทธิ์จากโลกนี้เลย
“หลบตรงนั้นไม่ได้แล้ว ออกมา!” เมฆตะโกนบอกเสียงแข็ง ก่อนจะเดินเข้าหาเธอ ฝ่ายตรงข้ามสังเกตเห็นเช่นกัน และหนึ่งในนั้นรีบชักมีดพุ่งเข้าใส่เธอทันที
ฉัวะ!
เสียงมีดปะทะเนื้อก่อนที่เลือดจะกระเซ็น…แต่ไม่ใช่ของเธอเป็นเมฆที่พุ่งเข้ามารับไว้ แขนข้างหนึ่งของเขาเลือดไหลซึมจากแผลเฉียด แต่เขาไม่แม้แต่จะสะท้าน
เสียงปะทะยังดังต่อเนื่อง เสียงฝีเท้ากระทบพื้นคอนกรีตดังก้อง ทั้งสองฝั่งตะโกนคำสั่งปะปนกับเสียงคำรามจากแรงแค้นที่ก่อตัวมานาน
เมฆสะบัดข้อมือเบาๆ ก่อนปล่อยหมัดสวนเข้าเต็มกรามศัตรูที่พุ่งเข้ามา จังหวะนั้นลูกพลับยังยืนอึ้ง กำลังจะหันหนี แต่กลับโดนร่างของชายคนหนึ่งฟาดล้มลงกับพื้น
“โอ๊ย!” เธอร้องออกมาอย่างตกใจ มือถลอกเล็กน้อยจากเศษหิน และแผลที่ใบหน้า
สายตาคมของเมฆหันกลับมาทันที เห็นเธอล้ม เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ร่างสูงก็ตรงเข้ามาหาเธอทันที ดึงแขนเธอให้ลุกขึ้นโดยไม่พูดพล่าม
“ลุกขึ้น!” เสียงทุ้มเข้มสั่งสั้น ๆ
ลูกพลับเบิกตากว้าง นึกกลัวแต่ก็ยื่นมือให้เขาดึงโดยไม่ทันคิดอะไรเมฆผลักเธอไปด้านหลังเบา ๆ ราวกับปกป้องก่อนจะหันกลับไปปะทะกับชายอีกสามคนที่พุ่งเข้ามาพร้อมไม้กระบอง
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของถนน ลูกน้องเมฆใช้ปืนพกยิงขู่ให้กลุ่มศัตรูล่าถอย แต่ไม่มีใครถอย…พวกมันพร้อมแลกชีวิตลูกพลับหลบหลังรถคันหนึ่ง ใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ เสียงหัวใจของเธอกลบเสียงอื่นแทบมิด
เมฆหลบหมัดจากชายตรงหน้า แล้วคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายกระชากเข้ามา ก่อนกระแทกเข่าขึ้นใส่จนทรุดลงไปกับพื้น เขามองไปรอบๆ พลางสบถ
“น่ารำคาญ!”
ทันใดนั้น เงาใหญ่จากชายอีกคนด้านหลังยกเหล็กแป๊บขึ้น จะฟาดหัวเมฆเต็มแรง
“ข้างหลัง!”
เสียงของลูกพลับดังขึ้นในพริบตานั้น เธอไม่รู้ว่ากล้าพูดได้ยังไง แต่พูดออกไปแล้วเมฆหันกลับไปทันที แล้วใช้แขนกันไว้ พุ่งศอกสวนกลับเต็มแรง
ชายคนนั้นฟุบลงกับพื้นแทบไม่ทันร้องเมฆหันกลับมามองเธอ
“มีสมองดีนะ… สำหรับคนที่ไม่ควรมาอยู่ตรงนี้” เขาพูดเสียงเรียบ แต่แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย“ฉันแค่... เดินผ่าน…”
“แล้วคิดจะยืนมองเฉย ๆ จนโดนลูกหลง?”“ก็ใครจะไปรู้ว่าจะเจอพวกบ้าฟาดกันกลางถนนล่ะ!?”
ยังไม่ทันที่เมฆจะได้พูดอะไร เสียงมอเตอร์ไซค์ฝั่งตรงข้ามกลับแหวกเข้ามาจอดขวางทางไว้ หัวหน้าแก๊งอัคนีใส่หน้ากากปิดบังใบหน้า ยิงปืนขึ้นฟ้าหนึ่งนัด พร้อมพูดเสียงดัง
“เมฆา! ถ้ามึงยังไม่ถอยคืนนี้มึงไม่ได้กลับแน่!”
เมฆหรี่ตามองอีกฝ่าย “พูดมากไปนะมึง ก็แค่เสียงหมา” เขากล่าว พร้อมยกมือขึ้น
ลูกน้องของเขาอีกกลุ่มพุ่งทะลวงเข้ามาเสริมทันที เหมือนรอแค่สัญญาณนี้ฝุ่นควัน เสียงปืน หมัดไม้ มีด และเสียงโห่ร้องปะทะกันระลอกใหญ่
ลูกพลับยืนหลบอยู่ข้างรถเหมือนหลุดเข้าไปในหนังแอคชั่น ท้องถนนตอนนี้คือสนามรบ“เฮ้ย! มันมีคนเห็นนะพี่เมฆ! ตำรวจมาแน่!”
เสียงหนึ่งจากลูกน้องเมฆร้องเมฆสบถในลำคอ เขาหันกลับไปมองลูกพลับที่ยังคงหลบอยู่ เขารีบคว้าแขนเธออย่างแรง
“มา!”
“อะไร!? เดี๋ยวก่อน ฉัน—”
“จะตายอยู่แล้วยังจะยืนบื้ออยู่ทำไม!?”
เขาลากเธอวิ่งออกจากจุดปะทะทันที ร่างสูงวิ่งเร็วอย่างคล่องแคล่ว ลูกพลับแทบวิ่งตามไม่ทัน
“ไปไหนก็ได้ที่ไม่มีตำรวจ!” เมฆสั่งเสียงหนัก
“ฉันไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้! ฉัน—”
“ก็เลยต้องลากเธอออกมาก่อนจะโดนยิง เงียบแล้ววิ่ง!”
ทั้งคู่วิ่งฝ่าซอยแคบ ๆ ไปทางหลังตึกเก่า หอบหายใจแรงจนแทบทรุด
“บ้าเอ๊ย…” ลูกพลับนั่งลงกับพื้น หัวใจเต้นรัว “นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย…”
เมฆยืนหอบเบาๆ แตะเลือดที่แผลเฉียดแขนแล้วสบถเบา ๆ
“เธอชื่ออะไร?” เขาถามขึ้นขณะยังมองออกไปที่วิวของเมืองด้านล่าง
“ทำไมต้องบอก?”
“ฉันลากเธอมาด้วย ฉันควรรู้ชื่อ”
“…พลับ”
เมฆพยักหน้าช้า ๆ
“ขอบใจที่เตือนเมื่อกี้” เขากล่าวสั้น ๆ แต่เป็นคำขอบคุณจริงจัง
“แล้วคุณเป็นใครกันแน่…” พลับมองเขา สีหน้าเริ่มจับต้นชนปลายได้
“พวกนั้น… พวกที่สู้กัน… คุณเป็นหัวหน้าแก๊งอะไรใช่ไหม…”เมฆไม่ตอบทันที เขาเพียงมองแสงไฟจากถนนเบื้องล่าง
“อย่ารู้จักฉันมากจะดีกว่า” เขากล่าวเสียงเบา “แต่เอาเป็นว่า… ฉันเป็นคนที่เธอไม่ควรเข้าใกล้”
“แล้วทำไมคุณถึงช่วยฉัน?”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองเธอ
สายตานั้นไม่เย็นชาเหมือนเดิม“เพราะเธอไม่ควรมาเห็นของพวกนี้…”
“ต้องไปจากตรงนี้ ยังไม่ปลอดภัยพอ”
“ไปไหนล่ะ?”
“บ้านเธอไง”
“ห๊ะ!...ว่าไงน่ะ”
ลูกพลับนั่งเงียบ ๆ มือยังกำเสื้อแน่น เธอไม่รู้ว่าชายตรงหน้าเป็นใครกันแน่ แต่รู้แค่ว่า… เขาเพิ่งช่วยชีวิตเธอ
และเขา… กำลังจ้องเธอเหมือนพยายามอ่านอะไรบางอย่างจากดวงตาของเธอเช่นกัน
บทที่45 ตอนพิเศษค่ำคืนหนึ่งในเดือนธันวาคม — กรุงเทพฯร้านอาหารหรูบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมภูผา ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินเนอร์หรูส่วนตัวของ “สองครอบครัวใหญ่” ใต้ท้องฟ้าสีมืดมิดปนแสงดาว พื้นไม้สีเข้มสะท้อนแสงไฟนวลที่ประดับประดารอบโต๊ะอาหารยาว ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ทั้งไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น และขนมหวานสำหรับเด็กเจ้าแฝดทั้งสี่—นาวา, พาย, ขุนเขา, สายลม—วิ่งเล่นรอบโต๊ะด้วยเสียงหัวเราะ ไม่ห่างจากสายตาของแม่ๆ และพ่อๆ ที่คอยมองและยิ้มอย่างภูมิใจพลับใส่เดรสยาวสีครีม ผมยาวปล่อยสลวย หน้าสดใสขึ้นมากตั้งแต่มีลูก ส่วนพลอยในเดรสสีชมพูอ่อนก็ดูละมุนละไมยิ่งขึ้นกว่าเดิม ท่ามกลางบรรยากาศแบบครอบครัว พวกเธอเหมือนแม่ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีหัวหน้าแก๊งค์อย่าง “เมฆ” กับ “ภูผา” ยืนอยู่ข้างๆ... พร้อมทำหน้าที่สามีและพ่ออย่างเต็มภาคภูมิแต่ในค่ำคืนนี้... จะมีเรื่องที่ทำให้หัวใจอบอวลกว่านั้นเกิดขึ้นขณะที่อาหารจานหลักถูกเก็บออกไป เหลือเพียงแชมเปญและเค้กขนาดเล็ก—ภูผาหันไปสบตากับเมฆเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าให้กันซันที่นั่งหัวโต๊ะ ยิ้มมุมปากทันที “เอ้า...จะเริ่มยังไง รอดูอยู่นานละนะ”จู่ๆ เมฆลุกขึ้นช้าๆ กุมมือของพลับไ
บทที่44 อยากมีลูกอีกNCเสียงหัวเราะจากลานสวนค่อย ๆ ซาเมื่อเมฆเริ่มทำตัวอ้อนภรรยาหนักขึ้น เขาทั้งโอบทั้งหอมพลับซ้ายขวาไม่หยุด จนทุกคนต้องส่ายหน้า“พอเลยพี่เมฆ หอมเข้าไป เดี๋ยวก็หอบเมียกลับเข้าห้องแน่!” ซันแซวพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม“เออ มันอุ้มไปแน่กูดูหลายรอบละ” ภูผาก็เสริมพลางหัวเราะเบา ๆ พลอยเองก็นั่งอมยิ้ม ส่ายหน้าเบา ๆแต่เมฆไม่ได้สนใจคำแซวสักนิด เขาก้มลงกระซิบข้างหูพลับเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วอุ้มพลับในท่าเจ้าสาวเต็มตัวกลางสวนหลังบ้าน ท่ามกลางเสียงฮือฮา“เฮ้ยยย! มันจริงว่ะ!!” ซันอ้าปากค้าง“โอ้ยย พี่เมฆบ้าา!” พลับหน้าแดงจัด ดิ้นเล็กน้อยแต่ก็ยอมให้อุ้มอย่างว่าง่ายเพราะรู้ว่าเถียงไปก็ไม่รอดก่อนจะก้าวเดินเพื่อเข้าบ้าน เมฆก็หันมามองทั้งสามคนแล้วตะโกนออกมาเสียงดังฟังชัด“แยกย้ายกันนอนได้แล้ว คืนนี้กูจะขยันจัดเมียให้หนัก ๆ ฮ่า ๆๆๆ!”เสียงหัวเราะและเสียงโห่ของเพื่อน ๆ ก็ตามหลังไปตลอดทาง ส่วนพลับก็เอาหน้าซุกอกเมฆอย่างอายจัด จนไม่กล้าเงยหน้ามองใครเมฆพาพลับเข้าห้องอย่างเบามือ วางเธอลงที่เตียงด้วยท่าเจ้าสาวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียงดวงเดียวในห้อง แสงสลัวสีส้มอ่อนส่องก
บทที่43 วันครอบครัวเช้าวันเสาร์อากาศแจ่มใส แดดอ่อนๆ ส่องลอดผ้าม่านสีครีมในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์เมฆา บ่งบอกถึงวันหยุดแสนสุขที่รอคอย พลับตื่นตั้งแต่เช้าเพราะเสียงหัวเราะของน้องพายและน้องนาวาที่วิ่งดุ๊กดิ๊กอยู่หน้าห้องน้ำ เด็กแฝดวัยสามขวบครึ่งกำลังดีดดิ้นด้วยความตื่นเต้น เพราะรู้ว่าพ่อแม่จะพาไปสวนน้ำพลับยิ้มกว้าง หยิบมือถือมากดโทรหาพลอยทันที“ฮัลโหลพี่พลอย ตื่นยังงงง~” เสียงสดใสของเธอดังลอดเข้าไปในปลายสาย“ยังไม่ได้หลับเลยแก! ลูกขุนเขากับสายลม ตื่นตั้งแต่ตีห้า จะไปสวนน้ำให้ได้เนี่ย” พลอยบ่นทั้งที่หัวเราะแทรกอยู่ในน้ำเสียง“ดีเลย! วันนี้ที่ห้างเรามีเปิดโซนใหม่ด้วยนะ เป็นโซนเด็กเล็กพอดี ไปกันๆ เดี๋ยวพี่เมฆเขาจองโซน VIP ไว้แล้ว เงียบคน ไม่ต้องเบียดใคร เด็กๆ เล่นน้ำได้สบายเลย”“โอ๊ย ดีอ่า งั้นเจอกันกี่โมง?”“สิบเอ็ดโมง”รถตู้หรูสีดำของบ้านเมฆจอดสนิทที่หน้าโรงแรมของภูผาในเวลาสิบเอ็ดโมงเช้าเป๊ะ เด็กน้อยสองแฝด นาวาและพาย วิ่งลงจากรถทันทีด้วยความตื่นเต้น ตะโกนลั่นว่า “น้องขุนเขา! น้องสายลม! ไปสวนน้ำกันนน!!” ข้างหลังคือพลับที่ยืนเท้าสะเอวรอรับพลอย ส่วนเมฆนั้นลงมายืนกอดอกพิงรถ ชะเง้อมองหาเพื่อนร
บทที่42 NCสิ้นเดือนเหมือนสวรรค์ของชาวแก๊งค์บรรยากาศของวันสิ้นเดือนบน “ตึกเมฆา” ในวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ…แสงแดดยามสายลอดกระจกเข้ามาในห้องทำงานหรูของเมฆ สะท้อนผิวพื้นหินอ่อนจนระยิบระยับ เสียงหัวเราะของ “น้องนาวา” และ “น้องพาย” ลูกฝาแฝดของเมฆและพลับดังเจื้อยแจ้วในห้อง ทำเอาบรรยากาศที่เคยเย็นชาจากความเป็นมาเฟีย กลับดูอบอุ่นแบบบ้าน ๆ อย่างไม่น่าเชื่อพลับนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ เปิดกล่องของเล่นให้ลูก ๆ ระหว่างรอให้เมฆจัดการเรื่องเงินเดือนลูกน้อง ข้าง ๆ คือโต๊ะไม้สักขนาดใหญ่ที่เมฆใช้ประชุมงานมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน วันนี้โต๊ะนี้กลับกลายเป็นโต๊ะวาง “ซองขาว” เงินเดือนสำหรับคนของเขาลูกน้องแก๊งเมฆา ทุกคนในชุดดำเรียบร้อย เดินขึ้นมาตามลำดับแผนก ทีละคน…สองคน…จนเต็มห้องคิงส์ยืนประจำจุดด้านหน้า กวักมือเรียกทีละชื่อ ช่วยแจกซองเงินแบบเงียบขรึม“ไอ้บอย–การเงิน”“ไอ้ทอม–ภาคสนาม”“ไอ้เอก–ข่าวกรอง”ทุกคนรับซองด้วยท่าทางนอบน้อม ก่อนจะหันไปยกมือไหว้พลับที่นั่งอยู่พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นเสียงหัวเราะของลูกฝาแฝดยังคงดังเป็นจังหวะเสริมจังหวะเครียด ๆ ของชายชุดดำในห้องอย่างลงตัว… นาวากำลังลากรถของเล่นวิ่งรอบโต๊ะ ส่ว
บทที่41 เซ็นต์สัญญาบ่ายวันหนึ่ง ณ ตึกเมฆาหลังผ่านเหตุการณ์มากมายในชีวิต ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มกลับเข้าสู่ความสงบ ทั้งธุรกิจ กลุ่มแก๊งค์ และหัวใจของทุกคนเมฆกลับมาทำงานตามปกติในตำแหน่งประธานบริษัทเมฆา อินเตอร์กรุ๊ป ขณะที่ซันนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม โต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารโครงการใหญ่ที่กำลังจะเริ่มต้น — “ห้างหรูระดับเอเชียใจกลางกรุงเทพฯ” โครงการที่เคยถูกพักไว้เมื่อหลายเดือนก่อนเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันวันนี้ มิสเตอร์ลี นักลงทุนรายใหญ่จากสิงคโปร์นัดเข้าพบอีกครั้งเพื่อสรุปดีล และครั้งนี้ เมฆก็เตรียมแผนไว้ล่วงหน้า“เดี๋ยวอีกคนจะตามมา… ผู้ถือหุ้นใหม่ของโครงการ” เมฆพูดขณะเซ็นเอกสาร“ใคร?” ซันเลิกคิ้วประตูกระจกเลื่อนเปิดออก…ภูผา ในชุดสูทสีเข้ม เดินเข้ามาเงียบๆ พร้อม พลอย ที่ตอนนี้อุ้มท้องโตแปดเดือนกว่า ใบหน้ายิ้มละไมและดูสดใสขึ้นมากหลังจากพักฟื้นจนหายดี เธอแต่งชุดเดรสยาวคลุมเข่า สวมรองเท้าแตะสบายๆ เดินเคียงข้างสามีมาอย่างอ่อนโยน“มาแล้วครับหุ้นส่วนใหม่” เมฆยิ้มเล็กน้อย“ไม่คิดว่าฉันจะมาอยู่ฝั่งเดียวกันจริงๆ ล่ะสิ” ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปจับมือกับมิสเตอร์ลีซันหัวเราะ “โห… จากคู่กัดกลายเป็น
บทที่40 คลอดแล้วจ้าผ่านไปหลายเดือน—ฤดูฝนมาเยือนพร้อมเสียงฟ้าร้องเบา ๆ ตอนกลางคืน...ในบ้านหลังใหญ่ของ “เมฆา บารมีอนันต์” แห่งตระกูลมาเฟียที่ใครก็ไม่กล้ายุ่ง เวลานั้นทุกอย่างเงียบสงบ… ยกเว้นห้องนอนใหญ่ที่เปิดไฟสลัว เสียงหอบหายใจของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ“อื้อ… เมฆ… เมฆ… พี่เมฆ!”ลูกพลับร้องเสียงหลง มือข้างหนึ่งกุมท้องแน่น ขาเกร็งจนเธอลุกจากเตียงไม่ขึ้นเมฆที่กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าโน้ตบุ๊กไม่ไกล รีบเผ่นพรวดมาหาทันที สีหน้าตกใจสุดขีด“เป็นอะไร! เจ็บเหรอ!”“เจ็บท้อง… มันจุกไปหมดเลย เหมือนจะคลอด… พี่เมฆ… ฮึก…”“เวรเอ๊ย!” เมฆสบถลั่น รีบประคองเธอขึ้นอย่างทุลักทุเล แผ่นหลังกว้างของเขาเปียกเหงื่อ มือสั่นจนน่าแปลกใจ เพราะไม่เคยเห็นเมฆเป็นแบบนี้“เดี๋ยวพี่พาไปโรงพยาบาล! อดทนนะพลับ! เดี๋ยวพี่จัดการเอง!”เขารีบโทรหาพี่คิงส์ให้เตรียมรถ สั่งให้ป้าติ๋มหยิบกระเป๋าเตรียมคลอดที่จัดไว้มาวางท้ายรถ แล้วตัวเองก็อุ้มพลับขึ้นรถไปเองเลยไม่ให้ใครจับ“อย่าเจ็บมากนะคนเก่งของพี่… เดี๋ยวก็ได้เจอลูกเราแล้วนะ…”ในรถ พี่คิงส์ขับพุ่งฝ่าฝนกลางคืนไปด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เขาเคยขับ มือจับพวงมาลัยแน่น หน้าตา







