LOGINเมื่อครบเวลา 15 นาทีแล้วอันดาก็บอกลามารดาก่อนจะออกมาจากห้องซึ่งตอนนี้หลินกำลังยืนคุยอยู่กับนายหัวนที
“นายหัวมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
“มาได้แป๊บหนึ่งแล้วแหละ เดี๋ยวฉันขอเข้าไปเยี่ยมแม่เธอหน่อยนะแล้วค่อยไปกินข้าวด้วยกันสามคน”
“นายหัวจะไปกินข้าวกับเราด้วยเหรอคะ”
“อือ รอแป๊บหนึ่งก็แล้วกัน” นายหัวนทีบอกกับหญิงสาวก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนชุดแล้วเดินเข้าไปเยี่ยมประไพในห้องไอซียู
“สวัสดีครับน้าไพเป็นยังไงบ้างสีหน้าดีขึ้นแล้วนะครับ”
“น้าดีขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณนายหัวมากๆ นะคะอันดาบอกว่านายหัวช่วยค่าใช้จ่ายของน้าหมดเลย”
“น้าครับค่าใช้จ่ายไม่ได้แพงอะไรเลยที่นี่มันเป็นโรงพยาบาลรัฐบาลนะครับมีค่าใช้จ่ายเพิ่มแค่นิดเดียวเอง”
“เอาไว้น้าได้ออกจากโรงพยาบาลน้าจะจัดการคืนเงินให้นะคะ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ น้าไพก็เป็นคนงานของผมยังไงก็ต้องดู ผมดีใจที่เห็นน้ากำลังจะกลับมาแข็งแรง”
“นายหัวคะ น้ารู้ดีว่าโรคของน้ามันไม่มีทางหายเป็นปกติ น้ารู้สึกเหนื่อยมากแต่พอเห็นอันดาแล้วก็มีแรงขึ้นเยอะแต่ก็ไม่รู้ว่าในอนาคตมันจะเป็นยังไง”
“พูดอะไรอย่างนั้นครับน้าไพ หมอที่นี่เก่งมากนะครับนี้อีกหน่อยน้าไพก็กลับมาหายดีครับ”
“น้าก็ไม่รู้อนาคตหรอกนะคะ น้าแค่เป็นห่วงอันดาถ้าน้าไม่อยู่แล้วนายหัวช่วยดูแลอันดาหน่อยได้ไหมคะ อันดาอาจจะดื้อบ้าง แต่ลึกๆ แล้วเธอก็เป็นเด็กดี อันดากำลังจะลาออกจากงานที่กรุงเทพแล้วกลับมาดูแลน้าแต่น้าไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย นายหัวก็รู้ว่าทำงานที่กรุงเทพอนาคตมันอาจจะดีกว่าที่นี่”
“ผมว่าอันดาก็คงอยากมาดูแลน้าใกล้ๆ”
“แต่ถ้าอันดาลาออกจากกรุงเทพมาหางานทำที่บ้านและมาดูแลน้า แล้ววันหนึ่งน้าไม่อยู่ขึ้นมาล่ะโอกาสที่จะได้ทำงานในบริษัทใหญ่แบบนั้นมันไม่ได้มีบ่อยๆ ถ้าน้าไม่อยู่แล้วอันดาก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียว น้าเลยอยากให้เธอมีงานทำดีๆ”
“น้าไพครับผมขอถามอะไรหน่อยนะ แต่ถ้าน้าไม่สะดวกใจไม่ต้องตอบก็ได้”
“นายหัวจะถามอะไรน้าคะ”
“ผมอยากรู้ว่าครอบครัวของน้ามีกันแค่สองคนเหรอครับ”
“จริงๆ ครอบครัวของเราอยู่เชียงใหม่ค่ะ แต่น้าไม่ได้ติดต่อไปเลยน้ากลัวพ่อของอันดาจะรู้ว่าเราอยู่ที่ไหน น้าเลือกที่จะให้อันดาอยู่อย่างโดดเดี่ยวดีกว่ากลับไปเจอกับครอบครัว พ่อของอันดาเป็นคนอันตรายค่ะ ตั้งแต่น้าหนีมาอยู่ที่นี่น้าก็ไม่เคยติดต่อใครที่เชียงใหม่อีกเลยต่อให้น้าเป็นอะไรไปนายหัวก็ไม่ต้องพยายามติดต่อหรือตามหาญาติของน้านะคะ”
“แล้วอันดาล่ะครับ เคยอยากติดต่อไปบ้างไหม”
“เรื่องนี้อันดาเธอเข้าใจดีค่ะ เพราะเธอเป็นคนชวนน้าหนีออกมาจากที่นั่นเอง”
“อันดาน่ะเหรอครับชวนหนีมา”
“ใช่ค่ะ เธอทนเห็นน้าถูกสามีทำร้ายไม่ได้ก็ตั้งแต่หนีมาจากที่นั่นอันดาก็ไม่เคยพูดถึงพ่อหรือครอบครัวที่เชียงใหม่อีกเลย เห็นว่าเป็นผู้หญิงตัวเล็กแต่จริงๆ แล้วอันดาเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งมาก อันดาเข้มแข็งมากกว่าน้าอีกค่ะ น้าเชื่อว่าถ้านายไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้วอันดาจะสามารถใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างดีแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ยังไงก็ขอฝากให้นายหัวช่วยดูแลด้วยก็แล้วกันนะคะ”
“ได้ครับน้า แต่ผมว่าเดี๋ยวน้าก็หาย” ชายหนุ่มพูดให้กำลังใจ
“น้าไม่รู้ว่าจะหายได้ไหม น้ารู้สึกเหนื่อยมาก”
“งั้นน้าไพพักผ่อนนะครับ”
“เดี๋ยวค่ะนายหัว น้ามีอีกเรื่องที่อยากขอร้องนายหัวค่ะ อย่าหาว่าน้าเรื่องมากเลยนะคะ”
“อะไรครับน้าไพ”
“ถ้าน้าเป็นอะไรไปในเร็วๆ นี้...”
“น้าภัยครับอย่าพูดอย่างนี้สิ ผมเองก็ใจคอไม่ดีเลยเหมือนกันนะ ถึงผมกับน้าจะไม่ใช่ญาติพี่น้องกันแต่ผมก็รู้จักกับน้ามาสิบกว่าปีแล้วน้าก็เหมือนกับญาติผู้ใหญ่ของผมคนหนึ่ง”
“น้าแค่พูดเผื่อไว้ก่อน พูดตอนที่ยังมีแรงพูด”
“ครับน้าไพ”
“เรื่องรับปริญญาถ้าถึงวันนั้นน้าไม่อยู่น้าอยากให้นายหัวช่วยเป็นตัวแทนของนะไปงานรับปริญญาได้ไหม”
“ผมไม่อยากสัญญาเลยเพราะผมอยากให้น้าไปเห็นอันดาได้รับปริญญาด้วยตัวเองมากกว่าเอาเป็นว่าถ้าถึงวันนั้นผมจะเป็นคนพาน้าไพไปงานรับปริญญาของอันดานะครับ”
“ขอบคุณค่ะนายหัว ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา”
“น้าไนครับวันนี้ น้าเหนื่อยมากแล้วผมว่าน้าพักดีกว่าส่วนเรื่องอันดาน้าไม่ต้องห่วงนะครับ ผมว่าเธอเป็นเด็กดีผมจะช่วยน้าดูแลเธอระหว่างที่น้าอยู่ที่โรงพยาบาลก็แล้วกันนะครับ เดี๋ยวผมคงต้องไปก่อนใกล้หมดเวลาเยี่ยมแล้ว พรุ่งนี้ผมจะมาเยี่ยมใหม่นะครับ”
นายหัวนทีเดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้าที่ปรับให้ดูปกติทั้งที่ในใจเป็นกังวล เพราะการคุยกับน้าประไพในครั้งนี้เหมือนเธอรู้ตัวว่าคงมีเวลาอีกไม่นานและคำพูดสั่งเสียเหล่านั้นก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกไม่ดีเลย
“แม่พูดอะไรกับนายหัวบ้างคะ”
“ก็คุยเรื่องทั่วๆ นั่นแหละฉันว่าเราไปกินข้าวกันเถอะเดี๋ยวจะได้กลับไปพัก”
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็พากันไปทานอาหารก่อนจะถึงเวลากลับวันนี้อันดาขอขี่รถกลับเองเพราะพรุ่งนี้เธอจะได้มาเยี่ยมมารดาแต่เช้านายหัวก็ยอม เขาขับรถยนต์ตามเธอมาอย่างช้าๆ จนกระทั่งถึงบ้าน
“ขอบคุณนะคะนายหัว”
“อือ รีบพักนะพรุ่งนี้จะไปตั้งแต่เช้าเหมือนเดิมหรือเปล่า”
“พรุ่งนี้หนูคงไปช่วงสายๆ ค่ะ หมอบอกว่าเข้าเยี่ยมได้ตอนเที่ยงค่ะ”
“อือ ฉันไปนะ รีบนอนพักล่ะ”
“ค่ะนายหัว” เมื่อนายหัวกลับไปแล้วอันดาก็ทำธุระส่วนตัวก่อนจะเข้านอน คืนนี้เธอหลับได้เร็วกว่าเมื่อคืนก่อนเพราะเริ่มคลายกังวลเกี่ยวกับอาการของมารดาแล้ว
ระยะเวลาหนึ่งปีสำหรับบางคนอาจจะดูเหมือนไม่นานแต่สำหรับนายหัวนทีแล้วเขารู้สึกว่ามันยาวนานมากแม้จะได้เจอกับคนรักเดือนละสองครั้งแต่มันก็ยังไม่พอสำหรับเขาแล้ววันที่นายหัวหนุ่มรอมาตลอดก็มาถึง วันนี้อันดาลาออกจากงานแล้ว เขากับเธอช่วยกันเก็บของลงกล่องยกใส่หลังรถกระบะแล้วปิดท้ายก่อนจะขับรถออกจากกรุงเทพในเวลาบ่าย“เราแวะกินข้าวที่นี่ก่อนะ อันดาอยากไปเดินเล่นตลาดโต้รุ่งไหมครับ” นายหัวนทีถามคนรักเมื่อเดินทางเขาสู่หัวหิน“นายหัวเหนื่อยไหมคะ”“ไม่ครับ ไปเดินหาของกินกันนะ”“ได้ค่ะ”ทั้งสองเดินเที่ยวและซื้ออาหารทานจนอิ่มจากนั้นตกลงกันว่าจะขับรถต่อและไปนอนพักที่ตัวเมืองประจวบเพราะตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่มจึงยังไม่ง่วงมากนักเช้าวันต่อมาทั้งสองคนก็ตื่นในช่วงสายๆ หาอาหารทานในตัวเมืองประจวบฯ ก่อนจะขับรถออกจากที่พัก“นายหัวดีใจไหมคะที่หนูจะกลับมาอยู่บ้านแล้ว” หญิงสาวชวนคุยเพราะกลัวเขาจะง่วงเนื่องจากต้องขับรถอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน“ดีใจสิ ฉันนับวันรอเลยนะ ฉันให้กลับไปอยู่บ้านไปช่วยงานบัญชีนะอย่าคิดจะไปสมัครงานที่อื่นล่ะ” เขารีบพูดดักทางไว้ก่อนเพราะรู้จากภาคินเพื่อนสนิทที่เป็นเจ้าของบริษัทว่าอันดาไปขอหนัง
ระยะเวลาหลายวันที่กลับมาอยู่บ้านเป็นช่วงที่อันดามีความสุขมาก หญิงสาวได้อยู่กับคนรัก ได้กลับมาดูแลบ้านซึ่งนายหัวให้คนมาทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ“ป้าไม่อยากให้หนูกลับเลยนะอันดา” ป้าสุดาที่รักและเอ็นดูอันดาเหมือนลูกสาวพูดขึ้นขณะกำลังเตรียมแกงไตปลาแห้งใส่กระปุกและปิดอย่างแน่นหนาเพื่อให้หญิงสาวเอาไปทานที่กรุงเทพ“หนูต้องกลับไปทำงานค่ะป้า เอาไว้หยุดยาวๆ หนูจะกลับมาอีกนะคะ”“แล้วเมื่อไหร่จะกลับมาอยู่ที่นี่ละลูก”“หนูอยากทำงานเก็บเงินอีกสักพักค่ะป้า”“ป้าอยากให้หนูกลับมาอยู่กับนายหัวนะอันดา มาช่วยนายหัวทำงาน ช่วงที่หนูกลับมาไม่กี่วันนายหัวดูมีความมาก ป้าว่าเขาคงอยากให้หนูกลับมาอยู่ด้วยกันที่นี่”“นายหัวก็บอกหนูแบบนั้นค่ะ หนูคิดว่าจะทำงานให้ครบหนึ่งปีแล้วจะลาออกมาอยู่กับนายหัวค่ะ”“ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย ป้าไม่อยากให้อยู่ห่างกัน ไม่ใช่ว่ากลัวไปมีคนอื่นหรอกนะ แต่ป้าไม่อยากให้เหนื่อยกับการเดินทางทั้งสองคนนะ ก่อนมาหานายหัวหนูก็ทำงานหนักเพื่อจะได้วันลา ส่วนนายหัวก็เร่งงานในสวนให้เรียบร้อยก่อนจะขึ้นไปหาหนู ป้ากลัวจะเหนื่อยและท้อกันไปเสียก่อน” ป้าสุดาเตือนด้วยความหวังดี“จริงๆ หนูก็อยากกลับมาอย
มือใหญ่จับสะโพกเล็กขึ้นสูงแล้วทิ้งลงบนท่อนเอ็นร้อนพร้อมกับสะโพกที่อัดสวนขึ้นจนร่องสาวกลืนแท่งร้อนจนสุดโคน จังหวะแรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆเสียงอันดาร้องครางเพราะความเสียวที่เขามอบให้มันไม่ได้ลดน้อยลงเลย จังหวะร้อนแรงยังมีอย่างต่อเนื่อง“ไม่ไหว....นายหัวหนู....อื้ออ....”แล้วเธอก็เกร็งกระตุกตอดรัดเขาแรงจนนายหัวนทีปวดหนึบ หญิงสาวกอดเขาไว้แน่น เสียงหอบเหนื่อยของหญิงสาวทำให้เขาต้องผ่อนแรงลงเพราะกลัวว่าเธอจะหมดแรงลงไปเสียก่อน“ดีไหมอันดา”“นายหัวล่ะคะ ดีขึ้นไหมหายหรือยัง”“ไม่เลย ขอต่อเลยนะ”อันดาไม่รู้ว่าสมุนไพรที่กินออกฤทธิ์นานแค่ไหน เพราะดูเหมือนว่าแรงของเขายังไม่ตกเลยสักนิด เธอรู้สึกว่าตัวของชายหนุ่มยังคงร้อนระอุ เสียงหายใจหนักๆ ที่อยู่ข้างหูทำให้เธอขนลุกชันไปทั้งตัวเขาพลิกให้หญิงสาวอยู่ด้านล่าง ก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปดูดซับความหวาน จูบของเขายังคงรุนแรงและเร่าร้อน อันดาครางประท้วงเมื่อเริ่มจะขาดอากาศหายใจ ชายหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายจากปากอิ่มที่เริ่มจะบวมช้ำเพราะแรงจูบริมฝีปากของเขาลากไล้ไปตามลำคอ ก่อนจะดูดแรงจนเป็นรอยแดง สองมือบีบขย้ำจนอย่างหนักหน่วงบนหน้าอิ่ม ก่อนจะรวบเม็ดทับทิมเข้าปากดูด
เย็นวันนั้นหลังจากจดทะเบียนสมรสเสร็จเรียบร้อยแล้ว นายหัวนทีก็จัดงานเลี้ยงเล็กๆ เพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้เขาและอันดาได้จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วพสุเพื่อนสนิทของนายหัวนทีก็ขับรถเข้ามาพร้อมกับหลินเพื่อนของอันดาที่นายหัวฝากให้ไปรับมาทานอาหารค่ำด้วยกัน“ดีใจด้วยนะอันดา นายหัวเป็นคนดีมาก แกโชคดีที่ได้นายหัวเป็นสามี นายหัวคะหลินฝากดูแลเพื่อนของหลินด้วยนะคะ”“ฉันยินดีดูแลอันดาไปทั้งชีวิตเลย”“นายหัวในที่สุดก็มีเจ้าของแล้ว ฉันคิดว่านายจะโสดไปจนแก่เสียอีก” พสุยิ้มกว้าง ตบไหล่นายหัวนทีแรงๆ“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน จนเจอเด็กคนนี้” นายหัวนทีหัวเราะในลำคอ กอดเอวอันดาไว้แน่นบรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการพูดคุยอย่างเป็นกันเอง อันดากับหลินคุยอยู่มุมหนึ่ง ส่วนนายหัวก็นั่งคุยกับพสุเรื่องงานสวนและแผนขยายพื้นที่ปลูกปาล์มคนงานบางคนก็ทยอยแวะมาแสดงความยินดีและทานอาหาร ขนม เครื่องดื่มที่ป้าสุดาและแม่ครัวช่วยกันจัดเตรียมไว้อย่างครบครับ“นี่ก็ดึกแล้วฉันขอกลับก่อนนะ”“แล้วฉันจะแวะไปหาที่บ้านนะ จะพาอันดาไปรู้จักแม่ของนายด้วย” นายหัวบอกกับเพื่อนรัก“ได้สิ แม่ก็อยากเห็นว่าใค
เมื่อนายหัวนทีกลับไปแล้วอันดาก็อยู่กับความว่างเปล่า และความเหงาในคอนโดกว้าง บรรยากาศภายในห้องพักที่เคยเต็มไปด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่นและเสียงหัวเราะเหลือเพียงความเงียบสงบ แต่ระยะทางก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองลดน้อยลงตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านไป นายหัวหนุ่มโทรศัพท์หาเธอทุกวัน น้ำเสียงทุ้มคุ้นหูช่วยเติมกำลังใจให้หญิงสาวผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานได้อย่างดีอันดาทุ่มเททำงานล่วงเวลาถึงสองทุ่มทุกวันเพื่อเร่งเคลียร์เอกสารและงานที่อยู่ในความรับผิดชอบให้เสร็จก่อนกำหนด เพราะเธอวางแผนที่จะยื่นขอลางานล่วงหน้าก่อนถึงวันหยุดยาวหนึ่งวันจุดประสงค์ของการลางานก็คือเพื่อเดินทางไปจดทะเบียนสมรสกับนายหัวนทีให้เรียบร้อยตามที่ตกลงกันไว้ เพราะมีความตั้งใจอย่างจพทำตามสัญญาหญิงสาวจึงไม่รู้สึกเหนื่อยกับการทำงานเลยสักนิด“แค่ไปจดทะเบียนสมรสและไปพักผ่อนนะอันดา ไม่ใช่ไปอยู่ยาว” พี่ฝ้ายพูดกับหญิงสาวขณะที่เธอกำลังเก็บของบนโต๊ะให้เรียบร้อย“ไม่จดทะเบียนสมรสจริงๆ ค่ะ หมดวันหยุดยาวหนูก็กลับมาทำงานค่พี่ฝ้าย”“พี่รู้ว่ารักทางไกลมันเหนื่อยนะ แต่พอไม่ได้เจอกันก็จะรักกันและคิดถึงกันมากขึ้น” พี่เจนพูดตามประสบการณ์ที
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม อันดาหันมายิ้มให้กับนายหัวนทีเมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบริษัท“เย็นนี้ต้องทำโอทีจริงๆ เหรออันดา”“จริงค่ะ นายหัวมารับหนูหนึ่งทุ่มนะคะ”“ได้ครับ ฉันไปนะ”“นายหัวอย่าลืมคิดถึงหนูด้วยนะคะ” เธอบอกแล้วยิ้มจนตาหยี ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถพร้อมกับถุงของฝากใบใหญ่อันดาเดินเข้ามาภายในแผนกด้วยรอยยิ้มสดใส เมื่อมาถึงก็รีบแยกถุงของฝากไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานของรุ่นพี่ทั้งสองคน“มาแต่เช้าเลยอันดา แล้วเอาอะไรมาวางบนโต๊ะพี่กันล่ะ” พี่เจนที่เดินเข้ามาพร้อมกับพี่ฝ้ายทักทายรุ่นน้อง“สวัสดีค่ะพี่เจน พี่ฝ้าย หนูไปเที่ยวเสม็ดมาค่ะ เลยซื้อของมาฝากพี่ๆ ด้วย”“ขอบใจจ้ะ ไปเที่ยวทะเลมารอบนี้ดูหน้าตาอิ่มเอิบผ่องใสขึ้นเยอะเลยนะ” พี่รัตนาที่เดินตามเข้ามาอีกเอ่ยแซว“นั่นสิคะพี่รัตนา ดูสิแก้มชมพูระเรื่อเชียว” พี่ฝ้ายแซวตามหัวหน้า“สวัสดีค่ะพี่รัตนา ของฝากของพี่ก็มีนะคะ”ขณะที่อันดากำลังยื่นถุงของฝากให้พี่รัตนา สายตาของพี่เจนก็สะดุดเข้ากับประกายวาววับที่นิ้วนางข้างซ้าย แสงไฟในออฟฟิศกระทบกับเพชรเม็ดงามบนแหวนทองคำขาวเรียบหรู จนพี่เจนต้องรีบคว้าข้อมือเล็กขึ้นมาดูใกล้ๆ“อุ๊ย อันดา นี่มันอะไรกันเนี่ย ไ







