LOGINอันดายังคงนั่งรออยู่หน้าห้องไอซียู พอถึงเวลาเที่ยงหญิงสาวก็เข้าไปเยี่ยมมารดา แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้คุยอะไรมากได้แค่พูดให้กำลังใจท่านเพราะคุณหมอแจ้งแล้วว่าบ่ายนี้จะถอดท่อช่วยหายใจออกและเปลี่ยนมาเป็นให้ออกซิเจนทางจมูกแทน หญิงสาวใช้เวลา 15 นาทีอย่างคุ้มค่าก่อนจะกลับออกมานอกห้องเธอไปทานอาหารกลางวันและกลับมานั่งรออีกครั้ง
เธอกำลังลังเลอยู่ว่าจะโทรแจ้งข่าวดีกับนายหัวดีหรือเปล่าหญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหลายรอบก่อนจะตัดสินใจโทรไปแจ้งข่าว
รอไม่นานปลายสายก็กดรับ
“ว่าไงอันดาอาการแม่เธอเป็นยังไงบ้าง”
“ดีขึ้นแล้วค่ะ หมอบอกว่าบ่ายนี้หมอจะถอดท่อช่วยหายใจออกแล้วเปลี่ยนมาเป็นให้ออกซิเจนทางจมูกแทนค่ะ” หญิงสาวพูดตามที่ได้ยินมาจากหมอเจ้าของไข้
“ฉันดีใจกับเธอด้วยนะ เย็นนี้เธอคงได้คุยกับแม่แล้วล่ะสิ”
“ใช่ค่ะหนูก็ดีใจมากๆ หนูโทรมาแจ้งข่าวในหัวแค่นี้แหละนายหัวไปทำงานต่อเถอะค่ะ”
“เธอกินข้าวกลางวันแล้วใช่ไหม” ปลายสายถามอย่างห่วงใย
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
หญิงสาวตอบรับก่อนจะวางสายใบหน้าของเธอเริ่มมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบ้างหลังจากเคร่งเครียดกับอาการของมารดามาตลอดสองวัน
อันดานั่งรอที่หน้าห้องอย่างมีความหวังประมาณบ่ายสามโมงก็เห็นพยาบาลเอาท่อช่วยหายใจออก จากนั้นก็เปลี่ยนมาให้ออกซิเจนทางจมูกหญิงสาวแทบไม่อยากรอให้ถึงเวลา 6 โมงเย็นเลยแต่เธอก็ต้องเคารพกฎของโรงพยาบาล
ในเวลา 17.45 น. หลินก็กลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง
“แม่เป็นยังไงบ้าง”
“พยาบาลเอาท่อช่วยหายใจออกแล้วล่ะ เย็นนี้ฉันจะได้คุยกับแม่แล้ว” อันดาบอกเพื่อนด้วยความตื่นเต้น
“ฉันดีใจกับแกด้วยนะ แกจะเข้าไปเยี่ยมแม่กับฉันไหม”
“ฉันว่าไม่ดีกว่า ฉันรู้ว่าห้องไอซียูเขากำหนดเวลาเยี่ยมฉันรอดูอยู่ข้างนอกก็แล้วกันนะ ไม่อยากให้แม่แกต้องเหนื่อยมาก”
“แล้วฉันจะบอกนะว่าแกมาเยี่ยมแม่สองรอบแล้ว”
“แล้วนี่แกกินอะไรหรือยังอันดา”
“ยังเลย” อันดาส่ายหน้าเธอไม่รู้สึกหิวเลยสักนิดเพราะจิตใจจดจ่ออยู่ที่อาการของมารดา
“ถ้างั้นเดี๋ยวเยี่ยมแม่เสร็จไปหาข้าวกินก่อนกลับดีไหมล่ะ มันจะดึกไปหรือเปล่า แกขี่รถกลับคนเดียวกลัวไหม”
“ไม่นะ เส้นทางนี้ฉันใช้เป็นประจำตั้งแต่สมัยเรียน”
“งั้นตกลงตามนั้นนะ”
จากนั้นหลินก็นั่งรออยู่หน้าห้องเป็นเพื่อนอันดาจนกระทั่งถึงเวลาที่คุณหมออนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้
“ฝากบอกแม่แกด้วยนะว่าฉันมาเยี่ยมป๊ากับม้าก็ฝากมาเยี่ยมด้วย”
“แล้วฉันจะบอกให้นะ ฉันขอเข้าไปคุยกับแม่ก่อนนะ”
อันดารีบเปลี่ยนชุดแล้วเดินเข้าไปเยี่ยมมารดาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“แม่คะเป็นยังไงบ้าง”
ประไพกางมือแล้วอันดาก็เข้าไปกอดท่าน หญิงสาวร้องไห้เบาๆ ด้วยความดีใจ
“อันดา แม่ดีขึ้นแล้วหนูจะร้องไห้ทำไมลูก”
“ก็หนูดีใจนี่คะ แม่คงเหนื่อยมากเจ็บมากใช่ไหม”
“แม่ไม่เหนื่อยแล้วแม่หายดีแล้ว เห็นหนูมาเยี่ยมแม่แบบนี้แม่มีกำลังใจขึ้นเยอะ”
“หลินก็มาเยี่ยมแม่นะคะ ป๊ากับม้าของหลินก็ฝากมาเยี่ยมแม่ด้วย ตอนนี้หลินก็รออยู่ข้างนอกค่ะ”
“แม่ฝากขอบใจหลินและป๊ากับม้าเธอด้วยนะอันดา แล้วลูกเป็นยังไงบ้างมาอยู่กับแม่แบบนี้มีปัญหาเรื่องงานหรือเปล่า”
“ไม่เลยค่ะ เมื่อเช้าหัวหน้าก็โทรมาบอกว่าให้หนูลาต่อได้จนแม่หายดีค่ะ”
“หัวหน้าหนูใจดีมากนะ”
“แม่คะหนูกำลังคิดว่าบางทีการทำงานที่กรุงเทพอาจจะไม่เหมาะกับหนูนะคะ หนูว่าจะลองกลับมาหางานทำแถวบ้านค่ะเดี๋ยวว่าจะให้หลินช่วยหาให้”
“อันดาแม่ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วนะลูก ดูสิแม่นอนโรงพยาบาลแค่สองวันหมอก็เอาท่อช่วยหายใจออกแล้ว แม่อยากให้ลูกกลับไปทำงานที่กรุงเทพนะ บริษัทนั้นใหญ่โตและมั่นคงมากมันดีกับอนาคตของหนูนะ” ประไพอยากเห็นลูกสาวมีอนาคตที่ดีมีการงานที่มั่นคง
“แต่หนูอยากอยู่ที่นี่อยากดูแลแม่นี่คะ ถ้าแม่เป็นอะไรขึ้นมาอีกหนูคงเสียใจมากๆ”
“แต่ที่กรุงเทพหนูจะมีอนาคตที่ดีกว่า อย่าดื้อกับแม่เลยอันดา”
“ถ้าแม่อยากให้หนูทำงานที่กรุงเทพต่อ แม่ก็ไม่ต้องไปทำงานแล้วนะคะ แม่อยู่บ้าน ดูแลบ้านก็พอหนูจะส่งเงินมาให้แม่เอง” อันดาไม่อยากเห็นมารดาต้องไปทำงานหนักอย่างที่ผ่านมา
“เอาอย่างงั้นก็ได้จ้ะ” ประไพรับปากลูกสาวเพราะเห็นแก่อนาคตของเธอ แม้ว่าในใจอยากยจะให้ลูกสาวกลับมาทำงานใกล้บ้านแต่ก็รู้ว่าความก้าวหน้าในสายงานรวมถึงเงินเดือนที่นี่มันต่างกันมาก
“แม่ค่ะหนูมีอีกทางหนึ่งที่มันน่าจะดีมากๆ ค่ะ” อันดายิ้มกว้างเมื่อหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ได้อย่างลงตัว
“ทางออกอะไรเหรอจ๊ะอันดา”
“แม่ก็ย้ายขึ้นไปอยู่กับหนูที่กรุงเทพสิคะ เราจะได้อยู่ใกล้กัน กลับไปกรุงเทพคราวนี้หนูจะลองหาบ้านเช่าหรือห้องเช่าที่มันกว้างขึ้นจากนั้นก็จะรับแม่ไปอยู่ด้วยแม่ว่าดีไหมคะ”
“ดีสิลูกแม่ก็อยากอยู่ใกล้หนูเหมือนกัน”
“หนูจะรับแม่ขึ้นไปอยู่กับหนูช่วงก่อนรับปริญญานะคะ”
“อีกกี่เดือนนะลูกจะรับปริญญา”
“อีกประมาณสี่เดือนค่ะ ถึงตอนนั้นแม่น่าจะแข็งแรงดี แต่งานกับปริญญาคนน่าจะเยอะมากหนูก็ไม่อยากให้แม่เหนื่อยรู้ว่าหนูไม่ไปรับปริญญาดีกว่า หนูไม่อยากให้แม่เหนื่อย”
“ไม่ได้นะอันดา ลูกอุตส่าห์เรียนมาตั้ง 4 ปี และแม่ก็อยากเห็นหนูใส่ชุดครุยอยากเห็นบรรยากาศ แม่จะต้องหายดีและแข็งแรงเพื่อวันนั้น แม่ไม่มีโอกาสเรียนสูงๆ และได้รับ ได้รับปริญญาเหมือนหนู การที่หนูเรียนจบและรับปริญญาก็เป็นของขวัญอย่างหนึ่งที่หนูทำสำเร็จเพื่อแม่นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแม่จะอยู่ในโลกนี้หรือเปล่าแต่แม่อยากให้หนูได้ทำตามความฝันนั้นนะ โอกาสแบบนั้นมันมีแค่ครั้งเดียวในชีวิตหนูจะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลังนะลูก” ประไพบอกลูกสาวด้วยเสียงสั่นเครือเพราะในอดีตเธอก็เคยเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยแต่พลาดท้องตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นปีสองจากนั้นจึงได้ลาออกมาเลี้ยงลูกและไม่ได้กลับเข้าไปเรียนอีกเลย
ระยะเวลาหนึ่งปีสำหรับบางคนอาจจะดูเหมือนไม่นานแต่สำหรับนายหัวนทีแล้วเขารู้สึกว่ามันยาวนานมากแม้จะได้เจอกับคนรักเดือนละสองครั้งแต่มันก็ยังไม่พอสำหรับเขาแล้ววันที่นายหัวหนุ่มรอมาตลอดก็มาถึง วันนี้อันดาลาออกจากงานแล้ว เขากับเธอช่วยกันเก็บของลงกล่องยกใส่หลังรถกระบะแล้วปิดท้ายก่อนจะขับรถออกจากกรุงเทพในเวลาบ่าย“เราแวะกินข้าวที่นี่ก่อนะ อันดาอยากไปเดินเล่นตลาดโต้รุ่งไหมครับ” นายหัวนทีถามคนรักเมื่อเดินทางเขาสู่หัวหิน“นายหัวเหนื่อยไหมคะ”“ไม่ครับ ไปเดินหาของกินกันนะ”“ได้ค่ะ”ทั้งสองเดินเที่ยวและซื้ออาหารทานจนอิ่มจากนั้นตกลงกันว่าจะขับรถต่อและไปนอนพักที่ตัวเมืองประจวบเพราะตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่มจึงยังไม่ง่วงมากนักเช้าวันต่อมาทั้งสองคนก็ตื่นในช่วงสายๆ หาอาหารทานในตัวเมืองประจวบฯ ก่อนจะขับรถออกจากที่พัก“นายหัวดีใจไหมคะที่หนูจะกลับมาอยู่บ้านแล้ว” หญิงสาวชวนคุยเพราะกลัวเขาจะง่วงเนื่องจากต้องขับรถอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน“ดีใจสิ ฉันนับวันรอเลยนะ ฉันให้กลับไปอยู่บ้านไปช่วยงานบัญชีนะอย่าคิดจะไปสมัครงานที่อื่นล่ะ” เขารีบพูดดักทางไว้ก่อนเพราะรู้จากภาคินเพื่อนสนิทที่เป็นเจ้าของบริษัทว่าอันดาไปขอหนัง
ระยะเวลาหลายวันที่กลับมาอยู่บ้านเป็นช่วงที่อันดามีความสุขมาก หญิงสาวได้อยู่กับคนรัก ได้กลับมาดูแลบ้านซึ่งนายหัวให้คนมาทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ“ป้าไม่อยากให้หนูกลับเลยนะอันดา” ป้าสุดาที่รักและเอ็นดูอันดาเหมือนลูกสาวพูดขึ้นขณะกำลังเตรียมแกงไตปลาแห้งใส่กระปุกและปิดอย่างแน่นหนาเพื่อให้หญิงสาวเอาไปทานที่กรุงเทพ“หนูต้องกลับไปทำงานค่ะป้า เอาไว้หยุดยาวๆ หนูจะกลับมาอีกนะคะ”“แล้วเมื่อไหร่จะกลับมาอยู่ที่นี่ละลูก”“หนูอยากทำงานเก็บเงินอีกสักพักค่ะป้า”“ป้าอยากให้หนูกลับมาอยู่กับนายหัวนะอันดา มาช่วยนายหัวทำงาน ช่วงที่หนูกลับมาไม่กี่วันนายหัวดูมีความมาก ป้าว่าเขาคงอยากให้หนูกลับมาอยู่ด้วยกันที่นี่”“นายหัวก็บอกหนูแบบนั้นค่ะ หนูคิดว่าจะทำงานให้ครบหนึ่งปีแล้วจะลาออกมาอยู่กับนายหัวค่ะ”“ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย ป้าไม่อยากให้อยู่ห่างกัน ไม่ใช่ว่ากลัวไปมีคนอื่นหรอกนะ แต่ป้าไม่อยากให้เหนื่อยกับการเดินทางทั้งสองคนนะ ก่อนมาหานายหัวหนูก็ทำงานหนักเพื่อจะได้วันลา ส่วนนายหัวก็เร่งงานในสวนให้เรียบร้อยก่อนจะขึ้นไปหาหนู ป้ากลัวจะเหนื่อยและท้อกันไปเสียก่อน” ป้าสุดาเตือนด้วยความหวังดี“จริงๆ หนูก็อยากกลับมาอย
มือใหญ่จับสะโพกเล็กขึ้นสูงแล้วทิ้งลงบนท่อนเอ็นร้อนพร้อมกับสะโพกที่อัดสวนขึ้นจนร่องสาวกลืนแท่งร้อนจนสุดโคน จังหวะแรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆเสียงอันดาร้องครางเพราะความเสียวที่เขามอบให้มันไม่ได้ลดน้อยลงเลย จังหวะร้อนแรงยังมีอย่างต่อเนื่อง“ไม่ไหว....นายหัวหนู....อื้ออ....”แล้วเธอก็เกร็งกระตุกตอดรัดเขาแรงจนนายหัวนทีปวดหนึบ หญิงสาวกอดเขาไว้แน่น เสียงหอบเหนื่อยของหญิงสาวทำให้เขาต้องผ่อนแรงลงเพราะกลัวว่าเธอจะหมดแรงลงไปเสียก่อน“ดีไหมอันดา”“นายหัวล่ะคะ ดีขึ้นไหมหายหรือยัง”“ไม่เลย ขอต่อเลยนะ”อันดาไม่รู้ว่าสมุนไพรที่กินออกฤทธิ์นานแค่ไหน เพราะดูเหมือนว่าแรงของเขายังไม่ตกเลยสักนิด เธอรู้สึกว่าตัวของชายหนุ่มยังคงร้อนระอุ เสียงหายใจหนักๆ ที่อยู่ข้างหูทำให้เธอขนลุกชันไปทั้งตัวเขาพลิกให้หญิงสาวอยู่ด้านล่าง ก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปดูดซับความหวาน จูบของเขายังคงรุนแรงและเร่าร้อน อันดาครางประท้วงเมื่อเริ่มจะขาดอากาศหายใจ ชายหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายจากปากอิ่มที่เริ่มจะบวมช้ำเพราะแรงจูบริมฝีปากของเขาลากไล้ไปตามลำคอ ก่อนจะดูดแรงจนเป็นรอยแดง สองมือบีบขย้ำจนอย่างหนักหน่วงบนหน้าอิ่ม ก่อนจะรวบเม็ดทับทิมเข้าปากดูด
เย็นวันนั้นหลังจากจดทะเบียนสมรสเสร็จเรียบร้อยแล้ว นายหัวนทีก็จัดงานเลี้ยงเล็กๆ เพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้เขาและอันดาได้จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วพสุเพื่อนสนิทของนายหัวนทีก็ขับรถเข้ามาพร้อมกับหลินเพื่อนของอันดาที่นายหัวฝากให้ไปรับมาทานอาหารค่ำด้วยกัน“ดีใจด้วยนะอันดา นายหัวเป็นคนดีมาก แกโชคดีที่ได้นายหัวเป็นสามี นายหัวคะหลินฝากดูแลเพื่อนของหลินด้วยนะคะ”“ฉันยินดีดูแลอันดาไปทั้งชีวิตเลย”“นายหัวในที่สุดก็มีเจ้าของแล้ว ฉันคิดว่านายจะโสดไปจนแก่เสียอีก” พสุยิ้มกว้าง ตบไหล่นายหัวนทีแรงๆ“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน จนเจอเด็กคนนี้” นายหัวนทีหัวเราะในลำคอ กอดเอวอันดาไว้แน่นบรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการพูดคุยอย่างเป็นกันเอง อันดากับหลินคุยอยู่มุมหนึ่ง ส่วนนายหัวก็นั่งคุยกับพสุเรื่องงานสวนและแผนขยายพื้นที่ปลูกปาล์มคนงานบางคนก็ทยอยแวะมาแสดงความยินดีและทานอาหาร ขนม เครื่องดื่มที่ป้าสุดาและแม่ครัวช่วยกันจัดเตรียมไว้อย่างครบครับ“นี่ก็ดึกแล้วฉันขอกลับก่อนนะ”“แล้วฉันจะแวะไปหาที่บ้านนะ จะพาอันดาไปรู้จักแม่ของนายด้วย” นายหัวบอกกับเพื่อนรัก“ได้สิ แม่ก็อยากเห็นว่าใค
เมื่อนายหัวนทีกลับไปแล้วอันดาก็อยู่กับความว่างเปล่า และความเหงาในคอนโดกว้าง บรรยากาศภายในห้องพักที่เคยเต็มไปด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่นและเสียงหัวเราะเหลือเพียงความเงียบสงบ แต่ระยะทางก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองลดน้อยลงตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านไป นายหัวหนุ่มโทรศัพท์หาเธอทุกวัน น้ำเสียงทุ้มคุ้นหูช่วยเติมกำลังใจให้หญิงสาวผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานได้อย่างดีอันดาทุ่มเททำงานล่วงเวลาถึงสองทุ่มทุกวันเพื่อเร่งเคลียร์เอกสารและงานที่อยู่ในความรับผิดชอบให้เสร็จก่อนกำหนด เพราะเธอวางแผนที่จะยื่นขอลางานล่วงหน้าก่อนถึงวันหยุดยาวหนึ่งวันจุดประสงค์ของการลางานก็คือเพื่อเดินทางไปจดทะเบียนสมรสกับนายหัวนทีให้เรียบร้อยตามที่ตกลงกันไว้ เพราะมีความตั้งใจอย่างจพทำตามสัญญาหญิงสาวจึงไม่รู้สึกเหนื่อยกับการทำงานเลยสักนิด“แค่ไปจดทะเบียนสมรสและไปพักผ่อนนะอันดา ไม่ใช่ไปอยู่ยาว” พี่ฝ้ายพูดกับหญิงสาวขณะที่เธอกำลังเก็บของบนโต๊ะให้เรียบร้อย“ไม่จดทะเบียนสมรสจริงๆ ค่ะ หมดวันหยุดยาวหนูก็กลับมาทำงานค่พี่ฝ้าย”“พี่รู้ว่ารักทางไกลมันเหนื่อยนะ แต่พอไม่ได้เจอกันก็จะรักกันและคิดถึงกันมากขึ้น” พี่เจนพูดตามประสบการณ์ที
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม อันดาหันมายิ้มให้กับนายหัวนทีเมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบริษัท“เย็นนี้ต้องทำโอทีจริงๆ เหรออันดา”“จริงค่ะ นายหัวมารับหนูหนึ่งทุ่มนะคะ”“ได้ครับ ฉันไปนะ”“นายหัวอย่าลืมคิดถึงหนูด้วยนะคะ” เธอบอกแล้วยิ้มจนตาหยี ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถพร้อมกับถุงของฝากใบใหญ่อันดาเดินเข้ามาภายในแผนกด้วยรอยยิ้มสดใส เมื่อมาถึงก็รีบแยกถุงของฝากไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานของรุ่นพี่ทั้งสองคน“มาแต่เช้าเลยอันดา แล้วเอาอะไรมาวางบนโต๊ะพี่กันล่ะ” พี่เจนที่เดินเข้ามาพร้อมกับพี่ฝ้ายทักทายรุ่นน้อง“สวัสดีค่ะพี่เจน พี่ฝ้าย หนูไปเที่ยวเสม็ดมาค่ะ เลยซื้อของมาฝากพี่ๆ ด้วย”“ขอบใจจ้ะ ไปเที่ยวทะเลมารอบนี้ดูหน้าตาอิ่มเอิบผ่องใสขึ้นเยอะเลยนะ” พี่รัตนาที่เดินตามเข้ามาอีกเอ่ยแซว“นั่นสิคะพี่รัตนา ดูสิแก้มชมพูระเรื่อเชียว” พี่ฝ้ายแซวตามหัวหน้า“สวัสดีค่ะพี่รัตนา ของฝากของพี่ก็มีนะคะ”ขณะที่อันดากำลังยื่นถุงของฝากให้พี่รัตนา สายตาของพี่เจนก็สะดุดเข้ากับประกายวาววับที่นิ้วนางข้างซ้าย แสงไฟในออฟฟิศกระทบกับเพชรเม็ดงามบนแหวนทองคำขาวเรียบหรู จนพี่เจนต้องรีบคว้าข้อมือเล็กขึ้นมาดูใกล้ๆ“อุ๊ย อันดา นี่มันอะไรกันเนี่ย ไ







![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)