บทที่ 3
กำแพงในใจ
ห้องพักส่วนตัวของอิศราเงียบสงบและโอ่อ่า แตกต่างจากบาร์ที่เพิ่งจากมาราวกับเป็นคนละโลก
แสงไฟสีอุ่นจากโคมดีไซน์โมเดิร์นทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย แต่ม่านฟ้ายังคงยืนเกร็งอยู่ข้างโซฟา มือทั้งสองข้างประสานกันแน่น
เธอยังสวมชุดพนักงานตัวเดิมความทรงจำจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด
ทางด้านอิศรา เขาถอดนาฬิกาวางลงบนโต๊ะ ก่อนปลดกระดุมข้อมือเสื้ออย่างไม่รีบร้อน เสียงโลหะกระทบพื้นไม้เบา ๆ ทำให้ม่านฟ้าสะดุ้ง
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนตัดสินใจถามสิ่งที่ค้างคาใจ
“คุณจ่ายเงินให้พวกเขาแล้ว”
เสียงของเธอแผ่วลง
“แล้วหนูต้องทำอะไรตอบแทนคะ?”
อิศราหยุดมือเขาหันกลับมามองหญิงสาว
“ไม่ต้องทำอะไร”
ม่านฟ้าขมวดคิ้ว
“แต่คุณจ่ายเงินไปตั้งสองแสน…”
“เงินนั่นซื้ออะไรไม่ได้ทั้งนั้น”
คำตอบทำให้เธอนิ่งอิศราเดินเข้ามาใกล้เพียงเล็กน้อย แต่ยังรักษาระยะห่างเอาไว้
“ฉันไม่ได้ซื้อเธอ”
เขาพูดชัดเจน
“ฉันจ่ายเงินเพื่อให้ข้อตกลงบ้า ๆ นั่นจบลง และพาเธอออกมาจากที่นั่น”
ม่านฟ้ากะพริบตาช้า ๆเธอไม่เคยได้ยินคำพูดแบบนี้มาก่อน ในโลกที่เธอเติบโตมา ความช่วยเหลือมักมีราคาของมันเสมอ
“ทำไมคะ?”
อิศราเงียบไปครู่หนึ่ง
“เพราะเธอบอกว่าไม่อยากไปไง”
คำตอบเรียบง่ายจนเธอไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ชายหนุ่มหันไปหยิบแก้วน้ำจากโต๊ะแล้ววางไว้ตรงหน้าเธอ
“คืนนี้พักที่นี่ก่อน”
ม่านฟ้ามองไปรอบห้อง
“แล้วหนูนอนที่ไหนคะ?”
อิศราชี้ไปยังโซฟาตัวยาว
“ตรงนั้น”
หญิงสาวชะงักเขาเห็นสีหน้าของเธอแล้วจึงพูดต่อ
“ฉันจะไปนอนห้องด้านใน”
ความระแวงในแววตาของเธอลดลงเล็กน้อย
“คุณ…ไม่ต้องนอนที่นี่เหรอคะ?”
“ฉันไม่คิดจะทำให้เธอกลัวมากกว่าเดิมอยู่แล้ว เธอนั่นเถอะ”
ประโยคนั้นทำให้ม่านฟ้านิ่งไป อิศราไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเพียงเดินออกไปทางห้องด้านใน ทิ้งพื้นที่ให้เธออยู่ตามลำพัง
ม่านฟ้าทรุดตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรงเธอหลับตาลงช้า ๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมงที่เธอกล้าปล่อยให้ตัวเองหายใจเต็มปอด
ผู้ชายคนนี้อาจยังเป็นคนแปลกหน้าอาจอันตราย และเธอยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใครแต่ในคืนนี้…เขาคือคนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาโดยไม่เรียกร้องอะไรจากเธอ
เช้าวันแรกในบ้านของอิศรา ม่านฟ้าตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกเกรงใจอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อคืนชายหนุ่มช่วยเธอออกมาจากสถานการณ์เลวร้าย แถมยังให้ที่พักโดยไม่เรียกร้องอะไรตอบแทน ทั้งที่สำหรับเขา เงินสองแสนบาทคงไม่ใช่จำนวนที่ต้องคิดหนัก แต่สำหรับคนอย่างเธอ มันมากพอจะใช้ชีวิตอยู่ได้หลายเดือน
เธอจึงไม่อยากเป็นคนที่เอาแต่นั่งรอให้คนอื่นดูแล หลังจากอาบน้ำและเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่แม่บ้านจัดเตรียมไว้ให้ ม่านฟ้าก็เดินลงมาชั้นล่าง
บ้านทั้งหลังเงียบสงบจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไร
“ตื่นแล้วเหรอคะคุณหนู”
เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นจากห้องครัวม่านฟ้าหันไปยิ้มให้
“ค่ะป้า”
“คุณอิศราออกไปบริษัทตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ”
“อ๋อ…”
หญิงสาวพยักหน้า ก่อนมองไปรอบ ๆ ห้องครัว
“ป้าคะ มีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ?”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณหนูเป็นแขก”
“หนูไม่อยากเป็นแขกนี่คะ”
ม่านฟ้ายิ้มบาง ๆ
“เมื่อคืนคุณอิศราช่วยหนูไว้ หนูอยากทำอะไรตอบแทนเขาบ้าง อย่างน้อยก็งานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ”
แม่บ้านมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเอ็นดู ก่อนยอมถอยให้เธอช่วยเตรียมอาหารเช้า จากนั้นม่านฟ้าก็เริ่มทำทุกอย่างเท่าที่ตัวเองพอจะทำได้
เธอช่วยจัดโต๊ะอาหาร พับผ้า รีดเสื้อเชิ้ต และช่วยเตรียมอาหารเย็น ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เธอกลับรู้สึกดีที่ตัวเองไม่ได้เอาแต่รับความช่วยเหลือจากเขาเพียงฝ่ายเดียวทว่า ในช่วงบ่ายของวันนั้นขณะที่ม่านฟ้ากำลังรีดเสื้อเชิ้ตอยู่ ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดิน
เมื่อเงยหน้าขึ้น เธอก็พบสาวสวยวัยสิบเจ็ดปีเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใส
“สวัสดีค่ะ”
ม่านฟ้าชะงัก ก่อนจะยิ้มตอบอย่างสุภาพ
“สวัสดีค่ะ”
เด็กสาวมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะยิ้มกว้างกว่าเดิม
“พี่คือผู้หญิงที่คุณอาพากลับมาจากบาร์เมื่อคืนใช่ไหมคะ?”
ม่านฟ้าชะงักเล็กน้อย
“เอ่อ…ค่ะ”
“หนูชื่อพิมพ์นะคะ เป็นหลานสาวของคุณอิศรา”
“หลานสาวเหรอคะ?”
“ค่ะ”
พิมพ์เดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ ๆ อย่างเป็นกันเอง
“หนูได้ยินจากคนในบ้านว่าคุณอาพาผู้หญิงกลับมา หนูเลยอยากมาดูด้วยตัวเอง”
ม่านฟ้าหลุดหัวเราะเบา ๆ
“แล้ว…หนูมาดูทำไมคะ?”
“ก็อยากรู้ไงคะว่าผู้หญิงแบบไหนกันที่ทำให้คุณอายอมพากลับมาถึงบ้าน”
คำพูดตรง ๆ ของเด็กสาวทำให้ม่านฟ้าหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย
“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ คุณอิศราแค่ช่วยหนูไว้”
“อ๋อ…”
พิมพ์ลากเสียงยาว ก่อนยิ้มอย่างรู้ทัน
“คุณอาไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นหรอกค่ะ ถ้าพี่ไม่สำคัญจริง คุณอาคงไม่พากลับมาที่บ้านแน่ ๆ”
ม่านฟ้านิ่งไปเธอไม่รู้จะตอบอย่างไร
“แต่คุณอาเป็นคนแบบนี้แหละค่ะ ดูเหมือนใจร้าย ปากก็ร้าย แถมยังชอบทำหน้าเหมือนคนทั้งโลกติดหนี้เขา”
พิมพ์หัวเราะ
“แต่จริง ๆ แล้วใจดีมากนะคะ”
ม่านฟ้ายิ้มตามอย่างไม่รู้ตัว
“หนูกับคุณอาสนิทกันมากเหรอคะ?”
“มากค่ะ”
พิมพ์ยกคิ้วขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
“เพราะงั้นหนูขอถามพี่ตรง ๆ เลยนะ…พี่ชอบคุณอาหรือเปล่า?”
“คะ?”
ม่านฟ้าถึงกับวางเตารีดลงแทบไม่ทัน
“หนูไม่ได้ชอบค่ะ!”
“ยังไม่ชอบก็ไม่เป็นไรค่ะ”
พิมพ์ยิ้มกว้าง
“แต่ถ้าพี่สนใจ หนูเชียร์เต็มที่นะคะ คุณอาของหนูโสดมานานแล้ว ทั้งหล่อทั้งรวย ถ้าพี่ไม่คว้าไว้ เดี๋ยวคนอื่นคว้าไปก่อน”
“หนูพูดอะไรเนี่ย…”
ใบหน้าของม่านฟ้าร้อนขึ้นเรื่อย ๆพิมพ์หัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“หนูพูดจริงนะคะ ลองเปิดใจดูสิคะ เผื่อวันหนึ่งพี่จะได้เป็นอาสะใภ้ของหนู”
“พิมพ์!”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่นั้น เสียงของคนรับใช้ดังขึ้นจากทางเดิน ทำให้เด็กสาวหันไปมอง
“คุณหนูจะอยู่รับประทานอาหารกลางวันที่นี่ไหมคะ?”
พิมพ์ส่ายหน้า
“ไม่ค่ะ คืนนี้คุณอาจะพาแขกมาหนูไม่อยู่เป็นก้างขวางคอเขาหรอกค่ะ”
เด็กสาวหัวเราะ ก่อนหยิบโทรศัพท์ออกมา
“ขอ LINE ไว้ได้ไหมคะ? หนูอยากคุยกับพี่”
ม่านฟ้ายิ้มแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแลก LINE กับอีกฝ่าย
“ได้สิคะ”
“ตกลงนะคะ”
พิมพ์ยิ้มกว้าง ก่อนโบกมือลาแล้วเดินออกจากบ้านไปเมื่อเด็กสาวลับสายตาไปแล้ว ม่านฟ้าจึงหันมาหาคนรับใช้ที่อยู่ใกล้ๆ
“ป้าคะแขกคุณอิศราคืนนี้เป็นผู้หญิงใช่ไหมคะ แล้ว…ปกติมีผู้หญิงมาที่นี่บ่อยไหมคะ?”
คำถามหลุดออกไปเร็วกว่าที่คิดแม่บ้านหัวเราะเบา ๆ
“มีค่ะ แต่คุณหนูอย่าคิดมากนะคะ”
ม่านฟ้าพยายามทำสีหน้าเป็นปกติ
“หนูไม่ได้คิดอะไรค่ะ”
“ผู้หญิงที่คุณอิศราเรียกมาส่วนใหญ่ก็มาแค่ชั่วคราวค่ะ คุณท่านไม่เคยให้ใครพักค้างที่นี่ พอเสร็จธุระก็กลับ”
คำว่าผู้หญิงที่เรียกมาทำให้หัวใจของม่านฟ้ากระตุกแปลก ๆเธอก้มหน้าลง รีดผ้าต่อทั้งที่ความสนใจกลับไม่ได้อยู่กับเสื้อในมืออีกแล้ว
“คุณอิศราเป็นผู้ชายวัยทำงานนะคะ จะให้ไม่มีเรื่องพวกนี้เลยก็คงเป็นไปไม่ได้”
“ค่ะ…”
ม่านฟ้าตอบเพียงเท่านั้น
เธอไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกไม่สบายใจทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องของเธอเลย
“อ้อ แล้วคืนนี้…”
แม่บ้านพูดขึ้นอีกครั้ง
“เป็นวันที่คุณท่านจะเรียกผู้หญิงมาค่ะ”
มือของม่านฟ้าหยุดลงอีกครั้ง
“ป้าก็เลยอยากบอกคุณหนูไว้ก่อน จะได้ไม่ตกใจ แล้วถ้าคุณท่านอยู่กับแขกคืนนี้ คุณหนูอย่าออกมารบกวนท่านนะคะ”
“หนูเข้าใจค่ะ”
ม่านฟ้าพยายามยิ้มแต่หลังจากแม่บ้านเดินออกไปแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้ากลับจางหายไปอย่างช้า ๆ
คืนนี้…เขาจะมีผู้หญิงคนอื่นมาที่บ้านเธอไม่ควรรู้สึกอะไร และก็ไม่ควรสนใจด้วยซ้ำแต่ไม่รู้ทำไม เพียงแค่คิดถึงภาพนั้น หัวใจของเธอกลับรู้สึกหนักอึ้งอย่างประหลาด
ม่านฟ้าก้มมองเสื้อเชิ้ตในมือแล้วพยายามบอกตัวเองซ้ำ ๆ เขาจะทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับเรา
แต่ยิ่งพยายามห้ามความคิด…หัวใจก็ยิ่งไม่ยอมเชื่อฟัง