Home / โรแมนติก / เมียเสือขาล / ตอนที่ 11 ทุกสิ่งเริ่มขยับ 2

Share

ตอนที่ 11 ทุกสิ่งเริ่มขยับ 2

last update publish date: 2026-07-07 22:00:47

“จะออกมาหรือไม่ คุณหญิง !”

เขากดเสียงไม่ดังแต่สะท้อนเข้าไปในเรือน เทเหล้าอีกครึ่งแก้วกำลังจะยกดื่มพลันเห็นดวงหน้าแฉล้มผลัดผ้าแล้ว นุ่งเสื้อผ้าฝ้ายสีน้ำตาลตัวหลวมโคร่งกับกางเกงผ้าเนื้อหยาบขยุ้มด้วยเชือกมัดลวก ๆ

ชุดโจรมอซอกลับผ่องยามอยู่บนเรือนร่างเมียพระนคร ผิวสาวเมือง กรุงกระจ่างกลางดงป่า สวมใส่อย่างบ้านนอกแต่ดันพาไอร้อนเสือขาลแผ่ขึ้นช่องท้อง ความพอใจซ่านในอกรับรู้กลิ่นนวลนางกลายเป็นกลิ่นเดียวกับเขา…

ซวยแล้วมึง... ไอ้ขาล

เขาบ่นพึม เหลือบสายตามองปากคู่งามจึงเห็นว่าเม้มตึง เขาโก่งคิ้ว ฮึ! หากฤทธิ์มากนักจะปราบเสียให้อยู่หมัด

สองหนุ่มสาวเลื่อนสบตา ต่างคนต่างนิ่งงัน ดวงตาวาวระริก กระทั่ง...

กระต๊าก ! เสียงไก่ชนที่นั่งอยู่เก้าอี้อีกตัวร้องขึ้น สองร่างสะดุ้งพร้อมกัน เสือขาลลูบหัวมันแก้เก้อ

“นั่งสิ” เขากดเสียงพร่า หลุบตามองแก้วในมือ “มันชื่อไอ้สิบทิศ” คำสุดท้ายหลุดจากปากไป เขาแทบอยากต่อยปากตัวเอง รู้สึกเหมือนไอ้หนุ่มหน้ามนที่เพิ่งเจอสาวรำวงครั้งแรก

วนิดาชะงักเท้ามองไก่ชนหางเหลือง นี่ฉันต้องนั่งกินข้าวกับโจรป่า แล้วยังไก่ ? แต่แกงบอน...

เอาเถิดวนิดา กองทัพย่อมเดินด้วยท้อง จะมีแรงสู้เสือต้องกินให้อิ่ม

เธอหย่อนตัวลงนั่งใกล้กัน กลืนน้ำลายเอื้อก กลิ่นแกงบอนกับปลาย่างหอมฉุย แต่เธอยังไม่กล้าตักกินลอบมองเขาที่ยกแก้วเหล้าดื่มจนหมด

“กิน... อย่าให้ฉันเสียแรงหุง” เขาพูดเสียงแหบห้าว

คิ้วเรียวเธอขมวดเล็กน้อยแปลกใจ ค่ำนี้เขาพูดจาลดความกระด้างลง ขยับมือจะหยิบช้อนทว่าชะงักวางลงดั่งเดิม

“ทำไม” เขาถามเบา ๆ แล้วหยิบช้อนตักกินก่อน “รังเกียจหรือไง”

“ไก่” วนิดาชำเลืองมองไก่

“มันแค่เป็นเพื่อนฉันกินข้าว ลงไปสิ สิบทิศ” เขาลูบหัวสิบทิศสองสามครั้งแล้วอุ้มลงจากเก้าอี้ มันเดินลงกระไดเรือนไปอย่างรู้งาน “ที่นี่ก็กินสะ”

วนิดานิ่งเงียบ รอจนเขากินไปสองคำจึงค่อยเริ่มกินบ้าง เธอตักแกงบอน อย่างที่ไม่คิดว่าจะได้กินอีก คลายปมหัวคิ้วยามกลิ่นและรสอวลในปาก

“มันใส่กุ้งแห้ง” เสียงหวานพึมพำ

เสือขาลลอบมองชั่วอึดใจ ก้มหน้ากินข้าวเงียบ ๆ ส่วนเธอแอบมองนิ้วกร้านตัดสั้นเรียบร้อยจับช้อนสั้นดั่งคนได้รับการอบรมสั่งสอน

“ฉันคิดว่าคนแถวนี้กินมือเสียอีก” เธอทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด

“ฮึ !” เขาพ่นลม “ฉันไม่ชอบกลิ่นมือเปื้อนติดตัวตอนนอน”

วนิดาสะอึกเบา ๆ รีบก้มหน้ากินไม่เปล่งเสียงออกมาอีก ความเงียบบนโต๊ะอาหารบ้านนอกจึงมีเพียงเสียงจิ้งหรีดและไก่ประปราย จึงทำให้เธอมีเวลาสำรวจเรือนของโจรลุ่มน้ำ

บ้านของเสือขาลหลังใหญ่กว่าทุกหลังในหมู่บ้านนี้ เก่าแต่สะอาดสะอ้าน ยกพื้นสูงดั่งเรือนที่ปลูกชิดริมแม่น้ำ ลมพัดกลิ่นลำคลองผสานดอกลำดวนให้ความรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

สายตาเธอวกกลับมาที่เขาอีกครั้ง ลอบสังเกตว่าเขาทานข้าวคำน้อย แม้แต่เสียงช้อนกระทบจานยังไม่มี จมูกโด่งคมสัน หล่อยิ่งกว่าพระเอกโรงละคร ถ้าได้เปลี่ยนเสื้อผ้า หรือ... ไอร้อนซ่านวาบแปลก ๆ เมื่อเธอมองเรียวลิ้นของเขาที่เผยออก

วนิดา... อย่า

เธอเบือนสายตากลับแต่วนไปมองอีก เสื้อผ้าฝ้ายตัวเก่ามีกลิ่นหอมผงซักยี่ห้อแสนคุ้นเคย ทุกท่วงท่าราวกับคุณชายในวัง

เธอขมวดคิ้ว ในวังงั้นเหรอ ? ฮึ... คงยกเว้นปาก แค่เปิดออกแต่ละคำคล้ายสุนัข !

เธอก่นบ่นในใจ เสมองไปทางอื่น ในเมื่อเขาเองไม่อยากเสวนา เธอจึงปล่อยให้ความเงียบงันดำเนินต่อไป เหลือเพียงเสียงช้อนสั้นกระทบจานสังกะสีแผ่วๆ เสียงเหล้าที่ถูกรินลงแก้วผสานไปกับจิ้งหรีดระงมในพงป่าช่วงหัวค่ำ

“วางไว้ ไอ้จ้อยจะมาเก็บเองตอนเช้า” เขาพูดขึ้น เมื่อเห็นเธอวางช้อน โก่งคิ้วข้างซ้ายด้วยความเคยชิน “หรือจะล้างเอง ?”

คราวนี้เสือขาลค่อยกล้าเอี้ยวหน้าไปมองเมื่อเมรัยไหลลงคอไปหลายแก้ว แล้วเขาจึงได้รู้ว่า เหล้ารสแรงปานใดก็ไม่อาจช่วยให้หัวใจของเขาเต้นเบาลงเลย

ขาล... เป็นเสือเปล่า ๆ ปลี้ ๆ แค่นี้มึงก็อ่อนเหลว

“แปรงกับผงสีฟันอยู่หลังชานเรือน” เขาพยักหน้าไปทางด้านหลัง “จัดการให้สะอาด ประเดี๋ยวฉันจะตามหล่อนเข้าห้อง”

ปากเธอเม้มตึงขึ้นเมื่อเข้าใจความนัยที่เขาส่อ ทะลึ่งตัวลุกพรวด เดินลงส้นเบา ๆ ไปได้สักครึ่งทางจึงหยุดกึก จ้องความมืดท้ายบ้าน ยกมุมปาก

ทำไมฉันต้องแปรงด้วย คิดย่ำยี... ฮึ ! จะกล้ำรสปากฉัน ก็ช่าง…

เธอหัวเราะในคอไม่เกิดเสียง วกเลี้ยวเข้าห้องทันทีต่อหน้าสายตาของเสือขาลที่หรี่ลง

ขัดคำสั่ง... ดูท่าหล่อนจะอยากเจอของดี... ได้ !

เสือขาลกระแทกแก้วเหล้า ลุกเร็วจนปลีน่องกระแทกเก้าอี้ล้มโครม... เสียงสิบทิศกระต๊าก ! ขันรับ กระพือปีก

สองเสียงก้องทั่วหมู่บ้านที่ทุกคนต่างพากันลอบเมียงมอง แอบฟัง หัวเราะคิกคักอย่างที่หัวหน้าโจรหาทราบไม่

วนิดาเข้าห้องได้ ลงคลานไปฟูกเดิมที่นอนเมื่อคืน นั่งพิงฝาบ้านชันเข่าเตรียมพร้อมสู้ถ้าขืนไอ้โจรโฉดคิดมิร้าย

ปัง ! เสียงประตูกระแทก ร่างเล็กของเธอสะดุ้งเบา ๆ เพ่งสายตาจับจ้องเสี้ยวหน้าดำทะมึนจากแสงเงาตะเกียงมุมห้อง

“มานอนฟูกฉัน”

“ไม่” เธอยืนกรานหนักแน่น

เสือขาลหรี่ตาคุกรุ่น ถูกส่งมาเป็นเมียแต่ไม่รู้จักว่าต้องทำเยี่ยงไรให้ผัวหลง เขาไม่ได้อยากใคร่หล่อนให้หลงเขาดอกนะ แต่สาวพระนครหยามเกียรติกันเกินไป เขาเป็นลูกพี่ใหญ่ซุ้มโจรวังน้ำใส ถ้าไม่สั่งสอนเสียบ้าง รู้ถึงไหนอายถึงนั้น

โจรขาลเดินดุ่มไปหาดึงแขนเธอให้ลุกขึ้น แต่ร่างเล็กกลับขืนแรงจนเป็นคลานเข่า

“ไม่ !” เธอตวาดเสียงทิ้งตัวลงพื้น ตึก...

อยากได้นัก ลากไปแล้วกัน !

วนิดาทิ้งตัวหนักลงพื้นนอนราบ เสือขาลเบิกตาแปลกใจ ข้างในกลั้นหัวเราะ แต่ใจหนึ่งกรุ่นโมโหที่ตัวเองดันเห็นมุมน่าเอ็นดูจริตผู้ดี จึงยิ่งออกแรงลากเธอมาฟูกแล้วโยนด้วยมือเดียว

ร่างเล็กกระเด็นดังตุบ เธอคลานเข่าหนี เขาคว้าข้อเท้าจับพลิกหงายก่อนโถมตัวเองลงเต็มแรง เท้าฝ่ามือลงข้างลำตัวของวนิดา

“พ่อหล่อน ส่งหล่อนมา แม้ว่าฉันไม่ได้เต็มใจรับ แต่ฉันไม่ให้ใครหยาม” เขาเค้นเสียง “โจรชั้นต่ำอย่างฉัน จะเอาหม่อมอย่างหล่อนเป็นเมียให้ได้”

เขาจงใจใช้ร่างตัวเองขวางทางหนี ร่างเล็กทะลึ่งตัวลุก ยิ่งกลายเป็นเพิ่มกำหนัดให้เสือขาล เขาโน้มตัวเองลง

“คิดหรือว่าไม่สีฟันแล้วฉันจะไม่ทำอะไร” เสียงเยาะหยันดังขึ้นจากซอกไหล่บอบบาง

“ปล่อยนะ ไอ้โจรชั่วช้า !” วนิดากัดฟันพ่นเสียง กางฝ่ามือกรีดเล็บลงซอกคอเสือขาลขณะที่ลมหายใจร้อนรดต้นคอเธอ

“โอ้ย !” เขาผงกหัวดันมือเธอกระแทกพื้น “อยากลองแบบเจ็บ ๆ หรือไง”

“เอาสิ” วนิดาท้าทาย เชิดคางสู้ “กล้าทำฉันหรือเสือขาล”

“วอนเสียแล้ววนิดา”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมียเสือขาล   ตอนพิเศษ 5 เสือสัก ลดาวัลย์

    แสงเช้าพาดผ่านบานหน้าต่างไม้เก่าซีดของโรงแรมราคาถูกในอำเภอพรหมบุรี เสียงจอแจจากถนนดินแดงด้านนอกดังก้องตั้งแต่ไก่ขันกลิ่นข้าวสารปนฝุ่นจากรถม้าลอยคละคลุ้งเข้ามาในห้องพักแคบ ๆ เตียงไม้กรุผ้าปูสีหม่นวางชิดผนัง มุ้งเก่าห้อยยาน ม่านบางสั่นไหวตามลม ยามเช้าเสือสักยืนพิงขอบหน้าต่าง มวนยาสูบในมือส่งควันลอยเป็นเส้นบาง ร่างสูงกำยำในเสื้อสีเข้มและกางเกงผ้าฝ้ายเงียบขรึมผิดไปจากที่เคยเป็น ดวงตาคมนิ่งทอดมองลานกว้างด้านล่าง แต่ใจกลับวนเวียนอยู่ที่ร่างเล็กบนเตียงด้าน หลังหญิงสาวจากพระนครที่ถูกจับลากมาพร้อมวนิดา ยังนอนขดตัวใต้ผ้าห่มบาง ผมดำยาวสยายลงหมอน ใบหน้าหวานแฝงรอยเหนื่อยอ่อนจากคืนก่อน ที่เขากอดรัดเธอไม่ยอมปล่อย ผิวขาวเนียนสะท้อนแสงเช้า รอยช้ำจางๆ จากการรักอันดิบเถื่อนยังประทับอยู่บนต้นคอและไหล่บาง“พี่สัก...”เสียงหวานพร่าเอ่ยเรียกเบา ลดาวัลย์พลิกตัวช้าๆ ผ้าห่มเลื่อนลง เผยแผ่นหลังขาวนวลที่โค้งงามราวหยกแกะสลัก เธอรู้ว่าเขายืนมองอยู่ ดวงตาคู่สวยเงยขึ้นสบตาเขา ยิ้มจางๆ“เช้านี้พี่ดูแปลก ๆ”สักกลืนน้ำลายลงคอ สายตาคมนิ่ง แต่หัวใจหนักอึ้งราวถูกบ

  • เมียเสือขาล   ตอนพิเศษ 4 หกปีต่อมา

    หกปีต่อมา ณ วังเทวากูรเวลาหกปีผ่านไปทำให้บาดแผลทั้งหลายแปรเปลี่ยนเป็นความสงบแสงยามเย็นท้ายวังทอดลงยังริมสระขุดใหม่ใกล้กันคือศาลาหลังเล็ก ที่ซึ่งสองสามีภรรยามักมาใช้เวลาร่วมกันในช่วงบ่ายเสมอ ทว่าวันนี้กลับเป็นช่วงเย็นเด็กชายวัยห้าขวบยืนนิ่งมือถูกผู้เป็นย่ากำไว้หลวม ๆ ตามแรงชราภาพ ทั้งสองมองหม่อมราชวงศ์ศิการและหม่อมวนิดากำลังฝังกลบสัตว์เลี้ยงแสนรัก“มันเป็นอะไรตายครับ” เด็กชายแหงนหน้าถามย่า“มันแก่แล้ว... ศิกร” ย่าก้มลงมองยิ้มไปถึงดวงตาฝ้าฟาง“งั้นอีกหน่อยย่าก็ต้องตายใช่ไหมครับ” เด็กชายยังถามอีกทำให้ผู้เป็นย่าหัวเราะเบา ๆ ศิกรในวัยห้าขวบช่างถามเกินวัยสมอายุ ย่าลูบหัวช้า ๆ“ไม่นานดอกหลานรัก จะถึงเวลาของย่า”เด็กชายบีบมือย่าแน่น “ผมไม่อยากให้ย่าตายเลย ไอ้สิบทิศก็ด้วย”วนิดาหันหลังกลับมาปรามดุ “ลูกกำลังพูดคำหยาบ”“แต่คุณพ่อเรียกมันแบบนั้นนี่ครับ” ศิกรหันไปทางพ่อที่หัวเราะในลำคอ ปัดมือสองสามครั้งก่อนพยุงร่างเมียรักขึ้นยืน โอบหลังพาเด

  • เมียเสือขาล   ตอนพิเศษ 3 ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์

    ปรู๊น... เสียงหวูดรถไฟดังแว่วจากชุมทางบ้านหมี่ แสงแดดยามบ่ายของต้นปี พ.ศ. 2481 สาดเปรี้ยงลงบนถนนดินแดงวนิดาในชุดเดรสทันสมัยแบบสาวพระนครยกมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก แต่ก่อนที่หยาดเหงื่อจะไหลลงแก้ม มือคล้ำกร้านของเสือขาลคว้าผ้าเช็ดหน้ามาแตะซับให้อย่างนุ่มนวล“ใครหนอ คิดเรื่องฮันนี่มูนทันสมัยถึงบ้านนอก”วนิดาแสร้งบ่น แววตาหยอกเย้าขณะเดินเคียงข้างร่างสูงใหญ่ของสามีที่เหมือนเป็นเงาคุ้มภัย แสงแดดส่องสะท้อนผมดำเงาของเธอ ทำให้ใบหน้าหวานยิ่งเด่นชัด“บ้านนอกที่ไหน นี่คึกคักยิ่ง รอตกเย็นคุณหญิงจะได้จับจ่ายเดินเล่น”เสือขาลยิ้มเจ้าเล่ห์ มือจับแขนบางเธอแน่น เดินนำไปยังโรงแรมเล็ก ที่ตั้งอยู่ริมถนน คุ้นตาเหมือนเคยมาพักเมื่อครั้งอดีตวนิดาหยุดชะงัก มองป้ายโรงแรมเก่าๆ แล้วหันไปมองสามี “อย่าบอกนะ นี่คือที่ที่พาเมียมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์” เธอแหงนหน้าถาม รอยยิ้มของเขาทำให้ใจเธอเต้นแรง ทั้งข้องใจและหวั่นไหว“เป็นเมียโจร อย่าลืมกำพืดสิ ไปเถิด”เสือขาลหัวเราะ ดึงมือเธอขึ้นบันไดไม้ไปยังหน้าโถงโรงแรม เขารับกุญแจจากเจ้าของด้วยท่าทีสนิทสนม

  • เมียเสือขาล   ตอนพิเศษ 2 วันที่ใจร้อนผ่าว

    ย้อนกลับไปช่วงวันที่เสือขาลนอนพักรักษาแผลถูกยิงเอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก...เสียงสิบทิศขันแต่เช้าตรู่ในขณะที่ฟ้ายังมืด เสือขาลขยับเปลือกตาสะดุ้งเล็กน้อย ยกมือกุมสีข้างเหลียวมองตามเสียงกรนเบา ๆ เขาทิ้งศีรษะลงวนิดา...เขาพึมพำลอดไม่เป็นถ้อย ใกล้เพียงเอื้อมแต่กลับคว้าไว้ไม่ได้ เขายกมือขึ้นกลั้นเจ็บเอานิ้วเกี่ยวในผมดำขลับของเธอ นุ่มสลวยกลิ่นหอมอ่อน ๆ เผลอยิ้มหากอยู่พระนคร หล่อนคงเข้าร้านเสริมสวยจู่ ๆ ภาพเธอสวมใส่ชุดทันสมัยไม่ใช่ผ้านุ่งอย่างชาวบ้านผุดขึ้น มือชะงักดึงลงวางดั่งเดิมคงเป็นไปไม่ได้... ฉันจะไม่ปล่อยเธอกลับไป“แค่ก ๆ” เขาแสร้งกระแอม เธอยังนอนนิ่งด้วยความอ่อนเพลีย จึงใช้มือเขย่าแรง ๆ “ตื่นได้แล้ว แดดกำลังจะส่องหัว”เธอกะพริบตาสงสัย แล้วลุกพรวดเมื่อเห็นว่าตัวเองนอนดิ้นมาใกล้จนศีรษะเกือบเกยตัวเสือขาล จ้องหน้าเขาที่ทำหน้าขมวดคิ้วอารมณ์เสียแต่เช้า...“ฉันหิวน้ำ” เสือขาลเปรยเสียงแหบวนิดาไม่พูดอะไร เธอโน้มตัวไปหยิบขันน้ำ เสื้อคอกระเช้าสำหรับใส่นอนหย่อนลงจนเห็นเนินหน้

  • เมียเสือขาล   ตอนพิเศษ 1 วนิดา... เสือขาล...

    โห ฮิ่โห ฮิ่โห ฮิ่โห ฮิ่โห... ฮิ้ว...ใครมีมะกรูด มาแลกมะนาว ใครมีลูกสาว มาแลกลูกเขย เอาว่ะเอาเว้ย ตะละลา......เสียงขบวนขันหมากคึกคักยิ่งด้วยหัวหน้าโจรร่อนจดหมายบอกพรรคพวกลูกน้องเก่าให้ช่วยมาจัดงาน ในเช้านี้ขันหมากตระกูลผู้ดีจึงได้ยาวเหยียด แต่งกายเสื้อฝ้ายสีมอกางเกงเนื้อหยาบ เสียงคุยเอะอะหัวเราะครืนทุ้มก้องยังหัวถนนกระต๊าก ! ไอ้สิบทิศร้องเบา ๆ ในอ้อมแขนเจ้านายของมัน เขาลูบหัวปลอบใจ“มึงทำหน้าที่ให้ดี แล้วกูจะไม่ต้มมึง”ขาลเปรยหัวใคร่ยืนตรงกลางขนาบข้างด้วยเสือสักยกพานสินสอด สมุนโจรยกต้นกล้วยอ้อยคาดเอวด้วยผ้าขาวม้าลายแดงน้ำเงินเสียงขบวนขันหมากเหล่าบุรุษเถื่อนวังน้ำใสก้องยาวบนถนนราชดำเนิน ดงผู้ดีของพระนคร ดังเสียจนเจ้าสาวที่นั่งอยู่หน้ากระจกหัวเราะเบา ๆ“ดูท่าศิการจะเกณฑ์คนมาอักโข” หม่อมอภิรดีเปรยเบา สวมสร้อยคอทับทิมที่หม่อมอัมพรนำมาให้ตั้งแต่เมื่อวาน วนิดายกแตะลูบสีโลหิต“คึกคักดีค่ะ”ภาพสะท้อนในกระจกเช้านี้ เธอเลือกไว้ทรงผมเดิมดัดลอนสั้นพองาม ต่างหูคู่ไม่ใหญ่นักแต่สีเม็ดทับทิมแข่งรับริมฝีปากแต้มชมพูดอกบัว เสื

  • เมียเสือขาล   ตอนที่ 54 เงียบพอให้ได้ยินเสียงหัวใจชัดขึ้น 2

    เสียงหวีดแหลมดังก้องในโถงวังปรียาวงศ์ของอภิรดีลอดไปยังลานสวนข้างบ้าน ที่ซึ่งต้นกาสะลองใหญ่ยืนนิ่งรับรู้ถึงทุกสิ่งของบ้านหลังนี้ใต้ต้นคือชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าซีดเผือด กระโจนพรวดไม่กี่ก้าวตามเสียงไปทางห้องพักผ่อน เสือขาลตาเบิกโพลงตระหนก ตวัดปืนขึ้นมือสั่นเทา“ไอ้ประยูร” เสือขาลกดเสียง หัวใจหล่นวูบลงที่เท้า ร่างของหญิงคนรักถูกคนที่ฆ่าพ่อเขารัดคอแน่นด้วยมือ นัยน์ตาเธอเหลือกขึ้นก่อนที่มันจะหันมาเห็นแล้วปล่อยออก“แค่ก ๆ” วนิดาสำลักอากาศ สูดหายใจเฮือก ไอเอาลมเข้าปอด ตาแผดร้อนแดงก่ำน้ำตารื้น “พี่ขาล...”“โลกมันกลมจริงไหม” ประยูรใช้ท่อนแขนรัดคอลูกสาวลากไปอีกทาง ปลายปืนลูกโม่เสือขาลจ่อไล่ทุกฝีก้าว “กูเพิ่งรู้ข่าว ไม่คิดเลยว่ามึงจะเป็นลูกท่านหลานเธอ โดยเฉพาะไอ้ศิกร”เสือขาลกัดกรามกรอด ทรวงอกร้อนวาบนิ้วชื้นเหงื่อขยับขึ้นไกนก กึก! ประยูรสลับมือ ใช้มีดพร้าจ่อคอวนิดาทันควัน“มึงกล้าแลก ?” ประยูรเยาะหยัน“ปล่อยหล่อน” ขาลสั่งลอดไรฟัน เหงื่อผุดไหลลงหางตา“ปล่อย ? ก่อนหน้ากูคิดว่าส่งมันไปก็สมเนื้อ ลูกโจรกับโจร คนชั้นต่ำ ฮ่า ฮ่า ใครจะรู้ว่ามึงเป็นส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status