Share

ตอนที่ 1

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-18 23:38:36

เมื่อสามสี่วันก่อนยังเป็น ‘นางสาวทักทาย’ อยู่เลย…

แต่จากที่ประมวลข้อมูลคร่าว ๆ ตามที่ชายคนนั้นบอกไว้ตอนฟื้นขึ้นใหม่ ๆ หากจะบอกว่านี่คือการย้อนเวลามาพบรักเหมือนในนิยายชวนฝัน เช่นนั้นก็บอกเลยว่า ...

คิดผิดแล้ว

เพราะถึงจะแค่หลุดมาโลกนี้ไม่กี่วัน ทักทายก็มั่นใจว่าร่างนี้น่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายที่ถึงแก่ชีวิตไปแล้วด้วยซ้ำ แถมมองในฐานะสาวยุคสองพันยี่สิบสาม โลกยุคนี้ก็ไม่น่าอยู่เอาเสียเลย

การฟื้นขึ้นมาในที่ที่ไม่คุ้นตา ผู้คนรอบข้างล้วนแปลกหน้า สำนวนภาษาที่แม้จะรู้แล้วว่าเป็นภาษาจีนซึ่งปกติก็ใช้ทำมาหากินในฐานะเลขานุการบริษัทข้ามชาตินานหลายปี ก็ยังพบว่าทั้งที่ทาง ทั้งบ้านเรือน ทั้งคน ทั้งภาษา...

ช่างเป็นจีนโบราณเสียเหลือเกิน

ยิ่งผ่านยามค่ำมาหลายคืนก็รู้ชัดว่า ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าใช้ แน่นอนว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าจำเป็นย่อมจะไม่มีให้ใช้ด้วย ไม่ต้องถามหาไอโฟนไอแพดที่เคยรูดปรื๊ด ๆ แล้วไหนจะซีรีส์หลายร้อยเรื่องที่โหลดมาเก็บไว้นั่นอีก

เรียกว่าทุกอย่างที่เคยใช้กินอยู่อย่างสะดวกสบายเมื่อไม่กี่วันก่อน มาถึงวันนี้...

หายวับ!

ตายลับดับสูญอย่างไม่ทันรู้ตัวเพราะถูกงูกัดตายบนที่ดินรกร้างซึ่งเร่งเดินทางไปตรวจตราแทนเจ้านายนั่นก็ว่าซวยมากแล้ว ยังต้องกลายเป็นวิญญาณมาสิงร่างใครก็ไม่รู้อีก

ช่างเลวร้ายแบบดับเบิ้ลจริง ๆ เลย

แล้วชื่อเสียงเรียงนามของร่างนี้ก็ยังไม่รู้อีกว่าชื่ออะไร ไม่ต้องคิดหาว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใครเลย รับรองเดาไม่ถูก

หากจะมีดีอยู่บ้างก็ข้อเดียว นั่นคือไม่ถึงกับมาเกิดใหม่อดอยากปากแห้งอย่างตัวละครในนิยายทะลุมิติที่เคยอ่าน แต่ถึงจะมีน้ำให้ดื่ม มีอาหารให้กินครบทุกมื้อ รสชาติอาหารทุกจานที่ลองแตะลิ้นก็ช่างจืดสนิท

...และมันย่อง

กับข้าวทุกจานที่ยกเข้ามาให้น้ำมันลอยฟ่องชนิดไม่ต้องตรวจเลือดก็รู้แล้วว่า คอเลสเตอรอลสูงมากแบบ ก.ไก่ล้านตัว เห็นแล้วหมดความอยากกินเลยเชียว

กลับมาตอนนี้หลังจากก่อวีรกรรมถีบหนุ่มหล่อตกเตียงแล้ว จากนั้นก็ไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายด้วยอีก มีก็แค่สาวใช้ที่เหมือนจะชื่อเสี่ยวอิ๋วกับเสี่ยวจิวสองคนเท่านั้นที่ยังมาแอบ ๆ มอง ๆ อยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ

แต่เพราะทักทายหมกมุ่นอยู่กับความคิดถึงชีวิตในโลกเดิมจึงไม่มีอารมณ์จะหันไปพูดคุยอะไรด้วย

หลังจากนั่งเป็นหมาหงอยอยู่ริมหน้าต่างอีกสองวันเต็ม ที่สุดวิญญาณของทักทายในร่างสาวสวยคนนี้ก็เริ่มปลงตก เพราะหลังจากตื่นขึ้นทุกเช้าด้วยความหวังว่า ทั้งหมดที่เห็นจะเป็นแค่ฝัน...ตื่นหนึ่ง

ฝันที่เมื่อถึงเวลาเช้า ทุกอย่างรอบข้างจะกลับสู่วิถีชีวิตเดิม ๆ

แต่เมื่อผ่านมาถึงเช้าวันนี้ก็ปลงได้แล้วว่า ถึงจะผล็อยหลับไปกี่ตื่น หากยังลืมตาขึ้นมาอยู่ที่เดิมเช่นนี้ นั่นก็แปลว่า ย้อนกลับไปไม่ได้แล้วแหละ

...ก็ต้องยอมรับความซวยไป

เมื่อปลงได้ดังนั้นแล้ว เช้าวันนี้ทักทายจึงลุกขึ้นมานั่งสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วบอกตัวเองว่า...เอาวะ

สู้โว้ย!

โชคยังดีที่นางสาวทักทายตอนอยู่โลกใบเดิม พูดภาษาจีนได้คล่องตั้งแต่เด็ก เพราะบรรพบุรุษเป็นจีนแท้ที่โยกย้ายถิ่นฐานออกจากจีนแผ่นดินใหญ่มาตั้งรกรากในเมืองไทย ทำให้ทุกคนยึดมั่นในขนบประเพณีจีนอย่างเหนียวแน่น ดังนั้นลูกหลานทุกคนที่เกิดในประเทศไทยจึงต้องใช้ภาษาจีนสื่อสารกันในครอบครัวตั้งแต่แรกเกิด

บวกกับช่วงวัยรุ่น ทักทายติดซีรีส์จีนหนุบหนับ ติดจนถึงกับลงทุนร่ำเรียนภาษาจีนเพิ่มจนพูดจีนได้คล่อง พอกับพูดไทยและรัวภาษาอังกฤษนั่นแหละ

เอาว่าความสามารถด้านภาษาเหมาะสมกับการครองตำแหน่งเลขานุการดีเด่นให้บอสใหญ่สุดในบริษัทระดับชาตินานหลายปีก็แล้วกัน ทำให้เมื่อย้อนเวลามาสวมร่างสาวจีนยุคนี้ ทักทายจึงมั่นใจว่าตนจะสามารถใช้ภาษาจีนพูดอ่านได้อย่างไม่แปลกแยกแน่

แต่อย่าถามถึงการขีดเขียนนะ เพราะนั่นเป็นเรื่องที่อ่อนด้อยสุดเนื่องจากเรียนในยุคที่พิมพ์รัว ๆ สะดวกสุดแล้ว จึงไม่ได้ฝึกใช้พู่กันจีน หรือหากจะให้เขียนลายมือจีน ตัวอักษรก็หน้าตาคล้ายไส้เดือนคลุกขี้เถ้าหรือหนอนตีกันเท่านั้นแหละ

เช้าวันนี้ เสี่ยวอิ๋วและเสี่ยวจิวเห็นสีหน้าของผู้เป็นนายสาวดีขึ้นมากแล้ว จึงเริ่มจะ...

“คุณหนูเจ้าคะ…” เสี่ยวจิวที่เป็นห่วงความรู้สึกคุณหนูของนางอยู่มากเอ่ยเรียกอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ รอบที่ร้อยยี่สิบสาม

ทักทายเหลียวไปมองคนเรียก และเมื่อตระหนักว่าตนเองไม่มีความทรงจำของหญิงสาวเจ้าของร่างนี้เลยสักนิด สิ่งแรกที่คิดได้ก็คือต้องรู้จักชื่อของร่างนี้ก่อนเลย

และวิธีหาข้อมูลได้เร็วและง่ายที่สุดก็คือแกล้งความจำเสื่อมให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

“พวกเจ้าเป็นใครกัน แล้วข้าเป็นใคร…โอ๊ย!”

แม้การแสดงเช่นนี้จะคล้ายปาหี่ แต่เรื่องไม่มีความทรงจำใดเลยคือเรื่องจริงแท้ ดังนั้นอะไรที่พอจะช่วยขายผ้าเอาหน้ารอดได้ก่อน ก็สมควรงัดออกมาใช้สืบข้อมูลเพื่อความอยู่รอด

“คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ” เสี่ยวอิ๋วพุ่งเข้ามารับตัวผู้เป็นนายด้วยกลัวจะล้มลงจนบาดเจ็บอีกรอบ

ขณะที่เสี่ยวจิว สีหน้ายามนี้ไม่ดีเลย ทว่าก็รีบกล่าวถามอาการ “คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ ไม่สบายหรือเจ็บปวดตรงไหนเจ้าคะ”

“ข้า ข้าเป็นใคร...”

ทักทายยกมือกุมหัวแล้วส่ายไปมารัว ๆ ราวกับปวดหัวเหลือแสน โชคดีที่เพิ่งหยุดร้องไห้ไม่นาน ตอนนี้จึงดูไม่ค่อยออกว่ากำลังร้องไห้จริง หรือเสแสร้งแกล้งบีบน้ำตา

“ต้องรีบไปตามหมอ ต้องไปแจ้งนายน้อย” เสี่ยวอิ๋วพึมพำแล้วผละมือจากร่างของผู้เป็นนาย ทำท่าจะถลาออกไปนอกห้อง

เสี่ยวจิวปราดเข้าไปประคองร่างฟางหมิงเยว่แทนก่อนจะหันไปกล่าวห้ามคู่หูอย่างใจเย็น

“อาอิ๋ว หากเจ้าไม่อยากให้คุณหนูของเราเดือดร้อน จงหยุดอยู่ตรงนั้น”

เสี่ยวอิ๋วที่กำลังเอื้อมมือไปเปิดประตู ถึงกับชะงักค้างแล้วหันกลับมามองเสี่ยวจิว

“ทำไมเล่า คุณหนูเกิดเรื่องเช่นนี้ หากไม่แจ้งนายน้อยแล้วเจ้าจะให้ข้าไปแจ้งใคร”

เสี่ยวจิวที่กำลังยกจอกน้ำชาขึ้นป้อนฟางหมิงเยว่ หันไปเอ่ยตอบอย่างใจเย็นอีกครั้ง

“วันนี้คือวันจัดงานมงคลของจวนคัง เจ้าลืมแล้วหรือ”

คุณหนูของนางไม่ได้เจ็บป่วยร้ายแรง แค่เหมือนจะจำอะไรไม่ได้เท่านั้น หากไปตามท่านหมอมาตรวจถึงในจวนวันนี้แล้วฮูหยินเอกที่เพิ่งแต่งเข้ามา กับนายท่านและฮูหยินใหญ่ไม่พอใจ อะไรจะเกิดขึ้น...ไม่ต้องบอกก็รู้กันดี

ชีวิตของผู้เป็นอนุในจวนตระกูลใหญ่ไม่ได้สะดวกราบรื่นและง่ายดายถึงเพียงนั้น

เสี่ยวอิ๋วที่ฉุกคิดได้แล้วไม่รู้ว่าตนเองควรจะทำเช่นไรต่อไปดี จึงกลับเข้ามาเดินวนเวียนในห้อง

และยังเป็นเสี่ยวจิวเช่นเคยที่พูดคุยกับผู้เป็นนายอย่างใจเย็น

“คุณหนูจำอะไรได้บ้างเจ้าคะ”

ฟางหมิงเยว่ส่ายหน้าช้า ๆ

“จำไม่ได้สักเรื่องเลยหรือเจ้าคะ” เสี่ยวอิ๋วพุ่งมานั่งแทบเท้าฟางหมิงเยว่แล้วขณะเอ่ยถามพลางจ้องตาเขม็งอย่างรอคำตอบ

ทักทายในร่างฟางหมิงเยว่ทำเพียงพยักหน้าเป็นคำตอบ

“คุณหนูเจ้าคะ พรุ่งนี้บ่าวจะไปตามท่านหมอมาตรวจอาการของท่านนะเจ้าคะ วันนี้...คุณหนูนอนพักก่อนเถิดเจ้าค่ะ”

...บางครั้งการลืมเลือนเรื่องทุกข์ใจจนหมดเช่นนี้อาจเป็นเรื่องดีต่อจิตใจคุณหนูของนางก็ได้ คิดดังนั้นแล้ว เสี่ยวจิวก็ประคองผู้เป็นนายให้ล้มตัวลงนอน

แต่เพราะทักทายยังต้องการข้อมูลส่วนตัวของฟางหมิงเยว่ นางจึงคว้าข้อมือเสี่ยวจิวเอาไว้แน่น

“พวกเจ้าช่วยเล่าเรื่องของข้าให้ฟังหน่อยเถิด”

เสี่ยวจิวมองหน้าเสี่ยวอิ๋วแล้วพากันอ้ำอึ้งอย่างไม่รู้ว่าควรหรือไม่ควรกล่าวอะไรดี

“คุณหนู…” เสี่ยวอิ๋วลากเสียงยาวท่าทางเหมือนจะยังไม่ค่อยอยากพูดอยู่บ้าง

“เล่ามาเถอะ ข้าพร้อมฟังมาก”

เห็นเสี่ยวจิวอ้ำอึ้งอย่างไม่ยอมพูดเองแน่ เสี่ยวอิ๋วจึงตัดสินใจออกหน้าเริ่มต้นเล่าก่อน

ในที่สุดคำบอกเล่าจากสองสาวใช้ที่ผลัดกันกล่าวเสริมเรื่องราวก็ทำให้ทักทายรู้คร่าว ๆ ว่าตัวตนของร่างนี้ชื่อหมิงเยว่ เป็นบุตรสาวตระกูลฟางซึ่งเป็นตระกูลพ่อค้าอยู่ในเมืองหนานไห่ทางฝั่งทะเล อยู่ห่างจากเมืองหลวงอย่างเจียงหลิงที่นางอยู่ตอนนี้ไปหลายสิบวันเดินทาง

นายท่านฟางมีฮูหยินเอกกับอนุในจวนแค่สองคนเท่านั้น ทั้งสามเป็นชาวเมืองหนานไห่ตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ฮูหยินเอกกับอนุถึงกับเป็นเจ้านายสาวและบ่าวคนสนิทมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นเมื่อแต่มาเป็นฮูหยินเอกและตั้งครรภ์ขึ้น จึงยกบ่าวคนสนิทให้ไปปรนนิบัตินายท่านฟางยามค่ำคืน

จนกระทั่งหลายปีผ่านมา สาวใช้คนสนิทที่กลายเป็นอนุใกล้ตัวก็ให้กำเนิดฟางหมิงเยว่ผู้เป็นบุตรสาวขึ้น และโชคดีที่ได้รับความรักความเอ็นดูจากฮูหยินเอกและพี่ชายต่างมารดาด้วยความจริงใจอย่างเต็มเปี่ยม ทำให้ฟางหมิงเยว่เป็นเด็กน้อยนิสัยดีมีมารยาท ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดียิ่งในฐานะคุณหนูคนเดียวของตระกูลฟางจนกระทั่งปักปิ่น

แล้วเลือกแต่งให้กับคุณชายคังผู้มาจากเมืองหลวง

แต่เพราะฟางหมิงเยว่เป็นเพียงบุตรสาวของอนุ อีกทั้งนายท่านฟางผู้บิดาก็เป็นแค่พ่อค้ารายเล็ก ๆ ไม่ได้มีกิจการใหญ่โต ทำให้พ่อแม่สามีที่เป็นคหบดีรายใหญ่ของแคว้นไม่พอใจในฐานะของสะใภ้ผู้นี้เอาเสียเลย

ทว่าบุตรชายดึงดันจะแต่งกับนางให้ได้ ทั้งยังประกาศหนักแน่นว่าจะแต่งกับนางคนเดียวเท่านั้น เช่นนี้จึงทำให้บิดามารดาของเขาไม่กล้าเอ่ยคัดค้านอะไรอีก

หากเมื่อฟางหมิงเยว่แต่งเข้ามาสามปีแล้วยังไม่มีวี่แววชีพจรมงคล จึงถูกพ่อแม่สามีตั้งแง่รังเกียจมากขึ้นจนที่สุดพวกเขาถึงกับใช้ข้อบกพร่องนี้ บังคับนายน้อยคังให้แต่งฮูหยินเอกคนใหม่เข้ามาแทนฟางหมิงเยว่

“แล้ววันนี้ก็เป็นวันจัดงานมงคลเจ้าค่ะ นายน้อยใช้เกี้ยวแปดคนหามไปรับคุณหนูเยี่ยมาเป็นฮูหยินเอกตั้งแต่เช้ามืดแล้วเจ้าค่ะ”

แจ็กพอต!

ในชีวิตโลกโน้นทักทายเป็นสาวโสดซิง ๆ เพราะทุกวันต้องทำงานชนิดเปิดโหมดเลขาสะดวกใช้ให้กับเจ้านายผู้มากความสามารถที่ขยายกิจการส่งออกไปอีกหลายบริษัท ทำให้ทักทายต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำจนไม่มีเวลาหาคู่

แล้วพอตายปุ๊บก็มาเกิดปั๊บแบบรวดเร็วทันใจ อย่างที่ไม่ต้องรอให้โตซะอีกแน่ะ

แถมยังได้โบนัสเป็นสามีหนึ่งคนโดยไม่ต้องผ่านประสบการณ์เรื่องอย่างว่าเองเลยด้วย แต่อะไรไม่ร้ายเท่ารู้ว่าเป็นเมียแรกได้แค่แป๊บเดียวก็ถูกลดฐานะจนกลายเป็นเมียน้อยซะแล้วนี่สิ

เฮ้ออออ ชีวิตดี๊ดี!

รับฟังข้อมูลส่วนบุคคลของร่างนี้แล้วทักทายถึงกับลอบเบ้ปาก

จะว่าไปอายุเจ้าของร่างนี้เต็มที่สุดน่าจะไม่เกินสิบแปด เมื่อบวกลบกับที่แต่งงานมาแล้วสามปี ก็หมายความว่าแต่งงานตั้งแต่อายุสิบห้า

แหม นี่ถ้าเป็นยุคสองพันยี่สิบสาม นายน้อยคังถูกจับข้อหาพรากผู้เยาว์แล้วแน่

มือเรียวบางที่ผิวเนียนขาวราวหยก ยกขึ้นลูบริมฝีปากอย่างใช้ความคิด

จากข้อมูลที่ได้และจากการทะลุขึ้นมาโผล่กลางสระน้ำ ...หากยังโง่งมอยู่ในจวนนี้ต่อไป ท่าทางศพจะไม่สวยแล้ว

ว่าแต่สมัยนี้...

…หย่าผัว เขาทำกันยังไงหว่า?

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   บทส่งท้าย 2

    แม้จะถูกเคี่ยวกรำจากเจ้าบ่าวตลอดคืน หญิงสาวก็ยังพยายามลุกขึ้นจากเตียง เพื่อจะเตรียมตัวไปคารวะพ่อแม่สามีทว่าผู้อาวุโสทั้งสองกลับให้สาวใช้มาแจ้งว่า ห้ามบ่าวสาวออกจากเรือนหอจนกว่าจะครบสามวันหญิงสาวนึกกังวลทันที ...ไม่ใช่ว่าร่างเก่าเองก็เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาแล้วหรอกหรือไม่ให้ไปเคารพพ่อแม่สามีไม่ให้ร่วมโต๊ะอาหารอนุญาตให้อยู่ได้เพียงในเรือนหลังเล็กเท่านั้นแต่แม้จะเริ่มกลัดกลุ้ม คนเกิดใหม่มาแล้วสองครั้งเช่นนาง ย่อมจะสลัดความกลุ้มเพื่อเตรียมรับมือทักทายตัวแม่จะแคร์ เพื่อ…แม้จะรู้สึกลึกซึ้งกับจวางโม่เฟิงสุดจิตสุดใจ มีความผูกพันต่อกันมาหลายสิบปี แต่หากบิดามารดาของจวางโม่เฟิงเป็นเหมือนพ่อแม่ของคังซิวเยี่ยน เฉินเยว่ก็ไม่ลังเลที่จะขอหนังสือหย่าแล้วออกไปมีชีวิตเป็นของตนเองเจ็บแต่จบ ไม่ต้องให้มีแผลเรื้อรังทว่านางกังวลใจได้ครู่เดียว ก็ถูกสามีหนุ่มสองร้อยปีผู้ไม่เคยลิ้มลองรสหวานของดอกไม้ลุกขึ้นมาตามตัวให้กลับไปเอนร่างลงบนเตียงอีกแล้ว...เซียนหนุ่มผู้แสนเอาแต่ใจ เมื่อได้ลองลิ้มชิมรสหวานของกลีบดอกไม้ ก็ติดใจจนเรียกร้องอย่างไม่รู้อิ่มแล้วดังนั้นไม่ต้องรอใครห้ามไม่ให้ออกไปไหน เฉินเยว่ก็ถูกจว

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   บทส่งท้าย

    ณ ชายขอบดินแดนเซียน มีครอบครัวตระกูลเฉินตั้งรกรากอยู่เป็นครอบครัวที่ไม่วุ่นวายอะไร ไม่มีการเมืองหลังบ้านให้ทุกคนปวดหัวเพราะนายท่านเฉินมีภรรยาคนเดียว จึงมีลูกดกหัวปีท้ายปีนับได้ถึงสิบสองคน ทำให้ครอบครัวนี้ยากจนอย่างยิ่ง เพราะต้องเลี้ยงดูหลายปากหลายท้องแต่โชคดีที่เมื่อบุตรชายหญิงทุกคนเติบโตขึ้น พวกเขาล้วนไม่ทอดทิ้งบิดามารดา ลูกทุกคนมีความกตัญญูอย่างยิ่ง ต่างช่วยกันทำมาหากินเพื่อจุนเจือครอบครัว กระทั่งช่วงสิบปีหลัง ครอบครัวของพวกเขาเจริญรุ่งเรืองขึ้นทันตา ไม่ว่าจะหยิบจับอันใดล้วนประสบความสำเร็จ...ราวกับสวรรค์ประทานพรลงมาให้จนผ่านมาอีกหลายปี ลูกทุกคนเติบใหญ่มีครอบครัวของตนเองกันหมดแล้ว ฮูหยินของตระกูลเฉินที่อายุย่างเข้าเลขสี่ ถึงกับตั้งครรภ์ขึ้นอีกครั้งลูกหลงคราวนี้ เป็นทารกหญิงที่สวยงามราวเทพปั้น โดยเฉพาะดวงตาของนางที่ส่องประกายสดใสตั้งแต่แรกเกิด จึงได้รับชื่อว่า เยว่ แปลว่า พระจันทร์ส่องสว่างยามค่ำคืนนั่นเพราะนางเป็นเหมือนแสงสว่างที่ส่องลงกลางใจของครอบครัวเฉินทุกคนเฉินเยว่เติบโตท่ามกลางความรักความเอ็นดู ทั้งยังเป็นเด็กเฉลียวฉลาดมาก ไม่ว่าเรื่องใดผ่านตา นางจะเรียนรู้และจดจำได้รวดเ

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   ตอนที่ 59

    ข้า ฟางหมิงเยว่ จะวางยาพิษ หลี่เซียวปิง โดยข้าได้บอกกล่าวให้กับหลี่เซียวปิงรับรู้ และสั่งให้นางเตรียมยาแก้พิษไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากผิดพลาดถึงตายขึ้นมา ข้าฟางหมิงเยว่ไม่รับผิดชอบใด ๆ เด็ดขาด และเมื่อถูกจับได้แล้วฟางหมิงเยว่จะไม่ถูกตัดสินลงโทษแต่อย่างใดยกเว้นโทษเดียว นั่นคือขับออกจากตระกูลคังห้ามแจ้งทางการ รวมทั้งนายท่านคังและฮูหยินใหญ่ ต้องจ่ายเงินค่าวางยาพิษครั้งนี้ เป็นจำนวนห้าร้อยตำลึงทองให้กับฟางหมิงเยว่ โดยต้องจ่ายทันทีที่ยอมรับเงื่อนไขบิดามารดาเห็นเขาเป็นคนโง่ หลอกเขาทุกอย่าง!แม้แต่การวางยาพิษในวันนั้นก็เป็นเรื่องหลอกลวงหรือนี่เพียงเพื่อกำจัดผู้หญิงคนเดียวที่เขารักให้พ้นทาง จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ ตัวเขาเองยอมทุกอย่างแล้วยอมแต่งงานกับเยี่ยฉางเอ๋อ ยอมปลดฟางหมิงเยว่เป็นอนุพวกเขายังเลือกจะฆ่านาง สตรีอ่อนแอคนเดียว ซ้ำยังไร้อำนาจตระกูลหนุนหลัง เหตุใดต้องกำจัดทิ้งเช่นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ และตอนนั้นเองที่เหมือนคังซิวเยี่ยนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ชายหนุ่มลุกไปเปิดกล่องใบเก่าที่ไม่ได้เปิดมานับสิบปีแล้วหยิบกระดาษในกล่องนั้นออกมาวางลงเคียงกัน...เพื่อเปรียบเทียบลายม

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   ตอนที่ 58

    ร่างของคังซิวเยี่ยนที่ยังยืนมองไปรอบ ๆ นึกขัดใจว่า เหตุใดตนเองถึงไม่ตื่นขึ้นเสียที แต่อีกใจก็คล้ายจะอยากรู้ว่า มีอะไรที่เขาไม่รู้ เกิดขึ้นต่อไปอีกหรือไม่โดยไม่คาดคิด ชายหนุ่มมองไปเห็นเงาดำสองคนย่องเข้ามาในบริเวณเรือนเล็ก ท่าทางของเงาทั้งสองคล้ายกำลังมองรอบเรือนเพื่อสำรวจให้แน่ใจว่า ทุกคนหลับสนิทแล้วเช่นนั้นแหละจากนั้น เขาเห็นเงาสองร่างลอบเข้ามาถึงในห้องนอน ...ที่เจ้าของห้องสองคนกำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงร่างในชุดดำพยักหน้าให้กัน ก่อนเข้ามาช่วยหามร่างของฟางหมิงเยว่ แล้วพาเดินออกไปถึงสระบัวอย่างไม่มีความลังเลในการกระทำนั้นเลยเพียงครู่เดียว ชายหนุ่มก็เห็นร่างอดีตฮูหยินถูกโยนลงสระน้ำอย่างตั้งใจให้ออกไปไกลขอบสระอย่างที่สุดคังซิวเยี่ยนยืนมองทุกการกระทำอย่างตกใจแต่ไม่คิดจะยับยั้ง เพราะชายหนุ่มยังเข้าใจว่า ทั้งหมดคือความฝัน จึงทำแค่เดินตามคนร้ายทั้งสองไปเรื่อย ๆ แล้วก็ต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง เมื่อพบว่าชายทั้งคู่กำลังตรงไปยังเรือนใหญ่ของบิดาเขาเมื่อคังซิวเยี่ยนตามเข้าไปด้านในเรือนบิดาแล้วก็เห็นชายชุดดำทั้งคู่ปลดผ้าคลุมหน้าออก ชายหนุ่มถึงกับผงะถอยหลังเมื่อเห็นว่า ชายชุดดำไม่ใช่ใครที่ไหนเลยเป็

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   ตอนที่ 57

    ก็ตอนนี้นางเป็นเพียงวิญญาณที่ไม่สามารถหยิบจับอะไรได้แล้วนี่นา...จวางโม่เฟิงไม่ตอบคำ เพียงเดินไปหยิบกระดาษพู่กันมา แล้วก็นั่งลงเขียนตามคำบอกของวิญญาณสาวในทันทีเนื้อความในจดหมายก็แค่ระบุว่า นางประสงค์จะยกกิจการในนามของฟางหมิงเยว่ทั้งหมด ให้กับตระกูลฟาง ยกเว้นโรงงานแคบหมูที่หมู่บ้านแห่งนี้เท่านั้นที่ยกให้กับบ่าวคนสนิททั้งสอง และท้ายจดหมายก็ระบุเพียงว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพราะ...ฟางหมิงเยว่ออกเดินทางไกลไปกับจวางโม่เฟิงแล้ว และจะไม่หวนคืนมาอีกเมื่อเขียนเสร็จแล้วก็บอกให้เขานำไปวางไว้บนเตียงนอนของนาง“ไปกันเถอะ ข้าพร้อมแล้ว”ทักทายทำหน้าทะเล้นอย่าง...ไปไหนไปกันได้เลย...ท่านพี่แต่พอชำเลืองมองชายตรงหน้าก็แอบขนลุกชันขึ้น ...ไม่ใช่ว่าเขาอ่านความคิดของนางได้นะแล้วนี่จะไปกันอย่างไร ต้องลอยละลิ่วไปในอุโมงค์มืด ๆ แบบอวกาศเวิ้งว้างเหมือนอย่างที่เคยดูในสารคดีหรือเปล่านะ...แล้วถ้าเผื่อพลัดหลงกันกลางทางเล่า...ชายหนุ่มหัวเราะเล็กน้อยแล้วสายหน้าเบา ๆ อย่างนึกขำ ก่อนจะสะบัดมือทีหนึ่งในที่สุดไม่นานจวางโม่เฟิงก็พาวิญญาณสาวยุคใหม่มาปรากฏขึ้นในเรือนของซูม่อหยวนที่บัดนี้รับตำแหน่งเป็นแม่ทัพใหญ่ของแคว้น จาก

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   ตอนที่ 56

    “เจ้าไม่ใช่เจ้าของร่างนี้ ใช่หรือไม่”ฟางหมิงเยว่พยักหน้าหงึก ๆ อย่างยอมรับความจริง และเมื่อหันไปหมายจะทรุดนั่งเพื่อพูดคุยกัน ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างที่ตนอาศัยนานหลายปี ล้มกองคล้ายสิ้นลมหายใจอยู่กับพื้นแล้ววิญญาณของทักทายตกใจครู่หนึ่งก่อนจะรีบสงบสติอารมณ์ ตัวนางเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ยังจะต้องคิดมากไปไย...แม้จะแอบกลัวอยู่บ้างก็เถอะ“เจ้าคงรู้ว่าข้าเป็นเซียน”วิญญาณหญิงสาวพยักหน้าอีกครั้ง ต่อให้ก่อนหน้านี้ไม่แน่ใจนัก แต่ตอนนี้มั่นใจอย่างมากแล้วว่า นอกจากจะไม่แก่เฒ่าแล้วชายคนนี้ยังเหาะเหินเดินอากาศได้อย่างกับซูเปอร์แมนด้วย และนี่ถึงกับมองเห็นนางที่เป็นเพียงดวงวิญญาณอีกคิดแล้วก็ชำเลืองมองร่างไร้วิญญาณที่ตนเคยสิงอยู่เป็นระยะ ๆ ทันใดก็รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูกถึงตอนนี้จะเป็นวิญญาณอีกครั้งแล้ว แต่นางก็ยังกลัวผีอยู่ดี...แต่ก็แอบนึกปลอบตัวเองว่า ไม่มองก็ไม่กลัว ดังนั้นก็ต้องไม่มอง“ส่วนเจ้า เดิมเป็นวิญญาณที่ควรไปเกิดในโลกเซียนแต่มีเหตุผิดพลาดขึ้น ทำให้วิญญาณเจ้าของร่างนี้หลุดไปอาศัยร่างของเจ้าเพื่อเกิดใหม่ วิญญาณเจ้าจึงต้องมาสวมร่างของนางแทนเช่นกัน”รูปร่างหน้าตาของวิญญาณในตอนนี้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status