LOGINตื่นขึ้นมาในร่างอนุที่สามีทั้งรักทั้งหลง แต่ถูกวางพ่อแม่สามีวางแผนฆ่า หย่าสิเจ้าคะรออะไร ลานะท่านพี่ข้านี้ขอลาไปหาสามีใหม่
View Moreหญิงสาวรูปร่างบอบบางใบหน้าหมดจด ทว่าขอบตาแดงก่ำจากการร่ำไห้อย่างหนัก กำลังนั่งทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมายอยู่บนเตียงกลางห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย
“เฮ้อ! ฮูหยินน้อยนั่งอย่างนี้มาสองวันแล้วนะ” เสี่ยวอิ๋วงึมงำด้วยน้ำเสียงที่มีความห่วงใยอย่างสุดแสนขณะเพ่งมองไปยังร่างที่ไม่ยอมขยับลุกไปไหนเลย
หญิงสาวผู้ถูกกล่าวถึง คืออดีตฮูหยินน้อยของคุณชายตระกูลคัง ที่ไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนนางคล้ายถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัว เมื่อพ่อสามีผู้เป็นนายท่านตระกูลคังออกคำสั่งให้นายน้อยผู้เป็นบุตรชาย เร่งจัดงานมงคลแต่งคุณหนูเยี่ยเข้ามาเป็นฮูหยินเอกคนใหม่แทนฮูหยินคนแรก
และยังทำร้ายจิตใจคนในห้องนี้มากไปกว่านั้น เมื่อนายท่านประกาศสั่งปลดฮูหยินคนแรกของบุตรชายลงเป็นเพียงอนุท้ายจวนด้วย และอีกสองวันนับจากนี้ จวนตระกูลคังก็จะจัดพิธีมงคลแล้ว
แต่อดีตฮูหยินน้อยยังคงนั่งนิ่งเงียบ
“อย่าพูดมากไป! หากใครมาได้ยินเจ้าเรียกขานฮูหยินน้อยเช่นนี้อีกจะเป็นเรื่องราวเดือดร้อนคุณหนูได้” เสี่ยวจิวสาวใช้อีกคนในห้อง ยกนิ้วขึ้นแตะปากก่อนเหลียวซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวังภัยจากคนที่ไม่หวังดีต่อพวกนาง
ในฐานะที่เกิดมาเป็นบ่าวในเรือน คำว่ากำแพงมีหูประตูมีช่องเป็นจริงเสมอ ดังนั้นอะไรที่ระวังได้ ก็ต้องระวังให้เจ้านายก่อนอื่นใด
จริงอยู่ว่า ตลอดสามปีที่ผ่านมาสาวใช้อย่างพวกนางสองคนไม่เคยต้องระมัดระวังภัยกันทุกย่างก้าวเช่นนี้ แต่ในเมื่อคุณหนูของพวกนางไม่ใช่ฮูหยินน้อยตระกูลคังอีกแล้ว ก็แน่นอนว่าทุกเรื่องและทุกอย่างในมือก็ย่อมต้องเปลี่ยนไป
...การระวังไว้ก่อน จึงเป็นสิ่งที่ต้องคิดให้มากนับจากนี้
“รู้น่า” เสี่ยวอิ๋วขมวดคิ้วทำปากคว่ำ ก่อนจะเอี้ยวตัวบิดซ้ายทีขวาทีอย่างขัดใจแล้วยกถาดสำรับอาหารที่โรงครัวเพิ่งเอามาส่ง เดินเข้าประตูไปปรนนิบัติเจ้านายในห้อง
“อี๋เหนียงเจ้าคะ สำรับมื้อนี้มาส่งแล้วเจ้าค่ะ” เมื่อเข้ามาในห้องแล้วน้ำเสียงของเสี่ยวอิ๋วก็ฟังสำรวมขึ้นมาก
“คุณหนู…”
เสี่ยวจิวที่เดินตามมาเลือกไม่ใช้คำว่าอี๋เหนียง เพื่อเลี่ยงไม่ให้เสียดแทงใจของผู้เป็นนายมากไปกว่านี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เหมือนหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงจะไม่สนใจเลยว่า ใครจะเรียกขานหรือไม่เรียกขานนางด้วยคำใด
เสี่ยวอิ๋วและเสี่ยวจิวเป็นสาวใช้คนสนิทที่ติดตามรับใช้คุณหนูของนางตั้งแต่อยู่ด้วยกันในจวนตระกูลฟางที่เมืองหนานไห่ พวกนางจึงรู้ดีว่านับตั้งแต่แรกเกิด คุณหนูของนางได้รับการดูแลเอาใจใส่มาอย่างดียิ่งเพียงใดจากคนในครอบครัวเดิม
แต่เพราะเป็นเพียงบุตรสาวที่เกิดจากอนุ ต่อให้ครอบครัวเดิมดูแลดีเพียงใด ฐานะทางสังคมของคุณหนูก็ยังไม่อาจเทียบเท่าคุณหนูสายตรง และยิ่งไม่เหมาะสมจะตกแต่งเป็นฮูหยินเอกอย่างออกหน้าออกตาเหมือนกับคุณหนูสายตรงในตระกูลอื่น
ทว่าคังซิวเยี่ยนที่พบรักกับนางก็ยืนยันหนักแน่นว่า ถึงแม้นางจะเป็นบุตรสาวอนุ เขาก็ยินดีจะแต่งนางเป็นฮูหยินเอกคนเดียวเท่านั้น และนั่นทำให้คุณหนูของนางยินดีตกลงรับคำแต่งให้กับคังซิวเยี่ยนในทันที
นับจากนั้นมา นางก็เป็นฮูหยินเพียงคนเดียวของคังซิวเยี่ยน
แต่เมื่อแต่งเข้ามาสามปีแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ ทำให้นายท่านที่เดิมก็ไม่พอใจในฐานะสะใภ้ผู้นี้เป็นทุนอยู่แล้ว ถึงกับยิ่งไม่พอใจนางอย่างที่สุด แล้วก็ใช้ข้อบกพร่องเรื่องไร้ทายาทมาเป็นใบเบิกทางในการออกคำสั่งให้นายน้อยคังตกแต่งคุณหนูใหญ่ตระกูลเยี่ยเข้ามาเป็นฮูหยินเอกแทนฮูหยินคนเดิมทันที
“เยว่เอ๋อ...” เสียงทุ้มของบุรุษดังขึ้นที่หน้าประตูห้องไม่ดังไม่เบา
“คุณหนู…” เสี่ยวจิวที่ได้ยินเสียงเรียก รีบดึงสติคุณหนูของนาง
ในฐานะสาวใช้คนสนิท เสี่ยวจิวไม่รู้เลยว่าควรจะต้องพูดอะไรอีก ด้วยหลายวันที่ผ่านมา สิ่งที่นางควรพูดก็ได้พูดออกไปจนหมดแล้ว แต่ก็คล้ายจะไม่เข้าหูเจ้านายของนางเลยสักคำเดียว
ต่างกับเสี่ยวอิ๋วที่ยามนี้ทำท่าดีอกดีใจกับเสียงเรียกที่ดังขึ้น แต่ก็ดูจะยังลังเลว่าควรเรียกขานเจ้านายของตนเองด้วยสรรพนามใดดี
“ฮู…อี๋...คุณหนู นายน้อยมาเจ้าค่ะ”
ทว่าหญิงสาวบนเตียงยังคงมองเหม่อไปนอกหน้าต่างในท่าเดิม
ยามนี้อะไร ๆ ก็ล้วนไม่ผ่านเข้าหูนางเลย
“พวกเจ้าสองคนออกไปก่อน”
คังซิวเยี่ยนก้าวเข้ามาในห้องอย่างคุ้นเคยแล้วบอกกล่าวพร้อมโบกมือให้สองสาวใช้ของภรรยารีบออกไปจากห้องนี้ จากนั้นชายหนุ่มที่เดินตรงไปยังร่างบางที่เหมือนไร้วิญญาณ มองนางด้วยแววตาเจ็บปวดใจ ด้วยตัวเขาเองก็ไม่เคยปรารถนาจะแต่งใครเข้ามาเลยสักคน
แต่เพราะขัดคำสั่งผู้เป็นบิดาไม่ได้ ...ก็เท่านั้น
เมื่อสามวันก่อน สตรีตรงหน้าผู้นี้ยังคงยิ้มแย้มให้กับเขา แม้แววตาของนางจะเศร้าหมองไปมาก แต่นางก็มีชีวิตชีวากว่าในตอนนี้
...ตอนที่บ่าวไพร่ในจวนเดินไปพบนางนอนลอยคว่ำหน้าอยู่กลางสระบัว
...ตอนที่ทุกคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ฟางหมิงเยว่สิ้นลมแล้ว
...ตอนที่บิดามารดาของเขาและพ่อบ้านหยางพากันพูดให้ได้ยินว่า หรือนางคิดฆ่าตัวตาย เพราะตรอมใจที่สามีจะต้องแต่งฮูหยินเอกคนใหม่
ทว่า เขาล้วนไม่เชื่อคำเหล่านั้นและยิ่งไม่เชื่อ เมื่อนำร่างนางขึ้นมาริมสระได้ไม่ถึงสองอึดใจแล้วจู่ ๆ นางก็สำลักน้ำออกมาจำนวนมาก ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างตื่นตระหนก
ยามนั้นแววตาของนางดูสับสน ก่อนจะโวยวายออกมาด้วยภาษาแปลกประหลาดที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน
ครั้นเขาเข้าไปปลอบโยน นางก็ดูเหมือนจะสงบลงก่อนจะถามออกมาบางประโยค เช่น ที่นี่ที่ไหน นางมาทำอะไรที่นี่ และเมื่อเขาพูดคุยด้วยอีกครู่ใหญ่แล้ว จากนั้นเป็นต้นมานางก็น้ำตาอาบแก้มและกลับเข้ามานั่งเงียบอยู่ในเรือนนี้
นั่งอยู่บนเตียงหลังนี้อย่างไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหนอีก
“เยว่เอ๋อ ข้าขอโทษเจ้าด้วยใจจริง อย่างไรก็ตามข้าไม่สามารถขัดคำสั่งท่านพ่อได้เลยเช่นกัน แต่ข้าขอสัญญาว่า ข้าจะไม่แตะต้องนาง ข้าจะมีเจ้าเป็นฮูหยินเพียงคนเดียวของข้าตลอดไป”
ชายหนุ่มพูดซ้ำ ๆ ย้ำเช่นนี้มาหลายวันแล้ว แต่คล้ายทุกถ้อยคำของเขาจะผ่านหูนางไปราวกับอากาศธาตุ
ทว่าลึกลงไปในใจคังซิวเยี่ยนแล้ว ถึงจะกล่าวสัญญาออกไปเยี่ยงนั้น ชายหนุ่มก็ยังคิดเสมอว่า มีบุรุษใดบ้างที่ไม่มีสามภรรยาสี่อนุ ดังนั้นคังซิวเยี่ยนจึงไม่ได้รู้สึกว่าตนเองทำอะไรผิดเลย แต่ที่เพียรเข้ามาเอ่ยคำขอโทษก็เพื่อจะทำให้อีกฝ่ายสบายใจก็เท่านั้น
ในฐานะที่เป็นชายหนุ่มรูปลักษณ์ดีของเมืองหลวง ยามนี้เขาย่อมรู้ว่าธรรมชาติสตรีในเรือน หากเศร้าหมอง ย่อมต้องการแผ่นอกกว้างของสามีเป็นที่พักพิงสำคัญ
เมื่อคิดเช่นนั้น คังซิวเยี่ยนจึงขยับเข้าไปทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง หวังจะใช้สองมือโอบร่างบางเข้ามาสวมกอดแนบอกเพื่อปลอบโยนนาง
โครม!
ร่างสูงใหญ่ของคังซิวเยี่ยนพลัดลงไปกองกับพื้นด้วยความรู้สึกมึนงง
เขากำลังจะสวมกอดภรรยาตัวน้อย เหตุใด... นอกจากจะไม่ได้กอดแล้วยังเจอฝ่าเท้าเข้าเต็ม ๆ เช่นนี้เล่า
ส่วนผู้กระทำการมอบฝ่าเท้าให้ชายหนุ่ม ก็ผลุนผลันลงจากเตียงไปยืนจังก้า จ้องมองมาด้วยแววตาเปี่ยมโทสะ นางถึงกับยกนิ้วขึ้นชี้ตรงไปยังบุรุษผู้อาจหาญ
“หล่อแล้วไง ขืนลวนลามอีกครั้ง คราวนี้แม่จะถีบให้ฟันหน้าหักแน่”
“เยว่เอ๋อ!” คังซิวเยี่ยนตกใจอย่างยิ่ง แต่เมื่อลุกได้ก็ยังพยายามเข้าไปหาภรรยาที่ยามนี้เหมือนรู้จักแต่คล้ายไม่รู้จักแล้ว
“บอกแล้วไงว่าอย่าเข้ามา ไม่งั้นโดนเตะอัดเตียงแน่ อยากลองมั้ยล่ะ” ร่างบางยกตัวกลับขึ้นไปยืนบนเตียงแล้วชี้ปลายนิ้วกล่าวอาฆาตไปยังชายหนุ่มอีกรอบ
คังซิวเยี่ยนมองใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา ที่พอสังเกตเห็นนางสูดน้ำมูกเป็นระยะ ๆ เช่นนั้น ก็เริ่มจะไม่พอใจบ้างแล้ว มีอย่างที่ไหน เขาในฐานะสามีตั้งใจมาปลอบโยน นางในฐานะภรรยา นอกจากไม่เห็นค่าแล้วยังคิดทำร้ายสามีอีก
นี่หากเป็นคนอื่นมาพบเจอเหตุการณ์นี้ คงมอบหนังสือหย่าให้กับนางไปแล้ว
เมื่อชายหนุ่มคิดเช่นนั้นก็ยิ่งนึกโมโห จึงลุกขึ้นหมุนตัวสะบัดหน้าออกจากห้องโดยไม่หันมามองสตรีผู้เป็นที่รักอีก
ครั้นประตูห้องปิดสนิทลงอีกครั้ง หญิงสาวที่ยืนบนเตียงก็ลอบผ่อนลมหายใจ แล้วยกแขนขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวก ๆ ก่อนทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าตัวเองเช่นเดิม
นางกำลังร้องไห้จริง ๆ แต่ไม่ได้ร้อง ให้กับเรื่องบ้า ๆ ในจวนนี้
นางร้องไห้เพราะ...
ใครก็ได้บอกทีว่า ตูหลงมาถึงที่นี่ได้ยังไง!
แม้จะถูกเคี่ยวกรำจากเจ้าบ่าวตลอดคืน หญิงสาวก็ยังพยายามลุกขึ้นจากเตียง เพื่อจะเตรียมตัวไปคารวะพ่อแม่สามีทว่าผู้อาวุโสทั้งสองกลับให้สาวใช้มาแจ้งว่า ห้ามบ่าวสาวออกจากเรือนหอจนกว่าจะครบสามวันหญิงสาวนึกกังวลทันที ...ไม่ใช่ว่าร่างเก่าเองก็เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาแล้วหรอกหรือไม่ให้ไปเคารพพ่อแม่สามีไม่ให้ร่วมโต๊ะอาหารอนุญาตให้อยู่ได้เพียงในเรือนหลังเล็กเท่านั้นแต่แม้จะเริ่มกลัดกลุ้ม คนเกิดใหม่มาแล้วสองครั้งเช่นนาง ย่อมจะสลัดความกลุ้มเพื่อเตรียมรับมือทักทายตัวแม่จะแคร์ เพื่อ…แม้จะรู้สึกลึกซึ้งกับจวางโม่เฟิงสุดจิตสุดใจ มีความผูกพันต่อกันมาหลายสิบปี แต่หากบิดามารดาของจวางโม่เฟิงเป็นเหมือนพ่อแม่ของคังซิวเยี่ยน เฉินเยว่ก็ไม่ลังเลที่จะขอหนังสือหย่าแล้วออกไปมีชีวิตเป็นของตนเองเจ็บแต่จบ ไม่ต้องให้มีแผลเรื้อรังทว่านางกังวลใจได้ครู่เดียว ก็ถูกสามีหนุ่มสองร้อยปีผู้ไม่เคยลิ้มลองรสหวานของดอกไม้ลุกขึ้นมาตามตัวให้กลับไปเอนร่างลงบนเตียงอีกแล้ว...เซียนหนุ่มผู้แสนเอาแต่ใจ เมื่อได้ลองลิ้มชิมรสหวานของกลีบดอกไม้ ก็ติดใจจนเรียกร้องอย่างไม่รู้อิ่มแล้วดังนั้นไม่ต้องรอใครห้ามไม่ให้ออกไปไหน เฉินเยว่ก็ถูกจว
ณ ชายขอบดินแดนเซียน มีครอบครัวตระกูลเฉินตั้งรกรากอยู่เป็นครอบครัวที่ไม่วุ่นวายอะไร ไม่มีการเมืองหลังบ้านให้ทุกคนปวดหัวเพราะนายท่านเฉินมีภรรยาคนเดียว จึงมีลูกดกหัวปีท้ายปีนับได้ถึงสิบสองคน ทำให้ครอบครัวนี้ยากจนอย่างยิ่ง เพราะต้องเลี้ยงดูหลายปากหลายท้องแต่โชคดีที่เมื่อบุตรชายหญิงทุกคนเติบโตขึ้น พวกเขาล้วนไม่ทอดทิ้งบิดามารดา ลูกทุกคนมีความกตัญญูอย่างยิ่ง ต่างช่วยกันทำมาหากินเพื่อจุนเจือครอบครัว กระทั่งช่วงสิบปีหลัง ครอบครัวของพวกเขาเจริญรุ่งเรืองขึ้นทันตา ไม่ว่าจะหยิบจับอันใดล้วนประสบความสำเร็จ...ราวกับสวรรค์ประทานพรลงมาให้จนผ่านมาอีกหลายปี ลูกทุกคนเติบใหญ่มีครอบครัวของตนเองกันหมดแล้ว ฮูหยินของตระกูลเฉินที่อายุย่างเข้าเลขสี่ ถึงกับตั้งครรภ์ขึ้นอีกครั้งลูกหลงคราวนี้ เป็นทารกหญิงที่สวยงามราวเทพปั้น โดยเฉพาะดวงตาของนางที่ส่องประกายสดใสตั้งแต่แรกเกิด จึงได้รับชื่อว่า เยว่ แปลว่า พระจันทร์ส่องสว่างยามค่ำคืนนั่นเพราะนางเป็นเหมือนแสงสว่างที่ส่องลงกลางใจของครอบครัวเฉินทุกคนเฉินเยว่เติบโตท่ามกลางความรักความเอ็นดู ทั้งยังเป็นเด็กเฉลียวฉลาดมาก ไม่ว่าเรื่องใดผ่านตา นางจะเรียนรู้และจดจำได้รวดเ
ข้า ฟางหมิงเยว่ จะวางยาพิษ หลี่เซียวปิง โดยข้าได้บอกกล่าวให้กับหลี่เซียวปิงรับรู้ และสั่งให้นางเตรียมยาแก้พิษไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากผิดพลาดถึงตายขึ้นมา ข้าฟางหมิงเยว่ไม่รับผิดชอบใด ๆ เด็ดขาด และเมื่อถูกจับได้แล้วฟางหมิงเยว่จะไม่ถูกตัดสินลงโทษแต่อย่างใดยกเว้นโทษเดียว นั่นคือขับออกจากตระกูลคังห้ามแจ้งทางการ รวมทั้งนายท่านคังและฮูหยินใหญ่ ต้องจ่ายเงินค่าวางยาพิษครั้งนี้ เป็นจำนวนห้าร้อยตำลึงทองให้กับฟางหมิงเยว่ โดยต้องจ่ายทันทีที่ยอมรับเงื่อนไขบิดามารดาเห็นเขาเป็นคนโง่ หลอกเขาทุกอย่าง!แม้แต่การวางยาพิษในวันนั้นก็เป็นเรื่องหลอกลวงหรือนี่เพียงเพื่อกำจัดผู้หญิงคนเดียวที่เขารักให้พ้นทาง จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ ตัวเขาเองยอมทุกอย่างแล้วยอมแต่งงานกับเยี่ยฉางเอ๋อ ยอมปลดฟางหมิงเยว่เป็นอนุพวกเขายังเลือกจะฆ่านาง สตรีอ่อนแอคนเดียว ซ้ำยังไร้อำนาจตระกูลหนุนหลัง เหตุใดต้องกำจัดทิ้งเช่นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ และตอนนั้นเองที่เหมือนคังซิวเยี่ยนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ชายหนุ่มลุกไปเปิดกล่องใบเก่าที่ไม่ได้เปิดมานับสิบปีแล้วหยิบกระดาษในกล่องนั้นออกมาวางลงเคียงกัน...เพื่อเปรียบเทียบลายม
ร่างของคังซิวเยี่ยนที่ยังยืนมองไปรอบ ๆ นึกขัดใจว่า เหตุใดตนเองถึงไม่ตื่นขึ้นเสียที แต่อีกใจก็คล้ายจะอยากรู้ว่า มีอะไรที่เขาไม่รู้ เกิดขึ้นต่อไปอีกหรือไม่โดยไม่คาดคิด ชายหนุ่มมองไปเห็นเงาดำสองคนย่องเข้ามาในบริเวณเรือนเล็ก ท่าทางของเงาทั้งสองคล้ายกำลังมองรอบเรือนเพื่อสำรวจให้แน่ใจว่า ทุกคนหลับสนิทแล้วเช่นนั้นแหละจากนั้น เขาเห็นเงาสองร่างลอบเข้ามาถึงในห้องนอน ...ที่เจ้าของห้องสองคนกำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงร่างในชุดดำพยักหน้าให้กัน ก่อนเข้ามาช่วยหามร่างของฟางหมิงเยว่ แล้วพาเดินออกไปถึงสระบัวอย่างไม่มีความลังเลในการกระทำนั้นเลยเพียงครู่เดียว ชายหนุ่มก็เห็นร่างอดีตฮูหยินถูกโยนลงสระน้ำอย่างตั้งใจให้ออกไปไกลขอบสระอย่างที่สุดคังซิวเยี่ยนยืนมองทุกการกระทำอย่างตกใจแต่ไม่คิดจะยับยั้ง เพราะชายหนุ่มยังเข้าใจว่า ทั้งหมดคือความฝัน จึงทำแค่เดินตามคนร้ายทั้งสองไปเรื่อย ๆ แล้วก็ต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง เมื่อพบว่าชายทั้งคู่กำลังตรงไปยังเรือนใหญ่ของบิดาเขาเมื่อคังซิวเยี่ยนตามเข้าไปด้านในเรือนบิดาแล้วก็เห็นชายชุดดำทั้งคู่ปลดผ้าคลุมหน้าออก ชายหนุ่มถึงกับผงะถอยหลังเมื่อเห็นว่า ชายชุดดำไม่ใช่ใครที่ไหนเลยเป็


















reviews