เข้าสู่ระบบจอมแก้วเข้าไปสั่งอาหารรอในร้านแล้ว อยู่กันมาสามปีกับอีกหกเดือนเธอรู้ใจเขาหมดว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร ก็อีกบทบาทหนึ่งของเธอคือผู้ช่วยส่วนตัวเขานี่นา
หญิงสาวสั่งสเต็กเนื้อวากิวให้เขา เมื่อชายหนุ่มเข้ามานั่งก็บอกพนักงานให้นำอาหารมาเสิร์ฟได้เลยส่วนตัวเธอซึ่งรับประทานอิ่มแล้วระหว่างรอก็นั่งยิ้มมองเฉย ๆ ทำให้คนที่มองต้องถอนหายใจ อีกฝ่ายทำตัวเหมือนอยากจะไปจากเขาเร็ว ๆ อย่างนั้น
เมื่อต้นปีผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันมาสามปีเต็มเดินเข้ามาหาเขาในห้องทำงานบนเพนต์เฮาส์ส่วนตัว สีหน้าแววตาจริงจัง บอกกับเขาว่า
“เฮียกั้งคะ นี่ก็ผ่านมาสามปี เข้าปีที่สี่แล้ว จอมอยากจะขอไปใช้ชีวิตของจอมได้มั้ยคะ”
ความจริงสัญญาทาสที่เธอเต็มใจอยู่ในเงื่อนไขของเขาจบลงตั้งแต่สองปีแรกแล้ว ซึ่งตามที่ตกลงกันเขาจะปล่อยเธอให้เป็นอิสระกลับไปใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไปหรือตามยถากรรมของเธอ
แต่พอเธอเอ่ยปากบอกประโยคเดียวกันเมื่อครบสองปี เขากลับชักสีหน้าตึง บอกเธอด้วยวาจาดุ แววตามาดร้ายราวกับว่าถ้าเธอดื้อดึงจะไป เขาจะไม่รีรอที่จะตามล่าตัวเธอ
“ฉันยังไม่อนุญาตให้เธอไปตอนนี้จอมแก้ว อยู่กับฉันก่อน”
จอมแก้วในวันนั้นก้มหน้านิ่ง สายตาดุคู่นั้นทำให้เธอหวาดกลัว หญิงสาวมั่นใจว่าถ้าเธอหนีเขาต้องตามหาตัวเธอพบในไม่ช้า
“...อยู่กับฉันก่อน เธออยากได้อะไรฉันจะหาให้ทุกอย่าง และจะเพิ่มเงินเดือนให้อีกสองเท่า”
ได้ยินคำว่าเพิ่มเงินเดือนสองเท่า เพียงเท่านั้นก็ทำให้ความตั้งใจของจอมแก้วเปลี่ยนไปได้ทันที ใช่ เธอเป็นคนเห็นแก่เงิน เพราะเงินสามารถบันดาลได้ทั้งทุกอย่าง ก่อนหน้านี้หญิงสาวก็วางแผนชีวิตตัวเองไว้แล้ว อยู่กับเขาในสถานะนี้อย่าหวังเรื่องความรู้สึกลึกซึ้งละเอียดอ่อน อย่าไปใส่ใจในสิ่งที่เขาทำแม้มันจะทำร้ายความรู้สึก สนเพียงอย่างเดียวคือพยายามกอบโกยสิ่งที่เรียกว่าทรัพย์สินไว้ให้มากที่สุด เมื่อถึงวันที่เขาเตะโด่งเธอออกไปจากชีวิตเขา เธอก็จะได้นำสมบัติที่เก็บหอมรอมริบไปสร้างชีวิตใหม่ให้ตัวเอง
และหลังจากวันที่หมดสัญญาแล้วต่อสัญญาแบบปากเปล่า จอมแก้วก็ทำตัวไม่เหมือนเดิม ไม่เอาอกเอาใจเขาเท่าที่เคยทำ ต่อปากต่อคำ เวลาว่างชอบออกไปไหนมาไหนคนเดียวโดยไม่บอกให้เขารู้ ยิ่งนานเข้าปภังกรก็รู้สึกว่าเธอยิ่งฟังเขาน้อยลงทุกที ดื้อดึงจนน่าตี... แต่ก็ช่างเถอะ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แค่นี้จะไปสู้อะไรกับเขาได้ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ปล่อยให้เอาแต่ใจบ้างเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร อย่างน้อยก็จนกว่าจะถึงเวลาที่เขาต้องแต่งงานกับใครสักคนตามที่บิดาเห็นชอบ
อีกสามวันจะถึงพิธีหมั้นที่จะจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่หรูหราในโรงแรมระดับห้าดาวชื่อดัง เป็นงานที่จัดขึ้นภายในครอบครัวของสองตระกูลและญาติสนิทมิตรสหายที่เชิญมาเป็นแขกในงานประมาณห้าสิบคนเท่านั้น ส่วนงานแต่งนั้นวางแผนไว้แล้วว่าจะต้องยิ่งใหญ่อลังการไม่แพ้งานแต่งคนดังระดับประเทศอย่างแน่นอนตั้งแต่วันที่ทะเลาะกับเขาจอมแก้วก็ไม่ได้ออกไปข้างนอกอีกเลย เธอหวั่นเรื่องอันตรายที่จะเกิดกับตัว มันเป็นความทุกข์ใจที่บอกเขาไม่ได้ ทั้งสองอยู่กันแบบไม่พูดไม่จากัน บรรยากาศจึงอึมครึมตึงเครียด ปภังกรนั้นนอกจากจะไปรับหยาดพิรุณไปกินมื้อค่ำแล้วก็มักจะไปดื่มกับเพื่อนจนดึกกว่าจะกลับมาถึงเพนต์เฮาส์ก็ล่วงเข้าวันใหม่ไปแล้ว ซึ่งจอมแก้วก็ไม่ได้ใส่ใจชายหนุ่มไม่คิดจะบอกจอมแก้วว่าเขาจะหมั้นกับหยาดพิรุณในอีกสามวันข้างหน้า ตอนนี้สิ่งที่มีในหัวเขาคือจะทำอย่างไรให้จอมแก้วยอมอยู่กับเขาต่ออย่างเต็มใจ เพราะเขายังไม่อยากปล่อยมือจากเธอ แต่ก็ไม่อาจยกเธอขึ้นมาเชิดหน้าชูตาได้เหมือนกันจอมแก้วนำเศษผ้ามาเย็บต่อกันเป็นงานศิลปะที่เธอทำเป็นประจำเพื่อไม่ให้ความคิดฟุ้งซ่านและนั่งดูซีรีส์ที่มีศิลปินคนโปรดรับบทพระเอกให้เวลาในแต่ละวันหมดไปโดยไ
กับแค่รูปกางเกงในตัวสีชมพูซีทรูที่เขาชอบให้เธอใส่กางโชว์อยู่บนที่นอน เขาก็รีบมาเลย จอมแก้วยิ้มขบขัน“ยิ้มอะไร ฉันเสร็จธุระพอดีหรอกถึงได้กลับมาเร็ว”คนพูดตีหน้าขึงขัง วางท่า หญิงสาวหุบรอยยิ้มไม่อยากคิดถึงเรื่องสัปดนหรือหาสาเหตุที่ทำให้เขากลับมาเร็วทันทีที่เห็นรูปที่เธอส่งไป เธอไม่อยากเสียเวลาเรื่องที่อยากจะพูด“แล้วบอกว่ามีอะไรจะคุย”เขาถามเสียงเข้มมาอีกครั้ง หญิงสาวจึงมองหน้าเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“ค่ะ มี”“พูดมา”“คือ ฉันอยากจะไปจากคุณเลยตอนนี้ ไม่เอาแล้วเงินสิบล้านที่คุณบอกจะให้”จอมแก้วพูดยังไม่ถึงครึ่งประโยค แค่ได้ยินคำว่า ‘ไป’ ดวงตาคมก็แปรเปลี่ยนเป็นดุกร้าวตวัดมอง หญิงสาวเงียบไปอึดใจเดียวก็พูดต่อว่า“ให้ฉันไปเถอะค่ะ คุณจะได้คบกับผู้หญิงของคุณได้อย่างสบายใจ”“การมีเธออยู่ฉันก็ไม่ได้ลำบาก”“แต่ฉันไม่อยากอยู่แบบนี้แล้วนี่คะ”“อยู่แบบนี้แล้วยังไง ฉันก็เห็นว่าเธอสบายดี ไม่ได้ลำบากตรงไหนเลย วัน ๆ งานการก็ไม่ได้ทำอะไรมากมาย อยากได้อะไรก็ออกไปซื้อ”“แต่ฉันไม่ได้อยากอยู่เป็นเมียเก็บ เมียน้อยของคุณ”“เธอไม่ได้เป็นเมียเก็บ เมียน้อยสักหน่อย เธอเป็นเมียอีกคนของฉันต่างหาก”“แต่ฉันไม่ได้อยากเป็
ด้านเจ้าสัวยงเกียรติบิดาของหยาดพิรุณก็เกริ่นเรื่องนี้กับเจ้าสัวแสงชัยแล้วเช่นกัน วันต่อมาปภังกรจึงถูกบิดาตามตัวให้เข้ามาพบที่บ้าน พอลูกชายมาถึงก็นั่งเงียบไม่พูดไม่จา สีหน้าไร้อารมณ์จนบิดาค่อนแคะออกมาว่า“หน้าไม่เหมือนคนกำลังจะแต่งงานมีความสุขเลยนะ”เสียงพ่นลมหายใจออกหนักจากคนเป็นลูก“ป๊า บอกทางนั้นว่าหมั้นไว้ก่อนได้มั้ย ยังไงก็ต้องแต่งอยู่แล้ว แต่มันก็เร็วไปนะ เวลาไม่กี่อาทิตย์เตรียมงานกันทันเหรอ กว่าจะเชิญแขกจากเมืองจีนเมืองไทย ดูรีบร้อนแบบนี้ดีไม่ดีคนจะหาว่าท้องก่อนแต่งอีก ป๊าไปพูดให้หน่อยสิ”เจ้าสัวแสงชัยถึงกับแค่นเสียงเยาะบุตรชายในลำคอ คนหน้าหนาอย่างมันหัดกลัวคนนินทาตั้งแต่เมื่อไหร่ ดูก็รู้ว่ามันไม่อยากแต่งกับเขา แต่ยังไงมันก็ต้องแต่ง เพื่อธุรกิจ!“นะป๊านะ ถือว่าช่วยลูกชายที่กำพร้าแม่คนนี้สักครั้ง นี่ถ้าแม่อยู่ยังไงแม่ก็ต้องช่วยผม...ป๊า”ปภังกรทำเสียงอ้อนงัดกระบวนท่าไม้ตายออกมาใช้ คนเป็นพ่อถึงกับถลึงตาดุใส่ เล่นถึงเมียสุดที่รักกันเลยนะไอ้ลูกบังเกิดเกล้า แบบนี้จะให้คนที่รักแม่มันอย่างเขาทำอย่างไรได้เจ้าสัวแสงชัยต้องชักแม่น้ำทั้งห้าร้อยสายตั้งแต่ฮวงโหจนถึงเจ้าพระยากว่าครอบครัวของหย
ปภังกรพาจอมแก้วกลับมาที่เพนต์เฮาส์ หญิงสาวนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดพยายามคิดหาข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น เธอเป็นคนทำงานละเอียดรอบคอบมากจนพนักงานหลายคนไม่พอใจด้วยซ้ำ“อย่าเครียดไปเลยเรื่องแค่นี้ ฉันก็จัดการให้แล้วนี่”“มันไม่ใช่แค่นั้น คุณก็รู้ว่าถึงไวน์นั่นจะแพงมากแต่ฉันจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร มันเป็นงานที่รับผิดชอบโดยตรงโบ้ยใครก็ไม่ได้ จะทำผิดทั้งทีทำไมต้องมัดตัวเองจนดิ้นไม่หลุดแบบนั้น มันดูจงใจไป...” จอมแก้วขมวดคิ้วแน่น เพราะเริ่มเห็นเค้าลางความยุ่งยากที่กำลังมาเยือน“...คงมีคนตั้งใจเล่นงานฉัน”“ใครจะกล้าทำแบบนั้นในร้านของฉัน”เขามองหน้าเธอนิ่ง การที่เขาพูดแบบนั้นออกมาแสดงว่าเขาคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากความสะเพร่าเลินเล่อของเธอเอง จอมแก้วหลุบตาลงไม่อยากพูดอะไรอีกแล้วสำหรับปภังกรเขารู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตทุกคนผิดพลาดกันได้แต่ผิดพลาดแล้วต้องแก้ไขปรับปรุงอย่าพยายามหาข้อแก้ตัวโทษนั่นนี่ แต่สำหรับจอมแก้วมันทำให้เธอรู้สึกว่าสวัสดิภาพในชีวิตของเธอกำลังสั่นคลอนเหมือนมีมือมืดกำลังมุ่งร้ายเธอชายหนุ่มเห็นเธอเครียดจึงพยายามหาทางเอาเรื่องนี้ออกไปจากสมอง อย่างน้อยชั่วขณะหนึ่งก็ยังดี“อย่าคิดมา
เช้าวันจันทร์ก่อนปภังกรจะออกไปทำงานที่บริษัท เขายื่นกุญแจรถค่ายดาวสามแฉกรุ่นเอคลาสซึ่งเป็นรถขนาดเล็กให้เธอ“ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยว่าง คงรับส่งเธอเหมือนเคยไม่ได้ เอารถคันนี้ไปใช้...”จอมแก้วกำลังจะปฏิเสธเพราะเธอสะดวกใช้รถสาธารณะมากกว่า เขาก็ยกมือห้ามก่อนจะพูดต่อ“ฉันไม่ชอบให้เธอนั่งแท็กซี่ ไม่ไว้ใจ”จอมแก้วจึงไม่พูดอะไรต่อ เธอชินกับความเผด็จการของเขา เถียงไปก็เท่านั้น และรู้ว่าทำไมเขาถึง ‘ไม่ค่อยว่าง’ช่วงบ่ายหญิงสาวขับรถที่เขาทิ้งกุญแจไว้ให้ไปร้านสปาที่เธอมีคอร์สอยู่ คอร์สสปาหรูร้านนี้ปภังกรเป็นคนให้เธอมาทำตั้งแต่ที่เธอเข้ามาเป็นผู้หญิงของเขาใหม่ ๆ สืบเนื่องยาวนานมาจนถึงตอนนี้ แน่นอนว่าการเป็นผู้หญิงที่เขาหาความสุขได้จากเรือนร่างสิ่งสำคัญเลยมันก็อยู่ที่ร่างกายของเธอที่เขาอยากให้ดูแลเป็นพิเศษอย่างดีในยามที่ลูบไล้ซุกไซ้จะได้ไม่มีสิ่งใดมาสะดุดมือนอกจากผิวกายที่เนียนนุ่ม จะว่าไปการเป็นผู้หญิงของปภังกรแม้สถานะจะคลุมเครือแต่ชีวิตก็สุขสบาย พลิกชีวิตเธอจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่การอยู่ใต้อาณัติคนอื่นถึงจะสบายกายแต่ก็ไม่มีอิสรภาพ ซึ่งตอนนี้ถ้าให้เธอเลือกเธอก็ขอเลือกที่จะไปใช้ชีวิตของตัวเอง แม้จะลำบ
ข้อความจากปภังกรถูกส่งเข้ามาในสมาร์ตโฟนของจอมแก้วว่าเขาไม่กลับมากินมื้อเย็น หญิงสาวอ่านข้อความนั้นแล้วก็พิมพ์ตอบไปสั้น ๆ ว่า“ค่ะ” โดยไม่ซักถามอะไรเพิ่มเติมมื้อเย็นของเธอจึงมีเพียงโยเกิร์ตกับอะโวคาโด กินเสร็จก็มานั่งอยู่หน้าจอทีวีพลางเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อย คลิปที่ผัวเมียทะเลาะกันริมถนนแห่งหนึ่งถูกเผยแพร่ลงในโซเชียลอย่างรวดเร็วและกลายเป็นไวรัล เมื่อปลายนิ้วเรียวไถหน้าจอเลื่อนไปไม่เท่าไหร่คลิปนั้นก็ปรากฏให้เห็นภาพในคลิปเป็นตอนที่มีผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งเข้ามาช่วยผู้หญิงที่กำลังจะถูกสามีทำร้าย มีเสียงทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นก่อนที่จะมีผู้หญิงมาลากชายคนนั้นออกไป กล้องแพนให้เห็นผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาที่เข้ามาช่วย และคนถ่ายคลิปก็บรรยายเหตุการณ์ไปด้วยว่า“มีคนเข้ามาช่วยผู้หญิงที่กำลังจะถูกผัวทำร้ายด้วยค่ะ หล่อแล้วยังใจดีอีก อุ๊ย แฟนผู้ชายคนนั้นก็สวยแล้วใจดีเหมือนกันค่ะ เธอให้ของกินผู้หญิงคนนั้นด้วย”ในคลิปเห็นใบหน้าหญิงชายคู่นั้นชัดเจน จอมแก้วเลื่อนดูข้อความแสดงความคิดเห็น หนึ่งในนั้นบอกว่า“ผู้หญิงที่ถูกสามีทำร้ายในคลิปนั่นเป็นฉันเองค่ะ ฉันจะโดนสามีที่ไปมีเมียน้อยทำร้ายแล้วคุณผู้ชายคนนี้ก็เข้ามาช่ว







