แชร์

5-2

ผู้เขียน: ม่านกู่
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-18 11:23:56

“เยี่ยม... กลับไปขุดมันขึ้นมา” อี้หลินแสยะยิ้มร้าย นางไม่รอช้า จับจูงมือสาวใช้พากันกลับจวนไป ลอบปีนข้ามกำแพงอย่างเงียบเชียบด้วยวิชาตัวเบา องครักษ์พวกนั้นก็ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร

แปลกที่นางผู้ทะลุมิติมาอยู่ดี ๆ ก็สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วเหนือธรรมชาติหลังฟื้นกำลังได้ไม่กี่วัน นางลองใช้วิชาลมปราณของสำนักเส้าหลิน ซึ่งนางเคยไปฝากตัวเป็นศิษย์ตอนอายุสิบห้าปี ก่อนที่นางจะไปเรียนต่อปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาวิชาการจัดการความมั่นคงปลอดภัยและการอารักขาเชิงกลยุทธ์ในต่างประเทศ เพื่อเป็นบอดี้การ์ดกลุ่มคนสำคัญโดยเฉพาะ นางดำเนินรอยตามบิดามารดาที่เลี้ยงดูนางอย่างเคร่งครัด

อี้หลินมุ่งตรงไปยังสถานที่ที่สาวใช้บอก ก่อนจะจัดการงัดแผ่นอิฐปูพื้นตรงมุมห้องนอนออกช้า ๆ แสงรำไรส่องกระทบห่อผ้าขี้ริ้วเก่าคร่ำคร่า

เมื่อคลี่ออกดู... ปรากฏเป็นปิ่นหยกขาวมันแพะสลักลายเมฆมงคลโบราณ แม้จะมีคราบดินเกาะกรัง ทว่าเนื้อหยกกลับเนียนละเอียด ส่องประกายละมุนตา สัญชาตญาณบอดี้การ์ดที่เคยคุ้มครองมหาเศรษฐีผู้สะสมของเก่าระดับโลกบอกนางทันทีว่า ของชิ้นนี้เป็นของแท้และมีอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปี!

“ของสิ่งนี้แหละที่จะเปลี่ยนเป็นเงินก้อนแรกของเรา” อี้หลินกล่าวพลางหยิบผ้ามาเช็ดคราบดิน แล้วซ่อนมันไว้ในสาบเสื้อ นางหันไปบอกสาวใช้ที่มีสีหน้าหม่นหมองลงเล็กน้อย อวี่ถงคงคิดว่าหากเป็นคุณหนูคนเดิม คงไม่มีวันยอมขายปิ่นหยกชิ้นนี้ไปง่าย ๆ แน่

“เอาไว้แผนการของเราสำเร็จลุล่วงแล้ว จะกลับมาไถ่คืน หรือจะให้ข้าซื้อใหม่อีกร้อยอันก็ยังได้ ตอนนี้ความมั่นคงในชีวิตอันน่าอดสูของคุณหนูเจ้าสำคัญกว่า ข้าไม่รู้ว่าคุณหนูคนเก่าของเจ้าคิดอะไรอยู่ แต่สำหรับข้า... ข้าจะไม่ยอมตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เด็ดขาด”

“เจ้าค่ะ ข้าเข้าใจ คนตายก็ตายไปแล้ว คนที่ยังอยู่สิ จะต้องดิ้นรนมีชีวิตต่อไปเช่นไร” อวี่ถงถอนหายใจยาว

คุณหนูคนใหม่เอื้อมมือมาตบศีรษะของนางเบา ๆ ราวกับกำลังลูบหัวสุนัขตัวน้อยด้วยความเอ็นดู

“เจ้าฉลาดขึ้นนะ”

อี้หลินไม่เสียเวลากับการปลอบสาวใช้ตัวน้อยนาน นางมุ่งหน้าตรงไปยัง ‘โรงรับจำนำสกุลกู้’ ซึ่งเป็นโรงรับจำนำที่ใหญ่และน่าเชื่อถือที่สุดในแถบตลาดทิศตะวันตก ทั้งเรื่องการเก็บรักษาความลับของลูกค้าก็เป็นที่ไว้วางใจได้เป็นอย่างดี

เมื่อมาถึงเรือนไม้ที่บรรยากาศด้านในเงียบสงบ มีหลงจู๊ผู้เฒ่าสวมแว่นสายตาหนาเตอะนั่งประจำตำแหน่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวสูง

อี้หลินก้าวเข้าไปด้วยท่าทางสง่างาม แผ่นหลังเหยียดตรง ความเยือกเย็นที่แผ่ออกมารอบกายทำเอาหลงจู๊เฒ่าถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความยำเกรง ผิดกับอวี่ถงที่เอาแต่ยืนตัวสั่นก้มหน้าอยู่ทางด้านหลัง

กึก...

ปิ่นหยกมันแพะโบราณถูกวางลงบนโต๊ะเบื้องหน้าหลงจู๊ช้า ๆ อี้หลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ทรงอำนาจ

“ข้าต้องการปล่อยของเก่าชิ้นนี้... หลงจู๊ ลองตีราคาดูทีว่าหยกโบราณชิ้นนี้จะเปลี่ยนเป็นเงินหมุนเวียนให้ข้าได้เท่าไหร่?”

หลงจู๊เฒ่าหยิบปิ่นหยกขึ้นมาส่องกระทบแสงแดดอย่างละเอียด นิ้วเหี่ยวย่นลูบไล้เนื้อหยกไปมาช้า ๆ ก่อนจะแอบสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึงในความงามดั้งเดิมของมัน

“แม่นาง... ปิ่นชิ้นนี้เนื้อดีวรรณะเลิศ เป็นของเก่าชั้นดี ทว่า... ตลาดหยกค่อนข้างซบเซา ข้าคงให้เจ้าได้เต็มที่เพียง...”

“หลงจู๊... อย่าได้คิดจะเหลี่ยมใส่ข้า” อี้หลินเคาะนิ้วเรียวลงบนโต๊ะไม้เสียงดังฟังชัด เมื่อหลงจู๊เฒ่าพยายามจะกดราคาตามนิสัยพ่อค้า

“หยกมันแพะเนื้อนวลไร้ตำหนิ สลักลายเมฆมงคลยุคราชวงศ์ก่อนอย่างประณีตเช่นนี้ ต่อให้เอาไปประมูลในเหลาสุราใหญ่ ยังได้เงินไม่ต่ำกว่าสองร้อยตำลึง เงินแค่นั้นอาจจะน้อยสำหรับท่าน แต่ถ้าท่านคิดจะกดราคากับข้า... ข้าจะหยิบของชิ้นนี้เดินไปโรงรับจำนำสกุลเฉินที่อยู่ตรอกถัดไป”

คำพูดที่รู้ลึกและเฉียบขาดของอี้หลินทำเอาหลงจู๊เฒ่าเหงื่อซึมซกเต็มขมับ ท่าทางของสตรีตรงหน้าไม่ใช่คุณหนูในห้องหอที่หลอกง่าย แต่เหมือนยอดคนผู้เจนโลกที่พร้อมจะหักคอเขาได้ทุกเมื่อ

“เอ่อ... แม่นางโปรดใจเย็นก่อน! ข้าดูผิดไปเอง... เอาเป็นว่า ข้าให้ราคารับซื้อขาดที่หนึ่งร้อยแปดสิบตำลึงเงิน ถือว่าซื้อขายมิตรสหายในวันหน้า ดีหรือไม่?” หลงจู๊เฒ่ารีบเปลี่ยนท่าทีพินอบพิเทาในทันควัน

“ตกลง... จัดการตั๋วเงินและเงินก้อนมาให้ข้า” อี้หลินพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ

อวี่ถงที่ยืนอยู่ข้างหลังถึงกับอ้าปากค้างจนดวงตาแทบถลน... นางไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่า คุณหนูผู้เคยโง่งมวัน ๆ เอาแต่ยอมอดมื้อกินมื้อ จะสามารถเจรจาต่อรอง ข่มขวัญพ่อค้าหน้าเลือดจนยอมสยบ และคว้าเงินก้อนใหญ่ระดับที่เลี้ยงดูเรือนท้ายจวนได้เป็นปี ๆ มาครองได้อย่างง่ายดายเพียงไม่กี่อึดใจ!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อคุณหนูไร้ค่าเปิดฮาเร็มหมื่นลี้   18 รถไฟหลายขบวน

    หลังจากความโกลาหลหน้าประตูจวนผ่านพ้นไป อี้หลินก็นั่งเอนกายจิบชาด้วยท่าทางเรียบเฉยอยู่ในเรือนรับรอง ในขณะที่บิดาไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เขาก้าวเท้าเข้ามาหาบุตรสาวคนใหม่ที่แสนเย็นชา แววตาของขุนนางใหญ่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย“อี้หลิน... เจ้าช่วยบอกพ่อมาตามตรงเถิด เรื่องราวทั้งหมดมันเป็นอย่างไรกันแน่ เจ้าไปพบท่านอ๋องเก้าได้ยังไง เหตุใดทางกู่ซานเพิ่งจะส่งหนังสือขอหมั้นหมายจากท่านบรรพจารย์น้อยโม่เยี่ยนมาถึงมือพ่อหมาด ๆ ท่านอ๋องก็ประกาศก้องว่าจะแต่งเจ้าเป็นพระชายาเอก พ่อสับสนไปหมดแล้ว”“ข้าช่วยเขาเอาไว้ ตอนอยู่ในสำนักกู่ซาน เขาบาดเจ็บอยู่ตีนเขา เขาถูกลอบทำร้ายจากผู้ไม่ประสงค์ดี” นางตอบบิดาไปตามตรง ทั้งยังเล่าเรื่องราวที่แต่งเสริมขึ้นมาอีกหลายส่วน ทว่าบิดาก็ยังคงสงสัยอยู่หลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของบรรพจารย์หนุ่มที่ส่งหนังสือมาหลายฉบับด้วยความร้อนใจ“ท่านพ่อโปรดวางใจเถิด... เรื่องเสน่ห์ของข้าผู้นี้ มิใช่หลินจิ่นคนเก่าที่ใช้ความสาวความสวยไปอย่างเลื่อนลอยไร้ค่าเสียหน่อย หากพวกบุรุษผู้ดีจะมาหลงใหลข้าก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด”เสนาบดีลู่ยังคงยืนนิ่งอึ้ง พลันบรรดาลูกอนุรองและพวกสายรองคนอื่น ๆ ใ

  • เมื่อคุณหนูไร้ค่าเปิดฮาเร็มหมื่นลี้   17-2

    เพียงทอดสายตาจ้องมองอี้หลินที่มีสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนกหรือความอาลัยอาวรณ์ใด ๆในแววตาคมกริบคู่นั้น ช่างนิ่งสงบราวกับผืนน้ำอันเยือกเย็นและแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวสะใจอยู่ลึก ๆ ยิ่งส่งเสริมให้สตรีตรงหน้าดูทรงเสน่ห์และน่าค้นหา ในสายตาของพญามารหนุ่มมากยิ่งขึ้นเป็นเท่าทวีส่วนทางด้านฝูชิงอวิ๋นที่เพิ่งจะตั้งสติได้ เมื่อความโลภและความกลัวตายเข้าตา พลันสลัดความขลาดเขลาทิ้งไปชั่วคราว ลนลานก้าวเท้าพุ่งตัวออกจากซุ้มประตูหินอย่างลนลาน ทรุดกายคุกเข่าลงกับพื้นศิลาหน้าลานจวน“ท่านท่านอ๋องเก้าโปรดเมตตาด้วยพะยะค่ะ! คุณหนูผู้นี้แท้จริงแล้วนางเป็นคนรักของกระหม่อมมาเนิ่นนานหลายปีแล้ว” ฝูชิงอวิ๋นละล่ำละลักเอ่ย ก่อนจะกวาดตามองใบหน้าเรียบเฉยของอี้หลินอย่างมีความหวัง“หลินจิ่น... เจ้าเลิกประชดข้าด้วยการเกาะชายเสื้อท่านอ๋องเสียทีเถิด ที่ผ่านมาเจ้ารักข้าถึงเพียงนั้น เจ้าถึงกับยอมสละเงินทองข้าวของทุกชิ้นมาให้ข้า เจ้าจะแสร้งทำใจดำกับข้าได้อย่างไร!”อี้หลินจ้องมองสวะไร้ค่าตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งเศษเสี้ยวความสงสารแม้เพียงน้อยนิด หญิงสาวเหยียดยิ้มเย็นชา พลางก้าวเท้าเยื้องก้าวเข้าไปหาชา

  • เมื่อคุณหนูไร้ค่าเปิดฮาเร็มหมื่นลี้   17 บุตรอนุผู้ต่ำต้อยและการแก้แค้น

    ประตูรถม้าหรูหราเปิดออกอย่างช้า ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าของร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีดำทมิฬปักดิ้นทองลายมังกร แววตาของเขาในยามนี้เป็นนัยน์ตาสีดำขลับสนิทอย่างมนุษย์ทั่วไป ผู้คนในจวนเสนาบดีเพียงได้ยินว่าท่านอ๋องเก้ามาเยือนจวนนี้ ต่างก็เร่งออกมาให้การต้อนรับ โดยเฉพาะฝั่งฮูหยินใหญ่และบุตรสาวของนาง“คารวะท่านอ๋องเพคะ! หม่อมฉันกับบุตรสาวเตรียมน้ำชารสเลิศคอยต้อนรับอยู่ด้านในแล้วเพคะ”“หม่อมฉันหลินซือ... ยินดีรับใช้ปรนนิบัติท่านอ๋องเพคะ”ลู่หลินซือรีบช้อนสายตาหวานเยิ้มทอดสะพานส่งให้อย่างเปิดเผย เช่นเดียวกับมารดาของนาง ฮูหยินใหญ่จวนเสนาบดีท่าทางประจบประแจงท่านอ๋องกลับหาได้ชายตาแลพวกนางไม่ เขาเพียงแค่นยิ้มเย็นชา ปรายตามองหญิงหน้าหนาทั้งสองด้วยความรังเกียจราวดั่งมองเศษขยะ ก่อนจะหันหลังกลับไปยื่นมือแกร่งเข้าไปในรถม้า ประคองร่างเพรียวลมของอี้หลินให้ก้าวเท้าลงมาเคียงข้างกายอย่างทะนุถนอมเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของเมื่อใบหน้าเนียนงดงามและแผงซอกคอที่มีรอยรักเด่นชัดของอี้หลินปรากฏแก่สายตา เสียงสูดหายใจด้วยความตื่นตระหนกก็ดังก้องไปทั่วทั้งลานจวน!ฮูหยินใหญ่และลู่หลินซือเบิกตากว้างอ้าปาก ชี้ปลายนิ้วสั่นเทา

  • เมื่อคุณหนูไร้ค่าเปิดฮาเร็มหมื่นลี้   16-2

    อี้หลินเลิกคิ้วขึ้น จิตใจร้อนรุ่มด้วยโทสะ เพียงได้ยินว่าไอ้ฆาตกรชั่วฝูชิงอวิ๋นยังคงเสนอหน้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ที่เรือนเก่า นางยังนึกหน้าตาเกรี้ยวกราดของฮูหยินใหญ่ที่เฝ้ารังแกหลินจิ่นมาตั้งแต่ยังเล็กไม่ไหว พวกเขาคงจะคลุ้มคลั่งแน่ ๆ หากลูกอนุเช่นนางได้เป็นถึงพระชายาของท่านอ๋อง“ไหนจะเรื่องที่เจ้าพรากพรหมจรรย์ข้าไปอีก เราสองคนมีสัมพันธ์กันแล้ว ตามธรรมเนียมย่อมจะต้องแต่งงาน ถึงเจ้าจะไม่ถือสา แต่ข้าถือ...”บุรุษผู้ครองตนมาดี มิใช่ในฐานะจอมมาร ทว่าเป็นอ๋องผู้ยกทัพปราบกบฏมาด้วยสองมือมนุษย์ โดยไม่ใช่พลังปีศาจเข้าช่วยแม้แต่น้อย บัดนี้ถือว่านางเป็นฮูหยินรักของเขาแล้ว ไม่ว่ายังไงนางก็ต้องยอมเป็นพระชายาของเขาแต่โดยดี----------ทางด้านจวนเสนาบดีกรมคลัง ฮูหยินใหญ่จัดแจงเชิญแม่สื่อชื่อดังประจำเมืองหลวงมานั่งรออยู่พร้อมสรรพในบริเวณโถงกลาง นางตวัดสายตาคาดคั้นเอาความกับลู่เจิ้นหัวผู้เป็นสามีด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งไม่เกรงใจ“ท่านพี่ ท่านจะมัวรีรอสิ่งใดอยู่เนี่ยเจ้าคะ? ในเมื่อนังหลินจิ่นหนีขึ้นเขากู่ซานไปโดยไม่บอกกล่าว เช่นนั้นเราก็รีบให้แม่สื่อจัดการเลือกคู่ครองที่เหมาะสม ส่งหนังสือหมั้นหมายตามไปมัดมือชกนางเ

  • เมื่อคุณหนูไร้ค่าเปิดฮาเร็มหมื่นลี้   บทที่ 16 อ๋องทมิฬแห่งต้าเหอ

    อี้หลินต้องนั่งเผชิญหน้าอยู่ร่วมกับสามีทางพฤตินัยในรถม้าหรูหรา ตัวรถม้าของจวนอ๋องนั้นมีขนาดใหญ่โตโอฬารราวกับห้องหับขนาดย่อม หลังคาทรงโค้งประดับด้วยตราพญามังกรสี่เล็บ รอบคันกั้นด้วยม่านผ้าไหมหนาทึบสีดำสนิทขลิบดิ้นทองคำเพื่อบดบังสายตาจากภายนอก ภายในบุด้วยเบาะนุ่มหนาสองชั้นกรุผ้ากำมะหยี่สีแดงชาดเข้ม พร้อมโต๊ะน้ำชาไม้แกะสลักยึดแน่นอยู่ตรงกลาง“ข้าบอกเจ้าแล้วไงว่าข้าสามารถอ่านใจของเจ้าได้... มีเรื่องอันใดในหัวก็ไม่ต้องมัวปิดบังซ่อนเร้นข้าให้เสียเวลาหรอก อี้หลิน”จิ่วโถวเสินมัวสลัดภาพลักษณ์ของราชาปีศาจทิ้งไปจนสิ้น เขาสวมอาภรณ์เต็มยศทำจากผ้าไหมปักทอด้วยดิ้นทองคำ สีนิลสง่าขับเน้นใบหน้าคมเข้มของเขาให้ดูดุดันยิ่งขึ้นไปอีก“แหม... ท่านอ๋องเจ้าคะ ในเมื่อท่านเก่งกาจอ่านใจข้าได้ปรุโปร่งปานนั้น ไฉนไม่ลองอ่านดูเล่าว่าข้ากำลังนึกอยากจะไปเดินเที่ยวชมตลาดกลางเมืองหลวงเพื่อเปิดหูเปิดตา ดูความรื่นเริงของแคว้นต้าเหอของท่านเสียหน่อย ข้าเพิ่งลงมาจากป่าเขา ย่อมอยากจะลิ้มลองสุรารสเลิศและอาหารขึ้นชื่อก่อนเรื่องอื่นใด”นางรู้สึกไม่ไว้วางใจคนข้างกายผู้นี้เลยแม้แต่น้อย เมื่อเขาเฝ้าเอาเปรียบนางมาสองวัน แถมนางก็เป็นพ

  • เมื่อคุณหนูไร้ค่าเปิดฮาเร็มหมื่นลี้   15-2

    เมื่อฝ่ามือหยาบกร้านอันทรงพลังเริ่มลูบไล้อย่างเอาแต่ใจ ใบหน้าคมคายดุจหยกสลักเคลื่อนต่ำลงมา ริมฝีปากหยักลึกซุกไซ้ไปตามลาดไหล่นวลเนียน ก่อนจะเลื่อนลงสู่ทรวงอกอวบอิ่มอย่างย่ามใจ เขาละเลียดชิมยอดปทุมถันชูชันที่กำลังสั่นระริกด้วยความเท่าเทียม ท่วงท่าเชื่องช้าทว่าหนักแน่นดุดัน ราวกับเสือร้ายที่กำลังละเลียดกลืนกินเหยื่อเนื้อหวานล้ำร่างบางทำได้เพียงนอนหอบหายใจถี่กระชั้น สองมือเรียวจิกฝังเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างแกร่งเพื่อระบายความเสียวซ่านในหัวของอี้หลินพลันนึกถึงสีหน้าสุขสมของเหล่าสตรีปีศาจที่นางไปลอบดูเมื่อค่ำวาน จึงได้ประจักษ์แจ้งในบัดนี้ว่าพวกนางรู้สึกเช่นไร... แน่นอนว่านี่มิใช่เพียงความอยากรู้อยากเห็นเพียงชั่วขณะ“อืม... ท่านอ๋องเจ้าคะ... อื้อ...”เสียงหวานครางกระเส่าในลำคอพาลพาให้บุรุษบนร่างของนางเกิดอารมณ์ฮึกเหิมขึ้นมา นางไม่ลืมว่าอย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็นอสรพิษพันปี คงจะต้องช่ำชองงานเป็นอย่างมาก เมื่อจังหวะรุกคืบเริ่มหนักหน่วงและทวีความเร่าร้อนขึ้นไปอีกขั้น เขาพยายามจะสอดประสานแทรกกายอันแข็งขึงดึงดันเข้าหานาง มองเห็นไอปีศาจที่พลันผุดขึ้นรอบกาย เขาพูดสิ่งที่น่าเหลือเชื่อออกมา“ข้าจะระวัง

  • เมื่อคุณหนูไร้ค่าเปิดฮาเร็มหมื่นลี้   7-2

    นางเยื้องก้าวเข้าประตูเรือนไม้ของคนชนชั้นกลางเข้าไปด้วยท่วงท่าสง่างามในชุดสีชาด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ“ท่านพี่ โปรดระงับโทสะก่อนเถิดเจ้าค่ะ...”“เจ้าเงียบเสีย!”เสนาบดีลู่หันไปตวาดดุฮูหยินใหญ่เสียงเข้ม แววตาของเขาเต็มไปด้วยกระแสความเกรี้ยวกราดจนลู่ฮูหยินถึงกับต้องชะงักงันด้วยความคาดไม่ถึงเจ

  • เมื่อคุณหนูไร้ค่าเปิดฮาเร็มหมื่นลี้   6-2

    เสนาบดีลู่ตกอยู่ในสภาวะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขายังหวนคิดขึ้นมาว่า ถ้าหากบุตรสาวของเขาได้ด่วนจากโลกนี้ไปจริง ๆ ก็เท่ากับว่าจะไม่มีใครมาคอยเข้าหาออดอ้อนบิดาเช่นเขาอีกแล้ว...ตัวเขานั้นมีบุตรสาวอยู่เพียงสี่คนเท่านั้น เขามีบุตรชายถึงสามคนและบุตรสาวหนึ่งคนกับฮูหยินใหญ่ ส่วนอนุอีกคนหนึ่งก็มีบุตรสาวฝาแฝ

  • เมื่อคุณหนูไร้ค่าเปิดฮาเร็มหมื่นลี้   บทที่ 6 บอกลาสกุลลู่

    ในอดีตนั้น ‘หลินจิ่น’ เป็นเพียงคุณหนูผู้ปราศจากพรสวรรค์ทางด้านการบำเพ็ญเพียร ทั้งยังมีร่างกายอ่อนแอและขี้โรคที่สุดในตระกูล มิหนำซ้ำนางยังโง่เขลาเบาปัญญาจนหาได้มีผู้ใดเทียบเทียมอี้หลินตระหนักดีว่านางจะต้องกระทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความรอบคอบ หลังจากที่นางได้ครอบครองเงินตำลึงก้อนใหญ่จนก้าวแรกมั่นคงพอจ

  • เมื่อคุณหนูไร้ค่าเปิดฮาเร็มหมื่นลี้   บทที่ 5 ตั้งตัวด้วยเงินก้อนแรก

    เมื่ออวี่ถงหอบชุดที่ตัดเย็บแก้ไขใหม่กลับมาถึงเรือนท้ายจวน อี้หลินไม่รอช้า นางจัดการผลัดเปลี่ยนอาภรณ์กรุยกรายเดิมออกทันทีภาพสตรีผ่านกระจกเงาทองเหลืองเบื้องหน้าช่างดูแปลกตา เส้นผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นสูงเป็นหางม้า มัดแน่นด้วยแถบผ้าสีเข้ม เสื้อตัวสั้นและกางเกงขายาวทรงกระชับถูกทับด้วยผ้าผูกเอวหนา ปลายข้อม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status