เมื่อคุณหนูไร้ค่าเปิดฮาเร็มหมื่นลี้

เมื่อคุณหนูไร้ค่าเปิดฮาเร็มหมื่นลี้

last updateLast Updated : 2026-06-24
By:  ม่านกู่Ongoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
35Chapters
621views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

หลิวซีซี ยอดบอดี้การ์ดสาวผู้ปิดฉากชีวิตลงหลังเสร็จสิ้นภารกิจปกป้องท่านประธานจากกระสุน นางทะลุมิติมาต่างโลกที่ไม่รู้จัก ตื่นขึ้นมาในร่างของ 'หลินจิ่น' คุณหนูรองสกุลลู่ผู้มัวเมาในรักอย่างหญิงโง่!

View More

Chapter 1

บทที่ 1 คุณหนูไร้ค่า

เสียงจอแจของผู้คนในตลาดต้าเหอดังเซ็งแซ่ ในเวลากลางวันเช่นนี้เมืองหลวงมักคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่ออกมาจับจ่ายซื้อของ ทว่าจู่ๆ หลายคนกลับต้องชะงักฝีเท้า เงยหน้าขึ้นมองร้านน้ำชาชั้นสองที่มีเสียงสรวลเสเฮฮาดังแว่วลงมา ลูกค้าในร้านกำลังล้อมวงวิพากษ์วิจารณ์ถึง ‘คุณหนูตระกูลลู่’ บุตรสาวอนุภรรยาของใต้เท้าเสนาบดีกรมคลัง

ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างรู้ดีว่าคุณหนูผู้นี้วิ่งไล่ตามบัณฑิตรูปงามนาม ‘ชิงอวิ๋น’ อย่างบ้าคลั่ง เพียงเพราะเขาเคยเป็นเพื่อนเล่นในวัยเยาว์ นางยอมลดเกียรติทำทุกอย่างเพื่อเขาโดยไม่สนสายตาเหยียดหยามของผู้ใด

“ชิงอวิ๋น… ข้า… ข้านำของที่คิดว่าท่านน่าจะชอบมาให้”

ในน้ำเสียงสั่นพร่า หลินจิ่นยื่นกล่องไม้ฉลุลายไปข้างหน้าด้วยสองมือที่หยาบกร้านขึ้นเล็กน้อย ภายในกล่องคือ ‘แท่นหมึกหยกดำ’ อันล้ำค่า ของชิ้นนี้นางต้องเก็บหอมรอมริบ อดมื้อกินมื้อ แอบรับงานปักผ้าจนตาพร่ามัวอยู่หลายเดือน เพื่อให้ได้มันมามอบให้สหายวัยเยาว์ผู้เป็นที่รัก ในเมื่อลำพังเบี้ยหวัดที่บิดาให้มาประทังชีวิตในแต่ละเดือนคงไม่เพียงพอ

โดยปกติแล้วชิงอวิ๋นดีต่อนางเสมอ ไม่ว่านางจะนำของสิ่งใดมาให้ เขาก็จะยอมรับไว้ด้วยรอยยิ้มดีใจ นางคิดว่าช่วงหลังมานี้เขาตั้งหน้าตั้งตาอ่านตำราเพื่อเตรียมสอบจอหงวน บุรุษที่กำลังมีความรู้ความสามารถย่อมต้องมีท่าทีเฉยชาไปบ้าง เขาคงมีเหตุผลส่วนตัวที่บอกใครไม่ได้

“คุณหนูลู่ช่างมีน้ำใจ... แท่นหมึกหยกดำชั้นเลิศเช่นนี้ คงไม่เหมาะกับคนต้อยต่ำเช่นข้าหรอกกระมัง”

ชิงอวิ๋นไม่แม้แต่จะยื่นมือมาประคองกล่องไม้ เขาปรายตามองของล้ำค่าสิ่งนั้นด้วยสายตาราบเรียบเย็นชา ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของสหายร่วมโต๊ะ นิ้วเรียวยาวกลับผลักกล่องไม้ให้ไถลไปตามผิวโต๊ะอย่างไร้ความแยแส จนมันเลื่อนไปหยุดอยู่ตรงขอบโต๊ะอย่างหมิ่นเหม่

“แต่ข้า... ข้าตั้งใจเลือกให้ท่านจริงๆ นะ ชิงอวิ๋น เจ้าโกรธอะไรข้ากันเล่า”

ขอบตาของหญิงสาวร้อนผ่าวจนพร่ามัว นางรีบก้าวเข้าไปหมายจะคว้ากล่องนั้นไว้ ทว่าสหายคนหนึ่งของเขากลับจงใจปัดแก้วน้ำชาที่เพิ่งรินใหม่จนคว่ำคะมำ สายน้ำชาร้อนจัดลวกราดรดหลังมือของนางจนแดงเถือก หลินจิ่นสะดุ้งสุดตัว นางรีบใช้มืออีกข้างลูบหลังมือตัวเองไวๆ เพื่อบรรเทาความแสบร้อนที่ลุกลามไหม้ไปถึงเรียวแขน

โครม!

ในจังหวะที่นางเสียหลัก กล่องไม้ก็ร่วงหล่นลงกระแทกพื้น เสียงสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับแท่นหมึกหยกดำล้ำค่าที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ...

หลินจิ่นไม่ประวิงเวลา นางลนลานทรุดกายลงกับพื้นอย่างไม่คิดชีวิต สองมือกวาดเศษแท่นหมึกที่แตกหักขึ้นมากอดแนบไว้กับอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นคะยั้นคะยอให้บัณฑิตหนุ่มรับมันไปด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนระคนอ้อนวอน

“ท่านจะสอบอยู่แล้ว ได้โปรดรับไว้เถอะ! ท่านจะเอาไป...”

ตุ๊บ!

ไม่ทันที่นางจะได้ตั้งตัว คุณชายน้อยสกุลหลิวซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มสหายก็สะบัดเท้าผลักเศษแท่นหมึกหนาหนักอย่างแรง แรงเหวี่ยงกระแทกส่งให้วัตถุเนื้อแข็งฟาดเข้าที่ศีรษะของหลินจิ่นอย่างจัง หญิงสาวเสียหลักล้มคว่ำหน้าคะมำลงกับพื้นเรือนไม้

เสียงหัวเราะเยาะหยันพลันดังระงมไปทั่วทั้งโรงเตี๊ยม โดยเฉพาะพวกคุณชายจากตระกูลผู้ดีที่มองนางเป็นเพียงสตรีไร้ค่า วันๆ ไม่ฝักใฝ่เรื่องงานบ้านงานเรือน มัวแต่วิ่งไล่ตามบุรุษอย่างไร้ยางอาย แทนที่จะเอาเวลาว่างไปนั่งท่องจำและคัดตำราสอนหญิงให้ขึ้นใจ ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ

“อุ๊ย! ดูนางสิ ล้มกลิ้งไปเสียแล้ว สงสัยบัณฑิตฝูคงมือไม้ระบมจากการคัดตำราจนคุมแรงไม่อยู่กระมัง” ชายผู้นั้นหัวเราะร่าอย่างไม่สำนึกผิด

ชิงอวิ๋นหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย ยามเห็นร่างของหญิงสาวล้มกระแทกไปต่อหน้า เขาไม่แน่ใจว่าสหายของตนกระทำรุนแรงเกินไปหรือไม่ ทว่าเพียงครู่เดียว บัณฑิตหนุ่มก็รีบเก็บอาการแปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยเพื่อไม่ให้เสียหน้าต่อคนหมู่มาก บัดนี้เขาเป็นถึงบัณฑิตผู้มีอนาคตไกล หาใช่คนที่จะปล่อยให้สตรีไร้ค่าเช่นนางมาทำตัวพัวพันล้อเล่นเหมือนครั้งยังเป็นเด็กในวัยเยาว์อีกต่อไป

เขาปรายตามองร่างที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นเรือนไม้ด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะประคองถ้วยชาขึ้นจิบพลางใช้นิ้วปัดเศษฝุ่นบนสาบเสื้อสีขาวสะอาด ราวกับเศษเดนความรักของนางเป็นเพียงสิ่งสกปรกน่ารำคาญใจที่เปรอะเปื้อนเข้ามาในชีวิต

“นี่... หลินจิ่น เจ้าลุกขึ้นมาซะดี ๆ อย่ามาแกล้งตายเรียกร้องความสนใจหน่อยเลย” บัณฑิตสกุลฝูใช้ปลายเท้าสะกิดไหล่ของนางอย่างดูแคลน

ร่างบนพื้นกลับชักกระตุกขึ้นมาสองครั้งอย่างน่ากลัวก่อนจะแน่นิ่งไป แรงกระแทกจากแท่นหมึกเนื้อหินหยกเมื่อครู่ฟาดเข้าจุดตายบริเวณศีรษะอย่างจัง โลหิตสีแดงฉานข้นคลักค่อย ๆ ไหลซึมออกมาตามไรผม แผ่ขยายเป็นวงกว้างบนพื้นไม้

ความอัปยศบาดลึกและเสียงหัวเราะเยาะหยันรอบกายเริ่มห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ พร้อมกับลมหายใจสุดท้ายที่หลุดลอย...

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
35 Chapters
บทที่ 1 คุณหนูไร้ค่า
เสียงจอแจของผู้คนในตลาดต้าเหอดังเซ็งแซ่ ในเวลากลางวันเช่นนี้เมืองหลวงมักคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่ออกมาจับจ่ายซื้อของ ทว่าจู่ๆ หลายคนกลับต้องชะงักฝีเท้า เงยหน้าขึ้นมองร้านน้ำชาชั้นสองที่มีเสียงสรวลเสเฮฮาดังแว่วลงมา ลูกค้าในร้านกำลังล้อมวงวิพากษ์วิจารณ์ถึง ‘คุณหนูตระกูลลู่’ บุตรสาวอนุภรรยาของใต้เท้าเสนาบดีกรมคลังทั่วทั้งเมืองหลวงต่างรู้ดีว่าคุณหนูผู้นี้วิ่งไล่ตามบัณฑิตรูปงามนาม ‘ชิงอวิ๋น’ อย่างบ้าคลั่ง เพียงเพราะเขาเคยเป็นเพื่อนเล่นในวัยเยาว์ นางยอมลดเกียรติทำทุกอย่างเพื่อเขาโดยไม่สนสายตาเหยียดหยามของผู้ใด“ชิงอวิ๋น… ข้า… ข้านำของที่คิดว่าท่านน่าจะชอบมาให้”ในน้ำเสียงสั่นพร่า หลินจิ่นยื่นกล่องไม้ฉลุลายไปข้างหน้าด้วยสองมือที่หยาบกร้านขึ้นเล็กน้อย ภายในกล่องคือ ‘แท่นหมึกหยกดำ’ อันล้ำค่า ของชิ้นนี้นางต้องเก็บหอมรอมริบ อดมื้อกินมื้อ แอบรับงานปักผ้าจนตาพร่ามัวอยู่หลายเดือน เพื่อให้ได้มันมามอบให้สหายวัยเยาว์ผู้เป็นที่รัก ในเมื่อลำพังเบี้ยหวัดที่บิดาให้มาประทังชีวิตในแต่ละเดือนคงไม่เพียงพอโดยปกติแล้วชิงอวิ๋นดีต่อนางเสมอ ไม่ว่านางจะนำของสิ่งใดมาให้ เขาก็จะยอมรับไว้ด้วยรอยยิ้มดีใจ นางคิดว่าช่วงหลั
Read more
บทที่ 2 ลืมตาตื่นพร้อมความอัปยศ
ปัง ปัง ปัง!“คุ้มกันท่านประธาน! มีนักฆ่า!”เสียงตวาดลั่นของเหล่าชายหญิงในชุดสูทสีดำดังระงมไปทั่วดาดฟ้าของอาคารสูงร้อยชั้น ท่ามกลางความโกลาหลนั้น หลิวซีซียกมือกุมแผ่นอกด้วยความเจ็บปวดสาหัสสากรรจ์ สัมผัสสุดท้ายในความทรงจำคือการกระโจนเข้าบังวิถีกระสุนปืนเพื่อปกป้องประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้เป็นนายจ้างภาพเบื้องหน้าควรจะเป็นความตายอันมืดมิด เป็นปรโลกหรือสวรรค์เก้าชั้นฟ้าก็ยังได้ ไฉนนางลืมตาขึ้นมากลับเจอกับเพดานไม้ฉลุลายโบราณ พร้อมความเจ็บปวดลึกล้ำที่แล่นริ้วอยู่บนศีรษะ!“นี่... เจ้าลุกขึ้นมาซะดี ๆ อย่ามาทำเป็นแกล้งตาย เลิกเล่นละครงิ้วในโรงน้ำชาของสหายข้าได้แล้ว!”เสียงบุรุษหนุ่มดังขึ้นเหนือร่าง พร้อมแรงสะกิดจากปลายเท้าที่เตะเข้าที่หัวไหล่อย่างไร้มารยาท หลิวซีซีที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก หรี่ตาลงสำรวจสถานการณ์รอบตัวด้วยสัญชาตญาณกลิ่นคาวเลือดไหลอาบดวงตา กลิ่นชาใบบัวลอยฟุ้ง และเสียงหัวเราะเยาะของกลุ่มชายในชุดโบราณรอบโต๊ะน้ำชา... ทุกอย่างบ่งบอกชัดเจนว่าที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล ไม่ใช่โลกที่นางเคยอยู่ นางยกมือขึ้นแตะหน้าผากตนเอง เมื่อเห็นโลหิตสีแดงฉานติดปลายนิ้ว โทสะลึกลับพลันจุดระเบิดขึ้นในอกอึก!
Read more
บทที่ 3 คุณหนูที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
“คุณหนู! คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ!?”เสียงร้อนรนดังขึ้นพร้อมกับร่างของสาวใช้คนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาประคอง‘อวี่ถง’ เติบโตและร่วมทุกข์ร่วมสุขกับหลินจิ่นมาตั้งแต่เยาว์วัย เดิมทีครอบครัวของนางเป็นบ่าวในเรือนที่ซื่อสัตย์ ทว่าในจวนใหญ่นี้ บ่าวรุ่นเยาว์จะถูกส่งไปรับใช้คุณชายคุณหนูแต่ละเรือนด้วยการจับฉลากไม้สั้นไม้ยาว บ่าวอาวุโสที่มีเงินทองมักจะยอมติดสินบนผู้ดูแล เพื่อให้ลูกหลานของตนได้ไปอยู่อย่างสุขสบายในเรือนของคุณหนูคุณชายสายตรง มีเพียงมารดาของอวี่ถงที่ยากจนข้นแค้นเกินกว่าจะหาเงินมาทันเวลา อวี่ถงจึงถูกส่งตัวมายังเรือนท้ายจวนของบุตรสตรีอนุผู้นี้... คุณหนูผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าโง่งมที่สุดในบรรดาทายาททั้งหมดของเสนาบดีกรมคลังยิ่งหลังจากที่มารดาของหลินจิ่นเสียชีวิตลง ทั้งสองก็ถูกทอดทิ้งให้อยู่กันลำพังในเรือนซอมซ่อ ผ่านวันเวลาที่ยากลำบากมาด้วยกันจนอวี่ถงกลายเป็นเพียงคนเดียวบนโลกใบนี้ที่รักและพร้อมจะตายแทนคุณหนูได้ทุกเมื่อ“ข้าไม่เป็นไร” หลิวซีซีเอ่ยเสียงเรียบพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับคราบเลือดที่หน้าผากเมื่อเห็นบาดแผลฉกรรจ์และรอยชาลวกบนมือผู้เป็นนาย อวี่ถงก็ขอบตาแดงก่ำ เอ่ยเตือนด้วยน้ำเ
Read more
บทที่ 4 ทำความเคารพผู้ล่วงลับ
ตลอดสามสี่วันมานี้ ข่าวลือเรื่องคุณหนูตระกูลลู่ถูกแท่นหมึกฟาดศีรษะจนล้มกลิ้งกลางร้านน้ำชา กลายเป็นหัวข้อตลกขบขันที่พวกคุณชายตระกูลผู้ดีนำมาหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันอย่างสนุกปาก ไม่เว้นแม้แต่ภายในจวนเสนาบดีกรมคลังเองก็คงจะได้ยินเรื่องอื้อฉาวนี้แล้วผู้เป็นบิดาจึงมีคำสั่งกักบริเวณนางทันที พร้อมส่งทหารยามมาคุ้มกันอย่างแน่นหนาเพื่อไม่ให้นางเล็ดลอดออกไปสร้างความอัปยศที่ใดได้อีกช่างประจวบเหมาะพอดีกับที่คนทั้งสองภายในเรือนท้ายจวนอันเงียบสงบก็ไม่มีความคิดจะออกไปที่ใดอยู่แล้วหลิวซีซีใช้เวลาช่วงนี้ในการเคลื่อนไหวร่างกาย นางไม่ได้นั่งหลังขดหลังแข็งปักผ้าจนดวงตาพร่ามัวเหมือนแต่ก่อน ทว่าลุกขึ้นมายืนหยัดอย่างมั่นคง ย่อเข่า หมุนเตะขา และออกหมัดใส่ลมอย่างรวดเร็วเฉียบคมตั้งแต่รุ่งสาง หลังจากที่อวี่ถงทายาสมานแผลที่ศีรษะให้เสร็จเรียบร้อยแน่นอนว่าสาวใช้คนสนิทที่เห็นคุณหนูมีท่าทีแปลกประหลาดเช่นนี้ นอกเสียจากจะนึกสงสัยแล้ว ลึก ๆ ในใจก็คงจะยินดีที่นางไม่กลับไปนั่งปักผ้าด้วยสีหน้าอมทุกข์ดุจหญิงสาวที่โง่งมคลั่งรักคนเดิมอีกร่างกายนี้ช่างบอบบางและอ่อนแอเกินไป...สำหรับหญิงสาวที่เคยออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงในทุก
Read more
4-2
“คุณหนู... ท่านพูดเรื่องอะไรกันเจ้าคะ บ่าวไม่ตลกด้วยนะเจ้าคะ” อวี่ถงหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกอันที่จริงอวี่ถงนั้นเป็นคนซื่อจนเข้าขั้นโง่เง่าเหมือนอดีตเจ้านายอยู่แล้ว ไม่ว่าใครพูดอะไรนางก็เชื่ออย่างง่ายดาย ดังนั้นหากหลิวซีซีจะพูดสิ่งใดออกมา สาวใช้ตัวน้อยเห็นเจ้านายเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ นางก็คงจะปักใจเชื่อไปเสียหมด...“ข้าชื่อหลิวซีซี ในโลกก่อนข้าเป็นองครักษ์ระดับสูง... แต่เจ้าวางใจเถอะ ในเมื่อข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว ข้ารับปากว่าจะแก้แค้นและทวงคืนความยุติธรรมให้คุณหนูของเจ้าเอง” หลิวซีซีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสาวใช้เพื่อยืนยันความจริงใจ ความน่าเกรงขามนั้นทำเอาบ่าวตัวน้อยเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลพรากเมื่อตระหนักได้ว่าคุณหนูผู้โง่เขลาของนางได้จากโลกนี้ไปแล้วจริง ๆ“เจ้าค่ะ... ท่าน... ไม่ใช่คุณหนูจริงหรือ?” อวี่ถงสะอื้นไห้แล้วทรุดตัวลงอย่างคนสิ้นหวัง หลิวซีซีถอนหายใจออกยาว“เรียกข้าว่าคุณหนูเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่จากนี้ไปเจ้าอย่าปฏิบัติกับข้าเหมือนอย่างที่เคยปฏิบัติต่อนาง... จะว่าไปแล้ว คุณหนูคนก่อนของเจ้าช่างโง่เง่าเป็นสุกรจริงๆ ยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อผู้ชายสารเลวพรรค์นั้
Read more
บทที่ 5 ตั้งตัวด้วยเงินก้อนแรก
เมื่ออวี่ถงหอบชุดที่ตัดเย็บแก้ไขใหม่กลับมาถึงเรือนท้ายจวน อี้หลินไม่รอช้า นางจัดการผลัดเปลี่ยนอาภรณ์กรุยกรายเดิมออกทันทีภาพสตรีผ่านกระจกเงาทองเหลืองเบื้องหน้าช่างดูแปลกตา เส้นผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นสูงเป็นหางม้า มัดแน่นด้วยแถบผ้าสีเข้ม เสื้อตัวสั้นและกางเกงขายาวทรงกระชับถูกทับด้วยผ้าผูกเอวหนา ปลายข้อมือและข้อเท้าถูกพันรัดด้วยสายรัดผ้าอย่างแน่นหนา ท่วงท่าดูองอาจ ปราดเปรียวและแฝงไอสังหาร“คุณหนูอี้หลิน ชุดนี้ช่างเหมาะกับท่านเหลือเกินเจ้าค่ะ ดูทะมัดทะแมงราวกับจอมยุทธ์หญิงเลยเจ้าค่ะ” อวี่ถงมองดูเจ้านายคนใหม่ด้วยดวงตาเป็นประกายอี้หลินขยับหมุนข้อมือ ลองออกหมัดสลับซ้ายขวาแย็บใส่ลมสองสามครั้ง สัมผัสถึงความลื่นไหลของเนื้อผ้าที่ไม่รั้งร่ างกายอีกต่อไป“ชุดนี้แหละที่จะพาเราสองคนรวย ไปกันเถอะอวี่ถง ได้เวลาออกไปสำรวจโลกภายนอกแล้ว”“แต่คุณหนูเจ้าคะ! นายท่านสั่งทหารยามมาคุ้มกัน... ไม่สิ สั่งมากักบริเวณพวกเราไว้ที่หน้าประตูเรือนหลักแน่นหนาถึงสี่คน หากเราเดินดุ่ม ๆ ออกไป มีหวังโดนลากตัวกลับมาแน่เจ้าค่ะ”“ข้าบอกเจ้าไปแล้วมิใช่หรือว่าข้าเป็นใคร? ใช่คุณหนูหน้าโง่ของเจ้าเสียเมื่อไร” อี้หลินเหยียดยิ้มบางเบาพ
Read more
5-2
“เยี่ยม... กลับไปขุดมันขึ้นมา” อี้หลินแสยะยิ้มร้าย นางไม่รอช้า จับจูงมือสาวใช้พากันกลับจวนไป ลอบปีนข้ามกำแพงอย่างเงียบเชียบด้วยวิชาตัวเบา องครักษ์พวกนั้นก็ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรแปลกที่นางผู้ทะลุมิติมาอยู่ดี ๆ ก็สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วเหนือธรรมชาติหลังฟื้นกำลังได้ไม่กี่วัน นางลองใช้วิชาลมปราณของสำนักเส้าหลิน ซึ่งนางเคยไปฝากตัวเป็นศิษย์ตอนอายุสิบห้าปี ก่อนที่นางจะไปเรียนต่อปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาวิชาการจัดการความมั่นคงปลอดภัยและการอารักขาเชิงกลยุทธ์ในต่างประเทศ เพื่อเป็นบอดี้การ์ดกลุ่มคนสำคัญโดยเฉพาะ นางดำเนินรอยตามบิดามารดาที่เลี้ยงดูนางอย่างเคร่งครัดอี้หลินมุ่งตรงไปยังสถานที่ที่สาวใช้บอก ก่อนจะจัดการงัดแผ่นอิฐปูพื้นตรงมุมห้องนอนออกช้า ๆ แสงรำไรส่องกระทบห่อผ้าขี้ริ้วเก่าคร่ำคร่าเมื่อคลี่ออกดู... ปรากฏเป็นปิ่นหยกขาวมันแพะสลักลายเมฆมงคลโบราณ แม้จะมีคราบดินเกาะกรัง ทว่าเนื้อหยกกลับเนียนละเอียด ส่องประกายละมุนตา สัญชาตญาณบอดี้การ์ดที่เคยคุ้มครองมหาเศรษฐีผู้สะสมของเก่าระดับโลกบอกนางทันทีว่า ของชิ้นนี้เป็นของแท้และมีอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปี!“ของสิ่งนี้แหละที่จะเปลี่ยนเป็นเงิน
Read more
บทที่ 6 บอกลาสกุลลู่
ในอดีตนั้น ‘หลินจิ่น’ เป็นเพียงคุณหนูผู้ปราศจากพรสวรรค์ทางด้านการบำเพ็ญเพียร ทั้งยังมีร่างกายอ่อนแอและขี้โรคที่สุดในตระกูล มิหนำซ้ำนางยังโง่เขลาเบาปัญญาจนหาได้มีผู้ใดเทียบเทียมอี้หลินตระหนักดีว่านางจะต้องกระทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความรอบคอบ หลังจากที่นางได้ครอบครองเงินตำลึงก้อนใหญ่จนก้าวแรกมั่นคงพอจะออกไปเผชิญโลกกว้างด้วยลำแข้งของตนเองแล้ว นางคิดว่าก่อนจากไป คงต้องไปพบบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นบิดาของเจ้าของร่างนี้เสียหน่อยภายในจวนสกุลลู่ที่กว้างขวางโอ่อ่าสมฐานะขุนนางใหญ่ หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสลับลายมังกรคาบแก้วหรูหรา ทางเดินหินอ่อนทอดยาวผ่านสวนที่ตกแต่งด้วยหินแปลกตาและสระบัวขนาดใหญ่ สะท้อนถึงความมั่งคั่งและบารมีอันล้นพ้นของเจ้าของจวนอี้หลินมุ่งหน้าตรงไปยังโถงใหญ่ด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย แผ่นหลังเหยียดตรงราวบุรุษ มิใช่สตรีผู้อ่อนแออย่างหลินจิ่นเมื่อก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้าไป สายตาคมกริบก็ปะทะเข้ากับร่างของ ‘ลู่เจิ้นหัว’ เสนาบดีกรมคลังผู้เป็นบิดา ทันทีที่ชายวัยกลางคนในชุดขุนนางเต็มยศหันมาเห็นบุตรสาวที่ควรจะถูกกักบริเวณอยู่ท้ายจวน ใบหน้าของบิดาพลันมืดครึ้มลงด้วยโทสะ ตบโต๊ะไม้เนื้อดีดังส
Read more
6-2
เสนาบดีลู่ตกอยู่ในสภาวะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขายังหวนคิดขึ้นมาว่า ถ้าหากบุตรสาวของเขาได้ด่วนจากโลกนี้ไปจริง ๆ ก็เท่ากับว่าจะไม่มีใครมาคอยเข้าหาออดอ้อนบิดาเช่นเขาอีกแล้ว...ตัวเขานั้นมีบุตรสาวอยู่เพียงสี่คนเท่านั้น เขามีบุตรชายถึงสามคนและบุตรสาวหนึ่งคนกับฮูหยินใหญ่ ส่วนอนุอีกคนหนึ่งก็มีบุตรสาวฝาแฝดอีกสองคน มีเพียงหลินจิ่น บุตรอนุรองผู้เดียวที่มักจะวิ่งเข้ามากอดแขนบิดา พูดจาออดอ้อนอ่อนหวาน ผิดจากบุตรสาวคนอื่น ๆ ที่ต่อให้อยากจะทำเช่นนั้นบ้าง ก็ล้วนแฝงไปด้วยจริตมารยาอย่างสตรีที่เติบโตไปตามวัย“หยุดนางไว้! อย่าปล่อยให้สองคนนี้ก้าวเท้าออกจากจวนเด็ดขาด!” เสนาบดีลู่ที่เพิ่งได้สติรีบตวาดสั่งการเสียงลั่นด้วยความขวัญเสียผสมโทสะองครักษ์ประจำจวนเสนาบดีกรมคลังกลุ่มหนึ่งก็ปราดเข้ามาขวางทาง ทว่าอี้หลินกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่เศษเสี้ยว นางเบี่ยงกายหลบฝ่ามือที่พุ่งเข้ามาอย่างว่องไว ก่อนจะถีบตัวเตะสกัดขาจนองครักษ์คนแรกเสียหลักพออีกสามคนนั้นพุ่งตัวเข้ามา นางตวัดมองไปทางทหารยามผู้หนึ่งที่ถืออาวุธอยู่ พลันกระโจนกายเข้าไปประชิดแล้วใช้วิชาหักข้อมือแย่งชิงหอกด้ามยาวมาไว้ในมือตนเองนางควงหอกในมือหนึ่งรอ
Read more
บทที่ 7 ความเศร้าเสียใจของบิดาและบัณฑิตชั่ว
เมื่อตระหนักได้ว่าบุตรสาวแสนดีได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ... บิดาก็ไม่ยอมรั้งรออยู่อย่างเฉยชาอีกต่อไป เขาตัดสินใจมุ่งหน้าไปเจรจาคาดคั้นเอากับบัณฑิตสกุลฝูถึงที่ พร้อมกับหอบหิ้วเอาเหล่าองครักษ์ประจำจวนที่ตกอยู่ในสภาพสะบักสะบอม ทั้งกระดูกหัก เนื้อตัวฟกช้ำไปยืนยันเป็นหลักฐานหาได้มีผู้ใดล่วงรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้... ล้วนเป็นไปตามแผนการที่วางเอาไว้ตั้งแต่ต้นของอี้หลิน!นางตั้งใจเปลี่ยนนามใหม่ ก็เพื่อจะอวดอ้างตนเป็นเทพสงครามจากขุมนรก ทั้งยังจงใจสำแดงเดชทิ้งร่องรอยความย่อยยับไว้ในจวนเสนาบดีกรมคลัง บีบคั้นให้ผู้เป็นบิดาเกิดความขวัญผวาและโศกเศร้าจนต้องลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวการปั่นหัวด้วยเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาติพวกนี้ นับว่ามิใช่เรื่องยากเย็นอันใดเลยสำหรับคนในยุคโบราณที่ยังคงมีความงมงาย เชื่อเรื่องภูตผีเทพเซียนอยู่เต็มหัวใจ“ไอ้คนแซ่ฝู! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงทำกับแก้วตาดวงใจของข้าเช่นนี้!”เสนาบดีใหญ่ระเบิดโทสะเสียงกึกก้อง หลังถีบประตูเรือนบัณฑิตจนพังยับ ตรงเข้าไปชี้หน้าด่าทอชิงอวิ๋นด้วยความโกรธแค้นแสนสาหัสจนเส้นเลือดบนขมับปูดโปนลเจิ้นหัวไม่เปิดโอกาสให้บุรุษเบื้องหน้าได้อ้าปากแม้เพียงครึ่งคำ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status