LOGINฉันก้มหน้าร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ พร้อมกับยกแขนโอบกอดตัวเองไว้แน่น จนมาหยุดยืนอยู่ที่สะพานริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง สายตาทอดมองไปตามลำน้ำที่แสนกว้างใหญ่และไหลเชี่ยวด้วยหัวใจที่แหลกสลาย
“ฉันอ้วนแล้วมันยังไง ฮึก ฉันมันขี้เหร่แล้วมันยังไง!! คิดว่าพวกแกสองคนหน้าตาดีมากขนาดนั้นเลยใช่ไหม ถึงได้มาบู้บี้ฉันแบบนี้ นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว ฮึก ฮึก ไอ้พวกทรยศ ฮือ...”
ฉันพรั่งพรูคำพูดออกมา ราวกับอัดอั้นและเจ็บแค้น อยู่ภายในใจพร้อมกับทรุดตัวนั่งคุกเข่าลงที่พื้น แล้วร้องไห้โฮออกมาอีกครั้ง
“ถ้าฉันตายแล้วเกิดใหม่ ฉันต้องเจอผู้ชายที่หล่อกว่าพี่ ดีกว่าพี่และฉันจะไม่มีวันกลับไปรักผู้ชายแบบพี่ได้อีก ไอ้ปกป้องผู้ชายสารเลว” ฉันพูดขึ้นอย่างเจ็บใจและเจ็บแค้นจนฉันแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อ ความคิดไม่ดีก็แวบเข้ามาในหัว ทำให้ฉันลุกขึ้นยืนแล้วจ้องมองไปยังแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกรากอย่างคนชั่งใจ ก่อนจะได้ยินเสียงของคนแก่เอ่ยดังขึ้นมาเบาๆจากทางด้านข้างของฉัน
“แม่หนู ทำไมถึงได้มายืนร้องไห้อยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ”
ฉันรีบหันไปมองตามเสียงก็เห็นคุณตาที่ค่อนข้างมีอายุอยู่พอสมควร ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มและท่าทางใจดี สวมใส่เสื้อคอจีนและกางเกงผ้าแพรสีแดงซีดๆในมือข้างหนึ่งถือถุงพลาสติกที่มีขวดน้ำอยู่ด้านในจำนวนหนึ่งกำลังยืนอยู่ข้างๆฉัน
ก่อนที่ฉันจะรีบยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาของตัวเองที่ไหลอาบแก้มอย่างลวกๆ พร้อมกับเอ่ยตอบกลับคุณตาในทันที
“หนูแค่มายืนรับลมเพราะรู้สึกเหนื่อยเฉยๆค่ะ ว่าแต่คุณตามาทำอะไรแถวนี้เหรอคะ”
“ตาก็เดินมาเก็บขวดแถวนี้เพื่อจะเอาไปขายน่ะ”
“เหรอคะ งั้นคุณตารับนี่ไว้นะคะ”ฉันพูดขึ้นแล้วทำท่าครุ่นคิดอยู่แป๊บเดียว ก็ยกมือล้วงกระเป๋าตังของตัวเองที่มีเงินสดจำนวนหนึ่งยื่นส่งให้กับคุณตาทั้งหมดทันที
“แม่หนูให้เงินตาทำไม?? “
“เงินของหนูจำนวนนี้อาจจะทำให้คุณตาอิ่มได้หลายมื้อและไม่ต้องเดินออกมาหาของไปขายในตอนดึกๆแบบนี้อีกและเอาอันนี้ของหนูไปด้วยเลย” ฉันพูดอย่างนึกสงสารคุณตาก่อนจะถอดเสื้อข้อมือและแหวนเพชรยื่นส่งให้กับคุณตาอีกครั้ง
“แล้วแม่หนูไม่เก็บไว้ล่ะ เอามาให้ตาทำไม”
“หลังจากนี้หนูคงไม่ได้ใช้แล้วคุณตารับไปเถอะนะคะ” ฉันพูดตอบด้วยรอยยิ้มเพราะฉันตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว
“งั้นตาก็มีของชิ้นหนึ่งจะให้หนูเป็นของตอบแทนที่หนูใจดีกับตา เพราะตาก็คงไม่ได้ใช้แล้วเหมือนกัน”
เมื่อคุณตาพูดจบก็ล้วงหยิบของบางอย่างในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบถุงผ้าสีแดงยื่นส่งมาให้กับฉันด้วยรอยยิ้มใจดี
“แม่หนูรับไปสิ”
“มันคืออะไรเหรอคะ” ฉันพูดถามขึ้นด้วยความสงสัยพร้อมกับรับถุงผ้าสีแดงเก่าๆอย่างไม่ลังเลเพราะคิดว่าของด้านในคงไม่ใช่ของมีค่าอะไร
“ของนำโชคของตาเอง หนูใส่ติดตัวไว้สิ แล้วต่อจากนี้ตาก็ขอให้หนูโชคดีมีชีวิตยืนยาวพบเจอคนที่รักหนูด้วยใจจริง ขอบใจสำหรับเงินและของมีค่าของแม่หนูมากและหากเราทั้งสองมีโชคชะตาดวงสมพงษ์กัน สักวันเราคงจะได้พบกันอีกครั้งนะ แม่หนูหลินหลิน”
“ของนำโชคงั้นเหรอ เอ๊ะ!! หลินหลิน คุณตา คุณตา!!อ้าวหายไปไหนของเขาเร็วชะมัด แล้วรู้จักชื่อฉันได้ยังไงกันนะ”
ฉันก้มมองถุงผ้าในมืออย่างนึกสงสัย ก่อนจะต้องชะงักและเงยหน้าขึ้นมาด้วยความแปลกใจที่เมื่อกี้นี้ฉันได้ยินคุณตาพูดชื่อของฉันแต่ก็ไม่เห็นคุณตายืนอยู่ข้างๆ ฉันอีกแล้ว
ฉันบ่นพึมพำขึ้นมาตามประสา พร้อมแกะถุงผ้าและเปิดออกเพื่อดูของข้างใน ก็พบว่าเป็นกำไลหยกที่มีสีสันแปลกตาสวยงาม ก่อนจะเอามาลองสวมใส่ที่ข้อมือของฉันทันที
“หืม...ใส่พอดีข้อมือเลยอ่ะ สวยจัง เอาวะหลินหลิน แกได้ของขวัญนำโชคมาแล้ว ก็แค่ผู้ชายเฮงซวยกับเพื่อนทรยศไร้ค่าอย่าไปสนใจพวกมันอีกเลยแกยังมีครอบครัวที่รอแกอยู่ แถมยังมีเงินในบัญชีตั้งมากมาย
ชิ ว่าฉันไม่สวย ฉันจะบินไปเกาหลี แล้วก็ทำหน้า ให้มันสวยฉ่ำมงไปเลยคอยดู” ฉันพูดให้กำลังใจตัวเองและจ้องมองไปยังกำไลหยกบนข้อมืออย่างอารมณ์ดี แม้จะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างที่กำไลหยกชิ้นนี้ไม่น่าจะยัดใส่ที่ข้อมือป้อม ๆ ของตัวเองได้
ก่อนจะถอนหายใจออกมา แล้วหมุนตัวเพื่อจะเดินออกห่างจากราวสะพานแต่ไม่ทันจะก้าวเดิน ฉันก็เผลอเหยียบขวดเหล้าจากที่ไหนก็ไม่รู้ จนลื่นล้มหงายท้องตกขอบสะพานแล้วตัวฉันก็พุ่งตกลงไปในแม่น้ำที่แสนเชี่ยวกรากอย่างรวดเร็ว
ตู้ม...!!
“กรี๊ด! ฉันแค่พูดล้อเล่น ฉันยังไม่อยากตายสักหน่อย!!”
ฉันกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อตัวพุ่งตกลงในแม่น้ำและด้วยแรงกระแทกอย่างแรง ทำให้ฉันจุกอก จนไม่สามารถจะขยับแขนขาช่วยตัวเองให้แหวกว่ายขึ้น มาพ้นผิวน้ำได้เลยฉันตะเกียกตะกายอยู่ได้ไม่นานพลันทุกอย่างก็มืดสนิทลงรวมทั้งสติของฉันก็วูบดับไปในทันที
@โรงพยาบาลฉันค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกมึนงงและสับสนไปหมด ก่อนจะปรับจูนสายตาของตัวเองเพ่งมองไปยังรอบๆ ห้องพักคนไข้อย่างช้าๆ ก็ทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่า “ฉันยังไม่ตาย”ฉันจึงขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง ก่อนจะต้องแปลกใจเมื่อเห็นคุณตาแก่ที่เคยให้กำไลหยกกับฉันกำลังเดินเปิดประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมกับเอ่ยขึ้นมาในทันที “ตื่นแล้วเหรอ แม่หนูหลินหลิน” “คุณตามาที่นี่ได้ยังไงคะ” ฉันเอ่ยถามขึ้นและมองหน้าของคุณตาด้วยความแปลกใจ“ตาก็อยู่ที่นี่ตั้งนานแล้ว แม่หนูล่ะเป็นยังไงบ้างอยู่ที่นี่มีความสุขดีไหม”“ค่ะหนูมีความสุขมากที่ได้เจอคนที่เขารักหนูจริงๆและทำให้หนูอยากมีชีวิตอยู่ต่อ เอ๊ะ!! หรือว่าที่ผ่านมาเป็นเพราะคุณตาเหรอคะ ที่ทำให้วิญญาณของหนูถึงได้มาอยู่ที่นี่”ฉันพูดตอบ ก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาในทันที ว่าเป็นเพราะกำไลหยกนำโชคชิ้นนั้นของคุณตาที่ทำให้ฉันมาที่นี่หรือเปล่า แต่เมื่อก้มมองที่ตรงข้อมือ กำไลหยกก็หายไปแล้ว“เป็นเพราะแม่หนูต่างหากที่เลือกชะตาชีวิตของตัวเอง ส่วนกำไลหยกนำโชคที่ตาเคยให้ไป ตาขอคืนก็แล้วกันนะ จากนี้ตาก็ขอให้หนูมีความสุข ได้เจอกับคนที่รักและมีลูก มีหลานสืบทอดสกุลเยอะๆเลยนะ
#สะพานชิงชิงฉันขับรถเข้ามายังใต้สะพานชิงชิงที่แสนคุ้นตาเพราะมันคล้ายกับสะพานที่ฉันเคยตกลงไปก่อนที่จะข้ามมายังโลกคู่ขนานแห่งนี้ ฉันเปิดประตูก้าวลงจากรถ และเดินขึ้นมาบนสะพานริมแม่น้ำตามเวลานัดหมายในกระดาษโน้ตแล้วยืนรอได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงและใบหน้าที่แสนคุ้นเคยของเหมยลี่เอ่ยดังขึ้นมา “ยังคงเป็นคนตรงต่อเวลา เหมือนเดิมเลยนะ หลินหลิน”เหมยลี่ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและก้าวเดินเข้าไปหาหลินหลิน ด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง โดยที่ด้านหลังของเธอมีชายฉกรรจ์สองคนที่เธอจ้างมาเพื่อจัดการผู้หญิงตรงหน้าโดยเฉพาะ“เธอเป็นคนนัดฉันมาที่นี่เองเหรอ เหมยลี่ อ้อไม่สิฉันต้องเรียกเธอว่า ลินดา ถึงจะถูกสินะ”ฉันพูดขึ้นและจ้องมองในแววตาวูบไหวของคนตรงหน้าอย่างไม่ได้นึกหวาดกลัวอะไร ก่อนที่ฉันจะเห็นรอยยิ้มเยาะและเสียงหวานที่เอ่ยตอบกลับราวกับชอบใจ“ยังคงฉลาดเฉลียว สมกับเป็นเธอจริงๆเลย หลินหลิน”“เธอมาที่นี่ได้ยังไง” ฉันพูดถามและเข้าเรื่องในทันที“แกลองกลับไปถามพ่อของแกดูสิว่า ฆ่าฉันกับพี่ปกป้องยังไง” เหมยลี่พูดตอบด้วยแววตาเต็มไปความหวาดกลัวเล็กน้อยเมื่อถึงภาพเหตุการณ์ที่เธอและพี่ปกป้องถูกลูกน้องของพ่อหลินหลิน จับมัดแ
#วันต่อมา“คุณเฟยหลงครับ นายหญิงมาหาครับ” อี้หยางเปิดประตูห้องทำงานของนายพร้อมกับเชิญให้นายหญิงของเขาเดินเข้าไปด้านในทันที“หลิน มารบกวนเวลางานของเฮียเฟยหรือเปล่าคะ”ฉันเอ่ยถามขึ้น พร้อมกับก้าวเดินเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของเฟยหลง ที่วันนี้ฉันแอบมาหาอย่างไม่บอกล่วงหน้าโดยที่ฉันก็หอบหิ้วอาหารกลางวันมาฝากให้กับพนักงานของเฟยหลงทั้งหมดเช่นกันฟอด!“ดีใจจัง หลินหลินของเฮียมาหาถึงที่ทำงาน”เฟยหลง รีบลุกขึ้นมาพร้อมกับเข้าสวมกอด และก้มหอมหัวเล็กๆของเด็กดื้อในทันที“ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะคะ เมื่อเช้าหลินบอกเฮียให้ช่วยปลุกหลินด้วย แต่เฮียก็ปล่อยให้หลินนอนอืดอยู่บ้านและก็หนีมาทำงานซะก่อน” ฉันพูดขึ้นอย่างงอแง พร้อมกับยกมือโอบรัดเอวหนา กอดตอบเฮียเฟยหลงไว้อย่างหลวมๆ“เมื่อคืน กว่าหลินของเฮียจะได้นอนก็เกือบเช้าแล้ว ใครจะคิดล่ะว่าเด็กดื้อของเฮีย จะอึดและสู้มือเฮียขนาดนี้”เฟยหลงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่เด็กดื้อของเขา ด้วยแววตาเป็นประกาย เพราะหลังกลับมาจากงานเปิดตัวรถยนต์และงานเลี้ยงเมื่อคืน เขาก็อดใจไม่ไหวที่จะจับหลินหลินของเขากินจนเกือบเช้า“เพราะเฮียขี้หื่นต่างหากล่ะ วันนี้หลินตั้งใจทำอาหารกลา
“หลินหลิน”หยางจือ เอ่ยเรียกเพื่อนรักของเธอที่กำลังยืนพูดคุยอยู่กับเหมยลี่ราวกับมีเรื่องทำให้เธอรีบก้าวเดินเข้ามาหาเพื่อนรักของเธออย่างรวดเร็ว“หยางจือ” ฉันหันกลับไปมอง ก็พบว่าเป็นเพื่อนของฉัน กำลังเดินตรงเข้ามาหาฉันในทันที“แกมาถึงนานแล้วเหรอ แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้คนเดียวที่รักสุดหล่อของแกอยู่ไหนอ่ะ” หยางจือเอ่ยขึ้นโดยที่เลือกเมินใส่เหมยลี่ที่กำลังส่งยิ้มให้กับเธออย่างเป็นมิตรจนต้องหุบยิ้มลงในทันที“ฉันหิว เลยแวะมาหาอะไรกิน ส่วนเฮียเฟยกำลังคุยเรื่องงานอยู่ด้านนู้นน่ะ” ฉันพูดต่อพร้อมกับชูจานที่มีขนมและอาหารจนเกือบล้นจาน ให้กับหยางจือดูด้วยรอยยิ้มเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะได้ยินเสียงของเหมยลี่เอ่ยทักทายเพื่อนรักของฉันดังขึ้นมา“สวัสดีหยางจือ ไม่เจอกันนานเลยนะ”เหมยลี่ ทำใจพูดทักทายเจ้าของงานด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะต้องหน้าเปลี่ยนสีขึ้นมาและหุบยิ้มลงเมื่อได้ยินประโยคของคนที่ทักทายเอ่ยตอบกลับมา“ไม่เจอก็ดีแล้วล่ะ เพราะว่าฉันกลัวจะมีเรื่องกับคนนิสัยไม่ดีที่ชอบขโมยหรือแย่งของคนอื่นแบบเธอ”“หยางจือ!!”“ทำไม ถ้าเธอไม่พอใจเจ้าของงานอย่างฉัน ก็เชิญออกไปได้เลย เพราะเท่าที่ฉันจำไ
#สัปดาห์ต่อมา“นายหญิง แต่งตัวเสร็จหรือยังขึ้นไปตามให้ฉันหน่อย” เฟยหลง เอ่ยขึ้นกับสาวใช้ในบ้าน เมื่อเขายกนาฬิกาขึ้นมาดูเวลา ว่าใกล้จะถึงฤกษ์การเปิดงานโชว์รูมรถยนต์ที่หลินหลินมาขอให้เขาไปเป็นประธานเปิดงานให้กับเพื่อนสนิทของเธอ ก่อนจะได้ยินเสียงใสๆเอ่ยตะโกนดังขึ้นมาทำให้เขาเงยหน้าขึ้นไปมองในทันที“เสร็จแล้วค่ะ เร่งกันอยู่ได้” ฉันบ่นอุบอิบตามประสา พร้อมกับค่อยๆก้าวเดินลงบันไดอย่างทุลักทุเลกับชุดราตรียาว ที่ฉันสวมใส่จนมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเฟยหลง เฟยหลง ที่ยืนตะลึงเมื่อถูกความสวยของเด็กดื้อสะกดสายตาเขาจนแทบลืมหายใจ กับชุดราตรียาวสีเขียวมรกตประดับด้วยคริสตัล ที่ขับผิวของเธอให้ขาวผ่องราวกับเทพธิดา ก่อนจะพูดพึมพำคล้ายคนละเมอ ออกมาเบาๆ“หลินหลินของเฮียสวยมาก” “ขอบคุณค่ะ เฮียเฟย เราไปกันได้หรือยังคะหลินพร้อมแล้วนะ” ฉันพูดขึ้น ด้วยรอยยิ้มกว้างและกำลังจะเดินตรงไปยังหน้าบ้าน แต่ถูกวงแขนแกร่งของเฟยหลง โอบกอดฉันไว้จากทางด้านหลัง“เฮียเปลี่ยนใจไม่ไปงานเพื่อนของหลินหลินแล้วได้ไหม”เฟยหลงเอ่ยถามและจับหมุนตัวของหลินหลิน ให้หันหน้ามาทางเขา“ทำไมล่ะคะ เฮียคือคนสำคัญของงานเลยนะ จะไม่ไปได้ยังไง”ฉันพ
#หนึ่งอาทิตย์ต่อมา“สรุปคือแกต้องการให้ฉันบอกทุกคน ที่มาถามข้อมูลเรื่องวันนั้น ว่าแกมาปรึกษาเรื่องทำร้านขนมกับฉัน” ซูเซียว เพื่อนสนิทของเหมยลี่เอ่ยถามขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกใจหลังจากที่เพื่อนของเธอโทรนัดออกมาทานข้าวกลางวันด้วยกันแค่เพียงสองคน“ก็ใช่นะสิ ตอนนี้ฉันรู้สึกว่า คุณพ่อเหมือนกำลังให้คนติดตามฉันอยู่ และฉันก็รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ” เหมยลี่ พูดตอบด้วยใบหน้าและท่าทางเต็มไปด้วยความกังวล ก่อนจะได้ยินซูเซียวถามเธอถึงเหตุการณ์วันนั้นด้วยความอยากรู้“แล้วจริงๆ เรื่องวันนั้นแก คงไม่ได้ตั้งใจทำให้หลินหลินตกลงไปในแม่น้ำใช่ไหมเหมยลี่”“ฉันดูเป็นคนใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ” เหมยลี่ พูดเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถาม และเอ่ยถามเพื่อนของเธอด้วยใบหน้าและท่าทางเต็มไปด้วยความตัดพ้อ“ก็ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย แค่ฉันเห็นว่า ช่วงนี้แกดูเปลี่ยนไปมากก็เท่านั้นเอง” ซูเซียว พูดตอบตามความรู้สึกของเธอแต่ก็คิดในใจว่าเหมยลี่คงจะมีเรื่องเครียดที่ไม่อาจบอกใครแม้แต่ตัวเธอก็ตาม“แกก็รู้ว่านังหลินหลิน มันแย่งผู้ชายของฉันไป ฉันก็แค่จะทวงคืนทุกอย่างที่เป็นของฉันคืนก็เท่านั้น”เหมยลี่พูดพร้อมกับแววตาและสีหน้าที่ดูเปลี่ยนไปเมื่







