Masukถังชุนเป้ยได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มมีสีหน้าไม่ค่อยดี เนื่องจากตอนนี้สายตาชาวบ้านทุกคนทุกคู่มองมาที่เธอเพื่อขอคำตอบ แต่ถ้าปฏิเสธว่าไม่เคยเอาอะไรมาจากหร่วนเจินฮ่าวเลย เธอก็จะกลายเป็นสตรีร้ายกาจแทนน่ะสิ เนื่องจากใครหลายคนก็เห็นว่าเขามักจะปกป้องเธอเสมอ และยังซื้อของมาให้เป็นประจำอยู่แล้ว
“เอ่อ...ฉันไม่มีเงินหรอกนะ พี่ก็รู้ว่าบ้านฉันเป็นอย่างไร หรือพี่จะให้ฉันเอาของที่พี่ซื้อให้ไปขายล่ะ”
เธอแสร้งบีบน้ำตาให้เห็น และยังทำตัวน่าสงสารเหมือนเดิม ซึ่งเรื่องนี้คนในหมู่บ้านรู้ว่าบ้านถังนั้นหากใครทำงานหรือหาเงินได้ทุกอย่างต้องส่งเข้ากองกลางทั้งหมด
“ถ้าอย่างนั้นเธอเอาเสื้อผ้าที่ฉันซื้อให้ไปขาย แล้วเอาเงินมารวบรวมคืนหลี่เหมยก่อน เพราะไม่อย่างนั้นฉันต้องเดือดร้อนแน่”
เขายังคงกดดันให้เธอช่วย ซึ่งสายตาก็มองเห็นภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านมองอยู่ ทว่าอีกฝ่ายกลับสงบนิ่งมาก
ถังชุนเป้ยหันมาทางหลี่เหมยแล้วแสร้งบีบน้ำตาเรียกความสงสาร “หลี่เหมย เราสองคนเป็นสหายกันมานาน เธออย่าเพิ่งทวงเงินพี่เจินฮ่าวได้ไหม หากเธอทำได้ ฉันสัญญาว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับเขา”
“เธออย่าทำอย่างนั้นเลย ฉันไม่ได้ต้องการผู้ชายคนนี้อีกแล้ว ในเมื่อทั้งสองคนใจตรงกันทำไมไม่คบหาแบบเปิดเผยไปเลยล่ะ จะมาแสร้งเล่นละครทำไม แล้วเธอเป็นเพียงคนรู้จัก ทำไมฉันต้องทำตามที่เธอขอด้วย” หลี่เหมยตอบอย่างเย็นชา
“ส่วนคุณ ฉันไม่สนใจหรอกว่าคุณจะเอาเงินของฉันไปทำอะไร ในเมื่อตอนนี้ฉันต้องการเงินคืน คุณก็ต้องคืน ตอนยืมบอกยืมไม่นาน แต่นี่มันยาวนานมากแล้ว และถ้ามัวมาถียงกันอย่างนี้
แล้วเรื่องจะจบตอนไหน” หญิงสาวเริ่มเสียงดังขึ้น“นั่นสิ เรื่องนี้ควรจบ นายก็คืนเงินเธอไปสิ มีเท่าไรก็คืนไปก่อน ส่วนที่เหลือก็เจรจาขอทำสัญญาว่าจะคืนอย่างไร”
สหายร่วมห้องคนหนึ่งพูดเสียงดัง เขาคิดว่ายื้อเวลาไปก็เท่านั้น เพราะตอนนี้สิ่งที่หลี่เหมยต้องการคือเงินและตั๋วอาหาร ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอไม่ได้สนใจหร่วนเจินฮ่าวอีกแล้ว
ไม่อย่างนั้นเธอจะสร้างเรื่องใหญ่โตไปทำไม!
“เรื่องนี้ฉันเห็นด้วย ฉันคิดว่าเธอควรจะเจรจาว่าจะจ่ายอย่างไร แล้ววันนี้มีให้เท่าไร เป็นลูกผู้ชายเสียเปล่าอย่าทำเรื่องที่แย่กว่านี้เลย” ป้าจางก้าวขึ้นมาแล้วพูดอย่างเหลืออด ไม่ใช่เพราะเธอสนิทกับบ้านรองหลี่ถึงได้ออกหน้าพูด แต่เพราะว่าถ้าคนอื่นเธอก็จะทำแบบนี้เหมือนกัน
“จะเอายังไง ฉันเชื่อว่าคุณมีเงินประมาณสี่ร้อยหยวน และอีกสองร้อยห้าสิบหยวนจะทำสัญญาหรือว่าจะไปคุยกับเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อให้จัดการเรื่องนี้ ส่วนตั๋ว มีเท่าไรก็คืนมาแล้วที่เหลือทำสัญญาเหมือนกัน และแป้งอีกสิบห้าชั่ง ข้าวสารห้าชั่ง...”
หลี่เหมยร่ายยาวถึงสินค้าที่อีกฝ่ายยืมของเธอไป
ยิ่งได้ยินทุกคนยิ่งตาโต ไม่อยากจะเชื่อว่าหร่วนเจินฮ่าวจะทำแบบนั้น แต่เมื่อหลักฐานพร้อมจะไม่เชื่อก็ไม่ได้
“ก็ได้ ฉันจะคืนเงินและตั๋วให้จำนวนหนึ่ง ที่เหลือขอทำสัญญาผ่อนจ่าย ฉันจะคืนทุกอย่างให้ภายในหนึ่งปี” เขาพูดออกมาอย่างชัดเจน นี่จึงทำให้ทุกคนพยักหน้าอย่างพอใจรวมถึงหลี่เหมย
หลี่กวงมองหน้าลูกสาวว่าเธอพอใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายเสนอมาหรือไม่ เมื่อเห็นว่าเธอหันมาสบตาและพยักหน้าเล็กน้อยเลยพูดขึ้นมาว่า “ฉันจะทำสัญญาเอง เพราะอาเหมยเป็นหญิงสาวที่ยังไม่แต่งงาน ดังนั้นไม่ควรที่จะพบปะกับคนต่างเพศบ่อยครั้ง และหากเมื่อไรนายผิดนัด ฉันซึ่งเป็นพ่อของอาเหมยจะจัดการเรื่องนี้เอง”
“ครับ” ชายหนุ่มทำเพียงตอบกลับมาเท่านั้น ก่อนจะเดินไปเอาเงินมาโดยมีชาวบ้านบางส่วนตามไปด้วย
ดังนั้นหลี่กวงจึงให้ภรรยาไปที่สำนักงานของกองพลน้อยเพื่อให้เจ้าหน้าที่ร่างสัญญาให้กู้ยืมให้
หร่วนเจินฮ่าวกลับมาพร้อมเงินสี่ร้อยหยวนและตั๋วอาหารจำนวนหนึ่ง การทำสัญญาจึงเกิดขึ้นโดยมีชาวบ้านเป็นพยาน รวมถึงมีหลายคนลงชื่อเป็นพยานด้วยเช่นกัน
หลี่เหมยยิ้มอย่างยินดี อย่างน้อยเธอก็ได้เงินคืนมาสี่ร้อยหยวน และหากอีกฝ่ายไม่มายุ่งกับเธอ เธอก็จะไม่ทำอะไร แต่ถ้าเขายังมากวนประสาทและหาเรื่องไม่หยุดหย่อน ก็อย่ามาว่าเธอร้ายก็แล้วกัน
“หลี่เหมย เธอทำแบบนี้ได้ยังไง เธอไม่เห็นฉันเป็นสหายแล้วเหรอ” ตอนนี้ชาวบ้านมองเธอเปลี่ยนไปแล้ว ถังชุนเป้ยจึงไม่อาจทำตัวเหมือนเดิมได้อีก
“เราแค่คนรู้จักกันผิวเผิน ต่อจากนี้ไปหากไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือว่าใครตายก็อย่าทักทายหรือพูดคุยกันอีกเลย และถ้าฉันรู้ว่าเธอกล้านินทาและใส่ร้ายฉันลับหลังอีก ฉันจะเอาคืนในแบบของฉัน แล้วจะมาว่าหลี่เหมยคนนี้ร้ายไม่ได้นะ”
จากนั้นเสียงวิ่งตึงตังก็ดังขึ้น ทำให้หลี่เหมยอดไม่ได้ที่จะทุบลงที่ไหล่หนาของสามี“พี่อี้ข่าย พี่พูดอะไรน่ะ แบบนี้ฉันจะมีหน้าลงไปพบคนอื่นได้ยังไง สองคนนั้นยิ่งช่างพูดอยู่ด้วย” หลี่เหมยพูดกับสามีอย่างเขินอาย“อายทำไมครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาของสามีภรรยาที่รักกันมาก ๆ อย่างเรา แล้วสองคนนั้นก็อยากได้น้องสาวมาก”หยางอี้ข่ายพูดขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ไม่รู้ล่ะ พี่รีบทำเถอะ ฉันไม่ไหวแล้วนะคะ พี่จับฉันพลิกคว่ำพลิกหงายมาตั้งแต่เช้ามืด จนตอนนี้ตะวันส่องตูดแล้วนะ”หญิงสาวพูดอย่างงอแง ก่อนจะใช้มือตบที่ตูดของสามีอย่างหยอกล้อ“จัดไปครับที่รัก” พูดจบหยางอี้ข่ายก็หยัดกายขึ้นมา เขาจับเอวบางไว้ แล้วเริ่มกระแทกแก่นกายใส่ร่างเธออีกครั้ง เริ่มจากช้าๆ แล้วเร็วขึ้น แรงขึ้น จนสองเต้าตรงกลางอกขึ้นกระเพื่อมขึ้นลงตับ ๆ ตับ ๆ ตับ ๆหยางอี้ข่ายอัดใส่อย่างหนักหน่วงรุนแรง เพราะรู้ว่ามีเวลาน้อย ส่วนหลี่เหมยก็นอนส่ายหน้าไปมาอย่างเสียวซ่าน มือเรียวของเธอยกขึ้นมาจับแขนแกร่งไว้ทั้งสองสบสายตากัน และยิ้มให้กันด้วยความรัก ไม่นานก็ครางออกมาด้วยความเสร็จสม“โอ้ววววว มันดีจริง ๆ พี่ไม่ไหวแล้ว” หยางอี้ข่ายแหงนหน้าขึ้น
ตอนพิเศษ 2 คุณพ่อจอมหื่น5 ปีผ่านไปตอนนี้สถานการณ์ครอบครัวของหลี่เหมยก็เข้าที่เข้าทางแล้ว ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น และตอนนี้ลูกฝาแฝดของเธออย่างหยางกวนโม่กับหยางเสี่ยวเหมยก็อายุครบห้าขวบในวันนี้ ดังนั้นวันนี้ที่บ้านตระกูลหยางจึงครึกครื้นมากเป็นพิเศษ เพราะสมาชิกทั้งสองครอบครัวลงไปจัดเตรียมสถานที่ตั้งแต่เช้ามืด แขกที่มาก็จะเป็นทั้งญาติพี่น้อง และคู่ค้าที่มีสัมพันธ์อันดีแต่ในห้องนอนของหยางอี้ข่ายนั้นมีแสงส่องผ่านผ้าม่านสีฟ้าอ่อนเข้ามาเล็กน้อย และในห้องนั้นก็กำลังร้อนระอุกับบทรักยามเช้าที่สามีกำลังมอบให้ภรรยา“อา....เสียวมากครับอาเหมย ไม่ว่ากี่ปีผ่านไปน้องก็ทำให้มีความสุขทุกครั้ง” หยางอี้ข่ายถึงกับแหงนหน้าครางออกมาอย่างสุขสมฮึก...ฉันก็เสียวและมีความสุขค่ะ แต่พี่ต้องทำเวลาหน่อยนะ ตอนนี้ทุกคนตื่นแล้ว ซี๊ดดด!” หลี่เหมยที่ตอนนี้อยู่ในท่าคุกเข่าหันก้นให้สามีอัดกระแทกแก่นกายเข้าในร่องเสียว เธอครางด้วยความเสียวซ่าน เมื่อตอนนี้สะโพกหนากระแทกใส่เธอไม่ยั้งตับ ๆ ตับ ๆ ตับ ๆ“โอ้ววว พี่ก็พยายามอยู่ แต่พี่อยากมีความสุขกับอาเหมยนาน ๆ พี่รักอาเหมยที่สุด จุ๊บ!”ชายหนุ่มที่แหงนหน้าครางได้ยินอย่างนั้
ส่วนทางด้านหลี่เหมย เวลานี้รู้สึกหน่วงและเจ็บท้องเป็นระยะ จึงได้รีบบอกแม่ทั้งสองคน“แม่คะ ฉันคิดว่าฉันใกล้จะคลอดแล้ว”“ตายแล้ว งั้นเดี๋ยวแม่จะไปบอกคนขับรถ และเตรียมของไปโรงพยาบาลกันนะ” โม่ซือเจินบอกอย่างลนลานเหมือนกัน เพราะตกใจที่ลูกสะใภ้จะคลอด“หายใจเข้าลึก ๆ นะลูก พี่ซือเจินอยู่กับอาเหมยเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเอาของเด็กที่เตรียมไว้เอง” เฉินเมิ่งรุ่ยเห็นอาหารแม่สามีของลูกสาวเลยตัดสินใจจะไปเอาของ และบอกคนขับรถเองทว่าลูกชายและลูกเขยกลับมาพอดีเลยรีบบอก“อี้ข่ายไปอุ้มอาเหมยหน่อย ตอนนี้เจ็บท้องคลอดแล้ว ส่วนลูก รีบออกไปเตรียมรถจะได้พาน้องไปโรงพยาบาล” นับว่าเธอคือคนที่มีสติที่สุดแล้วทันทีที่ได้ยินว่าภรรยาสุดรักเจ็บท้องคลอด หยางอี้ข่ายทิ้งทุกอย่างรีบวิ่งไปที่ห้องโถงทันที ส่วนหลี่ซือหยวนก็รีบออกไปเตรียมรถเพื่อพาน้องสาวไปโรงพยาบาล “พี่มาแล้ว อาเหมยไม่ต้องกลัวนะ ใจเย็น ๆ นะครับ”เขาไม่เพียงแค่พูดแต่รีบคว้าร่างของภรรยาขึ้นมาอุ้ม พร้อมกับพาเธอเดินออกมา ยิ่งเมื่อเห็นท่าทีเจ็บปวดของเธอก็รู้สึกใจไม่ดี หากเขาเจ็บปวดเองได้ก็คงจะทำไปแล้ว“ค่ะพี่ พี่เองก็ไม่ต้องกังวลนะ นี่มันเป็นอาการที่ผู้หญิงทุกคนต้องเจ
ตอนพิเศษ 1 ไม่ชายตามองหญิงใดตั้งแต่ที่รู้ว่าหลี่เหมยตั้งท้อง นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนจนเกือบจะคลอดอยู่แล้ว ทว่าทุกคนกลับดูแลเธอไม่ต่างจากตอนท้องสองเดือน จนหญิงสาวต้องบ่นออกมาว่าเธอแค่ท้องไม่ได้ป่วยสักหน่อย แล้วคุณหมอก็บอกแล้วว่าท้องนี้ของเธอแข็งแรงดีแม้ว่าจะท้องแฝดก็ตาม “อาเหมยเป็นอย่างไรบ้าง พี่ไม่อยากไปทำงานเลย”หยางอี้ข่ายรีบบอก พร้อมกับมีสีหน้าออดอ้อนภรรยา จนโม่ซือเจินต้องเบะปากใส่ลูกชายที่เสแสร้งจนเกินหน้าเกินตา“ฉันก็เหมือนเดิม วันนี้พี่มีประชุมสำคัญของสมาคมการค้า พี่อย่ามางอแงเหมือนเด็กเลยนะ งานนี้สำคัญนะคะ”หญิงสาวอยากจะขำกับท่าทางของเขา แต่ก็ไม่อยากหักหน้าสามีต่อหน้าคนรับใช้หยางอี้ข่ายถอนหายใจ หากวันนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญเขาคงไม่ไปหรอก เพราะภรรยากำลังอยู่ในช่วงใกล้คลอด“ครับ ถ้าอย่างนั้นพี่ไปก่อนนะ เสร็จงานแล้วจะรีบกลับ”“พ่อถามหน่อยเถอะ คุณชายแห่งตระกูลหยางผู้เหี้ยมโหดไปไหนแล้ว ทำไมพ่อเห็นแค่แมวน้อยเท่านั้นล่ะ” นายท่านหยางอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อลูกชาย“โธ่ พ่อครับ ผมก็แค่คนที่รักลูกรักภรรยา งานก็ส่วนงานสิครับ หากมีคนมารังแก ผมก็พร้อมที่จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม”ชายหนุ่มไม่สนใจว่า
“ขอบคุณครับหมอ ผมขอบคุณมาก” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างยินดี ก่อนหน้านี้ว่าดีใจแล้ว แต่เมื่อได้ยินจากคุณหมอตรงหน้าก็ยิ่งดีใจมากกว่าเดิม จนตอนนี้มือสั่นไปหมดแล้วเมื่อทั้งคู่ออกมาจากห้องตรวจ หลี่ซือหยวนที่รออยู่ก็รีบลุกขึ้นมาทันที แล้วตรงเข้ามาถาม“สรุปท้องจริงไหม”หลี่เหมยพยักหน้าแล้วยิ้มให้ เพราะนี่คือคำตอบของเธอ“ไชโย ฉันจะมีหลานแล้ว”หลี่ซือหยวนโห่ร้องอย่างดีใจจนลืมไปว่าที่นี่คือโรงพยาบาล และเขาไม่ต้องรอให้ใครบอกรีบเดินไปที่รับยาก่อนใคร จากนั้นก็จ่ายเงินค่าตรวจและค่ายาด้วยตัวเองเมื่อทั้งสามคนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหยาง ทันทีที่นายท่านและคุณนายหยางรับรู้ว่าลูกสะใภ้ท้องแล้วก็ดีใจจนน้ำตาไหล ด้วยวัยที่โรยราลงเรื่อย ๆ ก็กลัวว่าจะตายก่อนที่จะได้อุ้มหลาน“เดี๋ยวผมขอตัวไปบอกข่าวดีพ่อกับแม่ก่อนนะครับ”หลี่ซือหยวนรีบขอตัวและตั้งใจจะไปรับพ่อกับแม่มาหาน้องสาว“อืมไปเถอะ วันนี้เราต้องเลี้ยงฉลองกัน ฉันอยากดื่มกับอากวงน่ะ”นายท่านรีบโบกมือให้ ตอนนี้เขาทั้งดีใจและตื่นเต้นที่ลูกสะใภ้ท้องแล้วหลี่เหมยมองบรรยากาศตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ไม่คิดว่าตัวเองจะกลายเป็นแม่คน ทั้งที่ชาติที่แล้วเธอยังไม่มีวี่แววว่าจะมีคนรักเล
บทส่งท้าย ครอบครัวสมบูรณ์ (จบ)หลังจากวันแต่งงานนี่ก็ผ่านมาเกือบสามเดือนแล้ว แต่ทว่าหยางอี้ข่ายยังคงคิดภรรยาเหมือนเดิม ทุกครั้งที่ออกไปทำงานเขาพยายามตื้อและขอให้เอไปด้วยซึ่งบางครั้งหลี่เหมยก็ตามไป บางครั้งเธอก็ไม่ไป แต่จะคอยหาของมาแลกเปลี่ยนกับระบบทั้งที่ฐานะของเธอตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนแล้วอีกทั้งตอนนี้ร้านค้าของหลี่ซือหยวนก็ขยายกิจการด้วยความสามารถของเขาเอง สินค้าที่รับมาขายก็ได้จากช่องทางของตระกูลหยาง ทำให้ครอบครัวตระกูลหลี่สายรองมีความเป็นอยู่ที่สบายขึ้นมากวันนี้หลี่เหมยมาที่ร้านของพี่ชาย เพราะไม่อยากจะอยู่บ้านและไม่อยากตามสามีไปที่สำนักงานของเขา นั่นเพราะกลัวลูกน้องจะมองเขาไม่ดี ที่คอยเกาะติดภรรยา เดี๋ยวภาพลักษณ์ของสามีจะเสียและลูกน้องจะไม่เคารพ“พี่ใหญ่ ตอนนี้ครอบครัวเราไม่ได้ลำบากเหมือนก่อนแล้ว เงินที่ขายโสมก็ยังมีอีกเยอะ พี่ไม่คิดจะแต่งงานบ้างเหรอ”เธอเดินเข้ามานั่งกับพี่ชายแล้วเอ่ยถาม“พี่ยังไม่คิดเรื่องนั้น จะรอเลี้ยงหลานก่อน เรื่องแต่งงานค่อยว่ากัน” ชายหนุ่มยังไม่คิดที่จะมีภรรยา เขามองว่าหน้าที่การงานยังไม่มั่นคงสักเท่าไร หรือต่อให้เขาไม่แต่งงานอย่างน้อยใ







