เข้าสู่ระบบเช้าวันต่อมา ซินเหยาออกจากห้องก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เธอรีบไปหาผู้ใหญ่บ้านเพื่อสอบถามเรื่องเงินและขอใบรับรองการเดินทางกับเขา
“อ้าว ซินเหยาทำไมมาแต่เช้าขนาดนี้ล่ะ มีอะไรหรือเปล่า” ผู้ใหญ่บ้านถามอย่างสงสัยเมื่อออกมาเปิดประตูรั้วแล้วเห็นซินเหยายืนรออยู่
“มีค่ะลุงผู้ใหญ่ ขอฉันเข้าไปคุยข้างในได้ไหมคะ” ซินเหยามองซ้ายขวาอย่างระมัดระวัง เธอกลัวว่าจะมีใครเห็นเข้าว่าเธอมาหาผู้ใหญ่บ้าน
“ได้ ๆ เข้ามาก่อน” ผู้ใหญ่บ้านเปิดประตูออกกว้างขึ้นและปล่อยให้ซินเหยาเดินเข้าไป ตอนนี้เมียเขากำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่ในครัวพอดี
“ฉันอยากขอใบรับรองการเดินทางจากผู้ใหญ่สักหน่อยค่ะ ไม่ทราบลุงเขียนให้ฉันได้ไหมคะตอนนี้” ซินเหยาบอกหลังจากนั่งเก้าอี้ในห้องรับแขกของผู้ใหญ่บ้าน
“หืม? เธอจะไปไหนกัน” ผู้ใหญ่บ้านขมวดคิ้วถามอย่างสงสัยใจ เขาไม่คิดว่าคนอ่อนแออย่างซินเหยาจะกล้าเดินทางออกนอกเขตด้วยตัวคนเดียว
“ฉันจะไปหาฟู่จิงถิงที่ค่ายทหารค่ะ” ซินเหยาบอกจุดหมายปลายทาง
“อ้าว แล้วเรื่องเงินที่ให้ลุงเก็บให้จะทำยังไงล่ะ” ผู้ใหญ่บ้านแปลกใจที่อยู่ ๆ ซินเหยาก็คิดจะเดินทางไปหาฟู่จิงถิง
“อืม… รอให้ฉันได้คุยกับฟู่จิงถิงก่อน แล้วฉันจะส่งจดหมายมาบอกลุงอีกทีนะคะ อ้อ เรื่องที่ฉันจะไปหาฟู่จิงถิง รบกวนลุงผู้ใหญ่ช่วยปิดเป็นความลับให้ฉันหน่อยค่ะ ฉันกลัวว่าคนบ้านฟู่จะขัดขวางการเดินทางของฉัน” ซินเหยาไม่ลืมที่จะให้ผู้ใหญ่บ้านช่วย
“เฮ้อ ได้ ๆ ลุงจะเก็บเป็นความลับให้ รอลุงสักครู่นะ ลุงจะไปเขียนเอกสารรับรองในห้องให้เธอก่อน” ผู้ใหญ่บ้านลุกขึ้นหลังพูดจบ เขาเดินเข้าห้องทำงานที่อยู่ข้าง ๆ ไป
ซินเหยามองตามหลังผู้ใหญ่บ้านไปอย่างขอบคุณ เธอได้แต่หวังว่าก่อนถึงเวลาที่เธอจะออกจากหมู่บ้าน คนบ้านฟู่คงไม่มีใครรู้แผนการของเธอในครั้งนี้ ไม่อย่างนั้นการไปสถานีรถไฟของเธอจะต้องมีปัญหามากแน่
สิบนาทีต่อมา ผู้ใหญ่บ้านก็นำซองจดหมายที่มีใบรับรองอยู่ในนั้นส่งให้ซินเหยา เขาได้แต่กำชับให้เธอระมัดระวังในการเดินทางด้วยความเป็นห่วง
“นี่เป็นเบอร์โทรของลุง ถ้าเธอไปถึงแล้วก็โทรมาบอกลุงด้วยล่ะ พวกเราจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมากเกินไป ป้าเพ่ยเองก็คงอยากรู้ว่าเธอเป็นยังไงบ้าง” ผู้ใหญ่บ้านส่งกระดาษที่เขียนเบอร์โทรให้กับซินเหยา
“ทราบแล้วค่ะลุงผู้ใหญ่ ขอบคุณที่ช่วยออกเอกสารรับรองให้ฉันนะคะ ฉันขอตัวก่อนค่ะ”
ซินเหยากลัวว่าถ้าอยู่นานกว่านี้จะทำให้มีคนเห็นได้ เธอต้องรีบเข้าอำเภอไปสอบถามเรื่องรถสามล้อสำหรับการเดินทางไปยังสถานีรถไฟก่อนเช้าวันพรุ่งนี้อีก ซินเหยากลัวว่าถ้าต้องรอรอบของรถสามล้อ พวกคนบ้านฟู่อาจจะตามไปขัดขวางเธอที่ตัวอำเภอเสียก่อน ไม่แน่ว่าซินเหยาอาจต้องเหมารถสามล้อไปยังอำเภอข้าง ๆ แทน
“คุณคะ ซินเหยามาหาทำไมแต่เช้าน่ะ” ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านยกอาหารออกมาวางให้ที่โต๊ะถามขึ้น เธอมัวแต่ยุ่งอยู่ในครัวเลยไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน
“ไม่มีอะไรหรอก แค่มีเรื่องให้ผมช่วยเล็กน้อยน่ะ” ผู้ใหญ่บ้านไม่กล้าบอกภรรยา เขาได้ให้สัญญากับซินเหยาเอาไว้แล้ว รอให้เรื่องนี้มีคนในหมู่บ้านรู้เสียก่อน เขาค่อยบอกเธอก็คงไม่เป็นอะไร ตอนนี้ผู้ใหญ่บ้านเองก็กังวลว่าเรื่องของซินเหยาจะเข้าหูคนบ้านฟู่
“อืม… น่าสงสารซินเหยาเหมือนกันนะคะที่ต้องมาอยู่กับคนแบบนี้ ฟู่จิงถิงก็ไม่เคยกลับมาเยี่ยมเธอเลยสักครั้ง ไม่อย่างนั้นซินเหยาคงไม่ลำบากถึงขนาดนี้” ภรรยาผู้ใหญ่บ้านอดพูดขึ้นมาอีกไม่ได้ เธอเป็นคนไม่กล้าสู้คนมาแต่ไหนแต่ไร ถ้าจะให้ไปต่อว่าคนตระกูลฟู่ ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านก็ไม่มีความกล้าที่จะทำแบบนั้น
“เฮ้อ เขาก็คงมีภารกิจของเขาล่ะนะ เดี๋ยวผมไปช่วยคุณยกอาหารดีกว่า เราจะได้รีบกินมื้อเช้ากัน วันนี้คุณอยากไปซื้อของในอำเภอไม่ใช่เหรอ? ผมจะได้พาไป” ผู้ใหญ่บ้านรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที เขากลัวว่าจะหลุดปากอะไรออกไป
“ตกลงค่ะ ไม่รู้ว่าลูก ๆ จะเป็นยังไงกันบ้างนะคะ อีกไม่นานก็ปีใหม่แล้วด้วย” ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านพยักหน้ารับคำและชวนสามีคุยเรื่องลูก ๆ ของพวกเขาที่ไปทำงานในอำเภอข้าง ๆ นานแล้วที่ลูกไม่ได้กลับมาเยี่ยมพวกเขา
ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้คิดมากเรื่องลูกชายทั้งสองของเขาที่มีครอบครัวแล้ว เขาจึงชวนภรรยาคุยอย่างสบาย ๆ และปล่อยผ่านเรื่องของซินเหยาไปอย่างรวดเร็ว
ด้านซินเหยาที่กำลังเดินไปในตัวอำเภอก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เธอกลัวว่าถ้าสายกว่านี้แดดจะร้อนเกินไป ซินเหยาไม่รู้ว่าในอำเภอจะมีใครยอมให้เธอจ้างรถไปสถานีรถไฟหรือเปล่า เพราะเวลาที่เธอวางแผนเอาไว้คือช่วงตีสองของวันพรุ่งนี้ ซินเหยากลัวว่าจะไม่มีใครกล้ารับงานของเธอ
เหมียนจูกับคนอื่น ๆ ในบ้านถึงจะสงสัยมากว่าซินเหยาออกไปข้างนอกทำอะไรบ้าง แต่พวกเขาก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่งเรื่องของเธออีกหลังจากลงชื่อในสัญญาที่ผู้ใหญ่บ้านให้พวกเขาทำกับซินเหยาก่อนหน้านี้ งานในบ้านทั้งหมดเป็นเหมียนจูกับลูก ๆ ช่วยกันทำคนละไม้คนละมือ ส่วนฟู่อ้ายโกวก็ไปดูแปลงผักหลังบ้านแทนซินเหยาที่ตอนนี้ไม่ยอมทำงานอะไรให้บ้านพวกเขาแล้ว
“โอ้ยแม่! ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ดูสิว่ามือและเล็บฉันพังไปมากแค่ไหน” ฟู่โหรวอดบ่นขึ้นมาไม่ได้หลังจากตัวเองต้องซักเสื้อผ้าของคนทั้งบ้านด้วยตัวคนเดียว
“อะไรของแกอีก! ทำงานแค่นี้ก็บ่นแล้วหรือไง แกกล้าไปใช้นังซินเหยาทำงานไหมล่ะ ถ้าไม่ช่วยกันทำเอง แกจะรอให้ฉันรับใช้พวกแกหรือยังไงกัน” เหมียนจูตวาดว่าลูกสาวที่เอาแต่แต่งสวยไปวัน ๆ อย่างเบื่อหน่าย ลูกสาวกับลูกชายเธอทำงานบ้านไม่กี่วันก็เอาแต่บ่นว่าไม่หยุดไม่หย่อน จนขนาดเหมียนจูเองยังทนฟังไม่ไหวเพราะความรำคาญ
“ฮึ่ย! นังบ้านั่นเป็นอะไรของมันกันนะ อยู่ดี ๆ ก็มาต่อต้านพวกเราแบบนี้” ฟู่โหรวอดโทษว่าซินเหยาอีกคำไม่ได้ เธอเคยลำบากขนาดนี้ที่ไหนกัน ขนาดตอนที่ซินเหยายังไม่แต่งงานเข้าบ้านพวกเธอ ฟู่โหรวก็ไม่เคยทำงานหนักขนาดนี้มาก่อน เพราะเหมียนจูกลัวว่าร่างกายของเธอจะโทรมจนหาสามีรวย ๆ ไม่ได้ งานบ้านทุกอย่างจึงเป็นเหมียนจูกับฟู่จิงถิงทำมาโดยตลอด ฟู่โหรวกับฟู่หยางเซิงไม่เคยจับต้องงานพวกนี้แม้แต่นิดเดียว
“เฮ้อ ตอนนี้จิงถิงก็ไม่อยู่ทำงานให้พวกเราด้วย รู้แบบนี้ฉันไปเป็นทหารเสียก็ดี” ฟู่หยางเซิงอดบ่นอีกคนไม่ได้ เขาไม่คิดว่าการอยู่บ้านจะเหนื่อยมากขนาดนี้
“หุบปากไปเลย! ตอนนั้นทำไมแกไม่พูดแบบนี้ล่ะ ฉันเห็นแกกลัวตายอย่างกับอะไร เอาแต่บ่นว่าเป็นทหารลำบากแล้วไม่ยอมไป ลำบากฉันกับพ่อแกต้องบังคับให้ไอ้จิงถิงไปแทนอยู่ตั้งนานสองนาน ดีนะที่ฉันฉลาดพอที่จะให้นังซินเหยาเข้ามารองมือรองเท้า ไม่อย่างนั้นหลายปีมานี้พวกแกจะสบายกันขนาดนี้ไหม” เหมียนจูอดคิดถึงเรื่องเก่า ๆ ไม่ได้ เธอเองก็รักลูกชายมากจนไม่อยากให้เขาไปเป็นทหารเช่นกัน เหมียนจูจึงร่วมมือกับฟู่อ้ายโกวทั้งขู่ทั้งปลอบให้ฟู่จิงถิงไปเป็นทหารแทน
เสียงต่อว่าด่าทอของสามแม่ลูกดังออกไปจนถึงแปลงผักหลังบ้าน ฟู่อ้ายโกวได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับคนในครอบครัว เขาไม่คิดว่าพอไม่มีฟู่จิงถิงกับซินเหยามาคอยทำงานให้ ทุกคนในครอบครัวเขาจะลำบากกันมากขนาดนี้ ครั้นจะให้ฟู่อ้ายโกวบากหน้าไปขอร้องซินเหยาเขาเองก็ไม่กล้า ฟู่อ้ายโกวยังจำวันที่ซินเหยาใช้มีดผ่าไม้ของเหมียนจูได้ติดตาเลยทีเดียว ทำให้เขาเองไม่กล้าแม้แต่จะผายลมต่อหน้าซินเหยา ฟู่อ้ายโกวได้แต่คิดว่าจะหาใครมาช่วยงานในบ้านดี ตอนนี้เงินในบ้านที่จะแต่งเมียให้ลูกชายก็ยังไม่มี แล้วแบบนี้ครอบครัวเขาจะมีใครมาช่วยทำงานกันเล่า ยิ่งคิดฟู่อ้ายโกวก็ยิ่งหนักใจ ลูกสาวของเขาเองก็ยังไม่มีโอกาสได้พบผู้ชายรวย ๆ เหมือนกัน นานวันเข้าอายุของลูกชายกับลูกสาวของเขาก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวัน อีกทั้งหน้าตาของทั้งสองคนก็ไม่ได้ดีอะไรนัก ใครใช้ให้พวกเขาหน้าเหมือนพ่อแม่ขนาดนี้กันเล่า การจะหาคนรวย ๆ มาแต่งงานด้วยจึงดูยากเย็นราวกับขึ้นสวรรค์ก็ไม่ปาน
ซินเหยาที่ไปถึงอำเภอตามหาคนขับรถสามล้ออยู่นานกว่าจะมีคนยอมรับจ้างงานที่เธอต้องการ เธอยังให้เงินมัดจำกับเขาเอาไว้ด้วยสิบหยวนเพื่อให้เขามารอเธอยังจุดนัดพบในอำเภอตอนตีสอง ค่าจ้างเหมารถครั้งนี้ซินเหยายังต้องจ่ายมากถึงห้าสิบหยวนเลยทีเดียว แต่ถึงแม้ต้องจ่ายมากแค่ไหน ซินเหยาก็ไม่สนใจที่จะคิดมากอีก เธอต้องการให้ทุกอย่างที่เตรียมไว้ไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ เกิดขึ้น อีกทั้งตั๋วรถไฟของซินเหยายังเป็นรถเที่ยวเช้าตรู่ด้วย ซินเหยาคาดว่าจะไปถึงหางโจวก่อนค่ำให้ได้ ไม่อย่างนั้นเธอต้องลำบากหาที่นอนก่อนไปพบฟู่จิงถิงที่ค่ายทหารอีก
ก่อนกลับไปที่หมู่บ้าน ซินเหยายังเบิกเงินที่ธนาคารออกมาอีกหนึ่งร้อยหยวนเพื่อใช้สำหรับการเดินทาง เธอแวะไปเอากระเป๋าเดินทางที่บ้านป้าเพ่ยตอนพลบค่ำ
“อาเหยาจะไปจริง ๆ เหรอลูก เดินทางคนเดียวอันตรายนะ” ป้าเพ่ยอดพูดขึ้นมาไม่ได้หลังจากส่งกระเป๋าเดินทางคืนให้กับซินเหยา
“ฉันจะระวังตัวค่ะป้า เอาไว้ฉันไปถึงที่นั่นก่อน ฉันจะโทรบอกลุงผู้ใหญ่ให้มาบอกป้านะ ป้าไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ” ซินเหยาได้แต่ปลอบป้าเพ่ยที่ดูท่าทางกังวลมากกว่าเธอเสียอีก
“เฮ้อ แล้วนี่จะไปสถานีรถไฟยังไงล่ะ เตรียมการเอาไว้พร้อมไหม” ป้าเพ่ยถามต่อ
“เรียบร้อยแล้วค่ะป้า ฉันจ้างรถสามล้อในอำเภอไว้แล้ว” ซินเหยาไม่ได้บอกเวลาที่เธอจะออกจากหมู่บ้านเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดคิด
“อืม… กินข้าวกับป้าก่อนไหมค่อยกลับไปพักผ่อน” ป้าเพ่ยเห็นว่าตอนนี้ค่ำมืดแล้ว เธอกลัวว่าซินเหยาจะหิวจึงถามอีกคำ
“ไม่เป็นไรค่ะป้า ฉันกินข้าวจากในอำเภอก่อนมาแล้ว ถ้าฉันไม่อยู่ ป้าต้องดูแลตัวเองด้วยนะคะ อย่าทำงานหนักเกินไป” ซินเหยาเองก็เป็นห่วงป้าเพ่ยเช่นกัน ลูก ๆ ของป้าเพ่ยไม่ได้มาดูแลเธอนานแล้ว ปีหนึ่งพวกเขาจะกลับมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น งานในไร่นาจึงเป็นป้าเพ่ยที่ต้องทำทุกอย่างอยู่คนเดียวทั้งที่อายุมากแล้ว
“ป้าเข้าใจแล้ว ถ้าทำไม่ไหวป้าจะจ้างคนในหมู่บ้านแทน” ป้าเพ่ยยิ้มบางตอบ
ต้วนหลงนั่งทานนั่งคุยกับภรรยาจนสบายใจขึ้นบ้าง เขาเองก็เพิ่งเคยพบซินเหยาเป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้เอง ต้วนหลงเลยไม่รู้ว่าเธอเป็นคนนิสัยยังไงกันแน่ หน่วยงานกลางที่ถูกส่งไปตรวจสอบข้อมูลที่หมู่บ้านซวงหลินครั้งนี้มีนายทหารมากถึงสี่คนคือ หวยอัน ตันหย่ง จ้งจือและฉือหวาง ทั้งสี่อยู่หน่วยงานกลางมาหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับทหารในค่ายหรือคนในครอบครัว หน่วยงานของพวกเขามักจะส่งเจ้าหน้าที่แฝงตัวไปสืบสวนอย่างลับ ๆ โดยตลอด ครั้งนี้พวกเขาเดินทางมาตั้งแต่ได้รับคำสั่งด่วนแล้ว น่าเสียดายที่พอพวกเขามาถึงสถานีรถไฟปลายทางเวลาก็ค่ำมืดมาก ทำให้ทั้งสี่คนต้องหาที่พักในอำเภอก่อนจะเดินทางไปยังหมู่บ้านซวงหลินซึ่งอยู่อีกอำเภอหนึ่งตามข้อมูลสถานที่ที่พวกเขารับทราบมาก่อนออก
สองพ่อลูกปรึกษากันไม่นานก็แยกย้ายกันเข้าห้องของตัวเองไป ฉางเป่ยถูกพักงานชั่วคราวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ส่วนฉางอี้เอ๋อถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้ฟู่จิงถิงและซินเหยาโดยพลการ ถ้าพบว่าฝ่าฝืนคำสั่ง ฉางอี้เอ๋อจะถูกส่งออกไปอยู่นอกค่ายทันที ฟู่จิงถิงพาซินเหยาเดินไปถึงตลาดที่อยู่ห่างออกไปประมาณห้าร้อยเมตรในเวลาไม่นาน เขาเดินหาร้านเสื้อผ้าผู้หญิงไม่นานก็พบ“คุณเข้าไปเลือกได้เลยนะครับ ผมจ่ายเงินให้เอง” ฟู่จิงถิงยังพอมีเงินเหลืออยู่บ้างจึงคิดอยากซื้อเสื้อผ้าให้กับซินเห
“พวกเขาใช้งานคุณหนักมากเลยเหรอครับ” ฟู่จิงถิงขมวดคิ้วมุ่นอย่างโกรธ ๆ เขาไม่คิดว่าครอบครัวของเขาจะรังแกซินเหยาในตอนที่เขาไม่อยู่แบบนี้“งานทุกอย่างทั้งในบ้านและนอกบ้านฉันเป็นคนทำทั้งหมดค่ะ พวกเขาแค่กินอยู่หลับนอนกันอย่างสบายใจเท่านั้น” ซินเหยาบอกด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เธออยากรู้ว่าฟู่จิงถิงคิดจะแก้ไขปัญญานี้อย่างไร ถ้าเขาเข้าข้างครอบครัวฟู่ เธอก็คงต้องเลือกจากเขาไป“ผมขอโทษที่ปล่อยให้คุณลำบากมาหลายปีนะครับ หลังจากนี้คุณไม่ต้องทำอะไรให้ผมที่นี่แล้วนะ ผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุดเอง” ฟู่จิงถิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง เขาในตอนนี้ไม่กล้าบอกซินเหยาเรื่องที่แม่ของเขาโ
“แกมันจะไปรู้อะไร ตอนนี้เราไม่รู้ว่ามันหนีไปไหน ถ้ามันไปหาไอ้ฟู่จิงถิงจะทำยังไงล่ะ แกคิดว่าฟู่จิงถิงมันจะยังส่งเงินมาให้เราอยู่ไหม” เหมียนจูตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“คุณคิดว่าซินเหยาจะไปหาฟู่จิงถิงได้ง่ายขนาดนั้นหรือยังไงกัน ระยะทางไปที่นั่นก็ไม่ใช่ใกล้ ๆ อีกอย่างซินเหยาจะเอาเงินมาจากไหน” ฟู่อ้ายโกวบอก เขาคิดว่าซินเหยาที่ไม่เคยได้รับเงินจากครอบครัวของเขามาก่อนจะมีปัญญาที่ไหนเดินทางไปไกลถึงหางโจว“พ่อพูดถูกนะครับแม่ ผมเองก็คิดว่าเธอไม่น่าจะไปหาไอ้จิงถิงหรอก” ฟู่หยางเซิงบอก“อืม
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ต้องดูว่า ผบ.จะจัดการยังไง” สามีของแม่บ้านตอบกลับอย่างไม่แน่ใจเช่นกัน เหตุการณ์เล็กน้อยแบบนี้ส่วนใหญ่ไม่มีใครร้องเรียนกัน คนในค่ายมักจะจัดการปัญหากระทบกระทั่งกันเอง เขาเพิ่งจะเห็นว่าฟู่จิงถิงกับซินเหยาต้องการร้องเรียนเป็นคู่แรกนี่แหละ ตัวเขาจึงไม่รู้ว่าการลงโทษจะร้ายแรงหรือไม่ เพื่อนบ้านรอบ ๆ ต่างแยกย้ายกันไปหลังจากฟู่จิงถิงกับซินเหยาเดินจากไป พวกเขาเองก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทะเลาะเบาะแว้งของคนอื
“คุณกล้าใช้กำลังกับฉันเหรอหมวดฟู่ มันจะเกินไปแล้วนะ” ผู้หญิงคนนั้นโวยวายเสียงดังจนทำให้เพื่อนบ้านใกล้ ๆ ต่างเดินมามุงดูกันหลายครอบครัว“คุณทำไมไร้เหตุผลแบบนี้ล่ะครับ ในเมื่อคุณไม่ยอมให้หัวหน้าผมเข้าพักในบ้านดี ๆ พวกเราก็ต้องพาคุณไปสอบสวนตามระเบียบนะครับ” ลูกน้องคนหนึ่งของฟู่จิงถิงบอกด้วยใบหน้าบึ้งตึง เขาทะเลาะกับผู้หญิงคนนี้มาร่วมชั่วโมงนึงแล้ว“นั่นสิ คุณไม่ใช่เจ้าของบ้านพักหลังนี้สักหน่อย แล้วมีสิทธิ์อะไรมาห้ามไม่ให้หมวดฟู่กับภรรยาเข้าอยู่ที่บ้านหลังนี้กัน นี่ไม่ใช่ที่ดินบ้านคุณนะครับ” ลูกน้องอีกคนตอบโต้กลับไปอีกครั้ง พวกเขาเริ่มเอือมระอากับผู้หญิงคนนี้มากแล้ว“พวกคุณไม่ต้องคุยกับเธอต่อหรอกนะคะ รีบพาตัวไปหา ผบ.







