Masukเช้าวันต่อมา ซินเหยาออกจากห้องก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เธอรีบไปหาผู้ใหญ่บ้านเพื่อสอบถามเรื่องเงินและขอใบรับรองการเดินทางกับเขา
“อ้าว ซินเหยาทำไมมาแต่เช้าขนาดนี้ล่ะ มีอะไรหรือเปล่า” ผู้ใหญ่บ้านถามอย่างสงสัยเมื่อออกมาเปิดประตูรั้วแล้วเห็นซินเหยายืนรออยู่
“มีค่ะลุงผู้ใหญ่ ขอฉันเข้าไปคุยข้างในได้ไหมคะ” ซินเหยามองซ้ายขวาอย่างระมัดระวัง เธอกลัวว่าจะมีใครเห็นเข้าว่าเธอมาหาผู้ใหญ่บ้าน
“ได้ ๆ เข้ามาก่อน” ผู้ใหญ่บ้านเปิดประตูออกกว้างขึ้นและปล่อยให้ซินเหยาเดินเข้าไป ตอนนี้เมียเขากำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่ในครัวพอดี
“ฉันอยากขอใบรับรองการเดินทางจากผู้ใหญ่สักหน่อยค่ะ ไม่ทราบลุงเขียนให้ฉันได้ไหมคะตอนนี้” ซินเหยาบอกหลังจากนั่งเก้าอี้ในห้องรับแขกของผู้ใหญ่บ้าน
“หืม? เธอจะไปไหนกัน” ผู้ใหญ่บ้านขมวดคิ้วถามอย่างสงสัยใจ เขาไม่คิดว่าคนอ่อนแออย่างซินเหยาจะกล้าเดินทางออกนอกเขตด้วยตัวคนเดียว
“ฉันจะไปหาฟู่จิงถิงที่ค่ายทหารค่ะ” ซินเหยาบอกจุดหมายปลายทาง
“อ้าว แล้วเรื่องเงินที่ให้ลุงเก็บให้จะทำยังไงล่ะ” ผู้ใหญ่บ้านแปลกใจที่อยู่ ๆ ซินเหยาก็คิดจะเดินทางไปหาฟู่จิงถิง
“อืม… รอให้ฉันได้คุยกับฟู่จิงถิงก่อน แล้วฉันจะส่งจดหมายมาบอกลุงอีกทีนะคะ อ้อ เรื่องที่ฉันจะไปหาฟู่จิงถิง รบกวนลุงผู้ใหญ่ช่วยปิดเป็นความลับให้ฉันหน่อยค่ะ ฉันกลัวว่าคนบ้านฟู่จะขัดขวางการเดินทางของฉัน” ซินเหยาไม่ลืมที่จะให้ผู้ใหญ่บ้านช่วย
“เฮ้อ ได้ ๆ ลุงจะเก็บเป็นความลับให้ รอลุงสักครู่นะ ลุงจะไปเขียนเอกสารรับรองในห้องให้เธอก่อน” ผู้ใหญ่บ้านลุกขึ้นหลังพูดจบ เขาเดินเข้าห้องทำงานที่อยู่ข้าง ๆ ไป
ซินเหยามองตามหลังผู้ใหญ่บ้านไปอย่างขอบคุณ เธอได้แต่หวังว่าก่อนถึงเวลาที่เธอจะออกจากหมู่บ้าน คนบ้านฟู่คงไม่มีใครรู้แผนการของเธอในครั้งนี้ ไม่อย่างนั้นการไปสถานีรถไฟของเธอจะต้องมีปัญหามากแน่
สิบนาทีต่อมา ผู้ใหญ่บ้านก็นำซองจดหมายที่มีใบรับรองอยู่ในนั้นส่งให้ซินเหยา เขาได้แต่กำชับให้เธอระมัดระวังในการเดินทางด้วยความเป็นห่วง
“นี่เป็นเบอร์โทรของลุง ถ้าเธอไปถึงแล้วก็โทรมาบอกลุงด้วยล่ะ พวกเราจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมากเกินไป ป้าเพ่ยเองก็คงอยากรู้ว่าเธอเป็นยังไงบ้าง” ผู้ใหญ่บ้านส่งกระดาษที่เขียนเบอร์โทรให้กับซินเหยา
“ทราบแล้วค่ะลุงผู้ใหญ่ ขอบคุณที่ช่วยออกเอกสารรับรองให้ฉันนะคะ ฉันขอตัวก่อนค่ะ”
ซินเหยากลัวว่าถ้าอยู่นานกว่านี้จะทำให้มีคนเห็นได้ เธอต้องรีบเข้าอำเภอไปสอบถามเรื่องรถสามล้อสำหรับการเดินทางไปยังสถานีรถไฟก่อนเช้าวันพรุ่งนี้อีก ซินเหยากลัวว่าถ้าต้องรอรอบของรถสามล้อ พวกคนบ้านฟู่อาจจะตามไปขัดขวางเธอที่ตัวอำเภอเสียก่อน ไม่แน่ว่าซินเหยาอาจต้องเหมารถสามล้อไปยังอำเภอข้าง ๆ แทน
“คุณคะ ซินเหยามาหาทำไมแต่เช้าน่ะ” ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านยกอาหารออกมาวางให้ที่โต๊ะถามขึ้น เธอมัวแต่ยุ่งอยู่ในครัวเลยไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน
“ไม่มีอะไรหรอก แค่มีเรื่องให้ผมช่วยเล็กน้อยน่ะ” ผู้ใหญ่บ้านไม่กล้าบอกภรรยา เขาได้ให้สัญญากับซินเหยาเอาไว้แล้ว รอให้เรื่องนี้มีคนในหมู่บ้านรู้เสียก่อน เขาค่อยบอกเธอก็คงไม่เป็นอะไร ตอนนี้ผู้ใหญ่บ้านเองก็กังวลว่าเรื่องของซินเหยาจะเข้าหูคนบ้านฟู่
“อืม… น่าสงสารซินเหยาเหมือนกันนะคะที่ต้องมาอยู่กับคนแบบนี้ ฟู่จิงถิงก็ไม่เคยกลับมาเยี่ยมเธอเลยสักครั้ง ไม่อย่างนั้นซินเหยาคงไม่ลำบากถึงขนาดนี้” ภรรยาผู้ใหญ่บ้านอดพูดขึ้นมาอีกไม่ได้ เธอเป็นคนไม่กล้าสู้คนมาแต่ไหนแต่ไร ถ้าจะให้ไปต่อว่าคนตระกูลฟู่ ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านก็ไม่มีความกล้าที่จะทำแบบนั้น
“เฮ้อ เขาก็คงมีภารกิจของเขาล่ะนะ เดี๋ยวผมไปช่วยคุณยกอาหารดีกว่า เราจะได้รีบกินมื้อเช้ากัน วันนี้คุณอยากไปซื้อของในอำเภอไม่ใช่เหรอ? ผมจะได้พาไป” ผู้ใหญ่บ้านรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที เขากลัวว่าจะหลุดปากอะไรออกไป
“ตกลงค่ะ ไม่รู้ว่าลูก ๆ จะเป็นยังไงกันบ้างนะคะ อีกไม่นานก็ปีใหม่แล้วด้วย” ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านพยักหน้ารับคำและชวนสามีคุยเรื่องลูก ๆ ของพวกเขาที่ไปทำงานในอำเภอข้าง ๆ นานแล้วที่ลูกไม่ได้กลับมาเยี่ยมพวกเขา
ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้คิดมากเรื่องลูกชายทั้งสองของเขาที่มีครอบครัวแล้ว เขาจึงชวนภรรยาคุยอย่างสบาย ๆ และปล่อยผ่านเรื่องของซินเหยาไปอย่างรวดเร็ว
ด้านซินเหยาที่กำลังเดินไปในตัวอำเภอก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เธอกลัวว่าถ้าสายกว่านี้แดดจะร้อนเกินไป ซินเหยาไม่รู้ว่าในอำเภอจะมีใครยอมให้เธอจ้างรถไปสถานีรถไฟหรือเปล่า เพราะเวลาที่เธอวางแผนเอาไว้คือช่วงตีสองของวันพรุ่งนี้ ซินเหยากลัวว่าจะไม่มีใครกล้ารับงานของเธอ
เหมียนจูกับคนอื่น ๆ ในบ้านถึงจะสงสัยมากว่าซินเหยาออกไปข้างนอกทำอะไรบ้าง แต่พวกเขาก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่งเรื่องของเธออีกหลังจากลงชื่อในสัญญาที่ผู้ใหญ่บ้านให้พวกเขาทำกับซินเหยาก่อนหน้านี้ งานในบ้านทั้งหมดเป็นเหมียนจูกับลูก ๆ ช่วยกันทำคนละไม้คนละมือ ส่วนฟู่อ้ายโกวก็ไปดูแปลงผักหลังบ้านแทนซินเหยาที่ตอนนี้ไม่ยอมทำงานอะไรให้บ้านพวกเขาแล้ว
“โอ้ยแม่! ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ดูสิว่ามือและเล็บฉันพังไปมากแค่ไหน” ฟู่โหรวอดบ่นขึ้นมาไม่ได้หลังจากตัวเองต้องซักเสื้อผ้าของคนทั้งบ้านด้วยตัวคนเดียว
“อะไรของแกอีก! ทำงานแค่นี้ก็บ่นแล้วหรือไง แกกล้าไปใช้นังซินเหยาทำงานไหมล่ะ ถ้าไม่ช่วยกันทำเอง แกจะรอให้ฉันรับใช้พวกแกหรือยังไงกัน” เหมียนจูตวาดว่าลูกสาวที่เอาแต่แต่งสวยไปวัน ๆ อย่างเบื่อหน่าย ลูกสาวกับลูกชายเธอทำงานบ้านไม่กี่วันก็เอาแต่บ่นว่าไม่หยุดไม่หย่อน จนขนาดเหมียนจูเองยังทนฟังไม่ไหวเพราะความรำคาญ
“ฮึ่ย! นังบ้านั่นเป็นอะไรของมันกันนะ อยู่ดี ๆ ก็มาต่อต้านพวกเราแบบนี้” ฟู่โหรวอดโทษว่าซินเหยาอีกคำไม่ได้ เธอเคยลำบากขนาดนี้ที่ไหนกัน ขนาดตอนที่ซินเหยายังไม่แต่งงานเข้าบ้านพวกเธอ ฟู่โหรวก็ไม่เคยทำงานหนักขนาดนี้มาก่อน เพราะเหมียนจูกลัวว่าร่างกายของเธอจะโทรมจนหาสามีรวย ๆ ไม่ได้ งานบ้านทุกอย่างจึงเป็นเหมียนจูกับฟู่จิงถิงทำมาโดยตลอด ฟู่โหรวกับฟู่หยางเซิงไม่เคยจับต้องงานพวกนี้แม้แต่นิดเดียว
“เฮ้อ ตอนนี้จิงถิงก็ไม่อยู่ทำงานให้พวกเราด้วย รู้แบบนี้ฉันไปเป็นทหารเสียก็ดี” ฟู่หยางเซิงอดบ่นอีกคนไม่ได้ เขาไม่คิดว่าการอยู่บ้านจะเหนื่อยมากขนาดนี้
“หุบปากไปเลย! ตอนนั้นทำไมแกไม่พูดแบบนี้ล่ะ ฉันเห็นแกกลัวตายอย่างกับอะไร เอาแต่บ่นว่าเป็นทหารลำบากแล้วไม่ยอมไป ลำบากฉันกับพ่อแกต้องบังคับให้ไอ้จิงถิงไปแทนอยู่ตั้งนานสองนาน ดีนะที่ฉันฉลาดพอที่จะให้นังซินเหยาเข้ามารองมือรองเท้า ไม่อย่างนั้นหลายปีมานี้พวกแกจะสบายกันขนาดนี้ไหม” เหมียนจูอดคิดถึงเรื่องเก่า ๆ ไม่ได้ เธอเองก็รักลูกชายมากจนไม่อยากให้เขาไปเป็นทหารเช่นกัน เหมียนจูจึงร่วมมือกับฟู่อ้ายโกวทั้งขู่ทั้งปลอบให้ฟู่จิงถิงไปเป็นทหารแทน
เสียงต่อว่าด่าทอของสามแม่ลูกดังออกไปจนถึงแปลงผักหลังบ้าน ฟู่อ้ายโกวได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับคนในครอบครัว เขาไม่คิดว่าพอไม่มีฟู่จิงถิงกับซินเหยามาคอยทำงานให้ ทุกคนในครอบครัวเขาจะลำบากกันมากขนาดนี้ ครั้นจะให้ฟู่อ้ายโกวบากหน้าไปขอร้องซินเหยาเขาเองก็ไม่กล้า ฟู่อ้ายโกวยังจำวันที่ซินเหยาใช้มีดผ่าไม้ของเหมียนจูได้ติดตาเลยทีเดียว ทำให้เขาเองไม่กล้าแม้แต่จะผายลมต่อหน้าซินเหยา ฟู่อ้ายโกวได้แต่คิดว่าจะหาใครมาช่วยงานในบ้านดี ตอนนี้เงินในบ้านที่จะแต่งเมียให้ลูกชายก็ยังไม่มี แล้วแบบนี้ครอบครัวเขาจะมีใครมาช่วยทำงานกันเล่า ยิ่งคิดฟู่อ้ายโกวก็ยิ่งหนักใจ ลูกสาวของเขาเองก็ยังไม่มีโอกาสได้พบผู้ชายรวย ๆ เหมือนกัน นานวันเข้าอายุของลูกชายกับลูกสาวของเขาก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวัน อีกทั้งหน้าตาของทั้งสองคนก็ไม่ได้ดีอะไรนัก ใครใช้ให้พวกเขาหน้าเหมือนพ่อแม่ขนาดนี้กันเล่า การจะหาคนรวย ๆ มาแต่งงานด้วยจึงดูยากเย็นราวกับขึ้นสวรรค์ก็ไม่ปาน
ซินเหยาที่ไปถึงอำเภอตามหาคนขับรถสามล้ออยู่นานกว่าจะมีคนยอมรับจ้างงานที่เธอต้องการ เธอยังให้เงินมัดจำกับเขาเอาไว้ด้วยสิบหยวนเพื่อให้เขามารอเธอยังจุดนัดพบในอำเภอตอนตีสอง ค่าจ้างเหมารถครั้งนี้ซินเหยายังต้องจ่ายมากถึงห้าสิบหยวนเลยทีเดียว แต่ถึงแม้ต้องจ่ายมากแค่ไหน ซินเหยาก็ไม่สนใจที่จะคิดมากอีก เธอต้องการให้ทุกอย่างที่เตรียมไว้ไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ เกิดขึ้น อีกทั้งตั๋วรถไฟของซินเหยายังเป็นรถเที่ยวเช้าตรู่ด้วย ซินเหยาคาดว่าจะไปถึงหางโจวก่อนค่ำให้ได้ ไม่อย่างนั้นเธอต้องลำบากหาที่นอนก่อนไปพบฟู่จิงถิงที่ค่ายทหารอีก
ก่อนกลับไปที่หมู่บ้าน ซินเหยายังเบิกเงินที่ธนาคารออกมาอีกหนึ่งร้อยหยวนเพื่อใช้สำหรับการเดินทาง เธอแวะไปเอากระเป๋าเดินทางที่บ้านป้าเพ่ยตอนพลบค่ำ
“อาเหยาจะไปจริง ๆ เหรอลูก เดินทางคนเดียวอันตรายนะ” ป้าเพ่ยอดพูดขึ้นมาไม่ได้หลังจากส่งกระเป๋าเดินทางคืนให้กับซินเหยา
“ฉันจะระวังตัวค่ะป้า เอาไว้ฉันไปถึงที่นั่นก่อน ฉันจะโทรบอกลุงผู้ใหญ่ให้มาบอกป้านะ ป้าไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ” ซินเหยาได้แต่ปลอบป้าเพ่ยที่ดูท่าทางกังวลมากกว่าเธอเสียอีก
“เฮ้อ แล้วนี่จะไปสถานีรถไฟยังไงล่ะ เตรียมการเอาไว้พร้อมไหม” ป้าเพ่ยถามต่อ
“เรียบร้อยแล้วค่ะป้า ฉันจ้างรถสามล้อในอำเภอไว้แล้ว” ซินเหยาไม่ได้บอกเวลาที่เธอจะออกจากหมู่บ้านเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดคิด
“อืม… กินข้าวกับป้าก่อนไหมค่อยกลับไปพักผ่อน” ป้าเพ่ยเห็นว่าตอนนี้ค่ำมืดแล้ว เธอกลัวว่าซินเหยาจะหิวจึงถามอีกคำ
“ไม่เป็นไรค่ะป้า ฉันกินข้าวจากในอำเภอก่อนมาแล้ว ถ้าฉันไม่อยู่ ป้าต้องดูแลตัวเองด้วยนะคะ อย่าทำงานหนักเกินไป” ซินเหยาเองก็เป็นห่วงป้าเพ่ยเช่นกัน ลูก ๆ ของป้าเพ่ยไม่ได้มาดูแลเธอนานแล้ว ปีหนึ่งพวกเขาจะกลับมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น งานในไร่นาจึงเป็นป้าเพ่ยที่ต้องทำทุกอย่างอยู่คนเดียวทั้งที่อายุมากแล้ว
“ป้าเข้าใจแล้ว ถ้าทำไม่ไหวป้าจะจ้างคนในหมู่บ้านแทน” ป้าเพ่ยยิ้มบางตอบ
ไห่ไท่เหอที่กลับมาจากการค้าขายอาวุธเถื่อนรู้ข่าวว่าลูกชายของเฟิงอู่ย้ายมาทำงานที่เมืองหลวงเข้าก็อารมณ์เสียอย่างมาก เขาเรียกลูกน้องอย่างจ้านกู่กับเสี้ยนปังให้เข้ามาหาที่บ้านเพื่อวางแผนเล่นงานเฟิงจิงถิงโดยไม่คิดจะพักผ่อนเลยแม้แต่น้อย“พวกแกรู้ไหมว่ามันต้องเข้าหน่วยไหน” ไห่ไท่เหอถามด้วยสีหน้าดุดัน“ข่าวบอกว่าเขาเข้าร่วมกับหน่วยรักษาความปลอดภัย(เป่าเว่ยปู่)ในกองทัพครับ” เสี้ยนปังบอกข่าวที่เขารวบรวมมาเกี่ยวกับคนในตระกูลเฟิง“บัดซบ!
ซินเหยาสอนพนักงานทั้ง 16 คน โดยแบ่งหน้าที่ให้พวกเขารับผิดชอบการทำอาหารในร้านแตกต่างกัน ส่วนเด็กเสิร์ฟและเด็กเดินโต๊ะใช้คนสองคน เด็กเก็บโต๊ะกับเด็กล้างจานอีกสองคน สี่คนแยกกันดูแลอาหาร ซึ่งซินเหยาให้หนึ่งคนทำบะหมี่ อีกสามคนดูแลอาหารอื่น ๆ ในร้านช่วยกัน เธอใช้เวลาสามวันในการสอนทุกคนทำอาหารจนพวกเขาเริ่มทำได้คล่องมือ ซินเหยายังได้รับวัตถุดิบจากโรงงานตามที่พ่อสามีติดต่อหาเอาไว้ให้ด้วย ทำให้เหลาซินถิงของซินเหยาสามารถเปิดร้านค้าได้ในอีกสามวันต่อมาหลังตกแต่งร้านเพิ่มวันเปิดร้าน วันนี้มีคนจากตระกูลใหญ่มาครบเพื่อเป็นเกียรติให้กับตระกูลเฟิง มีเพียงตระกูลจ้าวเท่านั้นที่ไม่ได้รับบัตรเชิญในการเปิดร้านครั้งนี้ ในร้านตกแต่งด้วยสีแดงมงคลเต็มแทบทุกพื้นที่ ทำให้มีคนท
เสียงพูดคุยดังไปทั่วห้องรับแขกอย่างชื่นมื่น ทุกคนตื่นเต้นมากที่กำลังจะมีหลานคนโตของบ้าน เฟิงจี้ถิงกับเฟิงจี้กวงเองก็บอกว่าตัวเองจะพยายามมีลูกเช่นกัน เด็ก ๆ จะได้มีอายุไล่เลี่ยกันและช่วยเหลือกันได้ในยามที่เติบโตขึ้น“ดี ดี พวกหลานรีบมีลูกให้ปู่เลยนะ ที่บ้านจะได้มีเด็ก ๆ มาวิ่งเล่นเสียที” เฟิงตี้หลงพูดด้วยความดีใจ นานมากแล้วที่ตระกูลเฟิงไม่มีข่าวดีเรื่องเด็ก“ฉันก็อยากเลี้ยงหลานแล้วเหมือนกันค่ะคุณปู่” หลูหลิงยิ้มกว้างอย่างคาดหวัง เธอมีลูกชายถึงสองคน ถ้าพวกเขาสามารถมีลูกได้พร้อมกันคงดีไม่น้อย“พี่จิงถิงต้องไปรายงานตัวสัปดาห์หน้าใช่ไหม กลับไปพร้อมผมพรุ่งนี้ไหมครับ” เฟิงจี้ถงถามหลังจากกระซิบถามเคล็ดลับการมีลูกจากพี่ชายอย่างเฟิงจิงถิง“พี่จะพั
หลังมื้อเที่ยงผ่านไป โจวหงพาซินเหยาไปซื้อชุดคลุมท้องมาเกือบสิบชุด เธอบอกว่าพอกลับถึงเมืองหลวงแล้วจะได้ไม่ต้องออกไปเบียดเสียดคนในห้างซื้ออีก อย่างไรเสียที่ห้างนี้ก็มีแบรนด์ดังขายอยู่ เธอกับสามีจึงเลือกซื้อให้ซินเหยาเอาไว้ก่อน เมื่อซื้อของเสร็จ พวกเขาก็เดินทางกลับค่ายทหาร โดยบอดี้การ์ดส่วนหนึ่งแยกไปเปิดห้องในโรงแรมเพื่อพักผ่อน คนในรถตู้ทั้งหมดจึงพากันเข้าไปพักในบ้านของเฟิงจิงถิง ตอนนี้ในบ้านจึงมีบอดี้การ์ดสองคนที่อยู่ในรถตู้นอนพักผ่อนกันที่ห้องรับแขกด้านล่าง ส่วนพวกเฟิงจิงถิงก็พาพ่อแม่ขึ้นไปนอนพักในห้องชั้นสอง สองชั่วโมงต่อมา ทุกคนที่นอนพักเอาแรงต่างลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาและชวนกันออกไปที่ร้านบะหมี่ของซินเหยา ซึ่งตอนนี้ร้านกลายเป็นของลี่ข่ายกับหวังเพ่ยเพ่ยไปแล้ว&ldquo
หลังจากยุ่งอยู่พักใหญ่ ซินเหยาก็มีเวลากินบะหมี่กินยาเสียที พอได้กินยาที่หมอให้มาแล้ว เธอรู้สึกว่าอาการวิงเวียนดีขึ้นมาก“ที่รักครับ พักบ้างเถอะนะ ปล่อยให้พวกเขาทำงานเองดีกว่านะ อีกไม่กี่วันพวกเราก็ต้องไปกันแล้วนะครับ” เฟิงจิงถิงอดเป็นห่วงซินเหยาไม่ได้“รู้แล้วค่ะ ฉันจะเพลา ๆ เรื่องงานลงนะ” ซินเหยายิ้มบางตอบ เธอเข้าใจดีว่าเขาเป็นห่วง ลี่ข่ายกับหวังเพ่ยเพ่ยพอได้เห็นเฟิงจิงถิงเป็นห่วงซินเหยาเข้าก็อดมีความสุขตามไปด้วยไม่ได้ พวกเขาทราบแล้วว่าซินเหยากำลังท้องอยู่ ทั้งสองเองก็ตั้งใจที่จะทำงานด้วยตัวเองเช่นกัน เพื่อที่จะได้รับผิดชอบงานในร้านได้ก่อนที่ซินเหยาจะมอบร้านให้ เ
ช่วงเย็นของวัน ซินเหยาเล่าให้เฟิงจิงถิงฟังเรื่องสองสามีภรรยาที่ต้องการเซ้งร้านต่อ เธอกลัวว่าเขาจะไม่ยินดีที่เธอยอมให้สองคนนั้นผ่อนจ่าย“ถ้าคุณคิดดีแล้วก็ทำไปเถอะครับ ยังไงเราก็ไม่ได้ลำบากเรื่องเงิน ช่วยพวกเขาสักหน่อยก็ไม่เป็นอะไร” เฟิงจิงถิงไม่ได้คัดค้านเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ เขารู้ดีว่าภรรยายังมีธุรกิจที่กำลังจะทำในเมืองหลวงอยู่อีก เฟิงจิงถิงมั่นใจว่าทุกอย่างที่ซินเหยาคิดเอาไว้ต้องออกมาดีแน่“ขอบคุณนะคะที่คอยสนับสนุนความคิดของฉัน” ซินเหยาเขย่งปลายเท้าขึ้นไปหอมแก้มเฟิงจิงถิงอย่างขอบคุณ ดีที่ไม่มีใครอยู่ในครัวตอนนี้“คุณเป็นภรรยาผมนี่ครับ เดี๋ยวผมออกไปรับลูกค้าก่อนนะ คุณทำบะหมี่ต่อเถอะ” เฟิงจิงถิงลดจำนวนคนที่มาช่วยงานในร้านลงหลายวันแล้ว เพราะเด็กพวกนั้นอีกไม่นานก็ต้องปลดประจำการตามวงรอบ เขาจึงอยากให้เด็กพวกนั้
“พวกเขาใช้งานคุณหนักมากเลยเหรอครับ” ฟู่จิงถิงขมวดคิ้วมุ่นอย่างโกรธ ๆ เขาไม่คิดว่าครอบครัวของเขาจะรังแกซินเหยาในตอนที่เขาไม่อยู่แบบนี้“
สองพ่อลูกปรึกษากันไม่นานก็แยกย้ายกันเข้าห้องของตัวเองไป ฉางเป่ยถูกพักงานชั่วคราวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ส่วนฉางอี้เอ๋อถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้ฟู่จิงถิงและซินเหยาโดยพลการ ถ้าพบว่า
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ต้องดูว่า ผบ.
กว่ารถของพวกซินเหยาจะไปถึงหน้าค่ายทหาร เวลาก็ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงเนื่องจากจำนวนผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนมีมากจนไม่สามารถเดินทางได้เร็วกว่านี้“







