ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ

ใต้อาณัติท่านอ๋องทมิฬ

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-13
โดย:  จ้าวเฉียว / พลอยพันแสงอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
9บท
30views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เขาร้ายกับคนทั้งใต้หล้า แต่กับนาง สตรีเอวบางร่างน้อย ไร้พิษภัย หลี่หลงเฟยกลับพ่ายแพ้ มิใช่เพียงพ้ายแพ้ เขายังหวาดกลัวนางอีกด้วย ชินอ๋องจอมทิมฬกลัวที่สุด เขากลัวพระชายาหลัวไม่รัก!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ปฐมบท

ปฐมบท

ฤดูหนาวปีนี้มาเยือนแคว้นเป่ยฉีแห่งอาณาจักรต้าเฉิงเร็วกว่าทุกปี

หิมะแรกของปีโปรยปรายลงจากผืนฟ้าราวกับขนห่านสีขาว ปกคลุมหลังคาเรือน ถนนหนทาง และกำแพงเมืองทั่วทั้งแคว้น ลมเหนือพัดกระโชกเป็นระยะ พัดพาเกล็ดหิมะให้ปลิวละล่องไปตามสายลม เสียงกิ่งไม้แห้งเสียดสีกันแผ่วเบา คล้ายเสียงคร่ำครวญท่ามกลางฤดูเหมันต์อันยาวนาน

ผู้คนในเมืองต่างเร่งรีบกลับเรือนเพื่อหลบไอหนาว ร้านรวงสองฟากถนนทยอยปิดประตูตั้งแต่ยามเย็น บรรยากาศทั้งแคว้นเงียบเหงากว่าทุกวัน

ทว่าความหนาวเหน็บภายนอกกลับมิอาจเทียบได้กับบรรยากาศอันอึมครึมภายในจวนติ้งเป่ยโหว

บ่าวรับใช้ทั่วทั้งจวนต่างก้มหน้าก้มตาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยวาจาเกินความจำเป็น เพราะงานอภิเษกซึ่งกำหนดไว้ล่วงหน้านานกว่าสามปี กำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ก่อนถึงกำหนดรับตัวเจ้าสาวเพียงไม่กี่วัน

ภายในห้องหนังสือ ประตูไม้จันทน์ถูกปิดสนิท เตาอั้งโล่ลุกโชนอยู่กลางห้อง ทว่าความอบอุ่นจากเปลวไฟกลับมิอาจคลายบรรยากาศอันตึงเครียดของผู้คนภายในได้แม้แต่น้อย

หลัวหย่งคัง ติ้งเป่ยโหวคนปัจจุบัน นั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องล่าง บุรุษวัยสี่สิบสองปีผู้นี้นำทัพรักษาชายแดนเหนือมานานสิบห้าปี จนศัตรูนอกด่านมิกล้ารุกรานแผ่นดินต้าเฉิงแม้แต่ก้าวเดียว

แม่ทัพผู้ไม่เคยหวาดหวั่นต่อสนามรบ บัดนี้กลับมีสีหน้าซีดเซียว ราวกับชั่วข้ามคืนได้พรากเรี่ยวแรงและวัยหนุ่มของเขาไปกว่าสิบปี

เบื้องหน้าของเขาคือหรงเฟยเยี่ย ซู่กั๋วกง น้องชายแท้ ๆ ของหรงไท่เฮา พระราชมารดาของฮ่องเต้หลี่หลงอี้และชินอ๋องหลี่หลงเฟย จึงนับเป็นเสด็จน้าชายของทั้งสองพระองค์

ส่วนบุรุษหนุ่มที่ประทับนั่งอยู่ด้านข้าง สวมอาภรณ์สีดำปักมังกรเงิน พระพักตร์หล่อเหลา สง่างาม ดวงตาคมลึกราวกับน้ำแข็งพันปี เพียงประทับนั่งนิ่งก็ยังแผ่แรงกดดันออกมาโดยไม่ต้องตรัสวาจา บุรุษผู้นั้นคือชินอ๋อง หลี่หลงเฟย พระอนุชาร่วมพระราชมารดาของฮ่องเต้ ผู้มีฐานันดรศักดิ์รองเพียงฮ่องเต้และหรงไท่เฮา อีกทั้งยังเป็นเจ้าบ่าวของงานอภิเษกครั้งนี้

หลัวหย่งคังค่อย ๆ ลุกขึ้น ประสานมือค้อมศีรษะลงต่ำ

"เรื่องทั้งหมดเกิดจากการอบรมบุตรสาวของกระหม่อมไม่ดี กระหม่อมสมควรตายหมื่นครั้งพ่ะย่ะค่ะ ชินอ๋อง"

น้ำเสียงของติ้งเป่ยโหวแหบพร่า ราวกับมิได้นอนมาทั้งคืน

"ซ่งหรานหลบหนีออกจากจวนไปพร้อมบุรุษอื่น นับเป็นความผิดใหญ่หลวง หากซู่กั๋วกงและชินอ๋องทรงมีพระประสงค์ลงโทษ กระหม่อมจะไม่โต้แย้งแม้แต่ครึ่งคำ"

หรงเฟยเยี่ยถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเอ่ยขึ้น

"ติ้งเป่ยโหว เจ้าเองก็ทราบดีว่าเรื่องนี้มิใช่ปัญหาระหว่างสกุลหลัวกับสกุลหรงเพียงเท่านั้น"

"ยามนี้ฝ่าบาทเพิ่งเสด็จขึ้นครองราชย์ได้เพียงสองปี ราชสำนักยังแบ่งเป็นหลายฝ่าย หากงานอภิเษกของชินอ๋องต้องล้มเลิก ย่อมเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสสร้างความวุ่นวาย"

"งานอภิเษกครั้งนี้ ฮ่องเต้ทรงมีพระราชประสงค์ให้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ส่วนหรงไท่เฮาก็ทรงเตรียมการด้วยพระองค์เองมาตลอดสามปี หากข่าวเจ้าสาวหลบหนีแพร่ออกไป เจ้าคิดหรือว่าจะมีเพียงสกุลหลัวที่เสียหน้า"

หลัวหย่งคังเม้มริมฝีปากแน่น

ติ้งเป่ยโหวย่อมทราบดีว่า เรื่องนี้มิได้กระทบเพียงสกุลหลัว หากยังเกี่ยวพันถึงพระพักตร์ของฮ่องเต้ หรงไท่เฮา ราชวงศ์หลี่ และความมั่นคงของราชบัลลังก์

หลี่หลงเฟยทอดพระเนตรเปลวไฟในเตาอั้งโล่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันพระพักตร์ไปทางผู้เป็นท่านน้า หรงเฟยเยี่ยจึงเอ่ยถามอย่างนอบน้อม

"ชินอ๋องทรงคิดเห็นเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ"

หรงเฟยเยี่ยหันไปมองหลานชายก่อนเอ่ยถามอย่างนอบน้อม ภายในห้องหนังสือพลันตกอยู่ในความเงียบ ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังชินอ๋อง รอคอยพระดำรัสจากพระองค์โดยมิได้นัดหมาย

ผ่านไปครู่ใหญ่ หลี่หลงเฟยจึงยกถ้วยชาขึ้นจิบด้วยกิริยาเชื่องช้า ก่อนวางลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา สีพระพักตร์ยังคงเรียบนิ่งจนยากจะคาดเดาความคิด

"เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว การตามตัวหลัวซ่งหรานกลับมาย่อมไร้ประโยชน์"

พระสุรเสียงของพระองค์สงบนิ่ง หากหนักแน่นจนผู้ฟังไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยแทรก สายพระเนตรทอดไปยังหลัวหย่งคัง ก่อนตรัสต่ออย่างสุขุม

"ต่อให้นำตัวกลับมาได้ นางก็ไม่อาจเข้าพิธีอภิเษกในฐานะพระชายาของเปิ่นหวางอีก"

พระองค์เว้นช่วงเพียงครู่ ก่อนตรัสต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม

"ส่วนการเอาผิดติ้งเป่ยโหวในเวลานี้ ก็มีแต่จะสร้างปัญหาให้เสด็จพี่ฮ่องเต้"

หลัวหย่งคังค้อมศีรษะลงต่ำกว่าเดิม มือที่ประสานอยู่เบื้องหน้ากำแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความละอาย หากกลับมิคิดเอ่ยคำแก้ตัวแม้แต่ครึ่งคำ

หรงเฟยเยี่ยพยักหน้าช้า ๆ เห็นด้วยกับทุกถ้อยคำของหลานชาย ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ชินอ๋องตรัสถูกต้อง เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วมิอาจย้อนคืนได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือหาทางคลี่คลายสถานการณ์"

หลัวหย่งคังสูดลมหายใจลึก คล้ายรวบรวมความกล้าครั้งสุดท้าย ก่อนประสานมือกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"กระหม่อมเองก็คิดเช่นนั้น จึงกล้าทูลเสนอทางออกเพียงประการเดียว"

เขาหยุดไปชั่วครู่ ริมฝีปากเม้มแน่นราวกับชั่งใจ ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง

"กระหม่อมยังมีบุตรสาวอีกคน นามว่าหลัวเย่หลี แม้อายุเพียงสิบสี่ปีและยังมิได้ผ่านพิธีปักปิ่น แต่หากชินอ๋องมิทรงรังเกียจ กระหม่อมยินดีให้นางแต่งเข้าตำหนักชินอ๋องแทนพี่สาว"

สิ้นคำกล่าว บรรยากาศภายในห้องยิ่งเงียบงันกว่าเดิม หรงเฟยเยี่ยนิ่งไปครู่หนึ่ง สีหน้าครุ่นคิด ก่อนหันมองติ้งเป่ยโหวแล้วเอ่ยถามอย่างจริงจัง

"ติ้งเป่ยโหว เจ้าตรึกตรองดีแล้วหรือ"

"กระหม่อมตรึกตรองมาดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ" หลัวหย่งคังตอบโดยไม่ลังเล ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคง

"ยามนี้ผู้คนในเมืองหลวงทราบเพียงว่าชินอ๋องจะทรงอภิเษกกับบุตรสาวของติ้งเป่ยโหว หาได้ทราบว่าเป็นคุณหนูคนใด อีกทั้งเย่หลีก็เป็นบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินเอกเช่นเดียวกับซ่งหราน"

เขาหยุดหายใจเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ

"หากปล่อยให้งานอภิเษกล้มเลิก พระพักตร์ของฝ่าบาท หรงไท่เฮา ตลอดจนราชวงศ์และสองสกุลย่อมได้รับความเสียหายยิ่งกว่าเดิม"

หรงเฟยเยี่ยมิได้กล่าวสิ่งใด เพียงหันไปมองหลานชาย เพราะท้ายที่สุด ผู้ที่จะตัดสินใจเรื่องนี้มีเพียงชินอ๋องผู้เดียว

หลี่หลงเฟยนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง สีพระพักตร์ยังคงสงบนิ่ง ก่อนตรัสขึ้นอย่างเรียบเฉย

"เปิ่นหวางไม่มีความเห็นคัดค้าน"

เพียงประโยคเดียว หลัวหย่งคังก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ราวกับยกภูเขาลูกใหญ่ที่กดทับอยู่บนบ่าออกไปได้ครึ่งหนึ่ง

ทว่า ก่อนที่เขาจะทันกล่าวคำขอบพระทัย หลี่หลงเฟยก็ตรัสต่อทันที

"แต่ก่อนที่ทุกคนจะตัดสินใจ เปิ่นหวางต้องการทราบความสมัครใจของคุณหนูสามหลัวเสียก่อน"

คำกล่าวนั้นทำให้หลัวหย่งคังชะงักไปเล็กน้อย แววตาฉายความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด ราวกับไม่คาดคิดว่าชินอ๋องจะทรงให้ความสำคัญกับความสมัครใจของบุตรสาววัยสิบสี่ปีถึงเพียงนี้

ทว่าหลังตั้งสติได้ เขารีบประสานมือค้อมศีรษะลงต่ำ "ได้พ่ะย่ะค่ะ ชินอ๋อง กระหม่อมจะให้คนไปตามเย่หลีมาเดี๋ยวนี้"

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
9
ปฐมบท
ปฐมบทฤดูหนาวปีนี้มาเยือนแคว้นเป่ยฉีแห่งอาณาจักรต้าเฉิงเร็วกว่าทุกปีหิมะแรกของปีโปรยปรายลงจากผืนฟ้าราวกับขนห่านสีขาว ปกคลุมหลังคาเรือน ถนนหนทาง และกำแพงเมืองทั่วทั้งแคว้น ลมเหนือพัดกระโชกเป็นระยะ พัดพาเกล็ดหิมะให้ปลิวละล่องไปตามสายลม เสียงกิ่งไม้แห้งเสียดสีกันแผ่วเบา คล้ายเสียงคร่ำครวญท่ามกลางฤดูเหมันต์อันยาวนานผู้คนในเมืองต่างเร่งรีบกลับเรือนเพื่อหลบไอหนาว ร้านรวงสองฟากถนนทยอยปิดประตูตั้งแต่ยามเย็น บรรยากาศทั้งแคว้นเงียบเหงากว่าทุกวันทว่าความหนาวเหน็บภายนอกกลับมิอาจเทียบได้กับบรรยากาศอันอึมครึมภายในจวนติ้งเป่ยโหวบ่าวรับใช้ทั่วทั้งจวนต่างก้มหน้าก้มตาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยวาจาเกินความจำเป็น เพราะงานอภิเษกซึ่งกำหนดไว้ล่วงหน้านานกว่าสามปี กำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ก่อนถึงกำหนดรับตัวเจ้าสาวเพียงไม่กี่วันภายในห้องหนังสือ ประตูไม้จันทน์ถูกปิดสนิท เตาอั้งโล่ลุกโชนอยู่กลางห้อง ทว่าความอบอุ่นจากเปลวไฟกลับมิอาจคลายบรรยากาศอันตึงเครียดของผู้คนภายในได้แม้แต่น้อยหลัวหย่งคัง ติ้งเป่ยโหวคนปัจจุบัน นั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องล่าง บุรุษวัยสี่สิบสองปีผู้นี้นำทัพรักษาชายแดนเหน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-11
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 1/1
ไม่นานนัก หลัวเย่หลีก็ถูกเรียกตัวมายังห้องหนังสือ เด็กสาววัยสิบสี่ปีผู้มีนิสัยอ่อนโยน สุขุม และเชื่อฟังผู้ใหญ่ก้าวเข้ามาภายในห้องด้วยท่วงท่าสงบสำรวม ทุกย่างก้าวเป็นไปตามกิริยาของบุตรสาวตระกูลใหญ่ที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดีเมื่อเดินมาถึงกลางห้อง นางยอบกายคารวะผู้ใหญ่ทั้งสามอย่างนอบน้อม ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"เย่หลีคารวะชินอ๋องเพคะ คารวะซู่กั๋วกง คารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ"น้ำเสียงของเด็กสาวแผ่วเบาและนุ่มนวลดังเช่นทุกครั้ง ทว่าหลังสิ้นคำคารวะ กลับไม่มีผู้ใดเอ่ยตอบในทันทีความเงียบแผ่ปกคลุมไปทั่วห้องหนังสือ มีเพียงเสียงไม้ฟืนในเตาอั้งโล่แตกดังเปรี๊ยะเป็นครั้งคราว บรรยากาศอึดอัดเสียจนหลัวเย่หลีสัมผัสได้ว่า เรื่องที่บิดากำลังจะกล่าวขึ้นกับตนนั้นคงไม่ใช่เรื่องเล็กแม้ใบหน้างดงามของเด็กสาวจะยังคงสงบนิ่ง หากดวงตาคู่ใสกลับฉายแววฉงน นางค่อย ๆ กวาดสายตามองผู้ใหญ่ทั้งสามอย่างระมัดระวังบิดานั่งนิ่ง สีหน้าอ่อนล้าและเคร่งเครียดกว่าที่นางเคยเห็น ซู่กั๋วกงขมวดคิ้วน้อย ๆ คล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่าง ส่วนชินอ๋องยังคงประทับนั่งอย่างสงบ พระพักตร์เรียบเฉย ดวงพระเนตรลุ่มลึกจนยากจะคาดเดาความคิดได้ภาพตรงหน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-11
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 1/2
เมื่อได้ยินดังนั้น หลัวเย่หลีจึงหันไปมองชินอ๋องอย่างเชื่องช้า นางเห็นภาพของบุรุษหนุ่มในอาภรณ์สีดำยังคงประทับนั่งอย่างสงบนิ่ง ดวงพระเนตรลุ่มลึกทอดมองนางอย่างสุขุม มิมีทั้งความเย็นชาและความกดดัน หากก็ไม่มีความอ่อนโยนเกินฐานันดรศักดิ์เช่นกันหลี่หลงเฟยตรัสด้วยพระสุรเสียงเรียบสงบ แต่หนักแน่นจนทำให้ทุกคนในห้องต่างตั้งใจฟัง"เปิ่นหวางกลัวเหตุการณ์จะซ้ำรอยเดิม จึงอยากถามเจ้าก่อนคุณหนูสามหลัว เจ้าเต็มใจแต่งให้เปิ่นหวางหรือไม่"พระองค์ทอดพระเนตรสบดวงตาของเด็กสาวโดยตรง "หากเจ้าไม่ยินยอม เปิ่นหวางจะไม่ฝืนใจเจ้า"หลัวเย่หลีก้มหน้าลง ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งห้องหนังสืออีกครั้ง เด็กสาวมิได้รีบตอบคำถาม หากเพียงหลับตาลงชั่วครู่เพื่อข่มความสับสนภายในใจนางเข้าใจดีว่า เพียงเอ่ยคำตอบออกมา ชีวิตของตนจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปหากปฏิเสธ งานอภิเษกย่อมล้มเลิก พระพักตร์ของฮ่องเต้ หรงไท่เฮา ราชวงศ์หลี่ ตลอดจนสองสกุลจะได้รับความเสียหายอย่างมิอาจประเมินได้ รวมถึงทุกชีวิตในจวนแห่งก็คงหนีไม่พ้นโทษขัดพระประสงค์หรงไทเฮากับฮ่องเต้ ประหารสิ้นแต่หากตอบรับ...นับจากนี้ นางจะต้องละทิ้งชีวิตอันสงบในฐานะคุณหนูสามแห่งจวนติ้งเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-11
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 2/1
หลังได้ข้อสรุปว่า หลัวเย่หลัวต้องแต่งงานแทนพี่สาวที่หลบหลีไป อีกหนึ่งเดือน เมื่อขบวนรับตัวเจ้าสาวเดินทางถึงเมืองหลวง พิธีอภิเษกก็ถูกจัดขึ้นทันที เพื่อป้องการเหตุการณ์ไม่คาดฝันอื่นใดเกิดขึ้นอีกวันนี้นครเทียนตู เมืองหลวงแห่งอาณาจักรต้าเฉิง ถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงมงคลไปทั่วทั้งพระนครตั้งแต่ประตูเมืองชั้นนอกทอดยาวเข้าสู่พระราชวัง ธงแพรสีชาดและโคมแดงนับหมื่นดวงแขวนเรียงรายอยู่เหนือท้องถนน สายลมอ่อนพัดให้ริ้วแพรพลิ้วไหวรับแสงอรุณ งดงามดุจภาพวาดเสียงกลองพิธีและเสียงฆ้องดังกังวานเป็นระยะ ขบวนทหารรักษาพระองค์ในชุดเกราะเต็มยศยืนเรียงแถวตลอดสองฟากถนนอย่างเป็นระเบียบ ขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ต่างแต่งกายด้วยชุดพิธีเต็มยศ ทยอยเข้าสู่พระราชวังตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างวันนี้มิใช่เพียงพิธีอภิเษกของพระอนุชาฮ่องเต้ หากยังเป็นพระราชพิธีสำคัญที่ราชสำนักทั้งแผ่นดินจับตามองเพราะการที่ราชวงศ์หลี่ดองกับจวนติ้งเป่ยโหวย่อมทำให้ ฮ่องเต้หลี่หลงอี้มีรากฐานมั่นคง จนขุนนางเก่ายากจะเขย่าบัลลังก์ได้อีกต่อไปต่อให้ก่อนหน้านี้จะเกิดเหตุไม่คาดฝันคุณหนูรองแห่งจวนติ้งเป่ยโหวหลบหนีออกจากจวน แต่ข่าวคราวล้วนถูกปิดไว้เป็นความลับอย
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-11
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 2/2
พระนางทรงพยักพระพักตร์อย่างพอพระทัย เด็กสาวผู้นี้ แม้อายุเพียงสิบสี่ปี แต่กลับไม่ตื่นตระหนกต่อหน้าขุนนางนับร้อย สมกับเป็นว่าที่พระชายาของพระโอรสคนเล็กฮ่องเต้หลี่หลงอี้ทอดพระเนตรพระอนุชา ก่อนตรัสด้วยพระสุรเสียงหนักแน่น"วันนี้เป็นวันมงคลของราชวงศ์หลี่ ขอให้ชินอ๋องและพระชายาครองรักมั่นคง ช่วยกันดูแลแผ่นดินและรักษาเกียรติของราชวงศ์ตลอดไป"ชินอ๋องประสานพระหัตถ์ถวายบังคม "กระหม่อมรับพระราชดำรัสพ่ะย่ะค่ะ"หลัวเย่หลียอบกายลงพร้อมกัน "หม่อมฉันรับพระราชดำรัสเพคะ"เสียงขันทีใหญ่ประกาศขั้นตอนพิธีดังกังวาน"คำนับฟ้าดิน!""คำนับหรงไท่เฮาและฮ่องเต้!""สามีภรรยาคำนับซึ่งกันและกัน!"คู่บ่าวสาวค่อย ๆ ทำพิธีตามโบราณราชประเพณีอย่างครบถ้วน ท่ามกลางสายตาของขุนนางทั้งราชสำนักเมื่อพิธีสุดท้ายเสร็จสิ้น เสียงประทัดนับพันชุดก็ดังสนั่นไปทั่วพระราชวัง เสียงฆ้อง กลอง และดนตรีพิธีบรรเลงพร้อมกัน ขุนนางทั้งบุ๋นและบู๊ต่างลุกขึ้นประสานมือแสดงความยินดี"ขอถวายพระพรชินอ๋อง""ขอถวายพระพรพระชายาชินอ๋อง"เสียงอวยพรดังกึกก้องไปทั่วท้องพระโรง หลัวเย่หลีค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบาภายใต้ผ้าคลุมหน้านางรู้ดีว่า พิธีอภ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-11
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 3/1
ปลายเดือนห้าของปีถัดมา...เมฆฝนสีเทาหนาแน่นปกคลุมเหนือเมืองเทียนตู เมืองหลวงแห่งอาณาจักรต้าเฉิง สายฝนโปรยกระหน่ำต่อเนื่องมาหลายวันจนแทบไม่เห็นแสงอาทิตย์ พื้นลานหินภายในตำหนักชินอ๋องชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำฝน เสียงหยดน้ำตกกระทบชายคาดังสม่ำเสมอไม่ขาดสายภายในสวนด้านหลังตำหนัก แปลงผักและสมุนไพรที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันเริ่มมีน้ำขัง ใบผักหลายชนิดเอนลู่ไปตามแรงฝน ขณะที่ต้นสมุนไพรซึ่งใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวกลับเสี่ยงต่อการเน่าเสีย หากฝนยังไม่หยุดตกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผลผลิตที่นางเฝ้าทะนุถนอมมาตลอดหลายเดือนคงสูญเปล่าหลัวเย่หลียืนอยู่ใต้ชายคา ระหว่างมือกำร่มกระดาษน้ำมันไว้แน่น ดวงตาคู่งามทอดมองแปลงผักเบื้องหน้าด้วยความเสียดาย"ฝนตกเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานรากคงชื้นเกินไปเสียหมด"จูอิงยืนกางร่มอยู่ด้านหลัง รีบกล่าวปลอบผู้เป็นนาย"พระชายาอย่าทรงกังวลเลยเพคะ เมื่อฝนหยุด พวกบ่าวจะช่วยกันฟื้นแปลงผักใหม่"หลัวเย่หลีเพียงพยักหน้าเบา ๆ แม้จะเข้าใจดีว่าธรรมชาติเป็นสิ่งที่มิอาจฝืนได้ แต่ความรู้สึกเสียดายก็ยังคงอยู่ผลผลิตเหล่านั้นมิใช่ของล้ำค่าในสายตาผู้อื่น ทว่าสำหรับนาง ทุกต้นล้วนเกิดจากแรงกายและเวลาที่ค
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-12
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 3/2
นับจากวันอภิเษกจนถึงวันนี้ การแต่งงานระหว่างหลัวเย่หลีกับหลี่หลงเฟยกำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่สามเสียแล้วแม้ทั้งสองจะมีฐานะเป็นสามีภรรยาตามพระราชโองการ แต่ในความรู้สึกของหลัวเย่หลี ความสัมพันธ์ของนางกับพระสวามียังคงห่างไกลจากคำว่าคู่ชีวิตตลอดเวลาที่ผ่านมา นางไม่เคยคิดว่าตนมีความสำคัญในหัวใจของบุรุษผู้นั้นสำหรับหลัวเย่หลี นางเป็นเพียงเจ้าสาวตัวแทนที่ถูกส่งมาอุดช่องว่างในวันที่พี่สาวหลบหนีออกจากจวนก่อนพิธีอภิเษก ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างกะทันหันจนแม้แต่ตัวนางเองก็ยังไม่ทันตั้งตัวหากวันนั้นหลัวซ่งหรานมิได้หลบหนี คนที่ยืนเคียงข้างชินอ๋องในฐานะพระชายาเอกก็คงมิใช่นางเพราะเหตุนี้ หลัวเย่หลีจึงไม่เคยเรียกร้องความรัก ความเอาใจใส่ หรือแม้แต่ความใกล้ชิดจากผู้เป็นสามีนางเพียงทำหน้าที่ของพระชายาให้ดีที่สุด ดูแลตำหนัก รักษาเกียรติของราชวงศ์ และไม่สร้างภาระให้แก่เขาในสายตาของนาง ความสุขของชีวิตมิได้ขึ้นอยู่กับการได้รับความรักจากบุรุษผู้หนึ่งเพียงมีอาหารรับประทาน มีสวนผักให้ดูแล มีสมุนไพรให้ทดลองเพาะปลูกกับเรียนวิชาปรุงเครื่องหอม เครื่องประทินโฉม และได้ใช้ชีวิตอย่างสงบเรียบง่าย นั่นก็นับว่าเพียงพอแล้ว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-12
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 4/1
กาลเวลาผ่านพ้นไปอย่างเงียบงัน เมื่อรู้ตัวอีกครั้ง ชีวิตแต่งงานของหลัวเย่หลีกับหลี่หลงเฟยก็ล่วงเข้าสู่ปีที่สี่แล้วปลายเดือนเจ็ดของนครเทียนตู ท้องฟ้าหม่นมัวครึ้มไปด้วยเมฆฝนตั้งแต่ยามเหม่า เมฆดำหนาทึบปกคลุมทั่วผืนนภา ราวกับกดทับเมืองหลวงทั้งเมืองไว้ใต้เงาฝน ครั้นเข้าสู่กลางยามเฉินได้ไม่นาน เสียงอสนีบาตก็คำรามกึกก้องสะเทือนฟ้าดิน ก่อนสายฝนจะเทกระหน่ำลงมาราวกับสายน้ำจากสวรรค์หลั่งรินไม่สิ้นสุดภาพตรงหน้าทำให้หลัวเย่หลีซึ่งบัดนี้มีอายุสิบแปดปีถึงกับทอดถอนใจอย่างหมดแรงเดิมทีวันนี้นางตั้งใจจะออกไปยัง ผิงเซียงเก๋อ ร้านเครื่องหอมและเครื่องประทินโฉมสตรีที่เปิดกิจการมาได้กว่าครึ่งปี เพื่อตรวจดูบัญชีและทดลองตำรับเครื่องหอมชุดใหม่ แต่เมื่อเห็นสายฝนที่โหมกระหน่ำไม่หยุด นางก็รู้ทันทีว่าแผนทั้งหมดคงต้องเลื่อนออกไปอีกครั้งสามปีที่ผ่านมา เด็กสาววัยแรกแย้มในวันอภิเษกได้เติบโตเป็นหญิงสาวอย่างสมบูรณ์ ใบหน้าหวานละมุนยิ่งงดงามกว่าวันวาน ดวงตากลมกระจ่างเปล่งประกายมีชีวิตชีวา ขับรับกับริมฝีปากอิ่มได้รูป ผิวพรรณขาวผ่องอมชมพูราวกลีบดอกเหมยแรกผลิบานกลางหิมะ เส้นผมดำขลับยาวสลวยดุจแพรไหมทอดจรดเอวรูปร่างของนางมิ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-13
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 4/2
ส่วนผู้เป็นพระสวามี...แม้หลี่หลงเฟยจะยังคงสุขุมและไม่ค่อยแสดงความรู้สึกดังเช่นเคย อีกทั้งราชกิจที่ล้นมือทำให้ทั้งสองไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่พร้อมหน้ากัน แต่หลัวเย่หลีก็ไม่เคยเก็บเรื่องเหล่านั้นมาคิดให้หนักใจเมื่อเห็นว่าสายฝนยังไม่มีทีท่าจะหยุด หลัวเย่หลีจึงล้มเลิกความคิดที่จะออกไปผิงเซียงเก๋อ นางหันไปสั่งห้องเครื่องให้จัดสำรับกลางวันเพิ่มอีกชุด ก่อนหยิบสมุดบัญชีของร้านติดมือไว้เล่มหนึ่งเพราะช่วงนี้พระสวามีของนางรั้งอยู่ตำหนักมิได้ออกไปต่างเมืองเดิมทีหญิงสาวตั้งใจจะนำบัญชีไปตรวจที่ร้าน แต่เมื่อออกจากตำหนักไม่ได้ ก็คิดว่าใช้เวลาว่างหลังรับประทานอาหารร่วมกับพระสวามีตรวจดูตัวเลขเสียที่เรือนทรงงานก็นับว่าไม่เสียเวลาไม่นานนัก หลัวเย่หลีก็เดินไปยังเรือนด้านหน้าพร้อมจูอิงและจูลี่ซึ่งช่วยกันยกสำรับอาหารตามมาด้านหลังเมื่อก้าวเข้าไปภายในห้องทรงงาน นางก็เห็นหลี่หลงเฟยนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์ กำลังอ่านฎีกากองหนึ่งด้วยสีหน้าสงบนิ่งบุรุษหนุ่มเงยหน้าขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า แววตาคมที่มักเย็นชาพลันอ่อนลงอย่างยากจะสังเกต"อาหลี เหตุใดวันนี้จึงมาร่วมมื้อกลางวันกับเปิ่นหวางได้เล่า"หลัวเย่หลียิ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-13
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status