Share

คุณตามาหา

last update Terakhir Diperbarui: 2025-02-21 18:50:22

เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด

คุณตามาหา

*****

“เมิ่งหลัน ลูกได้ยินพ่อหรือไม่ เปิดประตูให้พ่อหน่อยสิลูก” หลิวฮุ่ยตะโกนเรียกลูกสาวอยู่ที่หน้าบ้าน เมิ่งหลันได้ยินคนเรียกที่หน้าประตู พอได้ยินเสียงก็จำได้ทันที ว่าเป็นพ่อของเมิ่งหลันคนก่อน 

“พ่อเข้ามาก่อนสิคะ ข้างนอกมันหนาวมากเลยนะคะ” เมิ่งหลันบอกบิดาให้รีบเข้ามาข้างในเพราะตอนนี้หิมะกำลังตกลงมาอย่างหนัก

“ขอบใจลูก พ่อเห็นว่าหิมะมันตกหนักมาหลายวันแล้วก็เลยแวะมาดูหน่อย พวกลูกเป็นยังไงบ้าง  หลานๆล่ะเจ็บไข้ได้ป่วยกันบ้างหรือเปล่า” ผู้เป็นพ่อถามถึงลูกกับหลานด้วยความห่วงใย

“พวกหนูอยู่กันได้ค่ะก็ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ เด็กๆก็สบายดีแข็งแรงดีทุกคนค่ะ” เธอตอบออกไปเพื่อให้บิดาคลายกังวล

“คุณตา/คุณตามา” เสียงเด็กๆร้องทักทายคุณตาของตัวเอง พวกเขารักคุณตามาก เวลาที่คุณตามาหาก็มักจะมีอาหารมาให้พวกตนเสมอ

“ว่าไงฟางหลิน เหวินหลง พวกหลานหนาวกันหรือเปล่า” คุณตาทักทายหลานๆด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น

“ไม่หนาวค่ะ/ไม่หนาวครับ” ทั้งสองคนบอกผู้เป็นตา พอคุณตาได้ฟังก็ยิ้มใจดีให้กับหลานๆ แล้วหันมามองหน้าลูกสาวของตน

“พ่อค่ะ  ทำไมพ่อทำหน้าแบบนั้นล่ะพ่อมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เมิ่งหลันที่เห็นท่าทางและแววตาของบิดาก็ให้สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า เมื่อกี้ยังเห็นยิ้มให้เด็กๆอยู่เลยเผลอแปปเดียวก็ดูเศร้าหมองจนบอกไม่ถูก

“ไม่มีอะไรหรอกลูก พ่อก็แค่เสียใจเท่านั้นเองว่าที่ผ่านมาพ่อดูแลลูกได้ไม่ดีพอ พ่อละอายใจแก่ลูกและแก่แม่ของลูกมากทีเดียว” เขาคิดแบบนั้นจริงๆเพราะว่าก่อนที่แม่ของเมิ่งหลันนั้นจะเสียเขาได้สัญญาไว้ว่าเขาจะดูแลลูกสาวตัวน้อยเป็นอย่างดี แต่ดูสิ่งที่เขาทำสิ ช่างน่าละอายยิ่งนัก

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่พ่อเก็บบ้านหลังนี้ไว้ให้หนูก็ดีมากแล้ว” เมิ่งหลันตอบแทนเจ้าของร่างนี้เพราะความรู้สึกในจิตใจส่วนลึกมันบอกแบบนี้จริงๆ

“แล้วอาหารการกินล่ะลูกพอไหม  ถ้าไม่พอบอกพ่อได้นะพ่อจะไปหามาให้” คนเป็นพ่อก็อดห่วงลูกไม่ได้ เมื่อก่อนตนเอาเงินส่วนตัวแลกธัญพืชมาให้ครั้งละไม่มาก เพราะไม่อยากผิดใจกับภรรยา แล้วมันจะพาให้ลูกสาวเดือดร้อน

“ไม่ต้องหรอกค่ะพ่อ  หนูตุนอาหารไว้มากพอจนถึงสิ้นฤดูหนาวแน่นอนค่ะ” เมิ่งหลันบอกออกไป 

“เมิ่งหลัน พ่อขอถามได้ไหม ว่าลูกเอาเงินที่ไหนมาซื้อของมากมายแล้วก็ยังซ่อมบ้านอีก แต่ถ้าลูกไม่บอกก็ไม่เป็นไรพ่อไม่ว่าหรอก” เขาเองก็แค่สงสัยเท่านั้นไม่ได้อยากได้ของลูกแต่อย่างใด

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะหนูบอกได้ เมื่อ 3-4 เดือนก่อน หนูขึ้นเขาไปเจอเห็ดหลินจือแดงหนูเจอมันประมาณ 5 ดอก หนูเลยนำไปขายที่ร้านยาในตัวอำเภอค่ะ เลยพอได้เงินมาซื้อของซื้ออาหารแล้วก็ซ่อมบ้านนิดหน่อย” เธอบอกออกไป ที่เมิ่งหลันบอกแบบนี้ เพราะว่าเธอจำมาจากในนิยายบางเรื่อง ที่นางเอกหาทางออกเรื่องเงินไม่ได้จึงอ้างว่าเจอสมุนไพรแล้วเอาไปขายได้เงินมาจำนวนมาก

“ขอบคุณสวรรค์ที่ยังไม่ตาลูกอุตสาห์ให้ลูกได้พบเจอของดีๆแบบนี้” หลิวฮุ่ยเชื่อในคำพูดของลูกสาว

“หนูก็คิดแบบนั้นนะคะ สวรรค์คงจะเมตตาหนูมากจริงๆ” ใช่สิถ้าไม่เมตตาเธอจะมีลูกทีเดียวถึงสองคนเลยหรอ

“ว่าแต่ที่บ้านพ่อเถอะค่ะมีอาหารเพียงพอหรือเปล่าคะ บอกหนูได้นะคะ ข้าวที่หนูซื้อมาเก็บไว้ก็เยอะพอสมควร พอแบ่งไปได้นะคะ” เมิ่งหลันอยากแบ่งปันข้าวปลาอาหารให้กับพ่อของตน ถึงแม้ที่บ้านนั้นจะมีคนอื่นอีกนอกจากพ่อของเธอก็ตาม

“ไม่ต้องหรอกลูก  ลูกเก็บไว้เถอะ  ยังไงลูกก็เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวไหนเด็กๆอีกตั้ง 2 คนไม่ต้องเป็นห่วงพ่อหรอกลูก” หลิวฮุ่ยไม่เคยอยากได้ของจากลูก

“ถ้าอย่างนั้น  ถ้าอาหารที่บ้านพ่อไม่พอ  พ่อมาเอาที่หนูได้ตลอดเลยนะคะ” เมิ่งหลันอยากตอบแทนน้ำใจแทนร่างเก่า

“แค่พอได้มาเห็นว่าหนูสบายดี  พ่อก็สบายใจถ้างั้นพ่อกลับไปบ้านก่อนนะ เดี๋ยวหิมะตกหนักกว่านี้พ่อจะกลับบ้านไม่ได้เอา” หลิวฮุ่ยขอตัวกลับก่อน

“พ่อรอหนูสักครู่นะคะ” เมิ่งหลันเข้าไปหยิบของในครัว

“นี่อะไรกันล่ะลูก” หลิวฮุ่ยตกใจ

“อันนี้เป็นขาหมูรมควันค่ะ พ่อเอาไปด้วยนะคะ อย่างน้อยอากาศแบบนี้ ได้กินข้าวต้มร้อนๆกับหมูคงจะอร่อยมากทีเดียวเลยค่ะ” เมิ่งหลันส่งขาหมูรมควันให้กับบิดา หลิวฮุ่ยปฎิเสธ แต่เมิ่งหลันก็ยัดเยียดให้จนได้

“พ่อขอบใจลูกมากนะ  ถ้ายังงั้นพ่อกลับก่อนแล้วกัน” 

“เดินดีๆนะคะพ่อระวังทางลื่นด้วย”เมิ่งหลันออกไปเปิดประตูให้กับบิดาของตน หลังจากนั้นเธอก็ปิดประตูลงกลอนให้แน่นหนาแล้วกลับเข้าไปหาลูกของเธอ

*

“นี่คุณไปไหนมาคะ  หิมะตกหนักขนาดนี้  คุณยังอยากจะออกไปข้างนอกอีกหรือเนี่ย” อี๋นั่วเมื่อเห็นผู้เป็นสามีกลับเข้ามาในบ้านก็ซักถามใหญ่โต

“ผมแค่ไปหาลูกมาเท่านั้นเอง  คุณจะพูดมากอะไรอีก” หลินฮุ่ยเอือมระอาผู้เป็นภรรยาเต็มทน

“ฉันนี่หรือคะพูดมาก  ฉันพูดมากตรงไหนกันคุณบอกมาสิคะ” อี๋นั่วไม่ยอมเธอก็แค่ถามเท่านั้นเธอพูดมากตรงไหนกัน

“คุณเงียบไปเถอะแล้วเอาของไปเก็บในครัว” หลินฮุ่ยส่งขาหมูให้ผู้เป็นภรรยา

“คุณไปเอามาจากไหนกันคะ” เมื่ออี๋นั่วเห็นก็ทำตาโตขึ้นมาทันที นี่มันขาหมูรมควันอย่างดีเลยนะ

“เมิ่งหลันให้มาน่ะ” หลิวฮุ่ยบอก

“ให้มาแค่นี้เองหรือคะ  บ้านเราอยู่กันตั้งหลายคนจะพอกินได้ยังไง” อี๋นั่วกล่าวด้วยวาจาเห็นแก่ตัว

“คุณใช้คำว่าแค่นี้ แค่นี้น่ะมันคือแค่ไหน ขาหมูนี้น้ำหนักไม่ใช่น้อยๆ อย่างน้อยก็ 8-10 ชั่งเข้าไปแล้วคุณว่ายังน้อยอีกหรอ” หลิวฮุ่ยถามด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง

“ว่านิดว่าหน่อยไม่ได้เลยนะคะลูกสาวคุณเนี่ย” อี๋นั่วก็ยังไม่ยอมแพ้

“เมิ่งหลัน ไม่สมควรถูกต่อว่าใดๆทั้งสิ้น เรื่องที่มันเกิดขึ้นทั้งหมดก็เพราะคุณคนเดียวนั่นแหละคุณอย่าคิดว่าผมไม่รู้นะว่าเรื่องที่เกิดกับลูกสาเหตุมันเกิดมาจากใคร” หลิวฮุ่ยพูดด้วยความโกรธ

“คุณไม่มีหลักฐานคุณจะมากล่าวหาฉันไม่ได้นะคะ” อี๋นั่วไม่ยอมรับ

“ถึงหลักฐานจะไม่มีแต่ตัวคุณก็รู้อยู่แก่ใจ” หลิวฮุ่ย ตอกย้ำความเป็นจริง พอพูดจบก็หันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนไป

“ดีนักนี่ แม่ลูกสาวของคุณน่ะ” อี๋นั่วพูดตามหลัง

“แม่คะ ทะเลาะกับพ่ออีกแล้วหรือคะ” ซิงอี ที่ได้ยินเสียงพ่อกับแม่พูดคุยกันเสียงดังจึงออกมาดู

“ก็ใช่น่ะสิ แม่พูดถึงลูกสาวสุดที่รักของพ่อแกนี่ไม่ได้เลย ต้องอารมณ์เสียตลอด” อี๋นั่วระบาย

“แม่ก็ใจเย็นหน่อยเถอะค่ะ อย่าลืมสิคะว่าแม่ยังมีความผิดเมื่อครั้งที่แล้วไปหาเรื่องนังเมิ่งหลันอยู่เลย” ซิงอีย้ำเตือน

“เฮอะ พ่อแกไม่รู้อะไรบ้างเลย ว่าลูกสาวของเขาน่ะร้ายกาจแค่ไหน” อี๋นั่วยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี ว่าเมื่อหลันทำอะไรไว้กับเธอบ้าง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   พวกเราคือครอบครัว…

    พวกเราคือครอบครัว…สี่ปีต่อมา…หลังจากวันที่เมิ่งหลันคลอดลูกชายฝาแฝด ก็ผ่านมามานานหลายปีแล้ว การเลี้ยงดูลูกของเธอช่างวุ่นวายเป็นอย่างมาก ดีที่เหอตี้ออกจากงานมาช่วยเธอดูแลร้าน ไม่อย่างนั้นเธอเองคงไม่มีเวลาพัก การเลี้ยงลูกถึงสี่คนไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยฟางหลินและเหวินหลงนั้น ดีที่โตพอจนรู้ความแล้ว ตอนนี้อายุก็เข้าปีที่สิบแล้ว หนูน้อยฟางหลินในตอนนี้ความงดงามนั้นเปล่งประกายมากถึงจะยังเด็กอยู่ก็ตาม จนทำให้คุณพ่อนั้นหวงมากเป็นพิเศษ เพราะยิ่งโตหน้าตาก็ยิ่งเหมือนกับคนเป็นแม่ส่วนแฝดน้องเหวินหลงเองก็ใช่ย่อย ความหล่อเหลาก็ไม่ได้แพ้ใคร ในทุกวันที่ไปโรงเรียนมักจะมีสาวน้อยมอบขนมให้อยู่เสมอ จนทุกวันนี้สหายมู่มู่ที่ไปโรงเรียนด้วยกันไม่ต้องเสียเงินซื้อขนมเลยส่วนแฝดชาย หวังจางหมิ่น และหวังเจียวจิ้นนั้น ตอนนี้ก็อายุสี่ขวบแล้ว ซึ่งความซุกซนไม่ต้องพูดถึง ขนาดที่ว่าเมิ่งหลันจ้างพี่เลี้ยงมาเพิ่ม ทั้งสองคนก็ยังหลุดลอดสายตาออกไปซนที่อื่นได้ “จางหมิ่น เจียวจิ้น แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามออกมาเล่นข้างนอกแบบนี้” เมิ่งหลันที่ออกมาเจอลูกๆของเธออยู่ที่ด้านนอกพอดี จึงอดที่จะดุไม่ได้“แม่ครับ พวกเราไม่อยากอยู่ในบ้าน” เ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ออกมาแล้ว…

    ออกมาแล้ว…“หลันหลัน คุณไม่ต้องกลัวนะครับ” เหอตี้ผู้เป็นสามีปลอบใจภรรยาอยู่ที่ข้างเตียง วันนี้เป็นวันที่คุณหมอนั้นนัดผ่าคลอดให้กับเมิ่งหลัน เพราะว่าเธอนั้นมีความเสี่ยงจึงต้องใช้วิธีการผ่าคลอดแทนการคลอดธรรมชาติ“เหอตี้คะ ฉันกลัวจังเลยค่ะ” เธอบอกสามีออกไป นี่คือการคลอดครั้งแรกของเธอ เธอจะไม่กลัวได้อย่างไร ถึงแม้ว่าเมิ่งหลันคนก่อนจะเคยคลอดลูกแต่มันก็ไม่ใช่เธออยู่ดี“ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะครับ หมอที่นี่เก่งอยู่แล้ว คุณนอนพักก่อนดีกว่า” เมื่อเหอตี้เห็นว่าภรรยานั้นมีความเครียดจึงอยากให้เธอได้พักผ่อน“แล้วสองแฝดอยู่ที่ไหนหรือคะ” เมิ่งหลันถามหาลูกทั้งสองคน เพราะเธอมารอคลอดตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ก็ยังไม่ได้เจอหน้าลูกเลย“อยู่กับน้าอี้ฝานครับ สองแฝดไม่มีงอแงเลย พูดจารู้เรื่องมาก แค่บอกว่าแม่กำลังจะมาคลอดน้องพวกเขาก็เข้าใจ” เหอตี้เมื่อเช้านี้ได้กลับไปที่บ้านและพูดเรื่องนี้ให้สองแฝดฟัง ซึ่งทั้งสองก็เข้าใจ และบอกว่าจะรอแม่และน้องอยู่ที่บ้าน“คุณจะรอฉันที่ด้านนอกใช่หรือเปล่าคะ” เมิ่งหลันถามสามีเมื่อมองเวลาแล้วไกล้ที่จะเข้าห้องคลอดเต็มที“ผมจะรอคุณอยู่ข้างนอกห้องคลอดแน่นอน ผมรับรองเลยว่าเมื่อคุณออกมา คุ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   งานแต่งงานของพี่ใหญ่เหอซาน

    งานแต่งงานของพี่ใหญ่เหอซาน…วันนี้เป็นวันที่เมิ่งหลันนั้นต้องมาตรวจครรภ์เป็นครั้งที่สอง และการตรวจก็เป็นไปด้วยดี การเติบโตของทารกในครรภ์นั้นดีมากทีเดียวและอีกเรื่องที่ทำให้หลิวเมิ่งหลันและหวังเหอตี้ ต้องตกตะลึงกันอีกครั้ง นั่นก็คือในท้องของเมิ่งหลันนั้นมีลูกน้อยถึงสองคน นั่นก็หมายความว่าในตอนนี้เมิ่งหลันนั้นกำลังท้องลูกแฝดอีกครั้งนั่นเองแต่การแพทย์ในยุคสมัยนี้ก็ไม่สามารถตรวจได้ว่าเจ้าก้อนแป้งที่กำลังนอนอยู่ในท้องของเมิ่งหลันนั้นเป็นเพศไหน จะเป็นชายชาย หญิงหญิง หรือหญิงชาย ก็ไม่อาจรู้ได้ ถึงแม้เจ้าก้อนแป้งทั้งสองจะแข็งแรงดี แต่เมิ่งหลันก็ยังอดเป็นกังวลไม่ได้ เธอกลัวการคลอดลูก เธอกลัวว่าจะไม่สามารถคลอดลูกออกมาได้อย่างปลอดภัย เหอตี้ที่รับรู้ได้ถึงความกังวลก็ได้แต่ปลอบใจภรรยา ไม่ว่าอย่างไรเขาจะหาหมอที่มีฝีมือที่สุดมาทำคลอดให้ภรรยาให้ได้“เดี๋ยววันนี้ผมจะพาคุณไปเที่ยวนะครับ” เหอตี้เอ่ยขึ้นเมื่อพากันออกมาจากในโรงพยาบาลหลังจากที่ตรวจการตั้งครรภ์เสร็จแล้ว“คุณจะพาฉันไปที่ไหนหรือคะ” เมิ่งหลันเองก็เดาไม่ถูก เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอก็ยังไม่ได้ออกไปที่ไหนแบบจริงจังสักที เพราะเธอทุ่มเทเวลาใ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   คู่มือการเลี้ยงลูก

    คู่มือการเลี้ยงลูก…หลังจากที่ทุกคนรู้ข่าวเรื่องการท้องของเมิ่งหลันก็ยินดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบ้านใหญ่หวัง แม่เหอที่รู้ข่าวก็ไปสรรหาของบำรุงต่างๆมาให้เมิ่งหลันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโสมหรือรังนกก็ตาม“ฉันต้องขอบคุณคุณแม่มากเลยนะคะสำหรับของบำรุงพวกนี้” เมิ่งหลันบอกแม่สามี ถึงแม้เธอจะรู้ว่าของพวกนี้ดีมีสรรพคุณมากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่สามารถที่จะกินมันได้ เพราะเมื่อครั้งก่อนที่แม่เหอก็ฝากให้เหอตี้เอามาให้เธอทาน พอเธอทานเข้าไปถึงกับอาเจียนไม่ยอมหยุด “ไม่เป็นไรเลยจ้ะ เธอต้องกินมันให้หมดนะ หลานของฉันจะได้ออกมาแข็งแรง” แม่เหอบอกด้วยรอยยิ้ม “ว่าแต่เจ้าใหญ่ จะแต่งงานเมื่อไหร่ดีล่ะ เหอตี้มีลูกแซงหน้าไปแล้วนะ” แม่เหอเอ่ยถามลูกชายคนโต ที่ตอนนี้สานสัมพันธ์กับคู่หมั้นได้อย่างราบรื่น“แล้วคุณแม่ว่ายังไงล่ะครับ พร้อมที่จะไปสู่ขอสะใภ้ใหญ่ได้หรือยัง” เหอซานหันมาถามแม่ของตนบ้างแม่เหอที่ได้ยินแบบนั้นก็ตาโตทันที นี่เจ้าใหญ่ของเธอกำลังบอกให้ไปขอภรรยาให้เขาใช่หรือไม่“นี่ลูกพูดจริงใช่ไหม เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่กับพ่อจะได้ไปพูดเรื่องนี้กับบ้านกงแต่เช้าเลย” “555” เหอซานอดที่จะยิ้มขำแม่ของตนไม่ได้ คงอยากได้สะใภ้มากเลยถ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   สองแฝดจะมีน้อง

    สองแฝดจะมีน้อง…“ท้อง???”“คุณหมอช่วยพูดอีกครั้งได้หรือเปล่าคะ” เมิ่งหลันที่ต้องการได้ยินอีกครั้ง ว่าอาการที่เธอเป็นนั้นเป็นโรคอะไรกันแน่ เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม“คนไข้ไม่ได้ป่วยเป็นอะไรนะครับ อาการที่เป็นอยู่ เป็นอาการของคนท้องเท่านั้นครับ” หมอเองได้ตรวจซ้ำถึงสองรอบจากการจับชีพจร ซึ่งผลที่ออกมาก็เหมือนกันทั้งสองครั้งและเขาเองก็มั่นใจเป็นอย่างมากเมิ่งหลันคิดว่ากลับบ้านไปเธออาจจะเรียกเอาชุดทดสอบการตั้งครรค์ออกมาตวจอีกสักครั้ง เพื่อความแน่ใจ ไม่ใช่ว่าเธอไม่ไว้ใจหมอในยุคนี้หรอกนะ แค่เธออยากมีโมเม้นท์ขึ้นสองขีดแบบคนอื่นบ้างเท่านั้นเอง“แล้วไม่ทราบว่าตอนนี้ฉันท้องกี่เดือนแล้วหรือคะ” เมิ่งหลันเองก็แอบงงเหมือนกัน ทั้งที่เธอเองก็กินยาคุม แล้วลูกของเธอนั้นทะลุยาคุมออกมาได้ยังไงกัน หรือยาที่เธอกินจะหมดอายุนะ แต่ก็ไม่น่าใช่“ประมาณ เดือนกว่าได้แล้วครับ ช่วงนี้คุณก็ดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะครับ ของหนักก็ห้ามยกเพราะมันจะเสี่ยงต่อการแท้ง ส่วนในเรื่องของอาหารก็ให้ทานอาหารที่มีประโยชน์ทั้งเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ และก็อย่าลืมดื่มนมด้วยนะครับ อ้อ…และอีกอย่างเรื่องบนเตียงช่วงนี้ก็ให้งดไปก่อนนะครับจนกว่าจะมีอ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   เมิ่งหลันป่วย???

    เมิ่งหลันป่วย???วันนี้เป็นวันที่ห้าแล้ว ที่เมิ่งหลันและคนงานช่วยกันบรรจุของเพื่อทำถุงยังชีพ และทุกวันก็จะทำได้ประมาณหนึ่งพันชุดทุกวัน“คุณเมิ่งหลันคะ วันนี้มีคนมาโวยวายที่หน้าร้านอีกแล้วค่ะ” ซูเหวินเข้ามารายงานเมิ่งหลัน เพราะหลายวันมานี้มีคนต้องการมาซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง แต่ทางร้านไม่สามารถเปิดขายให้ได้ เพราะต้องนำไปช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน นั้นจึงสร้างความไม่พอใจกับลูกค้าบางคน“แล้วได้บอกเหมือนที่ฉันสั่งไว้หรือเปล่าจ๊ะ” เมิ่งหลันเองให้ลูกจ้างทุกคนนั้นบอกลูกค้าไปตามความจริง ว่าทางร้านไมาสามารถขายสินค้าให้ได้ ให้ไปหาซื้อที่อื่นก่อน “บอกแล้วค่ะ….” ทั้งสองพูดกันไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงดังโวยวายกันอยู่ที่ด้านนอก“เฮอะ ที่ไม่ยอมขายข้าวให้พวกฉัน เป็นเพราะว่าจะเอาไปขายให้กับทางการใช่หรือเปล่าล่ะ” เสียงลูกค้าที่เป็นสตรีเอ่ยขึ้น“ไม่อยากขายให้พวกเราก็พูดมาตรงๆเถอะ ไม่ต้องอ้างทางการหรอก มันน่าอาย” เธอยังพูดไม่หยุด“ทำมาเป็นบอกว่าเอาไปช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน ฉันเองก็เดือดร้อนเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นก็ต้องให้ของพวกนี้กับฉันด้วย” ผู้หญิงทืี่มาด้วยกันเอ่ยขึ้น“ใช่แล้ว ตอนนี้พวกเราก็ไม่มีเงินมากพอที่จะซ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status