Masukแม่ฉิน!! แม่จะมีเรื่องทุกที่ไม่ได้นะ
"หยาหยา ลูกพาพี่ชายไปที่บ้านฮั่วก่อน พ่อกับแม่มีเรื่องที่จะต้องคุยกันให้ชัดเจน"เด็กทั้งสองหันมาสบตากันอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากบ้านไปอีกหน เซียวอี้เหยาลอบหันมามองชายตัวโต ในส่วนลึกของจิตใจคาดหวังว่าบิดาคนนี้จะสามารถทำให้มารดาของเขาเปิดใจยอมรับได้จริงๆ สักทีเมื่อเด็กๆ จากไปแล้วเซียวอี้หยางก็ประชิดตัวซูหย่าฉิน ตวัดแขนแกร่งโอบเอวบางดึงเธอมาแนบชิดตัว"ฉินฉิน อธิบายมาให้ชัดเจน"ไม่ต้องสอบถามซูหย่าฉินก็พอจะคาดเดาได้ว่าเรื่องที่เขาต้องการให้เธออธิบายนั้นเป็นเรื่องใด ทว่าเธอในตอนนี้ไม่รู้ว่าจะอธิบายต่ออีกฝ่ายอย่างไร ดังนั้นจึงทำได้เพียงเบนหน้าหลบสายตาคาดคั้นของคนตัวโต ทว่าเธอต้องการหลบแต่เซียวอี้หยางกลับไม่ต้องการให้เลี่ยง นิ้วยาวจับคางเรียวให้หันมาสบตาแล้วก้มลงจุมพิตริมฝีปากบาง ทั้งขบเม้มทั้งดูดกลืนลมหายใจของหญิงสาว จนเมื่อเห็นว่าเธอหายใจไม่สะดวกจึงยามปล่อย แต่ก็ยังคงไม่ยอมถอยห่าง"ฉินฉิน ฉันให้เธอพูดอีกครั้งยังคิดหย่ากับฉันอยู่หรือไม่""เรื่องนี้ฉัน..."พูดยังไม่ทันจบริมฝีปากบางก็ถูกครอบครองปิดกั้นอีกหน ทว่ารุนแรงกว่าครั้งแรก เอวบางถูกมือหนาจับยกตัวเธอวางลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนที่ร่าง
เซียวอี้หยางกำลังฝึกนายทหารในสังกัด ฉั่วโม่เฉินก็รีบวิ่งมารายงานว่า ซูหย่าฉินและลูกๆ ทั้งสองคนของเขา ถูกผู้ชายหน้าตาดีดูมีฐานะคนหนึ่งพาขึ้นรถยนต์ออกไปทานข้าว มือหนาพลันกำเข้าหากันแน่น ไม่พูดให้มากความก็ไปเอารถทหารขับออกจากค่ายไปในทันที แน่นอนว่ารถคันนี้เป็นรถประจำตำแหน่งของเขา เพียงแต่เมื่อก่อนเขาคิดว่ารถราชการก็ควรใช้ในกิจของราชการ ดังนั้นที่ผ่านมาจึงไม่เคยขับรถคันนี้ไปทำเรื่องส่วนตัวเลยสักครั้ง ร้านอาหารในเมืองเจิ้งไห่มีไม่ถึงสิบร้าน ดังนั้นใช้เวลาไม่นานเซียวอี้หยางก็พบคนที่ตามหา สองขายาวก้าวเข้าไปด้านในด้วยท่าทางร้อนรน สีหน้าดุดันจนแม้แต่ฮั่วโม่เฉินก็ไม่กล้าขัดขวาง"ซูหย่าฉิน"เสียงเรียกที่เข้มงวดทำให้ซูหย่าฉินที่กำลังดื่มน้ำส้มสำลักออกมาเบา ในขณะที่เซียวอี้หยางเดินมาประชิดตัวคนแล้ววางมือหนาโอบไหล่บางเอ่ยเสียงหนักแววตาแข็งกร้าวจ้องมองไปยังชายแปลกหน้าที่กล้าชวนภรรยาของเขาออกมากินข้าวลับหลัง"ฉันเซียวอี้หยาง สามีของซูหย่าฉิน พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วนขอตัวก่อน"พูดจบก็ตวัดแขนอุ้มคนที่เพิ่งสำลักน้ำขึ้นแนบอกแล้วพาเดินออกจากร้านอาหารไปในทันที แน่นอนว่าเด็กทั้งสองคนต่างก็เร่งวิ่งตามออกมา
ซูหย่าฉินกลับมาที่บ้านพักในช่วงบ่าย คิดถึงท่าทีสนิทสนมของผู้กองจ้าวเฉินและชุ่ยผิงอันหัวใจที่หนักอึ้งก็พลันผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน ดูเหมือนว่าเส้นเรื่องทั้งหมดจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ "แม่คะ วันนี้พวกเราจะไปที่ร้านผ้าไหมคะ""ไปสิ"ไม่เพียงแค่ไปร้านผ้า เธอยังต้องเอาสมุนไพรในระบบออกไปขายด้วย ดังนั้นหลังจากจัดแจงเรื่องภายในร้านผ้าแล้วหญิงสาวก็ฝากเด็กๆ ไว้กับซิ่วจื่อฮั่ว ก่อนจะปลีกตัวไปยังร้านกวงซิน โดยใช้วิธีการเดิม นั่นก็คือซื้อรถลากและตะกร้าสานนับสิบใบวางเรียงบทรถ ก่อนจะใช้ผ้าคลุม และลอบเอาสมุนไพรในมิติออกมาอย่างแนบเนียน"เธอ... ในที่สุดเธอก็มาแล้ว"เป็นเถ้าแก่ฉินที่ร้องด้วยความยินดีในทันทีเมื่อเห็นซูหย่าฉินลากรถลากมายังหน้าร้าน"สวัสดีค่ะเถ้าแก่ฉิน ต้องขอโทษด้วยที่ฉันหายหน้าไป พอดีที่บ้านเกิดเรื่องนิดหน่อย""ไม่เป็นไรๆ ว่าแต่วันนี้เธอมีสมุนไพรอะไรมาขายบ้าง"ซูหย่าฉินไม่ได้เอ่ยตอบ แต่เปิดผ้าคลุมบนรถลากออก เถ้าแก่ฉินก็พลันตกใจเบิกตากว้างรีบเข้าไปตรวจสอบสินค้า ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นวิตกกังวล"ที่ร้านมีเงินสดไม่พอ เธอรอหน่อยได้ไหม ฉันจะโทรฯ หาคุณชายให้มาจัดการเรื่องเงินให้""ได้เลยค่ะ ฉันจะ
เช้าวันต่อมาแม้จะรู้ว่าไม่เหมาะสม ทว่าซูหย่าฉินก็ไม่อาจต้านทานความกังวลในใจของตนเอง สุดท้ายก็ขอติดตามเซียวอี้หยางไปยังคณะศิลปะของกองทัพด้วย หากเขากับชุ่ยผิงอันไม่อาจต่อต้านชะตาของเส้นเรื่อง เธอก็จะได้ตัดใจเสียแต่เนิ่นๆ เป็นเหตุผลที่ซูหย่าฉินใช้บอกตนเองในการติดตามชายหนุ่มมาที่คณะศิลปะของกองทัพ ทว่าส่วนลึกในใจกลับรู้สึกไม่ยินยอมอย่างไร้เหตุผลเซียวอี้เหยาใช้มือขวาอุ้มเซียวอี้หยา ในขณะที่มือซ้ายจับข้อมือเล็กของเซียวอี้เหยา ซึ่งยืนระหว่างกลางระหว่างเขาและซุหย่าฉิน เดินลงจากรถทหารตรงเข้าไปในเขตของคณะศิลปะของกองทัพ"เธอไม่ใช่ญาติของทหารในกองทัพ ไม่มีสิทธิ์สมัคร"เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งโวยวาย ณ.จุดรับสมัครลงทะเบียนเข้ารับการคีดเลือกเข้าคณะศิลปะของกองทัพ หัวใจของซูหย่าฉินพลันสั่นไหว ด้วยจดจำเรื่องราวเหล่านี้ได้ว่าเป็นสถานการณ์เหมือนกับในบทละครไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตาเรียวลอบช้อนมองคนตัวสูงข้างกายที่กำลังจดจ้องไปยังเหตุการณ์ตรงหน้า"เกิดอะไรขึ้น"น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามทหารหญิงรูปร่างหน้าตาสะดุดตาตรงหน้า"ผู้กองเซียว! คุณมาแล้วหรือคะ ฉันจวิ้นหรานค่ะ วันนี้จะเป็นคนดูแลอำนวยความสะดวกให้คุณกับลูกๆ ค่ะ
เซียวอี้หยางกลับมาที่บ้านในตอนเย็น คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเปิดประตูรั้วเข้ามาแล้วพบว่าราวตากผ้าที่เขาซักตากเมื่อเช้านี้ว่างเปล่า ลานหน้าบ้านสะอาดสะอ้านสบายตา รับกับดอกกุหลาบสีชมพูอ่อนที่เบ่งบานอยู่ด้านข้าง ยามที่เปิดประตูบ้านเข้าไปยังพบว่าภายในบ้านที่เคยมีเพียงโซฟาตัวยาว และโต๊ะอาหารตัวกลม ตอนนี้มีโทรทัศน์มาตั้งอยู่ริมกำแพงหน้าโซฟา ที่หน้าประตูครัวยังมีตู้เย็น บนชั้นวางของด้านข้างมีวิทยุ และโคมไฟสีขาวสบายตา"พ่อกลับมาแล้วหรือคะ"เซียวอี้หยาที่วิ่งออกมาจากห้องครัวด้วยใบหน้าเปื้อนแป้งเอ่ยทักทายเสียงใส รีบจับมือคนเป็นพ่อไปนั่งที่โซฟาก่อนจะหันไปเปิดตู้เย็นรินน้ำใส่แก้วมาให้เขาดื่มอย่างเอาใจ"หยาหยาเด็กดี เอาใจพ่อขนาดนี้ต้องการอะไรกัน""หยาหยา ไม่ต้องการอะไรค่ะ หยาหยาแค่รักพ่อจึงอยากดูแลพ่อ"ได้ยินคำออดอ้อนของเด็กสาว ใบหน้าที่มักเคร่งขรึมอยู่เป็นนิจก็พลันมีรอยยิ้มกว้าง หากแต่ยังไม่ทันเอ่ยอะไร เซียวอี้เหยาก็เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับจานใส่ซาลาเปา"วันนี้แม่สอนพวกเราทำซาลาเปา พะ... พ่อก็ลองกินสิ... ครับ"แม้น้ำเสียงของเด็กชายจะแข็งกร้าวแตกต่างจากน้องสาวที่อ่อนหวาน ทว่าสำหรับเซียว
“แล้วลูกๆ อยากได้น้องชายหรือน้องสาวไหม”แม้ว่าเซียวอี้หยางจะพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูเด็กทั้งสอง ก่อนจะปล่อยให้เด็กๆ ลงจากตักกลับไปนั่งที่กินมื้อเย็นต่อ เพียงแต่โต๊ะอาหารนั้นไม่ได้ใหญ่มาก ซูหย่าฉินที่นั่งอยู่ตรงข้ามจึงได้ยินบทสนทนาของพวกเขาอย่างชัดเจน ดวงตาเรียวตวัดมองดุไปทางชายหนุ่มอย่างไม่จริงจังนัก ทว่าวันนี้เซียวอี้หยางพาเธอกลับบ้านมาอธิบายเรื่องราวร่วมครึ่งวันแล้ว ดังนั้นคืนนี้ย่อมไม่มีแรงมาก่อกวนเธออีกแน่นอน หลังกินมื้อเย็นเสร็จซูหย่าฉินก็ไปอาบน้ำก่อนจะกลับเข้าห้องนอน และเพราะคืนนี้เด็กทั้งสองกลับไปนอนที่ห้องของตนเองแล้ว ดังนั้นภายในห้องนอนจึงเหลือเพียงเธอและเซียวอี้หยาง ดวงตาเรียวมองผ่านกระจกไปยังประตูห้อง จดจ้องร่างสูงกำยำสมส่วนที่อยู่ในชุดกางเกงขายาว เปลือยอกแกร่งราวกับถูกมนต์สะกด ต้องยอมรับว่าเซียวอี้หยางนั้นมีรูปร่างชวนหลงใหลจริง "มองฉันขนาดนี้หรือว่า..."คนตัวโตเอ่ยเสียงหยอกเย้า สบดวงตาเรียวผ่านกระจกแล้วยกยิ้มอย่างยั่วยวน ซูหย่าฉินรีบเบนสายตาหลบ วางท่าแสร้งหวีผมยาวของตน หากแต่เธอหลบเลี่ยงคนตัวโตกลับไม่คิดหลบหลีก หลังจากนำผ้าเช็ดตัวแขวนตากแล้วก็เดินตรงมาที่หญิ







