Masuk"ท่านจอมยุทธ์เก่งมาก เย่ ๆ "เสียงเชียร์ของดรุณีน้อยราวปลุกความฮึกเฮิม แม้ตอนนี้จะสับสนว่าฝันอยู่หรือความจริง แต่จอมยุทธ์หญิงก็ไม่สนใจ รีบเข้าไปจัดการชายฉกรรจ์อีกสองคนจนหมอบราบคาบ"เย่ ๆ จอมยุทธ์หญิงเก่งที่สุดในใต้หล้า"เสียงปรบมือและเสียงเลื่อมใสจากดรุณีน้อยทำเอาผู้ถูกชื่นชมแก้มแดงอย่างขวยเขิน แต่เมื่อตั้งสติได้จึงรีบเดินเข้ามาสำรวจความปลอดภัยของเด็กน้อย"หนูไม่เป็นอะไรนะ แล้วนี่เกิดอะไรขึ้น พ่อแม่หนูอยู่ที่ไหน โจรพวกนั้นจับมาเรียกค่าไถเหรอ"คำถามมากมายเอ่ยขึ้นจนดรุณีน้อยตอบไม่ทัน"ท่านพ่อท่านแม่ข้าจากไปแล้ว ตอนนี้ข้าเหลือเพียงพี่ชายเจ้าค่ะ"มาเสียใจที่ถามแบบนั้นตอนนี้คงไม่ทัน จึงเอื้อมมือไปลูบผมเด็กน้อยเป็นการปลอบใจ"ที่นี่ที่ไหนเหรอ"เปลี่ยนเรื่องให้เด็กน้อยที่กำลังตาแดงคุยดีกว่า แต่ที่นี่ไม่คุ้นเอาเสียเลย มองไปทางไหนก็มีแต่ป่าเต็มไปหมด"ที่นี่คือเขตแดนระหว่างเหมืองหนานโจวและเหอโจวเจ้าค่ะ""เมืองหนานและเมืองเหอ"ทำไมฟังแล้วคุ้นตากับคำพวกนี้"ท่านจอมยุทธ์พาข้าไปส่งที่เมืองเหอโจวเพื่อรับรางวัลเถิดเจ้าค่ะ"ดรุณีน้อยดึงชายอาภรณ์สีขาวยิก ๆ เพื่อเรียกสติพี่สาวที่กำลังเหม่อลอย"สาวน้อย รา
ณ ยุคปัจจุบัน"เฮ้อ จบสักที"เสียงถอนหายใจราวโล่งอกดังขึ้น มือเรียวยืดวางนาบลงบนโต๊ะ เอนหัววางลงบนแขนนุ่ม สายตาจดจ้องไปยังกรอบรูปที่วางอยู่ใกล้ ๆ"อิงอิง นี่ก็สามเดือนแล้วนะ ฉันคิดถึงแกว่ะ"เสียงนั้นสั่นระเรื่อ ดวงตาคู่งามค่อย ๆ หม่นลงเมื่อมีน้ำใสคลอเต็มเบ้าสามเดือนแล้วที่หมอพยายามยื้อชีวิตอิงอิงให้พ้นจากมัจจุราช ทว่าปาฏิหาริย์กลับไม่มีอยู่จริง เธอจากไปอย่างไม่หวนกลับ ทิ้งเพื่อนรักอย่างฉิงฉิงเขียนสานต่อนิยายที่เธอทิ้งไว้จนจบบริบูรณ์"ถ้าวิญญาณแกรับรู้ คืนนี้มาเข้าฝันฉันหน่อยนะ"น่าแปลกที่เพื่อนรักไม่เคยมาหาเธอเลย แม้ในฝันหรือความรู้สึกรอบตัวก็ไม่มีให้สัมผัสได้บ่นพึมพำจบนัยน์ตาคู่สวยก็ค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ จากความเหนื่อยล้าที่สะสมแกร๊ง!ลูกบิดห้องถูกหมุน เงาหนึ่งยืนอยู่ใกล้กับฉิงฉิงที่หลับลึก ก่อนที่แป้นพิมพ์ของโน้ตบุ๊กเธอจะขยับทีละตัวอักษร ต่อเป็นคำว่า 'ภาคต่อ กำเนิดตัวละครใหม่'"ทางนั้น! นางหนีไปทางนั้น!"เสียงโหงกเหวกโวยวายดังรบกวนการนอนของใครบางคน"นางเด็กนี่วิ่งไวชะมัด!"เสียงสบถอย่างหงุดหงิดดังใกล้ ๆ"ใครมาโวยวายแถวนี้ ห้องข้าง ๆ อีกแล้วเหรอ"เสียงยานคางพึมพำอย่างรำคาญระคนหงุดหงิด
“หยุดนะ เจ้าสี่ขา!”เสียงใสเอ่ยตะโกนไล่ตามสุนัขขนปุกปุยที่วิ่งล่อให้วิ่งตามไม่หยุด แต่ดูเหมือนคำสั่งนั้นจะไร้ผล เจ้าสี่ขากลับเร่งฝีเท้าเห่าใส่ คล้ายจะเรียกร้องให้นางไล่ตามมันไป“พี่หญิง ระวังหน่อยเจ้าค่ะ!”เชียนชิงที่นั่งอยู่บนม้านั่งใต้ต้นเหมยเอ่ยเตือนด้วยความห่วงใยภายในจวนซื่อจื่อแห่งหนานโจวเมื่อไม่กี้วันมานี้เต็มไปด้วยความครึกครื้น เนื่องด้วยเหล่าญาติจากฉีโจวเดินทางมาเยี่ยมเยือน“พระชายา เสวยโอสถบำรุงครรภ์ก่อนเพคะ”สาวใช้นาม ฮุ้ยซู ยกถ้วยโอสถวางลงบนโต๊ะหินอ่อนอย่างนอบน้อมกาลเวลาล่วงเลยไปหนึ่งปีนับจากเทศกาลโคมลอยในปีนั้น รั่วเชียนชิงอภิเษกสมรสกับหลัวอี้เฟิง และบัดนี้ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้ว วันนี้ทั้งสองตัดสินใจเดินทางมายังหนานโจวด้วยความคิดถึงญาติผู้พี่ที่อยู่ห่างไกล“ชิงเอ๋อร์ ระวังร้อนหน่อย”รั่วอิงเหยาหัวเราะเบา ๆ หลังจากวิ่งเล่นกับเจ้าสี่ขาจนเหนื่อยจึงกลับมานั่งพักพลางจิบชาคลายร้อน“สองคนนั้นหายไปไหนเสียแล้ว เจ้าเห็นหรือไม่” นางเอ่ยถามน้องสาวด้วยความสงสัยนับจากที่สองพี่น้องสกุลหลัวออกไป ก็หายไปครึ่งชั่วยามแล้ว แต่ป่านนี้ยังไร้วี่แววว่าจะกลับมา“คงไปแข่งขี่ม้า ล่าสัตว์อีกกระ
ฟิ้ว~ลมเย็นพัดมาได้เวลารั่วอิงเหยาคิดสิ่งหนึ่งออกพอดีจึงเอ่ย"หม่อมฉันยังทำคำสัญญาที่ให้ซื่อจื่อไม่แล้วเสร็จเพคะ""เจ้าหมายถึงเรื่องนั้น""เพคะ"พอเปลี่ยนเรื่องคุยแล้วค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อยนึง"วันนี้เป็นโอกาสดีที่จะทำเรื่องนั้นให้สำเร็จ""เจ้ามีแผนการอะไรอีก"รั่วอิงเหยายิ้มแล้วหันหน้าหนีไปอีกทาง ทำเอาคนอยากรู้อยากรู้ใจจะขาด"พาหม่อมฉันกลับไปหาชิงเอ๋อร์แล้วจะบอกเพคะ"น้ำเสียงเจ้าเล่ห์เอ่ยขึ้นหลัวฉางเฟิงชอบเวลาที่รั่วอิงเหยามีแผนการในหัว มันทำให้นางเป็นคนน่าค้นหา"ได้ ข้าจะพาเจ้ากลับไป แต่หลังจบเรื่องนั้นแล้ว เจ้าต้องตอบคำถามนั้น"รั่วอิงเหยาไม่ตอบ นางทำเพียงพยักหน้าเป็นการตกลงศาลาเจาอวี่กว่าจะหากลุ่มรั่วเชียนชิงเจอใช้เวลาไปหนึ่งเค่อ สุดท้ายก็พบกันที่ศาลาเจาอวี่ที่ตั้งอยู่นอกงานทว่าทิวทัศน์ริมแม่น้ำงดงามกว่าในงานมาก"พี่หญิงคิดจะทำอะไรเจ้าคะ"เชียนชิงถามพี่สาว เมื่อเห็นบุรุษสองคนที่ใครต่างก็รู้ว่าไม่เป็นมิตรกันยืนอยู่ในศาลาเจาอวี่"พวกเจ้ารออยู่ที่นี่แหละ"รั่วอิงเหยากำชับทั้งสามคนที่มีฉินเส้ามาร่วมวงด้วยเสร็จก็เดินเข้าไปหาสองบุรุษในศาลาทันที"อะแฮ่ม"เดินเข้ามาธรรมดาโลกไม่จำกระมั
"ท่านพาข้ามาที่นี่ด้วยเหตุใด รู้หรือไม่ข้ากำลังสนุกกับร้านค้าในงานนั้น สนุกกับสีสันที่ไม่เคยเห็น สนุกกับการวิ่งไปร้านนั้น เข้าร้านนี้ราวกับกลับเป็นเด็กอีกครั้ง สนุกกับ..."เสียงหวานร่ายยาวจนไม่มีโอกาสให้อีกคนตอบ จึงก้มลงไปฉกชิมริมฝีปากนั้นเพื่อหยุดนางเอาไว้รั่วอิงเหยาตัวเกร็งเมื่อถูกจู่โจม ใบหน้างามร้อนผ่าวเมื่อถูกอีกคนจุมพิตราวหิวกระหาย"อื้อ"นางพยายามขัดขืนแต่อีกคนกลับบดเบียดริมฝีปากนุ่มนั้นไม่ปล่อยผลัก!สุดท้ายจึงรวบรวมแรงทั้งหมดผลักอีกคนออกไป"ท่าน...!"มีคำด่าทอมากมายในหัว ฝ่ามือน้อยยกขึ้นหมายตะบันหน้าสักหน ทว่าครั้นเห็นรอยยิ้มบนใบหน้ารูปงามที่ส่งมาแล้วกลับลงโทษเขาไม่ลง"เจ้าทำให้ข้าเป็นเช่นนี้""หม่อมฉัน?" นิ้วเรียวชี้เข้าหาตัวเอง"ข้าอุตส่าห์รีบกลับมาจากภารกิจ แต่กลับพบเจ้าอยู่ที่ตำหนักชมจันทร์กับอี้เฟิงสองต่อสอง ซ้ำร้ายวันนี้หนีเที่ยวยังไม่ชวนข้าสักคำ พอพบหน้ากันกลับเอาแต่จ้องหน้าญาติผู้พี่ข้า จะไม่ให้น้อยใจได้อย่างไร"คนที่พูดน้อยกลับระบายความในใจออกมาจนหมดเปลือกมุมปากบางคลี่ยิ้มออกมาก่อนเอ่ย"ซื่อจื่อหึงหม่อมฉันหรือเพคะ"คนถูกจับได้เอียงหน้าหลบ แต่บนแก้มนั้นกลับเปลี่ยนสี
"นี่ ๆ เรามาสวมหน้ากากไม่ให้ใครจำได้ดีหรือไม่"รั่วอิงเหยาวิ่งไปยังแผงขายหน้ากากริมทาง สายตาระริกระรี้มองหน้ากากไม้นั้นที อันนี้ที อย่างตื่นเต้น"อันนี้เหมาะกับชิงเอ๋อร์ของพี่"หน้ากากเทพธิดาสีขาวบริสุทธิ์ถูกหยิบมาทำท่าสวมบนใบหน้าให้น้องสาว"คุณหนูรองจิตใจดีมีเมตตา เหมาะกับหน้ากากเทพธิดาเจ้าค่ะ" ถิงอูยกย่องอีกเสียง"ชิงเอ๋อร์อ่อนโยนมีเมตตาเหมาะกับหน้ากากเทพธิดา แล้วข้าเล่า คงไม่ได้เหมาะกับ..."รั่วอิงเหยาเหลือบหางตามองหน้ากากที่หน้าเกลียดหน้ากลัว จมูกแหลมคม มีเขี้ยวสองข้างพรึ่บ!ยังไม่ทันมีใครได้ตอบคำถามนั้น ร่างเล็กก็ถูกรวบหมุนรอบหนึ่งก่อนจะมีอะไรเย็น ๆ สวมปิดครึ่งหน้า"เจ้าเหมาะกับหงส์เพลิง"หน้ากากครึ่งหน้าลวดลายหงส์เพลิง มีขนนุ่ม ๆ ประดับตกแต่งราวปีกนกถูกสวมลงบนใบหน้างดงามของรั่วอิงเหยาส่วนอีกคนที่เอาแต่ยัดเยียดสวมหน้ากากให้นางกลับมีหน้ากากครึ่งหน้าลายพยัคฆ์ขาวปกปิดอยู่"คารวะซื่อจื่อ"เชียนชิงกับถิงอูเห็นแล้วว่าเป็นผู้ใดกล้าแตะเนื้อต้องตัวกับรั่วอิงเหยาจึงรีบทำความเคารพ"ท...ท่านมาได้อย่างไร"รีบถอยห่างออกไปสองก้าวเมื่อรู้สึกว่ามีสายตามากมายจ้องมาที่นาง"ข้าไม่ได้มาผู้เดียว"หล







