Share

3นี่เขาจะเอาจริงหรือ

last update publish date: 2026-04-10 16:47:58

หา! นี่เขาจะเอาจริงหรือ

เมื่อถ้อยคำตัดบทของเขาสิ้นสุด เย่วชิงถูกแรงจากแขนแข็งแรงพาให้เอนตัวลงบนที่นอนนุ่ม กลิ่นหอมของผ้าปูใหม่เอี่ยมตลบอบอวล แผ่นหลังนางแนบกับหมอนในชั่วพริบตา ร่างสูงใหญ่ของบุรุษก้าวคร่อมทับ ดวงตาคมจ้องมองอย่างจริงจัง ท่าทางคล้ายตั้งใจจะเริ่มสิ่งที่มารดาต้องการให้จบ ๆ

เพียงแต่หากสังเกตดูให้ดีพบว่าการเคลื่อนไหวนั้นเงอะงะนัก คล้ายบุรุษผู้นี้แม้ตัวโตเพียบพร้อม แต่เรื่องอย่างว่ากลับมิได้มีประสบการณ์เลยสักนิด

เย่วชิงมองใบหน้าหล่อเหลานั้นแล้วอดยิ้มเอ็นดูมิได้

นางจึงเอ่ยขึ้นขณะยังคงนอนหงายใต้ร่างเขา “หากคุณชายปรารถนาจะฝึกเรื่องบนเตียงชายหญิง ข้าน้อยมีวิธีเสนอซึ่งจะทำให้ท่านได้วิชาโดยมิจำต้องฝืนใจร่วมรักกับข้าน้อย ดีหรือไม่เจ้าคะ”

เซี่ยเจ๋อรุ่ยชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาเข้มยังคงมองนาง แต่ไม่ตอบในทันที ทว่าจากสายตานั้น นางรู้แน่ว่าเขากำลังรอฟังถ้อยคำต่อไปอยู่

เย่วชิงจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงรอยยิ้ม “คุณชายคงมีความคิดอยากร่วมหอกับสตรีที่รักเท่านั้น จึงมิชอบที่มารดาท่านบังคับ เช่นนั้นให้ข้าน้อยช่วยดีหรือไม่เจ้าคะ ข้าจะช่วยให้ท่านเป็นงานและไม่ต้องเสียตัวให้ข้าน้อยด้วย”

คำพูดแปลกประหลาดนี้ทำให้ริมฝีปากของแม่ทัพหนุ่มกระตุกยิ้ม เผลอหลุดหัวเราะราวกับเพิ่งได้ยินถ้อยคำตลกในรอบหลายปี เสียงหัวเราะนั้นทำให้บรรยากาศตึงเครียดคลายลงเล็กน้อย

ประโยคที่นางพูดฟังราวกับว่าเขาเป็นฝ่ายเสียหาย หากถูกนางจับกินเช่นนั้นหรือ ฝ่ายหญิงไม่ใช่หรือที่เป็นฝ่ายเยหาย

ยิ่งคิดเขายิ่งขบขัน

แม้ไม่เชื่อสิ่งที่นางพูดนัก แต่ความอยากรู้ว่าสตรีตรงหน้าจะมาไม้ไหนก็ผุดขึ้นในใจ

“ว่ามาสิ” เขากล่าวสั้น ๆ

เย่วชิยกมุมปากขึ้นอย่างมั่นใจ “ข้าน้อยจะสอนวิชาร่วมรักชายหญิงแก่ท่านและสิ่งใดก็ตามที่พวกเราตกลงกัน ข้าน้อยจะมิให้ฮูหยินเจียวล่วงรู้แม้เพียงครึ่งคำเจ้าค่ะ”

แววตาของแม่ทัพหนุ่มทอประกายบางอย่าง คล้ายระคนทั้งสนใจและท้าทาย

ใต้เงาแสงตะเกียง ร่างสูงใหญ่ยังโน้มคร่อมอยู่เหนือร่างนาง มิได้ขยับจากไปแม้ครู่เดียว

เย่วชิงนอนอยู่ท่าเดิมเนิ่นนาน ความรู้สึกประหลาดเริ่มก่อตัวในอก จึงยกเสียงเอ่ยอย่างสุภาพ “คุณชาย… ลุกขึ้นได้หรือไม่เจ้าคะ ลุกขึ้นมานั่งคุยกันดี ๆ เถิด”

บุรุษหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ยอมผละกายลุกขึ้นนั่งที่ขอบเตียง เย่วชิงลุกตามอย่างคล่องแคล่ว ดวงตาทอประกายซุกซน

“คุณชายเคยอ่านหนังสือโป๊หรือไม่เจ้าคะ”

สีหน้าคมเข้มตรงหน้านิ่งงันไปชั่วอึดใจ ก่อนหันมามองนางด้วยแววตาฉงน เย่วชิงจึงรีบเปลี่ยนถ้อยคำให้เหมาะแก่ยุคสมัย

“เอ่อ…ข้าหมายถึงตำราข้างหมอนเจ้าค่ะ”

ตำราข้างหมอนนั้น เป็นที่รู้จักกันดีในยุคนี้ว่าเมื่อสตรีออกเรือนย้ายไปอยู่บ้านเจ้าบ่าว ย่อมถือเป็นคู่มือสำคัญสำหรับเรียนรู้วิธีใช้ชีวิตคู่ ทั้งเรื่องเรือนและเรือนหอซึ่งก็คือตำรานี้แหละ

ทว่าชายหนุ่มกลับส่ายหน้า ปฏิเสธอย่างไม่ต้องไตร่ตรอง “ข้ามิได้มีเวลาว่างไร้สาระอ่านหนังสือพวกนั้น”

เย่วชิงยิ้มบาง เอียงศีรษะเล็กน้อย “ถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้ข้าจะนำตำราไร้สาระที่ท่านบอกมาให้ดูเจ้าค่ะ มันจะมีประโยชน์ต่อท่านในเวลานี้มากนัก”

น้ำเสียงและแววตาของนางตรงไปตรงมา ไร้ซึ่งความขวยเขิน ราวสตรีที่ผ่านโลกมามากจนไม่คิดหลบเลี่ยงเรื่องชายหญิงแม้แต่น้อย นั่นยิ่งทำให้เซี่ยเจ๋อรุ่ยขมวดคิ้ว

ในกองทัพแม้หมู่ชายชาตรีจะพูดคุยเรื่องชายหญิงกันบ้าง แต่เซี่ยเจ๋อรุ่ยมิใช่ผู้ฝักใฝ่เรื่องเหล่านั้น แต่ไหนแต่ไรเขามีใจจดจ่อเพียงการอ่านตำราพิชัยสงคราม ศึกษากลศึก และฝึกวิชาการต่อสู้เท่านั้น

ราตรีนั้นจบลงไปด้วยดีทั้งสองฝ่าย เมื่อเย่วชิงได้ชี้แจงหน้าที่สาวใช้อุ่นเตียงอย่างเป็นทางการกับเจ้านายแล้วจึงลุกไปยังที่นอนของตน เตียงเล็กสำรองซึ่งตั้งอยู่ใกล้ประตูในห้องเดียวกัน

นางล้มตัวลงนอน พลางเอ่ยเสียงหวาน “ราตรีสวัสดิ์เจ้าค่ะ…ท่านแม่ทัพเวอร์จิ้น”

ประโยคสุดท้ายหญิงสาวลดเสียงลงพูดเบา ๆ มุมปากยกขึ้นอย่างขบขันหัวเราะกับตนเอง ทิ้งตัวเอนนอนก่อนค่อย ๆ หลับตาลง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายหนึ่งเดือนผ่านไปเสียงกลองแต่งงานดังสะท้อนไปทั่วเมืองเลี่ยงหลินในเช้าวันนั้น ขบวนขันหมากอลังการแห่มาจนถึงที่ว่าการเมืองที่ถูกตกแต่งด้วยผ้าแดงผืนยาว โคมมงคลห้อยระย้ารับลม ดอกไม้สดแต่งแต้มไปทั่ว ท้องถนนเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะยินดีจากชาวเมืองที่มาเป็นสักขีพยานในงานแต่งอันยิ่งใหญ่ของเจ้าเมืองผู้ทรงอำนาจกับหญิงสาวผู้มีรอยยิ้มประดับใจผู้คนแต่ในยามเช้าตรู่ในช่วงเวลาที่เจ้าสาวควรนั่งนิ่งรอแต่งหน้าอยู่หลังฉากผ้าอย่างเคร่งครัด กลับมีสิ่งผิดแผกเกิดขึ้นห้องแต่งตัวด้านในอาคารใหญ่ถูกปิดลงกลอนจากภายในบ่าวสาวใช้ที่เตรียมจะเข้ามาแต่งหน้าให้เจ้าสาวถูกชายหนุ่มในชุดคลุมแดงสั่งให้ออกไปรอเสียก่อน เสียงฝีเท้าของพวกนางค่อย ๆ ห่างออกไป พร้อมเสียงหัวใจที่ยังสั่นจากแววตาของเขาภายในห้องมีชุดเจ้าสาวสีแดงเข้มถูกแขวนไว้เรียบร้อยทว่าเจ้าสาวกลับยังมิได้มีโอกาสสวมมันสักทีเพราะ...หลิวซือเย่ถูกอุ้มมานั่งอยู่ริมเตียง ผิวขาวจัดของนางแดงระเรื่อ เสื้อคลุมบางถูกปลดหลุดจากไหล่ ผมยาวสยาย ดวงตาฉ่ำวาวมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างอ่อนแรงอ๋องหวังเต๋อหมิงยืนประจันอยู่ตรงหน้า ร่างสูงใหญ่โน้มเข้าหา มือข้างหนึ่งเชยคางนางขึ้น

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง    แทบเท้า

    บทที่ยี่สิบสอง แทบเท้าเช้าวันถัดมาแสงแดดแรกสาดทาบหน้าหอคณิกาเจียวหั่ว แต่ครั้งนี้มิใช่เพียงแสงอาทิตย์ที่ปลุกผู้คนให้ลืมตา หากเป็นเสียงเอะอะโกลาหลหน้าหอที่ทำให้ชาวบ้านและผู้คนในละแวกต่างพากันเดินมามุงดูกลางลานหน้าหอ มีชายสองคนถูกมัดมือไพล่หลัง นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น คนหนึ่งในนั้นคือผู้ดูแลร้านสุราที่เคยกระซิบข่าวลือเรื่องหอคณิกาฆาตกรรม ส่วนอีกคนคือบ่าวในจวนตระกูลหวังที่เคยแฝงตัวมาสืบข่าวในหอหลายครั้งและที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทหารที่ควบคุมสถานการณ์คือบุรุษในชุดอาภรณ์เจ้าหน้าที่ราชสำนักผู้หนึ่ง แผ่นป้ายบ่งบอกตำแหน่งสูงส่งจากทางการบนอกเด่นชัดมิอาจปฏิเสธได้ว่าเป็นผู้ใดอื่นนอกจากเจ้าเมืองคนใหม่ เฉินเต๋อหมิง“ประชาชนแห่งเมืองเลี่ยงหลินทุกคน โปรดสดับรับฟัง” เสียงทรงอำนาจของอ๋องหนุ่มเอ่ยขึ้นดังก้อง“บุคคลเหล่านี้ได้กระทำการใส่ร้ายป้ายสีหอคณิกาเจียวหั่วโดยไม่มีหลักฐาน ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หอเสียหาย ผู้คนต้องตกงานและสูญเสียรายได้ ข้าในฐานะผู้ปกครองเมืองนี้ จะไม่ปล่อยให้ความอยุติธรรมดำรงอยู่”เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นจากฝูงชน“และข้าจะเปิดเผยตรงนี้ว่า...ผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด คือลูกช

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   นางเป็นของเขา

    บทที่ยี่สิบเอ็ด นางเป็นของเขา“ท่านจะทำอะไร…” หลิวซือเย่ร้องเบา ๆ พยายามดึงมือกลับ แต่แรงของนางสู้เขาไม่ได้เลยเขาลากนางมาจนถึงอีกฝั่งหนึ่งของห้องซึ่งกว้างขวางอย่างยิ่ง เพราะห้องแห่งนี้เป็นห้องพิเศษสำหรับแขกสำคัญ ภายในจึงมีทั้งโต๊ะรับแขกใหญ่ ม่านกั้น และเตียงรับรองบุนวมขนาดใหญ่ประดับผ้าม่านโปร่งลายดอกไม้เย็บด้วยด้ายเนื้อดีเขาหยุดยืนที่ข้างเตียง มองหน้านางโดยยังไม่ปล่อยมือ“ท่านจะทำอะไร หม่อมฉันบอกแล้วว่าปล่อย...”ม่านบางของเตียงชั้นในไหวเบา ๆ ราวกับกำลังรับรู้ถึงบรรยากาศร้อนแรงที่ปะทุขึ้นดวงตาคมของอ๋องหนุ่มจับจ้องใบหน้างามที่บัดนี้แดงระเรื่อ ดวงใจของเขาเหมือนถูกฉีกเมื่อเห็นความลังเลในแววตานั้น ก่อนเอ่ยเสียงต่ำอย่างเจ็บลึก“เจ้าคิดว่าจะหลอกใช้ประโยชน์จากข้าแล้วไล่แล้วข้าจะไปหรือ เย่เอ๋อร์...ข้าไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้นนะ”หลิวซือเย่สะดุ้งเล็กน้อย น้ำเสียงนั้นทั้งกรุ่นโกรธและเว้าวอน เธอเบือนหน้าหนี แต่เขาใช้มืออุ่นรั้งปลายคางของนางไว้ บังคับให้หันมาสบตา“ท่านอ๋อง...ท่านโกรธที่ข้าหลอกใช้ท่านหรือ เหอะ ในอดีตข้าก็รู้สึกเช่นเดียวกับท่านในเวลานี้กระมัง ข้าเจ็บไม่แพ้ท่านหรอกเพคะ”คำถามนั้นแผ่ว

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   ผัวที่ไหน

    บทที่ยี่สิบ ผัวที่ไหนความรู้สึกเย็นเยียบในใจหลิวซือเย่กลับร้อนผ่าวขึ้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบุรุษที่เริ่มเผยความอันตรายออกมาชัดเจน นางไม่อาจเปิดประตูหนีได้คงต้องหาทางถ่วงเวลาเพื่อทำให้สหายร่วมงานที่หอรู้สึกเอะใจจนมาเคาะห้องนี้ช่วยนางหลิวซือเย่สูดหายใจเข้าลึก ๆ สลัดความกลัวทิ้งแล้วพลันหันกลับไปส่งยิ้มหวาน“โถ่ ข้าอุตส่าห์อยากเล่นตัวสักหน่อยเจ้าค่ะคุณชาย” น้ำเสียงนางออดอ้อนขึ้นทันตา “ท่านทำลายมารยาหญิงพังหมดเลยนะเจ้าคะ ทำเช่นนี้ข้าก็แย่สิเจ้าคะ ถ้าคุณชายไม่ปล่อยให้ข้าเล่นตัวเสียบ้าง อีกหน่อยคุณชายอย่าเบื่อตัวข้าก็แล้วกันนะเจ้าคะ”นางก้าวกลับไปหาเขาด้วยท่าทีอ่อนช้อย ก่อนจะค่อย ๆ ทรุดนั่งลงบนตักของชายหนุ่มอย่างแนบเนียน ลมหายใจหอมกรุ่นเฉียดใกล้ใบหูของอีกฝ่ายขณะมือบางแตะแก้มเขาเบา ๆหวังเจียเล่อดูจะตกตะลึงไปชั่วครู่ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความพึงใจอย่างเห็นได้ชัด “ข้ารู้ว่าเจ้ามีใจให้ข้าเย่เอ๋อร์...”“มีใจหรือไม่มี เอาไว้ข้าตอบตอนหมดจอกนี้ก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ” หลิวซือเย่ยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางยกจอกเหล้าขึ้นแนบปากของเขา “วันนี้เราดื่มฉลองกันเถิดเจ้าค่ะ”นางรินเหล้าให้เขาด้วยจังหวะชำนาญ ป้อนจอกแล้วจอก

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   เผยธาตุแท้

    บทที่สิบเก้า เผยธาตุแท้เฉินเต๋อหมิงยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น ใบหน้าคมสลักเคร่งเครียด ดวงตาคมดุยังจับจ้องเรือนร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวตรงหน้าท่อนเอ็นร้อนที่แข็งขึงอยู่ภายในยังคงเต้นตุบ ๆ อย่างรุนแรงจนแนบแน่นดันผ้าคลุมยาวของตนออกมาอย่างชัดเจนแต่แทนที่เขาจะตอบโต้คำยั่วเย้าอันถือดีของหลิวซือเย่ด้วยการลงมือ เขากลับ...ถอนหายใจแผ่ว ราวกับคนแพ้ในสงครามอารมณ์ที่ตนก่อขึ้นเอง เขาก้าวถอยช้า ๆ แล้วหมุนกายเดินไปยังขอบฉากกั้น หยิบผ้าคลุมบางและชุดนอนที่ตนจัดวางไว้ก่อนหน้านั้นขึ้นมาแม้ปลายนิ้วยังสั่น และลมหายใจยังไม่คลายจากแรงปรารถนา แต่เขากลับเดินกลับมาหานางอย่างสงบ แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าหญิงสาวเงยหน้ามองหล่อนด้วยดวงตาเคร่งขรึม ทว่าอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด“ยกแขนขึ้นหน่อย ข้าจะสวมอาภรณ์ให้”หลิวซือเย่มองเขาด้วยดวงตาที่แฝงทั้งความตกตะลึง ส่วนร่างกายนางทำตามอย่างเงียบงันเขาค่อย ๆ คลี่ผ้าคลุมลงบนไหล่นางอย่างเบามือ จัดตำแหน่งอย่างระวังไม่ให้ปลายผ้าเปียกน้ำมือหนาขยับเก็บเส้นผมเปียกที่แนบแก้มอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวมันจะบาดผิวอันบอบบางของนางปลายนิ้วลากผ่านผิวเนื้อขาวนวลที่ยังชื้นไออุ่นผ้าคลุมที่เขาสว

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   ข้าเมื่อยแล้ว

    บทที่สิบแปด ข้าเมื่อยแล้ว“ยืนขึ้นหน่อยเย่เอ๋อร์” เขากระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจแนบซอกคอชื้นไอน้ำ “นั่งที่ขอบอ่างแล้วแยกขาออกให้กว้าง”หลิวซือเย่หอบหายใจ สั่นสะท้านทั่วร่าง ใบหน้าแดงจัดทั้งจากอารมณ์และคำสั่งที่ช่างอุกอาจจนเกินจะทัดทาน“อามู่ เจ้า...”“ข้าจะปรนนิบัติเจ้าเอง” เขาแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ มือใหญ่ตวัดช้อนร่างนางขึ้นจากน้ำอย่างรวดเร็ว จนร่างเปลือยเปล่าเปียกชื้นนั่งพาดอยู่บนขอบอ่างไม้ตามที่ใจของชายหนุ่มต้องการเขาแยกเรียวขางามออก ไม่เปิดโอกาสให้นางห้ามได้แม้แต่ครึ่งคำ“ตรงนี้...คือของข้า” เขาพึมพำขณะก้มลงไปด้านหน้า จับสะโพกกลมกลึงไว้มั่น จากนั้นปลายลิ้นร้อนก็แตะลงบนปุ่มเนื้อเล็กกลางกลีบบุปผาหลิวซือเย่สะดุ้งทั้งตัว “อ๊า... อย่า...” เสียงร้องของนางแผ่วสั่น ไม่แน่ชัดว่าเป็นเสียงต้านหรือเชิญชวนแต่เขาไม่หยุดเรียวลิ้นของเฉินเต๋อหมิงลากเลียแนบแน่นอย่างเชื่องช้า วนแตะยอดเม็ดเนื้อกลางกลีบบุปผานุ่มที่ชื้นฉ่ำราวกับกลีบดอกไม้ยามเช้าเสียงครางสะท้านของนางดังขึ้นในลำคอพร้อมกับร่างที่กระตุกวูบเขาสลับจังหวะอย่างช่ำชอง จากการแตะเบาเป็นดูดเม้มแรง จากวนเป็นจี้ลงเฉพาะจุด กดเน้นจนเม็ดเนื้อที่เคยซ่อนอยู่

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   30 บนรถม้า

    บทที่ยี่สิบเอ็ด บนรถม้าแววตาคมฉายชัดด้วยแรงปรารถนาลุกโชน จับจ้องร่างเล็กที่หอบหายใจพร่าอยู่ใต้ร่าง ริมฝีปากนางสั่นระริก แก้มแดงซ่านด้วยความร้อนแรงที่เขาป้อนให้อย่างต่อเนื่อง สายตาที่เว้าวอนยิ่งเหมือนยั่วยุเพลิงในอกให้โหมกระพือ“เจ้าหนีข้าไม่ได้แล้วเย่วชิง ร่างกายนี้คือของข้าเพียงผู้เดียว” เสียงแหบ

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   8เกี่ยวก้อยเป็นสหาย

    บทที่ห้า เกี่ยวก้อยเป็นสหาย เซี่ยเจ๋อรุ่ยโน้มตัวลงคร่อมเย่วชิง มือใหญ่วางบนต้นขาเนียนราวกำลังสัมผัสสมบัติอันล้ำค่า ดวงตาคมกวาดมองบุปผาที่เบ่งบานอยู่ตรงหน้า เสียงลมหายใจของเขาหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัวเย่วชิงชี้นิ้วลงเบา ๆ “ตรงนี้…คุณชายต้องให้ความสำคัญ”เขาพยักหน้าช้า ๆ ก่อนโน้มศีรษะลง ปลายลิ้นร้อนแตะส

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   7ไม่ไหวแล้ว

    “อืม… อ่า…” เสียงทุ้มสั่นระรัว ผสานกับลมหายใจหนักที่แทบจะกลายเป็นเสียงกระเส่า ทำให้บรรยากาศในห้องข้นคลั่กไปด้วยความร้อนแรงเย่วชิงเพิ่มแรงบีบเล็กน้อยแล้วเร่งจังหวะ รูดขึ้นลงต่อเนื่องทให้ได้ยินเสียงครางของแม่ทัพหนุ่มดังชัดขึ้น “อืมม… เย่วชิง…อา…” กล้ามเนื้อหน้าท้องกระตุกตามแรงมือทุกครั้ง ดวงตาคมห

  • เมื่อต้องสวมบทเป็นนางร้ายอุ่นเตียง   6ขาที่สาม(1)

    บทที่สี่ ขาที่สามยามวิกาลมาถึงในที่สุด แสงตะเกียงน้ำมันในเรือนนอนของแม่ทัพหนุ่มส่องละมุนทั่วห้อง เย่วชิงวางห่อผ้าสีหม่นบนโต๊ะเตี้ย คลี่ออกเผยให้เห็นตำราข้างหมอนสามเล่มที่เพิ่งได้มาจากร้านหนังสือมือสองเซี่ยเจ๋อรุ่ยนั่งพิงหมอนบนเตียง มองนางด้วยสายตาผสมระหว่างความสงสัยและระวัง “นี่คือหนังสือที่เจ้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status