Share

ตอนที่ 4 พ่อสามี

last update Tanggal publikasi: 2026-09-22 15:00:29

ตอนที่ 4 พ่อสามี

เช้าวันต่อมา ตงหยางตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เขาเตรียมตัวออกไปทำงานเหมือนทุกวัน ทว่าขณะที่กำลังจะก้าวออกจากบ้านก็เห็นรถยนต์ของพ่อจอดอยู่หน้าบ้าน

ไม่นานนักชายวัยกลางคนก็ลงจากรถ ใบหน้าขรึมเข้มเดินตรงเข้ามาโดยไม่รอให้ใครเชิญ แรงกดดันจากฝีเท่านั้นหนักแน่นจนบรรยากาศยามเช้าเย็นเฉียบขึ้นมาทันที

“เมียแกเป็นอย่างไรบ้าง” ‘ตงหยวน’ ถามทันทีที่เห็นหน้าลูกชาย

“หมอว่าอย่างไรบ้าง อาการหนักไหม” เขาเพิ่งรู้ข่าวว่าลูกสะใภ้เกิดอุบัติเหตุ ถ้าเขารู้เร็วกว่านี้คงไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลแล้ว

“พ่อหมายความว่าอย่างไรเหรอครับ” ตงหยางคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ

“อย่าบอกนะว่าแกไม่รู้” ตงหยวนหรี่ตามองหน้าลูกชาย

ความเงียบแผ่ขยายอยู่ระหว่างพ่อกับลูก

“เมื่อวาน ‘เล่อเล่อ’ ส่งคนไปบอกว่าเกิดอุบัติเหตุ ต้องนอนโรงพยาบาล” เสียงของตงหยวนเข้มขึ้น

“แล้วแกไม่รู้เลยหรือ” ไม่ใช่แค่เสียงที่เข้มขึ้น แม้แต่สีหน้าและท่าทางก็บ่งบอกถึงความไม่พอใจ

ตงหยางเลิกคิ้วเล็กน้อย ความตกใจแวบผ่านดวงตา เพราะเขาไม่รู้จริง ๆ

“แกเป็นผัวเขาประสาอะไร เมียเกิดเรื่องถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล แต่แกกลับไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง! ” ตงหยวนจ้องลูกชายเขม็ง ก่อนจะกระแทกเสียงสั่งสอนอย่างไม่ไว้หน้า

“อยู่บ้านหลังเดียวกันแท้ ๆ ยังจะปล่อยให้เมียไปนอนโรงพยาบาลคนเดียวได้อย่างไร แกมัวทำอะไรอยู่” เขามั่นใจว่าเจ้าลูกชายตัวดีคงไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน!

ตงหยางเลือกที่จะเงียบ เพราะเขาไม่รู้จริง ๆ เขารู้แค่ว่าภรรยาไม่สบาย เขาก็นึกว่าปวดหัวตัวร้อนอะไรแบบนั้น เขาไม่คิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุจนถึงขึ้นต้องนอนโรงพยาบาล

“ฉันไม่รู้ว่าแกคิดอย่างไร จะรักหรือไม่รักก็เรื่องของแก แต่ในเมื่อแต่งเขาเข้ามาแล้ว แกต้องรับผิดชอบ ต้องใส่ใจ นั่นมันเมียแก ไม่ใช่คนแปลกหน้า” ตงหยวนถอนหายใจแรง ๆ ก่อนจะพูดชัดถ้อยชัดคำ

“ผู้ชายที่ดูแลคนในบ้านตัวเองไม่ได้ ต่อให้ทำงานเก่งแค่ไหนก็ไม่มีค่า ถ้าแกยังแยกเรื่องงานกับเรื่องบ้านไม่ออก แบบนี้วันหนึ่งแกจะเสียของดีไปโดยไม่รู้ตัว” น้ำเสียงของตงหยวนเข้มขึ้นมาอีกระดับ

คำว่า ‘เสียของดี’ ทำให้ตงหยางชะงักไปชั่วครู่

“ฉันสอนแกมาตั้งแต่เด็ก ผู้ชายต้องรับผิดชอบคำพูดและการกระทำของตัวเอง ตอนนั้นฉันถามแกแล้วว่าต้องการแต่งงานจริง ๆ ใช่ไหม แล้วแกเลือกแต่งงานเอง ไม่มีใครบังคับ เพราะงั้นก็ทำหน้าที่ของแกให้มันสมบูรณ์ อย่าให้คนอื่นต้องมาบอกข่าวเมียแกแทน” ตงหยวนมองลูกชายตรง ๆ แล้วกล่าวช้า ๆ เรื่องการแต่งงานนั้นเขาไม่เคยบังคับลูกชายเลย ไม่ว่าจะเป็นลูกชายคนไหน เขาก็ไม่เคยบังคับ

“ขึ้นไปบอกเล่อเล่อว่าพ่อมาเยี่ยม” ตงหยวนถอนหายใจเบา ๆ

“เอาของลงมาด้วย ระวังหน่อย มีซุปบำรุงอยู่ข้างใน” ตงหยวนบอกลูกชายแล้วก็หันไปสั่งงานคนขับรถต่อ

ตงหยางไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน เขาไม่รู้ว่าต้องทำแบบไหน และในใจยังค้างอยู่กับคำว่า ‘อุบัติเหตุ’ นั่นเลยทำให้เขามองไปที่โรงรถที่ปิดสนิท อาจเพราะมันปิดอยู่ตลอดเขาเลยไม่รู้ว่ารถอยู่หรือไม่อยู่ ซึ่งเขาจอดรถด้านตลอด เลยไม่ได้เข้าไปดูในโรงรถ

“เล่อเล่อ... พ่อมาครับ” เขาเคาะประตูเรียกภรรยาพร้อมยืนรอด้วยใจจดจ่อ

หย่งเล่อยืนมองจากชั้นบนตั้งแต่พ่อสามีเข้ามาในบ้านแล้ว เธอเห็นสองพ่อลูกคุยกัน พอเดาได้ว่าพ่อสามีคงรู้เรื่องที่เธอเกิดอุบัติเหตุแล้ว

“อย่างน้อยที่เมืองนี้ยังมีคนที่ห่วงใยฉันอยู่บ้าง” พอได้ยินว่าเป็นพ่อสามีมาเยี่ยม เธอก็สูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนเปิดประตูออกมาด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง

ตงหยางมองภรรยาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าโดยอัตโนมัติ เหมือนกำลังประเมินอาการ บาดแผลอยู่ตรงไหน เดินได้ปกติไหม มีตรงไหนที่ผิดปกติไปบ้าง

“เป็นอย่างไรบ้าง เดินไหวไหม” เขาถามเสียงเบา

หย่งเล่อไม่ตอบคำถามนั้น เธอเพียงพยักหน้า แล้วเดินผ่านเขาไปโดยไม่แม้แต่จะสบตา

ตงหยางยืนค้างอยู่ตรงนั้น มือที่ตั้งใจจะเอื้อมออกไปประคองถึงกับชะงักค้างอยู่กลางอากาศ

“สวัสดีค่ะคุณพ่อ” หย่งเล่อลงบันไดอย่างช้า ๆ ก่อนจะยกยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นพ่อสามี

“เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนไหม ทำไมไม่บอกพ่อให้เร็วกว่านี้” ตงหยวนมองลูกสะใภ้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นว่าเดินได้ สีหน้าไม่ซีดเซียว จึงค่อยโล่งใจขึ้นมาบ้าง

เขายอมรับว่าเอ็นดูลูกสะใภ้เหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่ง อาจเพราะเขามีแต่ลูกชาย ไม่มีลูกสาว พอมีลูกสะใภ้คนแรกก็เลยอดเอ็นดูไม่ได้ อีกทั้งนิสัยของเล่อเล่อก็เป็นคนช่างพูดช่างเจรจาอีกด้วย

“ฉันไม่เป็นไรมากค่ะ ตอนเกิดเหตุหัวฉันกระแทกน่ะค่ะ หมอเลยให้พักดูอาการ” ความจริงแล้วหมอบอกให้กลับบ้านได้เลย แต่เพราะเธอยังต้องการเวลาทำใจและคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ เธอเลยขอหมอนอนที่โรงพยาบาล

“ถ้ามีอะไรก็บอกพ่อได้ ไม่ต้องเกรงใจ” ตงหยวนพยักหน้า แต่สายตาเหลือบไปมองลูกชายที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลัง เขามองแค่ครู่เดียวก็พอจะเดาได้ว่าลูกสะใภ้คงไม่พอใจลูกชายอยู่ไม่น้อย

“ไม่ใช่ว่าแกต้องไปทำงานเหรอ รีบไปสิ เดี๋ยวจะสาย” ตงหยวนกระแอมเบา ๆ แล้วหันไปพูดกับลูกชาย

“แต่... ” ตงหยางยังไม่ได้ถามอาการของภรรยาเลย

“ทุกทีแกรีบไปทำงานตลอดไม่ใช่เหรอ” ลูกชายคนโตของเขานั้นเหมือนคนบ้างานมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่ใช่ว่าเพิ่งมาบ้างานตอนนี้

“ครับ ผมไปก่อนนะ” เขารู้ว่าพ่อไล่ ภรรยาก็มองเขาเหมือนอากาศ เขาเลยต้องออกไปก่อน เพราะรู้ว่าหากอยู่ต่อหรือพูดอะไรตอนนี้ ทั้งสองก็คงไม่ฟังเขาอยู่ดี

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนที่ 5 เรา... มาหย่ากันเถอะ

    ตอนที่ 5 เรา... มาหย่ากันเถอะตงหยางเลิกงานเร็วกว่าปกติ เขาอยากกลับไปคุยกับภรรยาให้รู้เรื่อง อย่างน้อยก็ต้องถามว่าอาการเป็นอย่างไรบ้าง เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตั้งแต่เช้าแทบไม่ได้กินอะไรจริงจังเลยสักมื้อ ปกติแล้วในกระเป๋าจะมีกล่องข้าววางรออยู่เสมอ เปิดออกมาก็เจอกับอาหารที่ภรรยาเตรียมให้ทุกวัน แต่วันนี้ไม่มีตอนเที่ยงเขาเลยต้องออกไปซื้อกินเอง ซึ่งเป็นร้านประจำที่เพื่อนกับลูกน้องชอบพาไป รสชาติจัดจ้านแต่กลับไม่ถูกปาก เขากินไปได้ไม่กี่คำก็หยุด รู้สึกว่ามันไม่ถูกปาก เขาก็ไม่เข้าใจ แต่ก่อนเขาก็กินร้านนี้เหมือนกับคนอื่น ๆ ก็ยังรู้สึกว่ามันอร่อยอยู่เลย แต่มาตอนนี้เขากลับรู้สึกว่ามันไม่ได้อร่อยเหมือนเดิมเสียแล้วตงหยางไม่คาดหวังว่าภรรยาจะลุกขึ้นมาทำอาหาร เพราะรู้ว่าเธอไม่สบาย แค่หวังว่าในตู้เย็นอาจยังมีอาหารที่เธอทำเหลืออยู่สักอย่างสองอย่างให้พอประทังความหิวไปได้พอเดินเข้าบ้านก็เห็นแสงไฟสว่างอยู่บางส่วน บรรยากาศไม่ถึงกับมืดสนิทเหมือนเมื่อคืน มันทำให้เขารู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกพอเข้ามาด้านในก็ไม่เห็นภรรยาอยู่ เขาจึงตัดสินใจเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง“เล่อเล่อ คุณกินข้าวหรือยัง” ไม่มีคำตอบจากด้านใน เขา

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนที่ 4 พ่อสามี

    ตอนที่ 4 พ่อสามีเช้าวันต่อมา ตงหยางตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เขาเตรียมตัวออกไปทำงานเหมือนทุกวัน ทว่าขณะที่กำลังจะก้าวออกจากบ้านก็เห็นรถยนต์ของพ่อจอดอยู่หน้าบ้านไม่นานนักชายวัยกลางคนก็ลงจากรถ ใบหน้าขรึมเข้มเดินตรงเข้ามาโดยไม่รอให้ใครเชิญ แรงกดดันจากฝีเท่านั้นหนักแน่นจนบรรยากาศยามเช้าเย็นเฉียบขึ้นมาทันที“เมียแกเป็นอย่างไรบ้าง” ‘ตงหยวน’ ถามทันทีที่เห็นหน้าลูกชาย“หมอว่าอย่างไรบ้าง อาการหนักไหม” เขาเพิ่งรู้ข่าวว่าลูกสะใภ้เกิดอุบัติเหตุ ถ้าเขารู้เร็วกว่านี้คงไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลแล้ว“พ่อหมายความว่าอย่างไรเหรอครับ” ตงหยางคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ“อย่าบอกนะว่าแกไม่รู้” ตงหยวนหรี่ตามองหน้าลูกชายความเงียบแผ่ขยายอยู่ระหว่างพ่อกับลูก“เมื่อวาน ‘เล่อเล่อ’ ส่งคนไปบอกว่าเกิดอุบัติเหตุ ต้องนอนโรงพยาบาล” เสียงของตงหยวนเข้มขึ้น“แล้วแกไม่รู้เลยหรือ” ไม่ใช่แค่เสียงที่เข้มขึ้น แม้แต่สีหน้าและท่าทางก็บ่งบอกถึงความไม่พอใจตงหยางเลิกคิ้วเล็กน้อย ความตกใจแวบผ่านดวงตา เพราะเขาไม่รู้จริง ๆ“แกเป็นผัวเขาประสาอะไร เมียเกิดเรื่องถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล แต่แกกลับไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง! ” ตงหยวนจ้องลูกชายเข

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนที่ 3 แปลก

    ตอนที่ 3 แปลก‘ตงหยาง’ เพิ่งกลับมาจากปฏิบัติภารกิจนอกพื้นที่ เขาทำงานทั้งวันทั้งคืนเพิ่งได้กลับก็ตอนนี้ เขาก้าวลงจากรถมาพร้อมเพื่อนร่วมงานอีกสองคน แม้สีหน้าจะเหนื่อยล้า แต่ท่าทางของเขายังคงสุขุมเช่นเดิมทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในบ้าน ก็สัมผัสได้ถึงความเงียบ ซึ่งมันค่อนข้างแตกต่างจากทุกครั้งที่เขากลับบ้านมา ปกติภรรยาจะต้องนั่งรอ มีน้ำมาเย็นมาคอยต้อนรับ ความเงียบนี้ทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ จนถึงกับชะงักไปเล็กน้อย เพราะไม่ค่อยชินกับความเงียบนี้สักเท่าไร“เป็นอะไรหรือเปล่า” ‘เฉินคุน’ ถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะอยู่ ๆ เพื่อนก็ชะงักไม่ยอมเดินเข้าบ้านต่อ“เปล่า ไม่มีอะไร” ตงหยางส่ายหน้าเบา ๆน้ำเสียงที่ตอบกลับไปเรียบสนิท ราวกับไม่มีสิ่งใดให้ใส่ใจ ทั้งที่ในใจเขารู้ดีว่า บ้านวันนี้เงียบผิดปกติ เพราะตามปกติแล้ว ไม่ว่าเขาจะกลับช้าเพียงใด เธอก็มักรออยู่เสมอ อย่างน้อยก็ต้องมีเสียงเคลื่อนไหวของเธออยู่ตลอด แต่วันนี้กลับไม่มี‘หรือเพราะวันนี้กลับมาเร็วเกินไป’ ถึงจะคิดอย่างนั้น แต่เขาก็ไม่ได้พูดออกมา ไม่รู้เพราะไม่อยากให้คนอื่นรับรู้ หรือเพราะตัวเขาเองยังไม่อยากยอมรับ“แล้วภรรยาของนายล่ะ อยู่ไหนเหรอ ฉันยังไม่เ

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนที่ 2 ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

    ตอนที่ 2 ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเช้าวันถัดมา หย่งเล่อให้คนไปส่งข่าวที่บ้านแม่สามีซึ่งอยู่คนละมุมเมือง เธอบอกเพียงว่าเกิดอุบัติเหตุ และต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล เลยไม่สามารถไปพบได้เมื่อจัดการสิ่งที่ควรทำเรียบร้อยแล้ว เธอกลับไม่รู้ว่าควรหัวเราะให้กับโชคชะตา หรือควรร้องไห้ให้กับความจริงตรงหน้าตลอดทั้งวัน ตลอดทั้งคืน เธอนอนอยู่ในห้องพักของโรงพยาบาลคนเดียวตามที่ตั้งใจไว้ ทว่ามันกลับพิสูจน์เรื่องหนึ่งได้ เหมือนตอกย้ำให้เธอยอมรับความจริงนี้ให้ได้ นั่นคือสามีของเธอไม่ได้ใส่ใจถึงขั้นไม่รู้ว่าเธอหายไปไหนทั้งคืน ทั้งที่เราอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน และเวลาปกติเธอแทบไม่เคยออกไปไหน ทว่าตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุจนถึงตอนนี้ ไม่มีใครตามหาเธอเลย“เฮงซวยเอ๊ย! ” เธอกัดฟันด่าเบา ๆ อยู่บนเตียงคนไข้“หายออกจากบ้านทั้งคืนก็ยังไม่คิดจะตามหาเลยสักนิด ถ้าใส่ใจสักหน่อย แค่ตรวจสอบการใช้สิทธิ์การรักษาก็รู้แล้ว” ถ้าจะบอกว่าเธอไม่บอกเองแล้วเขาจะรู้ได้อย่างไร เธอก็อยากจะบอกว่าเธอคือภรรยาของตำรวจ เวลามารักษาที่โรงพยาบาล เธอแค่ยื่นเรื่องเอกสาร ไม่ต้องจ่ายเงินเพราะมันคือสวัสดิการ นั่นหมายความว่าหากเขาอยากตรวจ

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนที่ 1 นิยายวาย

    ตอนที่ 1 นิยายวาย‘สวีหย่งเล่อ’ ก้าวออกจากบ้านพักอย่างรีบเร่ง เพราะแม่สามีตามให้ไปพบ เธอค่อนข้างกังวลอยู่พอสมควร เพราะทุกครั้งที่ถูกเรียก มักเป็นเรื่องไม่ดีตลอด แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ชักช้า ยังรีบร้อนไปหาแม่สามีอยู่ดีบนถนนยังชุ่มด้วยสายฝนที่โปรยลงมาไม่ขาด ทำให้พื้นลื่นกว่าปกติ เมื่อเธอเพิ่มความเร็วมากเกินไป รถจึงเสียการทรงตัวและไถลออกข้างทาง ก่อนจะพุ่งชนเข้ากับต้นไม้ข้างถนน แรงกระแทกเหวี่ยงร่างเธอไปข้างหน้า ขณะที่ภาพรอบตัวหมุนคว้าง และทุกอย่างก็มืดสนิทเธอรู้สึกตัวขึ้นอีกทีก็ตอนที่อยู่โรงพยาบาล และเมื่อหมอตรวจดูแล้วก็พบว่าร่างกายไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง แม้ร่างกายจะปลอดภัย ทว่าสมองกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมีความทรงจำจำนวนหนึ่งหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสายความทรงจำเหล่านั้นบอกเธอว่า โลกใบนี้คือโลกของนิยายเรื่องหนึ่ง และตัวเธอเป็นเพียงนางร้ายตัวประกอบใน ‘นิยายวาย’ ส่วนสามีของเธอคือพระเอกของเรื่อง ซึ่งหมายความว่า การแต่งงานครั้งนี้มีไว้เป็นเพียงฉากหน้า อย่างไรพระเอกก็ถูกกำหนดให้ลงเอยกับนายเอก เพราะนี่คือนิยายชายรักชาย“ฉันแทบไม่ได้อ่านเนื้อหาในนั้นเลย” หย่งเล่ออยากจะร้องไห้เธอรู้เพียงบ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status