Share

ตอนที่ 6 แค่นี้

last update publish date: 2026-10-02 14:44:56

ตอนที่ 6 แค่นี้

ตงหยางนิ่งอยู่นานราวกับกำลังรวบรวมสติ เขาไม่คิดว่าตัวเองจะมาได้ยินอะไรแบบนี้ อีกทั้งไม่เคยได้ยินว่าภรรยาจะขอหย่าจากสามี น้อยคนนักที่แต่งงานแล้วจะหย่าร้างกัน

“แค่นี้เหรอ... ที่คุณไม่พอใจผม” เมื่อตั้งสติได้เลยเงยหน้ามองภรรยาอีกครั้ง

คำว่า ‘แค่นี้’ ทำให้หย่งเล่อหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่แววตาไม่ขำเลยสักนิด

“เหรอ... ” เธอเอียงหน้าเล็กน้อย ก่อนจ้องมองเขาด้วยสายตาไม่ชอบใจนัก

“แค่นี้ของคุณ แต่มันเกินพอสำหรับฉันแล้ว” เขาใช้คำว่าแค่นี้ เพราะเขาไม่ได้โดนเองกับตัว แต่คนที่โดนอย่างเธอมันใช้คำว่าแค่นี้ไม่ได้หรอก!

“เปล่า... ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” ตง

หยางชะงัก

“ผมแค่อยากรู้ว่าคุณไม่พอใจอะไรผมอีกไหม ถ้ามี... บอกมาได้เลย ผมจะได้ปรับปรุง” เสียงเขาอ่อนลงเล็กน้อย

“ไม่ต้อง” เธอส่ายหน้า คิดว่ามันไม่จำเป็นอีกแล้ว

“ฉันจะหย่า” นี่คือสิ่งที่เธอต้องการ

หากจะบอกว่าเธอนั้นเชื่อเนื้อเรื่องเกินไปก็ไม่ถึงกับเชื่อทั้งหมด เพราะเธอไม่ได้อ่านเนื้อหาทั้งหมด รู้แค่ว่าเป็นนิยายวาย และพระเอกไม่ได้รักเธอ ตลอดเวลาที่แต่งงานกับเธอก็ไม่เคยเปิดใจ ทั้งที่เธอพยายามทำตัวให้เหมาะสม ทำหน้าที่ของภรรยาทุกอย่างไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ไม่รักไม่ว่า แต่ควรสนใจว่าเธอจะกินจะอยู่อย่างไรบ้าง มันทำให้เธอรู้สึกว่าเขาจะมีหรือไม่มีเธอก็ได้ ไม่มีปัญหาอะไร และผิดที่เธอนั้นได้เอาใจลงไปเล่นแล้ว มันเลยทำให้เธอรู้สึกเสียใจอยู่ฝ่ายเดียว

“ผมไม่หย่า” น้ำเสียงของเขาหนักแน่นโดยไม่รู้ตัว

“หย่าไปแล้วคุณจะอยู่อย่างไร” เขาพูดต่อ

“สังคมมันไม่ได้ง่ายสำหรับผู้หญิงที่หย่า คุณจะถูกมองอย่างไร คุณคิดบ้างไหม” เพราะสมัยนี้ไม่ค่อยมีการหย่าร้าง และหากมีการหย่าร้างเกิดขึ้น คนที่ลำบากก็คือฝ่ายหญิง

“ไม่เป็นไร ฉันอยู่ได้” หากเธอไม่ได้รับความทรงจำเก่า เธอก็คงกลัวที่จะหย่าเหมือนกัน เพราะคนที่นี่ปลูกฝังและมีความเชื่อว่าสามีก็เปรียบเหมือนผืนฟ้าของภรรยา เป็นเหมือนโลกทั้งใบ และภรรยาต้องรักและเคารพสามี ไม่ว่าสามีจะพูดอะไรหรือบอกอะไรก็ต้องเชื่อ มันคือยุคที่ผู้ชายเป็นใหญ่

“ตอนนี้หย่าไม่ได้” ตงหยางไม่คิดจะหย่า แต่ดูท่าทางจริงจังของภรรยาแล้วคงไม่ยอมง่าย ๆ เขาเลยต้องยื้อเวลาออกไปก่อน

“ทำไม” เธอถามกลับทันที ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า อย่างไรก็ต้องหย่าอยู่ดี

ตงหยางเลือกที่จะเงียบ เพราะเขาตั้งตัวไม่ทันและยังไม่ได้คิดคำตอบเอาไว้

“เหตุผลล่ะ” เธอหรี่ตาลง เพราะรู้สึกว่าความเงียบของเขามีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่

“คุณยังไม่ตอบผมเลย ว่าคุณไม่พอใจอะไรผมอีก” เขาไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับย้อนถามแทน

“อยากฟังใช่ไหม ได้! ” เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ

“ฉันไม่พอใจที่คุณละเลยฉันเหมือนไม่มีตัวตน” เธอก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะอีกก้าว เสียงยังคงราบเรียบแต่ทุกคำเธอพูดออกมาชัดเจน

“ฉันไม่พอใจที่ต้องทำทุกอย่างอยู่คนเดียว เสื้อผ้า อาหาร งานบ้าน เรื่องในบ้านทุกอย่าง ฉันจัดการหมด ฉันตื่นก่อนคุณ หลับหลังคุณ คอยจัดตารางชีวิตให้คุณเรียบร้อย ถึงแม้คุณจะบอกว่าไม่ได้ร้องขอ แต่คุณเคยถามสักคำไหมว่าฉันเหนื่อยหรือเปล่า ถามฉันไหมว่าต้องการคนช่วยไหม ถ้าฉันไม่พูดไม่บอกอะไร คุณก็ไม่เคยรู้ ทั้งที่คุณมีตาก็น่าจะมองออก บ้านหลังใหญ่ฉันดูแลคนเดียวทั้งหมด ยังไม่พอ ฉันยังต้องวิ่งไปหาแม่คุณทุกครั้งที่เรียก ไปช้าก็โดนบ่นโดนว่าทำอะไรชักช้า” ในเมื่อเขาอยากฟังเธอก็จะพูดให้หมด!

“ฉันต้องยิ้มรับคำพูดแดกดันจากแม่ของคุณ ต้องทนให้คนอื่นมองว่าฉันมีปัญหา ทั้งที่คุณเองไม่เคยทำหน้าที่ของสามีให้เลย” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับร้องไห้

“คุณกลับบ้านมาก็กินข้าว แยกห้องนอน ทำงาน วนอยู่แบบนั้น คุณเคยหันมามองฉันบ้างไหม ว่าฉันอยู่ตรงไหนในชีวิตคุณ คุณทำเหมือนว่าจะมีหรือไม่มีฉันในชีวิตก็ได้ ในเมื่อมีหรือไม่มีก็ไม่ต่างกัน ก็ไม่รู้จะมีไปทำไม แค่นี้... พอจะเป็นเหตุผลให้ฉันหย่าได้ไหม” เธอพูดแค่เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ยังไม่เกิด ไม่ได้พูดถึงเส้นเรื่องของนิยาย เธอคิดว่าเหตุผลทั้งหมดนี้ก็พอสำหรับการหย่าแล้ว

เขายืนเงียบอยู่นาน หลังจากฟังทุกถ้อยคำจนหมด ต้องยอมรับว่าคาดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นจริง ๆ และยอมรับว่าเขานั้นไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย

“ถ้าทั้งหมดที่คุณพูดมา... ผมแก้ไขได้ คุณยังจะหย่าไหม” ตอนนี้เขารู้แล้วว่าอีกฝ่ายคิดแบบไหนและโดนอะไรมาบ้าง เขาคิดว่าตัวเองแก้ไขได้

“แล้วคุณรักฉันเหรอ... ” หย่งเล่อชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะหยันเบา ๆ

คำถามนั้นตรงเกินไปจนตงหยางพูดไม่ออก

“เมื่อก่อนฉันอาจไม่สนใจเรื่องรักหรือไม่รักก็ได้ แค่ทำหน้าที่ภรรยาให้ดี แต่ก็ยังหวังว่าอยู่กันไปเดี๋ยวเราก็รักกันเอง แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันอยากอยู่กับคนที่ฉันรัก... และเขาก็รักฉันเหมือนกัน” เธอเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าหากเราอยู่กับคนที่ไม่รักเรา มันทุกข์ใจมากขนาดไหน

“คุณมีคนที่รักแล้วเหรอ” ตงหยางขมวดคิ้วทันที

“มีสิ” เธอหัวเราะออกมาอย่างไม่ปิดบัง

“ก็คุณไง” เธอมองตรงเข้าไปในตาของเขา

คำตอบนั้นทำให้ตงหยางนิ่งค้างหนักกว่าเดิม

“ฉันรักคุณ ถึงยอมทำทุกอย่างให้ ที่ผ่านมาฉันถึงยอมทนทุกอย่าง” เธอพูดช้า ๆ เธอยอม เธอทน เธอถึก และสายตาที่มองเขาไม่เคยปิดบังว่าเธอรักเขามากเพียงใด หากไม่ตาบอดก็คงมองออกอยู่แล้ว

“ในเมื่อคุณรักผม แล้วทำไมต้องหย่า” ตงหยางขมวดคิ้ว ก่อนถามออกไปอีก

“คุณไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือ” เธอถอนหายใจเบา ๆ

“คนที่ฉันรัก... และคนที่รักฉัน” เธอเน้นทีละคำ

“ฉันต้องได้รับความรักตอบ ไม่ใช่แค่รักอยู่ข้างเดียว” เธอยิ้มบาง ๆ แต่แววตาไม่ได้ยิ้มตาม

“ผม... ไม่รู้ว่าความรักคืออะไร” ตงหยางหลบสายตาไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา

“ผมไม่เข้าใจว่ามันต้องรู้สึกแบบไหน” เขารู้แค่ว่าตัวเองต้องทำตามหน้าที่เท่านั้น

“ความรักไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่แต่งงานแล้วอยู่ด้วยกัน” หย่งเล่อมองเขาอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้า ๆ

“มันคือการนึกถึงอีกคนโดยไม่ต้องฝืน โดยไม่ต้องให้ใครสั่ง แค่เห็นคนที่รักไม่สบายเราก็รู้สึกแย่แล้ว รู้สึกคิดถึง อยากเห็นหน้า อยากรู้ว่าอีกฝ่ายทำอะไรอยู่ มีความเป็นห่วงเป็นใย แม้เราจะมีเรื่องไม่สบายใจก็ไม่อยากให้กระทบอีกฝ่าย คือการอยากกลับบ้านเพราะมีใครบางคนรออยู่ ไม่ใช่เพราะมันเป็นหน้าที่ที่ต้องกลับ” เธอมองตรงเข้าไปในดวงตาของเขา เธอบอกนิยามความรักในแบบของเธอ ซึ่งเธอไม่รู้ว่าแต่ละคนมีนิยามความรักแบบไหน อาจมีน้อยกว่านี้หรืออาจมีมากกว่านี้ก็ได้

“ความรักคือการใส่ใจ แม้เป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ คือการกลัวว่าเขาจะเสียใจ คือการไม่อยากให้เขาต้องแบกอะไรคนเดียว และที่สำคัญ... มันต้องเป็นความรู้สึกที่คุณเต็มใจ ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องพยายามทำ ไม่ใช่สิ่งที่ฝืนใจทำ” แค่การละเลยและไม่ใส่ใจของเขาก็ทำให้เธอรู้แล้วว่าเขาไม่ได้รักเธอ

“ฉันไม่อยากเป็นบทเรียนให้คุณเข้าใจคำว่ารัก ฉันอยากเป็นคนที่ถูกรัก” เธอคิดว่าถ้ารักแล้วจะรู้เอง ไม่จำเป็นต้องศึกษาหรือต้องใช้เวลา เพราะเธอยังรักเขาทั้งที่ไม่ได้ศึกษาอะไรเลย...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3ตงหยางลงจากรถก่อน แล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนในรถทีละคน ตงตงลงมาก่อนอย่างคล่องแคล่ว ถัดมาจินจินก็ปีนลงตามพี่ชาย เยว่เยว่กระโดดลงจากรถเป็นคนสุดท้ายของสามพี่น้องหย่งเล่อยังคงอุ้มซินซินที่หลับสนิทอยู่เหมือนเดิม พอทุกคนลงมายืนรวมกัน ก็เห็นคนสองคนกำลังเดินเข้ามาทางพวกเขา หนึ่งในนั้นคือตงเหวิน ส่วนอีกคนคือชายหนุ่มร่างเล็ก ผิวขาวสะอาด ใบหน้าดูสุภาพอ่อนโยน“ซาลาเปาขาวจั๊วะ ๆ ! ของอารอง! ” ทันทีที่เยว่เยว่เห็น เธอก็ชี้นิ้วทันที“ใช้นิ้วชี้คนอื่นไม่ได้ครับ” ตงหยางปรามลูกสาวทุกคนต่างรู้ดีว่าซาลาเปาขาวจั๊วะ ๆ นั้นหมายถึงคนรักของตงเหวิน ตั้งแต่วันนั้นที่ตงเหวินวิ่งลงไปหา ‘ซาลาเปา’ ของตัวเอง ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ค่อย ๆ พัฒนา จนตอนนี้พวกเขาคบกันมาหลายปีแล้วชายหนุ่มคนนั้นทำงานอยู่ในโรงงานของหย่งเล่อด้วย แม้จะยังดูเกร็งอยู่บ้างเวลาต้องเจอคนเยอะ ๆ แต่เขาเป็นคนใจดีและเข้ากับเด็กได้ดีมาก“เยว่เยว่ ยังเรียกซาลาเปาอีกเหรอ” ผ่านมานานแล้ว แต่เจ้าตัวเล็กก็ยังเรียกแบบนี้อยู่

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2หย่งเล่อเก็บเอกสารชุดสุดท้ายเข้าลิ้นชัก ก่อนจะลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย ตอนนี้ถึงเวลาที่เธอต้องออกไปรับลูกแล้ว เธออุ้มลูกสาวคนเล็กที่กำลังนอนดูดขวดนมมาแนบอก ก่อนเดินออกไปข้างนอก พอออกมาก็เห็นรถตู้จอดรออยู่ก่อนแล้วตงหยางนั่งอยู่หลังพวงมาลัยตามปกติ ทุกวันนี้แม้จะมีคนขับรถ แต่เขายังคงชอบขับรถไปรับลูกด้วยตัวเอง โดยเฉพาะวันที่ภรรยาว่างพอจะไปด้วยกันได้ อีกทั้งวันนี้เรามีนัดทานข้าวกับคนสนิทด้วย“เสร็จแล้วเหรอ” พอเธอเดินออกมา เขาก็หันมายิ้มให้ทั้งแม่ทั้งลูก“เสร็จแล้วค่ะ ไปเถอะ เดี๋ยวเด็ก ๆ รอ” หย่งเล่อพยักหน้าด้านหลังรถมีที่นั่งเด็กติดตั้งไว้อย่างเรียบร้อย โดยมีเด็กชายตัวกลมอายุสามขวบกำลังนั่งแกว่งขาอยู่บนนั้น ‘ตงจิน’ หรือที่ทุกคนเรียกว่า ‘จินจิน’ คือลูกคนที่สามของทั้งสอง เด็กน้อยมีดวงตากลมสดใสเหมือนพี่สาว และนิสัยช่างพูดไม่แพ้กัน“แม่ วันนี้ผมเห็นมดตัวใหญ่มากเลยครับ” พอเห็นแม่ขึ้นรถ เขาก็รีบพูดทันที“มันแบกเศษขนมปังด้วย” เขาเห็นชัดมาก เข

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1เมื่อเวลาผ่านไป ชีวิตของหลายคนก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามทางของตัวเอง รวมถึงทางเดินชีวิตของตงเหวินด้วยนับตั้งแต่วันที่รู้ว่าเฟิงตูเลือกฉินมู่ ตงเหวินก็เสียใจอย่างหนัก เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรู้สึกเจ็บปวดมากขนาดนี้ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่เคยคิดจะยื้อหรือฉุดรั้งเฟิงตูเอาไว้ เพราะเขาเห็นชัดเจนว่าอีกฝ่ายมีความสุขดีรอยยิ้มของเฟิงตูตอนอยู่กับฉินมู่ มันชัดเจนเกินกว่าจะหลอกตัวเองได้ ดังนั้นเขาจึงเคารพการตัดสินใจของอีกฝ่ายแล้วถอยออกมาอย่างเงียบ ๆแต่เรื่องที่ทำให้เขาเจ็บปวดมากกว่านั้น กลับไม่ใช่เรื่องความรัก แต่เป็นสายตาของคนรอบตัว หลังจากที่เขาเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘เขารักผู้ชาย’ หลายคนรอบตัวก็เริ่มมองเขาเปลี่ยนไป ทั้งญาติ ทั้งคนรู้จัก แม้แต่คนในครอบครัวแม่แทบไม่มองหน้าเขาอีกเลย เหมือนลูกชายคนนี้กลายเป็นคนแปลกหน้าไปแล้ว พ่อก็เลือกนิ่งเงียบ ไม่ตำหนิ แต่ก็ไม่ได้พูดปกป้อง บรรยากาศในบ้านทำให้ตงเหวินอึดอัดจนอยู่ไม่ไหว สุดท้ายเขาจึงค่อย ๆ ปลีกตัวออกมา ไม่ค่อยกลับบ้าน ไม่ค่อยเจอพ่อแม่ แม้แต่กับน้องชายของเขาก็เว้นร

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนที่ 45 บทส่งท้าย

    ตอนที่ 45 บทส่งท้ายหย่งเล่อนั่งยอง ๆ อยู่หน้าตู้เสื้อผ้า มือกำลังติดกระดุมเสื้อให้เด็กชายตัวกลมที่ยืนกางแขนอยู่ตรงหน้า เด็กน้อยอายุสองขวบ มีแก้มกลม ตาโต ผิวขาวสะอาด หน้าตาคล้ายพ่ออย่างเห็นได้ชัด เด็กชายคนนี้คือลูกชายคนแรกของเธอ ชื่อว่า ‘ตงตง’เจ้าตัวเล็กยืนอยู่นิ่ง ๆ ให้แม่แต่งตัวให้ บางครั้งก็เงยหน้ามองแม่ บางครั้งก็ก้มมองรองเท้าตัวเองอย่างสนใจ ไม่งอแง ไม่ดิ้น ไม่ร้อง เลี้ยงง่ายจนหย่งเล่อประหลาดใจ“เรียบร้อยแล้ว” หย่งเล่อสวมรองเท้าเล็ก ๆ ให้ลูก ก่อนจะลูบหัวเด็กน้อยเบา ๆ“ขอบคุณครับ” ตงตงเงยหน้ามองแม่ ก่อนจะยิ้มโชว์ฟันซี่เล็ก ๆเด็กชายเป็นเด็กที่กินง่าย นอนง่าย ตั้งแต่เล็กจนถึงตอนนี้แทบไม่เคยทำให้คนในบ้านต้องเหนื่อย เพราะเหตุนี้เอง หย่งเล่อจึงยังสามารถทำงานของตัวเองต่อได้กิจการของเธอเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สินค้าจากโรงงานไม่เพียงขายดีในประเทศ แต่ยังส่งออกไปต่างประเทศ ลูกค้าต่างแดนที่เฟิงตูช่วยหามาให้ กลายเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้สินค้าไปได้ไกลกว่าที่คิดทุกอย่างเป็นอย่า

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนที่ 44 อาการหนัก

    ตอนที่ 44 อาการหนักกว่าหย่งเล่อจะอาบน้ำเสร็จแล้วตามมาที่โรงพยาบาล ตงหยางก็ตรวจร่างกายเบื้องต้นไปเกือบหมดแล้ว ทุกอย่างปกติดี ไม่มีอาการผิดปกติอะไรเลยตงหยางนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องตรวจ สีหน้ายังซีดเล็กน้อย แต่ก็พยายามทำตัวให้ดูปกติ จนกระทั่งประตูห้องเปิดออกแล้วหย่งเล่อเดินเข้ามา ทันทีที่เห็นเธอ ตงหยางก็ชะงัก แล้วรีบถอยเก้าอี้ออกไปทันทีหย่งเล่อหยุดเดินมองเขานิ่ง ๆ ตงหยางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้“ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจ” เขารีบพูด น้ำเสียงของเขาดูร้อนรน“ผมไม่อยากเป็นแบบนี้” ปกติเขาไม่พูดตะกุกตะกัก แต่พอเห็นหน้าเล่อเล่อแล้วเขาก็อยากจะร้องไห้ ยิ่งภรรยาทำหน้านิ่ง เขายิ่งรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย“แต่มันเป็นเอง” เขามองเธอเหมือนกลัวว่าเธอจะเสียใจ“ตรวจแล้วเป็นอย่างไรคะ” หย่งเล่อไม่ได้พูดอะไรกับสามี เพียงหันไปถามหมอ“ร่างกายคุณผู้ชายปกติดีครับ ยังไม่พบอะไรผิดปกติ” หมอส่ายหน้าเบา ๆ ร่างกายแข็งแรงด้วยซ้ำหย่งเล่อก้าวเข้าไปใกล้ตงหยางอีกนิด แต่ทันใดนั้นเขาก็

  • เมื่อนางร้ายตัวประกอบขอหย่า   ตอนที่ 43 ป่วย

    ตอนที่ 43 ป่วยวันเวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากเขตก่อสร้างที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเสียงเครื่องจักร ในที่สุดโรงงานก็สร้างเสร็จสมบูรณ์ เครื่องจักรถูกติดตั้งครบทุกส่วนหลังจากทดลองเดินระบบอยู่พักใหญ่ ก็ได้ผลิตสินค้าชุดแรกออกมาจนสำเร็จ สินค้าล็อตแรกเริ่มถูกบรรจุลงลังแล้วเริ่มส่งออกหย่งเล่อเองก็ยุ่งกับงาน แต่ไม่เหมือนเมื่อก่อน เพราะเธอไม่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองอีกแล้ว พ่อสามีช่วยหาคนงานมาให้ หลายคนเป็นคนที่พ่อเคยร่วมงานด้วย ไว้ใจได้และทำงานเป็นตงหยางกับเพื่อน ๆ เองก็ช่วยดูเรื่องระบบการจัดการ รวมถึงแนะนำคนมาช่วยงาน บางคนช่วยดูเรื่องขนส่ง บางคนช่วยดูเรื่องบัญชี ทุกอย่างค่อย ๆ เข้าที่เข้าทางจนลงตัวส่วนเฟิงตูก็ยังคงรับหน้าที่ที่เขาถนัด เขาช่วยติดต่อเครื่องจักรตั้งแต่แรก และตอนนี้ก็ยังช่วยติดต่อคู่ค้าจากต่างประเทศให้ด้วยไม่นานก็มีลูกค้าจากต่างแดนเริ่มสั่งสินค้า คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นทีละล็อต จนบางครั้งหย่งเล่อเองยังต้องนั่งดูตัวเลขซ้ำ เพราะไม่คิดว่าธุรกิจจะขยายเร็วขนาดนี้งานมีมากขึ้น แต่กลับไม่วุ่นวายเหมือนแต่ก่อน เพราะทุกคนรู้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status