LOGINยิ่งพวกเขาเหยียบย่างเข้าไปลึกมากเท่าไร กลิ่นเหม็นนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
เหลียงเกอกัยิ่งพวกเขาเหยียบย่างเข้าไปลึกมากเท่าไร กลิ่นเหม็นนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเหลียงเกอกับหวังฮั่นเริ่มแน่ใจแล้วว่า สิ่งที่เขาจะเห็นต่อจากนี้ อาจเป็นศพของใครสักคนทว่า...มันกลับไม่ได้มีแค่ศพเดียวสิ่งที่พวกเขาเห็นคือศพสองศพถูกตรึงกับเสาไม้ที่ตั้งขึ้นมา สภาพเน่าเปื่อยจนจำเค้าโครงเดิมไม่ได้ เศษเนื้อเศษหนังแห้งกรังติดกระดูก ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งลอยไปทั่วอากาศเหลียงเกอเบิกตาอ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็น หวังฮั่นก็มีท่าทีไม่ต่างกันเพียงแต่เก็บสีหน้าได้ดีกว่าหนึ่งชั่วยามผ่านไป มือปราบหลายสิบคนรวมถึงนักชันสูตรศพก็มาถึงจุดเกิดเหตุ จากข้อมูลที่ได้รับ พบว่าในหมู่บ้านแห่งนี้นอกจากสองผัวเมียสกุลเถาก็ไม่มีผู้ใดสูญหายอีก หวังฮั่นจึงแน่ใจหลายส่วนว่า นี่ต้องเป็นศพของคนที่พวกเขาตามหาอย่างแน่นอนชายหนุ่มทั้งสองยืนมองนักชันสูตรจับศพพลิกไปมา ก่อนจะเริ่มวิเคราะห์สาเหตุการตาย" สาเหตุการตายเกิดจากการทรมานอย่างหนัก พวกท่านดูตรงนี้สิ" เขาชี้ไปที่ผิวหนังแห้งกรัง ตรงนั้นมีร่องรอยบางอย่างที่ลากยาวตั้งแต่ฐานอกลงไปจนถึงสะดือ " แผลพวกนี้เกิดจากถูก
เมืองตู้โจวเหลียงเกอกับหวังฮั่นออกตามหาญาติห่างๆ ของอนุเสิ่นที่มีแซ่เถา แต่คนแซ่เถามีมากกว่าสิบคน พวกเขาจึงค่อยๆ ไล่สอบถามทีละคน จนมาถึงคนสุดท้ายบุรุษร่างกำยำสองคนแหงนมองประตูเรือนนอกของสกุลเถา ประตูถูกปิดตายมีท่อนไม้ตอกเป็นรูปกากบาท บ่งบอกว่าเจ้าของเรือนไม่อยู่ครั้นสอบถามจากคนบ้านใกล้เรือนเคียง จึงทราบว่าสองสามีภรรยาคู่นี้หนีหนี้เจ้ามือบ่อนการพนันไปแล้ว" แล้วเด็กผู้หญิงที่อยู่กับพวกเขาเล่า ท่านพอจะทราบที่มาที่ไปหรือไม่ " เหลียงเกอเอ่ยถามชายชราที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าเรือน" เด็กผู้หญิงงั้นเรอะ " ชายชราทำสีหน้าครุ่นคิด ใช้มือลูบเคราแพะตรงปลายคาง แหงนหน้ามองขึ้นบนฟ้า พยายามนึกย้อนกลับไปก่อนที่สองสามีภรรยาคู่นั้นจะหนีไป " ถ้าหมายถึงเด็กคนนั้น นางหายไปจากหมู่บ้านของเราหลายปีแล้ว "" หายไปงั้นหรือขอรับ "เหลียงเกอกับหวังฮั่นมองหน้ากัน เพราะเท่าที่จำได้ คุณหนูรองหยางเพิ่งกลับไปที่เมืองหลวงเมื่อสองสามเดือนก่อนหน้านี้ และบอกว่าตนเองมาจากเมืองตู้โจว ทั้งยังบอกว่าส่งจดหมายมาให้ป้าเถาเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้อีกแล้วทำไมจ
เช้าวันรุ่งขึ้น เซี่ยเส้าอันนำด้ายที่หยางซินหรานบอกว่าอยากได้มาให้อีกฝ่าย ครั้นเจอหน้ากลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ นางไม่ยิ้มแย้มให้เขา ดวงตาที่เคยสุกใสก็ดูหม่นหมองแปลกๆ" เจ้าไม่สบายตรงไหนหรือไม่ " เขาเอ่ยถามสตรีที่เอาแต่เบือนหน้าหลบ" ไม่เจ้าค่ะ ข้าสบายดี แต่แค่มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยเท่านั้น "" เรื่องอันใดรึ "ใบหน้างดงามค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาของนางฉายแววเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด แม้ไม่ได้พูดคำใด แต่เซี่ยเส้าอันกลับสามารถคาดเดาได้ว่า ต้องมีเรื่องเกิดขึ้นกับนางแน่นอนชายหนุ่มไม่รอช้ารีบเอ่ยปากบอกให้หยางซินหรานเล่าเรื่องที่ทุกข์ใจให้เขาฟังทันที" รู้ใช่หรือไม่ ว่าเจ้าสามารถปรึกษาและพูดคุยกับข้าได้ทุกเรื่อง"หยางซินหรานพยักหน้า นางก็ตั้งใจว่าจะพูดกับเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน มือเรียวเล็กผายมือเชื้อเชิญอีกฝ่ายเข้าไปนั่งในศาลากลางสวนด้วยกันเพราะเซี่ยเส้าอันเข้าออกจวนสกุลหยางบ่อย จึงไม่มีผู้ใดตั้งข้อสงสัยว่าเขามาทำไม ด้วยรู้อยู่แล้วว่า...ในภายภาคหน้าอีกฝ่ายจะมาเป็นบุตรเขยของที่นี่ ดังนั้นบ่าวไพร่จึงพากันหลีก
" ชุดแต่งงานนี้ ท่านแม่ปักให้ท่านหรือเจ้าคะ " หยางเสี่ยวอิงถามโดยที่ไม่ละสายตาออกจากกล่องไม้นั้นหยางซินหรานเพิ่งเริ่มนึกได้ นางจึงนำฝากล่องไม้มาปิด เพราะกลัวอีกฝ่ายจะน้อยใจ" ใช่! แต่เจ้าไม่ต้องน้อยใจไป ท่านแม่บอกข้าว่า หากเจ้ามีคู่หมั้นเมื่อไร นางจะเป็นคนปักชุดแต่งงานให้เจ้าเอง "หยางเสี่ยวอิงก้มหน้า พลางเอ่ยตัดพ้อ " คงยากเจ้าค่ะ ไม่มีชายใดมาชอบสตรีเช่นข้าหรอก"" เหตุใดจึงพูดเช่นนั้นเล่า เจ้างดงามออกปานนี้ จะไม่มีคนชมชอบเจ้าได้อย่างไร "" แต่ข้างามไม่สู้พี่หญิง " หยางเสี่ยวอิงเงยหน้ามองสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้า อีกฝ่ายเอื้อมมือมาจับมือนาง พลางฉีกยิ้มอย่างสดใส" ใครบอกเล่า เจ้างามกว่าข้าอีก "หยางซินหรานไม่รู้จะหาคำใดมาปลอบโยนน้องสาว หากพูดกันเรื่องหน้าตา หยางเสี่ยวอิงถือว่าเป็นหญิงงามหนึ่งในแปดของเมืองลั่วหยาง ถ้าไม่ติดว่ามีข่าวลือแปลกๆ ดีไม่ดีอีกฝ่ายอาจได้แต่งงานออกเรือนก่อนนางนานแล้วดวงตาเรียวเล็กเหลือบมองรอยยิ้มหวานของพี่สาว พลางพูดเสียงเย็นว่า " เป็นท่านนี่ดีเหลือเกินนะเจ้าคะ ไม่จำเป็นต้องพยายามอะไร ก็มีคนเข
เซี่ยเส้าอันเผยสีหน้าซับซ้อนยากจะอ่านความ มีบางอย่างที่เขามองข้ามไป คดีแต่ละคดีที่เกิดขึ้นในสกุลหยาง ล้วนเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน จริงอยู่ที่เขาจับผู้กระทำผิดได้หมดแล้ว เพียงแต่ความรู้สึกเคลือบแคลงใจก็ยังไม่เลือนหายไป ราวกับมีผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้อย่างไรอย่างนั้น หยางเสี่ยวอิงถูกสายตาหลายคู่จับจ้อง แต่คนที่ดูอาฆาตนางมากกว่าใคร เห็นจะเป็นบิดาที่นั่งอยู่ข้างๆ เซี่ยเส้าอัน " เพราะเจ้าคนเดียว" หยางเต๋อหมิงชี้หน้าบุตรสาวคนรอง " ตั้งแต่เจ้ากลับมา ในจวนของข้าก็มีแต่เรื่อง มีแต่คนตายไม่เว้นวัน ทำไมกันนะ ทำไมข้าไม่ฆ่าเจ้าให้ตายไปเสียตั้งแต่ตอนนั้น" หยางเต๋อหมิงระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างเหลืออด หยางซินหรานมองหน้าบิดาด้วยความรู้สึกเจ็บร้าว ยื่นมือไปจับมือน้องสาวที่กำลังร้องไห้ตัวสั่น " ท่านพ่อ เหตุใดท่านจึงพูดเช่นนี้เจ้าคะ น้องรองเป็นบุตรสาวของท่านนะ ไฉนท่านจึงพูดจารุนแรงกับนางนักเล่า " หยางซินหรานตัดพ้อบิดาเสียงสั่นเครือ นางไม่อยากให้ทุกคนโทษว่าเป็นเพราะหยางเสี่ยวอิงคนเดียว ดูก็รู้แล้วว่าผู้กระทำผิดจงใจฉกฉวยโ
" นั่นท่านพ่อมาแล้วเจ้าค่ะ " ใบหน้าหวานหันไปมองทางที่บิดากำลังเดินมา เซี่ยเส้าอันพยักหน้าเชิงบอกว่าเห็นแล้วหยางเต๋อหมิงตรงดิ่งมายังศาลาที่บุตรสาวกับหัวหน้าตุลาการนั่งอยู่ ใจหนึ่งเขาอยากขับไล่อีกฝ่ายออกไป แต่อีกใจกลับคัดค้านด้วยว่าทำเช่นนั้นไม่ได้เซี่ยเส้าอันไม่เพียงเป็นเจ้าหนี้ แต่ยังเป็นเจ้าชีวิตของเขาในตอนนี้อีกด้วย" ใต้เท้าเซี่ย เจ้ามาหาข้ามีเหตุอันใดหรือ" หยางเต๋อหมิงรีบปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้ม เมื่อเดินขึ้นมาบนศาลาแล้วเซี่ยเส้าอันค้อมศีรษะคารวะผู้อาวุโสและมีตำแหน่งสูงกว่า" หลานแค่อยากมาสอบถามอะไรบางอย่างจากท่านอาสักเล็กน้อย ไม่ทราบว่าท่านอาสะดวกหรือไม่ขอรับ "หยางเต๋อหมิงกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ คำว่า 'เล็กน้อย' ของอีกฝ่าย มันประมาณการไว้มากแค่ไหนกันหรือ" เช่นนั้นก็นั่งก่อน" เจ้าของจวนผายมือให้แขกนั่งลงตามเดิมหยางซินหรานเห็นว่าบิดาไม่ไล่ไป นางจึงแสร้งนั่งลงอย่างแนบเนียน หยางเต๋อหมิงคิดหนักเกินกว่าจะมาใส่ใจบุตรสาว เขาจึงไม่ได้เอ่ยปากไล่ หรือถามว่ามานั่งอยู่กับเซี่ยเส้าอันได้อย่างไรพอนั่งลงแล้ว สายต







