Mag-log inเซี่ยเส้าอันอ่านกระดาษแผ่นนั้นอย่างจดจ่อ สายตาคมกริบไล่อ่านทุกตัวอักษรที่นักชันสูตรเมืองตู้โจวเขียนมา ซึ่งวิเคราะห์ไว้ว่า สองสามีภรรยาสกุลเถาถูกคนร้ายทรมานอย่างทารุณ ก่อนเสียเลือดตาย " ผู้ตรวจการเมืองตู้โจวว่าอย่างไรบ้าง" " เขาบอกว่าจะเร่งมือสืบหาตัวคนร้ายให้เร็วที่สุดขอรับ " หวังฮั่นตอบ เซี่ยเส้าอันพยักหน้าช้าๆ " เรื่องนี้อย่าเพิ่งเอะอะไป รอให้หยางเสี่ยวอิงเสร็จจากพิธีปักปิ่นก่อน แล้วพวกเราค่อยดำเนินการตามแผนต่อไป " " ยังมีอีกเรื่องขอรับ " เหลียงเกอพูด คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างสงสัย " เรื่องอะไร " เหลียงเกอเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับคนสกุลเถาให้เจ้านายฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาได้ทราบมาจากท่านผู้เฒ่าคนนั้นอีกที ยิ่งฟัง เซี่ยเส้าอันก็ยิ่งขมวดคิ้วคิดหนัก มีหลายจุดที่เขาบังเกิดความสงสัย แต่ไม่สามารถไปถามใครได้ เพราะคนที่รู้ดีที่สุดดันตายไปแล้ว " เห็นทีคงต้องรอคาดคั้นเอาจากปากนาง เพราะในตอนนี้มีแค่นางคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น " ดวงตาคมเข้มทอประกายความระทึกใจ นานมากแล้
" พี่หญิงได้พูดเรื่องแต่งงานกับท่านรึยังเจ้าคะ " น้ำเสียงหวานเอ่ยถามขึ้นมา ชายหนุ่มร่างสูงหยุดชะงัก หันกลับไปมองคนถามดวงตาว่างเปล่ามองไปที่คนถาม สีหน้าดูเย็นชาปราศจากอารมณ์ใด " เจ้าถามไปทำไม "หยางเสี่ยวอิงคลี่ยิ้ม " ข้าแค่อยากรู้น่ะเจ้าค่ะ ว่าพวกท่านจะมีฤกษ์มงคลยามใด "นัยน์ตาเฉียบคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเสแสร้งของนาง หยางเสี่ยวอิงผู้นี้นับว่าแสดงละครเก่งชั้นยอด ไม่มีผู้ใดจับพิรุธของนางได้สักคน แม้แต่หยางซินหรานก็ถูกนางหลอกแต่สำหรับเขา กลับรู้สึกไม่ชอบมาพากลตั้งแต่แรกเห็นแล้ว ดูอย่างไรก็เหมือนพวกชอบสร้างสถานการณ์ขึ้นมาชัดๆ" เมื่อถึงเวลาเจ้าก็จะรู้เอง" เขาพูดด้วยเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ ทำสีหน้าท่าทางเหมือนไม่อยากอยู่สนทนากับนางต่อสตรีในอาภรณ์สีชมพูอ่อนก้าวเท้าเดินเข้าใกล้บุรุษร่างสูงมากขึ้น ใบหน้าของนางยังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม " แล้วพี่หญิงได้บอกหรือไม่เจ้าคะ ว่านางจะพาข้าไปด้วย "ดวงตาคมกริบเกิดความวูบไหวครู่หนึ่ง ก่อนรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เพื่อเก็บซ่อนความรู้สึกหงุดหงิดใจเอาไว้ภายใน" หยางเสี่ยวอิง ข้าจะบอ
ยิ่งพวกเขาเหยียบย่างเข้าไปลึกมากเท่าไร กลิ่นเหม็นนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเหลียงเกอกับหวังฮั่นเริ่มแน่ใจแล้วว่า สิ่งที่เขาจะเห็นต่อจากนี้ อาจเป็นศพของใครสักคนทว่า...มันกลับไม่ได้มีแค่ศพเดียวสิ่งที่พวกเขาเห็นคือศพสองศพถูกตรึงกับเสาไม้ที่ตั้งขึ้นมา สภาพเน่าเปื่อยจนจำเค้าโครงเดิมไม่ได้ เศษเนื้อเศษหนังแห้งกรังติดกระดูก ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งลอยไปทั่วอากาศเหลียงเกอเบิกตาอ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็น หวังฮั่นก็มีท่าทีไม่ต่างกันเพียงแต่เก็บสีหน้าได้ดีกว่าหนึ่งชั่วยามผ่านไป มือปราบหลายสิบคนรวมถึงนักชันสูตรศพก็มาถึงจุดเกิดเหตุ จากข้อมูลที่ได้รับ พบว่าในหมู่บ้านแห่งนี้นอกจากสองผัวเมียสกุลเถาก็ไม่มีผู้ใดสูญหายอีก หวังฮั่นจึงแน่ใจหลายส่วนว่า นี่ต้องเป็นศพของคนที่พวกเขาตามหาอย่างแน่นอนชายหนุ่มทั้งสองยืนมองนักชันสูตรจับศพพลิกไปมา ก่อนจะเริ่มวิเคราะห์สาเหตุการตาย" สาเหตุการตายเกิดจากการทรมานอย่างหนัก พวกท่านดูตรงนี้สิ" เขาชี้ไปที่ผิวหนังแห้งกรัง ตรงนั้นมีร่องรอยบางอย่างที่ลากยาวตั้งแต่ฐานอกลงไปจนถึงสะดือ " แผลพวกนี้เกิดจากถูก
เมืองตู้โจวเหลียงเกอกับหวังฮั่นออกตามหาญาติห่างๆ ของอนุเสิ่นที่มีแซ่เถา แต่คนแซ่เถามีมากกว่าสิบคน พวกเขาจึงค่อยๆ ไล่สอบถามทีละคน จนมาถึงคนสุดท้ายบุรุษร่างกำยำสองคนแหงนมองประตูเรือนนอกของสกุลเถา ประตูถูกปิดตายมีท่อนไม้ตอกเป็นรูปกากบาท บ่งบอกว่าเจ้าของเรือนไม่อยู่ครั้นสอบถามจากคนบ้านใกล้เรือนเคียง จึงทราบว่าสองสามีภรรยาคู่นี้หนีหนี้เจ้ามือบ่อนการพนันไปแล้ว" แล้วเด็กผู้หญิงที่อยู่กับพวกเขาเล่า ท่านพอจะทราบที่มาที่ไปหรือไม่ " เหลียงเกอเอ่ยถามชายชราที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าเรือน" เด็กผู้หญิงงั้นเรอะ " ชายชราทำสีหน้าครุ่นคิด ใช้มือลูบเคราแพะตรงปลายคาง แหงนหน้ามองขึ้นบนฟ้า พยายามนึกย้อนกลับไปก่อนที่สองสามีภรรยาคู่นั้นจะหนีไป " ถ้าหมายถึงเด็กคนนั้น นางหายไปจากหมู่บ้านของเราหลายปีแล้ว "" หายไปงั้นหรือขอรับ "เหลียงเกอกับหวังฮั่นมองหน้ากัน เพราะเท่าที่จำได้ คุณหนูรองหยางเพิ่งกลับไปที่เมืองหลวงเมื่อสองสามเดือนก่อนหน้านี้ และบอกว่าตนเองมาจากเมืองตู้โจว ทั้งยังบอกว่าส่งจดหมายมาให้ป้าเถาเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้อีกแล้วทำไมจ
เช้าวันรุ่งขึ้น เซี่ยเส้าอันนำด้ายที่หยางซินหรานบอกว่าอยากได้มาให้อีกฝ่าย ครั้นเจอหน้ากลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ นางไม่ยิ้มแย้มให้เขา ดวงตาที่เคยสุกใสก็ดูหม่นหมองแปลกๆ" เจ้าไม่สบายตรงไหนหรือไม่ " เขาเอ่ยถามสตรีที่เอาแต่เบือนหน้าหลบ" ไม่เจ้าค่ะ ข้าสบายดี แต่แค่มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยเท่านั้น "" เรื่องอันใดรึ "ใบหน้างดงามค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาของนางฉายแววเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด แม้ไม่ได้พูดคำใด แต่เซี่ยเส้าอันกลับสามารถคาดเดาได้ว่า ต้องมีเรื่องเกิดขึ้นกับนางแน่นอนชายหนุ่มไม่รอช้ารีบเอ่ยปากบอกให้หยางซินหรานเล่าเรื่องที่ทุกข์ใจให้เขาฟังทันที" รู้ใช่หรือไม่ ว่าเจ้าสามารถปรึกษาและพูดคุยกับข้าได้ทุกเรื่อง"หยางซินหรานพยักหน้า นางก็ตั้งใจว่าจะพูดกับเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน มือเรียวเล็กผายมือเชื้อเชิญอีกฝ่ายเข้าไปนั่งในศาลากลางสวนด้วยกันเพราะเซี่ยเส้าอันเข้าออกจวนสกุลหยางบ่อย จึงไม่มีผู้ใดตั้งข้อสงสัยว่าเขามาทำไม ด้วยรู้อยู่แล้วว่า...ในภายภาคหน้าอีกฝ่ายจะมาเป็นบุตรเขยของที่นี่ ดังนั้นบ่าวไพร่จึงพากันหลีก
" ชุดแต่งงานนี้ ท่านแม่ปักให้ท่านหรือเจ้าคะ " หยางเสี่ยวอิงถามโดยที่ไม่ละสายตาออกจากกล่องไม้นั้นหยางซินหรานเพิ่งเริ่มนึกได้ นางจึงนำฝากล่องไม้มาปิด เพราะกลัวอีกฝ่ายจะน้อยใจ" ใช่! แต่เจ้าไม่ต้องน้อยใจไป ท่านแม่บอกข้าว่า หากเจ้ามีคู่หมั้นเมื่อไร นางจะเป็นคนปักชุดแต่งงานให้เจ้าเอง "หยางเสี่ยวอิงก้มหน้า พลางเอ่ยตัดพ้อ " คงยากเจ้าค่ะ ไม่มีชายใดมาชอบสตรีเช่นข้าหรอก"" เหตุใดจึงพูดเช่นนั้นเล่า เจ้างดงามออกปานนี้ จะไม่มีคนชมชอบเจ้าได้อย่างไร "" แต่ข้างามไม่สู้พี่หญิง " หยางเสี่ยวอิงเงยหน้ามองสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้า อีกฝ่ายเอื้อมมือมาจับมือนาง พลางฉีกยิ้มอย่างสดใส" ใครบอกเล่า เจ้างามกว่าข้าอีก "หยางซินหรานไม่รู้จะหาคำใดมาปลอบโยนน้องสาว หากพูดกันเรื่องหน้าตา หยางเสี่ยวอิงถือว่าเป็นหญิงงามหนึ่งในแปดของเมืองลั่วหยาง ถ้าไม่ติดว่ามีข่าวลือแปลกๆ ดีไม่ดีอีกฝ่ายอาจได้แต่งงานออกเรือนก่อนนางนานแล้วดวงตาเรียวเล็กเหลือบมองรอยยิ้มหวานของพี่สาว พลางพูดเสียงเย็นว่า " เป็นท่านนี่ดีเหลือเกินนะเจ้าคะ ไม่จำเป็นต้องพยายามอะไร ก็มีคนเข







