Share

บทที่ 4

Author: ชิงชิง
ผ่านบานประตูกระจกหนาทึบ หลินลู่นอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียงคนไข้

หัวใจของเฉิงอวี่เซินเต้นระรัวอย่างรุนแรง แม้ในใจจะห่วงใยเธอเพียงใด แต่เขากลับอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องที่เธอจงใจหลอกลวงเขาเมื่อคืนนั้น

ผู้หญิงคนนี้... เล่นละครเก่งที่สุด

ตอนนี้คิดจะใช้วิธีเดิม ๆ เพื่อเรียกคะแนนความสงสารจากเขาอีกงั้นหรือ?

เขาโบกมือเรียกคนขับรถ สั่งให้รีบไปเร่งผลตรวจ เขาต้องการรู้จากปากหมอด้วยตัวเองว่าตกลงแล้วหลินลู่เป็นอะไรกันแน่

ผลตรวจที่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรขาวดำชัดเจน เขาอยากจะรู้นักว่าถึงตอนนั้นเธอจะมีข้ออ้างอะไรมาหลอกเขาอีก!

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ ในที่สุดหลินลู่ก็ฟื้นคืนสติขึ้นมา

ทว่าภาพแรกที่เห็นกลับเป็นคนขับรถและหมอกำลังยืนคุยกันอยู่หน้าเตียง สุดท้ายคนขับรถก็ถือใบรายงานผลการตรวจเดินออกไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดูเหมือนเขากำลังจะไปหาเฉิงอวี่เซิน

เมื่อเห็นดังนั้น หลินลู่รีบกระชากเข็มน้ำเกลือออกอย่างร้อนรน แล้ววิ่งเท้าเปล่าตามออกไปทันที

“อย่าบอกเขานะ!”

เธอแย่งใบรายงานผลการตรวจมาจากมือเขาแล้วฉีกทิ้งเป็นชิ้น ๆ ก่อนจะพยุงราวเหล็กหอบหายใจอย่างหนักด้วยความเหนื่อยหอบ

คนขับรถชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อตั้งสติได้เขาก็ทอดถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง

“คุณหลินครับ คุณจะทนลำบากทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน!”

“ถ้าประธานเฉิงรู้เรื่องอาการของคุณ เขาไม่มีทางทำกับคุณแบบนี้แน่”

หลินลู่เม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด

“ฉันขอร้องล่ะ อย่าบอกเขาเลยนะคะ”

“คุณก็รู้นิสัยของเขาดี ถ้าเขารู้ความจริงเข้า... เขาคงจะเจ็บปวดเจียนตาย”

“ให้ความทุกข์ทรมานทั้งหมดนี้ตกลงที่ฉันคนเดียวก็พอแล้ว!”

คนขับรถส่ายหน้าด้วยความจนใจ ในที่สุดเขาก็ยอมตกลงที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

บนรถ... เมื่อเฉิงอวี่เซินได้ยินคนขับรถรายงานว่าหลินลู่ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่มีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำเท่านั้น คิ้วเข้มของเขาก็ขมวดเข้าหากันจนเป็นปม

นั่นไงล่ะ เธอยังเล่นละครหลอกเขาอยู่อีกจริง ๆ ด้วย!

ผู้หญิงอย่างเธอ เพื่อเงินแล้วทำได้ทุกอย่าง สมควรแล้วที่ต้องถูกเขาทรมานและเหยียดหยามแบบนี้

เขาคลายเนกไทออกด้วยสีหน้าเย็นชา นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะสั่งคนขับรถต่อว่า

“ไปหาซื้อพวกอาหารเสริมกลับบ้านไปด้วยล่ะ เผื่อวันหลังเธอไปเป็นลมข้างนอกอีกจะได้ไม่ขายหน้าผม!

คนขับรถพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร

หลังจากออกจากโรงพยาบาล หลินลู่ก็เพิ่มปริมาณยาที่ทานขึ้นอีก

หมอบอกว่าตอนนี้อาการของเธอทรุดลงเร็วมาก มีเพียงการเพิ่มปริมาณยาเท่านั้นที่จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดไปได้ชั่วคราว

เธอเก็บยาไว้ในลิ้นชัก แล้วเอาของจุกจิกวางทับไว้มากมายเพื่อปกปิดขวดยาเหล่านั้น

จริง ๆ เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่มีความจำเป็นเลย เพราะหลังจากเหตุการณ์สองครั้งนั้น ต่อให้เฉิงอวี่เซินเห็นเธอทานยาด้วยตาตัวเอง เขาก็คงไม่มีวันเชื่อเธออีกแล้ว

กลางคืน เฉิงอวี่เซินกลับมาถึงบ้าน

ทว่าคนที่กลับมาพร้อมกับเขาด้วยก็คือ… ชวีเสี่ยวเสวี่ย

เฉิงอวี่เซินโอบไหล่ชวีเสี่ยวเสวี่ยนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะออกคำสั่งด้วยท่าทีวางอำนาจ

“ไปชงชามาให้เสี่ยวเสวี่ยที เธอชอบดื่มชาซีลอน”

“แล้วก็ ย้ายของออกจากห้องของคุณด้วย สองสามวันนี้เสี่ยวเสวี่ยจะมาพักที่นี่”

หลินลู่ไม่เอ่ยปากคัดค้าน และเธอก็ไม่มีสิทธิ์จะคัดค้านด้วย เธอเดินไปในครัวเพื่อรินน้ำเงียบ ๆ

อาจเป็นเพราะเพิ่งทานยาไป มือของเธอจึงยังไม่ค่อยมีแรง ทันทีที่จับกาน้ำ มือเธอก็สั่นจนกาน้ำร่วงกระแทกเคาน์เตอร์ น้ำร้อนจัดสาดรดใส่ตัวเธอทันที

เธอเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด รีบเดินไปที่ซิงค์ล้างจานแล้วเปิดน้ำเย็นราดตัวเพื่อบรรเทาแผล

ชายหญิงทั้งคู่ที่อยู่ด้านนอกเดินตามเข้ามาดู แต่ใบหน้าของเฉิงอวี่เซินกลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

“อะไรกัน แกล้งป่วยไม่สำเร็จ เลยเปลี่ยนมาใช้แผนเจ็บตัวเรียกร้องความสนใจงั้นเหรอ?”

“หลินลู่ ผมบอกคุณไว้เลยนะ ต่อให้คุณตายอยู่ตรงนี้ ผมก็น้ำตาไม่ไหลสักหยดเดียว

“เพราะฉะนั้นเก็บแผนตื้น ๆ ของคุณไปซะ อย่ามาใช้วิธีนี้ต่อหน้าผม!”

พูดจบเขาก็โอบชวีเสี่ยวเสวี่ยเดินจากไปทันที

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 25

    เฉิงอวี่เซินกุมมือหลินลู่ไว้โดยไม่ลังเล เพื่อส่งผ่านความเข้มแข็งไปให้เธอ: “ลองเชื่อใจผมดูสักครั้งได้ไหม? ตอนนี้ผมเริ่มลงทุนในการวิจัยยาแล้ว ผมเชื่อว่าอีกไม่นานจะต้องเห็นผลลัพธ์ คุณเชื่อใจผมนะ?”“หากผ่านไปหลายปีแล้ว อาการป่วยของคุณยังคงทรุดลง ผมก็จะทำตัวเองให้น่าเกลียดตามไปด้วย และเมื่อถึงวันที่คุณจากไป ผมก็จะตามคุณไปในทันที” เฉิงอวี่เซินคลี่ยิ้มบาง ๆ “คุณลืมไปแล้วเหรอ? ผมเคยบอกแล้วว่าผมรักคุณ รักมากจนยอมตายแทนคุณได้” เมื่อได้ยินประโยคนี้ ในที่สุดหลินลู่ก็หลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา หลินลู่กลอกตาไปมาอย่างซุกซน พลางแสร้งพูดประชดว่า: “ถ้าคุณขี้เหร่ขึ้นมาเมื่อไหร่ ฉันก็ไม่ชอบคุณแล้วล่ะ” “ต่อให้ผมจะน่าเกลียดแค่ไหน ผมก็จะตามเกาะติดคุณเป็นตังเมเลย” เฉิงอวี่เซินรีบสำทับ มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่รู้ดีว่า สิ่งที่หลินลู่เพิ่งพูดออกมาเมื่อครู่นั้นคือการพูดประชดประชันในเชิงหยอกล้อ หลินลู่หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เธอคีบอาหารเข้าปากอย่างเป็นธรรมชาติ “เฉิงอวี่เซิน ฉันจริงจังนะ คุณแน่ใจจริง ๆ ใช่ไหมที่จะอยู่เคียงข้างฉัน?” หลินลู่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเฉิงอวี่เซินด้วยความจริงจังอย่างท

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 24

    เด็กสาวที่กองอยู่บนพื้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นชวีเสี่ยวเสวี่ยที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับหลินลู่หลายส่วน ในชาตินี้ ชวีเสี่ยวเสวี่ยเพิ่งจะเข้าเรียนชั้นมัธยมปลาย เมื่อขาดการสนับสนุนและคุ้มครองจากเฉิงอวี่เซิน เธอจึงไม่ได้ใช้ชีวิตเป็นนักเรียนที่สงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างที่ควรจะเป็น ฐานะทางบ้านของเธอย่ำแย่เกินไป ลำพังแค่จะส่งเสียให้เรียนจบมัธยมปลายยังแทบไม่ไหว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเรียนต่อมหาวิทยาลัยเลย ผิดกับในชาติก่อนที่ชวีเสี่ยวเสวี่ยขยันทำงานพิเศษควบคู่ไปกับการเรียน จนในที่สุดก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ และนั่นคือตอนที่เฉิงอวี่เซินมาพบเธอเข้า จนทำให้เธอได้มีชีวิตที่สุขสบายไร้กังวล ทว่าในชาตินี้ เพราะรูปร่างหน้าตาของเธอ เธอจึงถูกคนเลือกตัวไว้ล่วงหน้า และรอจังหวะที่จะถูกส่งตัวไปประเคนตรงหน้าเฉิงอวี่เซิน แต่ใครจะไปคาดคิดว่า เฉิงอวี่เซินกลับไม่แยแสแม้แต่นิดเดียว ซ้ำยังเดินหนีออกมาเสียดื้อ ๆ เฉิงอวี่เซินผละออกมาเพื่อไปตามนัดของหลินลู่ แต่ชวีเสี่ยวเสวี่ยไม่อาจยอมปล่อยให้เขาจากไปแบบนี้ได้ เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องวิ่งตามเฉิงอวี่เซินไปภายใต้การบีบบังคับของเจ้านาย เฉิงอวี่เซินเพิ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 23

    หลินลู่ดีใจจนทำอะไรไม่ถูก เธออุ้มเจ้าแมวน้อยขึ้นมาหอมฟอดใหญ่สองที ราวกับตุนตุนจะสัมผัสได้ถึงความรักที่หลินลู่มีให้ มันร้องเหมียวอ้อนอย่างแสนหวาน ทั้งยังยกอุ้งเท้าเล็ก ๆ ขึ้นมาแตะ ๆ นวด ๆ บนใบหน้าของเธอเบา ๆ หลินลู่ดีใจสุดซึ้ง รีบหิ้วตุนตุนกับกล่องกลับบ้านด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน เธอโอบกอดเจ้าแมวน้อยไว้ ในใจรู้ดีว่านอกจากเฉิงอวี่เซินแล้ว คงไม่มีใครทำเรื่องแบบนี้ หลินลู่เข้าใจดีว่า นี่คือวิธีที่เฉิงอวี่เซินกำลังบอกกับเธอเป็นนัยว่า “เชื่อผมเถอะนะ ครั้งนี้เราจะเลี้ยงตุนตุนให้โตไปด้วยกัน”ทว่าภาพจำเกี่ยวกับชะตากรรมของตุนตุนในชาติก่อนยังคงติดตา ตราบใดที่เฉิงอวี่เซินยังอยู่ข้างกาย หลินลู่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าตุนตุนจะต้องมารับเคราะห์ร้ายโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกหรือไม่ เธออุ้มแมวน้อยอยู่นานแสนนาน ก่อนจะตัดสินใจว่าเมื่อเลี้ยงมันให้โตกว่านี้อีกสักหน่อย จะหาคนที่ไว้ใจได้มารับเลี้ยงมันไป หากอยู่ข้างกายเธอ ไม่รู้ว่าวันไหนมันอาจจะต้องเจ็บตัว หรือแม้กระทั่งตัวเธอเองที่เป็นเจ้าของก็ยังไม่รู้ว่าจะอยู่ดูแลมันไปจนสิ้นอายุขัยได้ไหม สู้ไม่เลี้ยงเสียตั้งแต่แรกยังจะดีกว่า หลินลู่โอบอุ้มแมวน้อยที่แสนเ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 22

    หลังจากผ่านเหตุการณ์เรื่องยาจีนมาด้วยกัน กำแพงที่เคยขวางกั้นระหว่างหลินลู่และเฉิงอวี่เซินดูเหมือนจะทลายลงไปหลายส่วนอย่างไม่รู้ตัว เมื่อมองใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือดของเขา หลินลู่ก็ได้แต่ลอบคิดในใจว่า... เฉิงอวี่เซิน คุณนี่ช่างรู้วิธีทำให้ฉันใจอ่อนจริง ๆ เฉิงอวี่เซินรับรู้ได้ถึงท่าทีที่โอนอ่อนลงของหญิงสาว เขาจึงถือโอกาสรุกไล่ทันที: “แน่นอน ผมจริงจังที่สุด”“ครั้งนี้ ผมจะส่งมอบทุกอย่างในชีวิตให้คุณเป็นคนดูแล ให้คุณเป็นคนบงการแต่เพียงผู้เดียว” เขาโน้มตัวลงมาจนหน้าผากแตะกับหน้าผากของหลินลู่ สบประสานสายตาด้วยความสัตย์จริงเต็มเปี่ยม ก่อนจะกล่าวต่อ: “เรื่องราวในชาติก่อน เราลืมมันไปให้หมดดีไหม? ชาตินี้เรามาเริ่มต้นกันใหม่ เราจะไม่ปิดบัง และจะไม่โกหกกันอีก”หลินลู่หลบสายตาด้วยความประหม่าและทำตัวไม่ถูก “ฉัน... ฉันยังไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลย!” พูดจบ เธอก็รีบย่อตัวมุดหนีจากพันธนาการของเขา แล้วรีบเปิดประตูหนีเข้าบ้านไปด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อมองตามแผ่นหลังที่วิ่งหนีไปราวกับกระต่ายตัวน้อย เฉิงอวี่เซินก็หลุดขำออกมาเบา ๆ แผนเจ็บตัวเรียกความสงสารนี่ได้ผลจริง ๆ ด้วย อย่างน้อ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 21

    ข้อความอวดดีที่ส่งมาทำเอาใบหน้าของเฉิงอวี่เซินเย็นเยียบลงทันตา เขาสามารถไม่ยี่หระต่อเรื่องของตัวเองได้ แต่เขาทนไม่ได้หากใครจะถือวิสาสะพุ่งเป้าไปที่หลินลู่! สำหรับเฉิงอวี่เซินแล้ว หลินลู่เปรียบเสมือนเกล็ดใต้คอที่บอบบางที่สุดของมังกรคลั่งอย่างเขา เพียงถูกแตะต้องเบา ๆ ก็เพียงพอจะทำให้มังกรตัวนี้เสียสติได้แล้ว เฉิงอวี่เซินไม่ได้ตอบกลับข้อความของประธานหวัง แต่กลับสั่งการลงไปเพื่อเริ่มแผนการจัดการอีกฝ่ายทันที เหอะ! ในเมื่อชอบวางยานัก ก็ลองลิ้มรสความรู้สึกของการถูกควบคุมร่างกายไม่ได้ดูบ้างเป็นไง! วันต่อมา ระหว่างทางกลับบ้าน รถของหวังเจียเป่า เกิดยางแตกกะทันหัน และในขณะที่เขาสั่งให้คนขับลงไปเปลี่ยนยาง เขาก็ถูกคนขับรถของตัวเองฟาดจนสลบเหมือด หลังจากสิ้นสติ หวังเจียเป่าถูกกรอกยาในปริมาณที่มากกว่าที่หลินลู่เคยโดนหลายเท่าตัว ก่อนจะถูกแพ็กด้วยวิธีเดียวกัน แล้วนำไปโยนทิ้งไว้ในย่านคนพเนจร พวกคนจรจัดแกะกล่องออกมาพบเพียงชายวัยกลางคนพุงพลุ้ย จึงพากันรูดทรัพย์สินติดตัวไปจนหมด แล้วโยนเขาทิ้งไว้ข้างร่องน้ำครำ ปล่อยให้ฤทธิ์ยาทำหน้าที่ของมันไป เมื่อหวังเจียเป่าฟื้นขึ้นมา ร่างกายของเขาก็พังยับเ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 20

    หลังจากค่ำคืนอันบ้าคลั่งผ่านพ้นไป ในที่สุดหลินลู่ก็ดึงสติที่หลุดลอยไปกลับคืนมาได้ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้? เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไรกัน? ไหนว่าตกลงกันแล้วว่าจะเว้นระยะห่างให้เด็ดขาด จะไม่พัวพันกันอีกไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมถึงกลับมาพัวพันกันจนได้? หลินลู่เขกหัวตัวเองเบา ๆ นึกตำหนิที่ตัวเองไม่ระวังตัวและไม่มีความยับยั้งชั่งใจมากพอ เธอรู้สึกเพียงว่าเรื่องราวยิ่งวุ่นวายมากขึ้น และเริ่มเบี่ยงเบนไปจากแผนการที่เธอเคยวางไว้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอคิดไว้ดิบดีแล้วว่า หลังจากเรียนจบจะพาแม่ออกไปท่องเที่ยวดูโลกกว้างให้ได้มากที่สุดในช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่ แต่ตอนนี้ เฉิงอวี่เซินกลับก้าวเข้ามาแทรกแซง และบุกรุกเข้ามาในชีวิตที่ถูกขีดเส้นไว้ของเธอด้วยท่าทีที่ไม่อาจขัดขืนได้ ประสบการณ์จากชาติก่อนทำให้หลินลู่รู้สึกกังวลและไม่มั่นคง เธอเดาใจเฉิงอวี่เซินไม่ออก ต่อให้เขาจะพูดออกมาอย่างชัดเจนเพียงใด เธอก็ยังไม่กล้าเชื่ออยู่ดี ท้ายที่สุดแล้ว สาเหตุก็มาจากความรู้สึกต่ำต้อยในใจของเธอเอง หลินลู่ตีกรอบให้ตัวเองไว้แน่นหนาเกินไป เธอรู้สึกด้อยค่าเพราะอาการป่วยของตน ประกอบกับความเย็นชาที่เฉิงอวี่เซ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 8

    คำตอบของคำถามนี้ แทบไม่ต้องเสียเวลาคิดให้มากความเลย หากเธอตั้งใจแต่แรกว่าจะทำให้เฉิงอวี่เซินเจ็บปวด และฉุดรั้งเขาให้จมดิ่งลงสู่ก้นเหวไปพร้อมกับเธอละก็ ในตอนนั้น เขาคงไม่มีทางบอกเลิกกับเธอหรอก บางที... ตอนนี้อาจถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว เวลานี้คือช่วงที่เฉิงอวี่เซินเกลียดชังเธอถึงขีดสุด ดังนั้น ต่อ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 7

    เจ้าแมวตัวนี้พวกเขาเก็บมาเลี้ยงด้วยกันเมื่อหลายปีก่อนในตอนที่ยังรักกันดีตอนที่พบมันครั้งแรก มันอายุยังไม่ถึงสามเดือนเสียด้วยซ้ำ ทั้งผอมโซและตัวเล็กจ้อย พวกเขาช่วยกันอาบน้ำ ชงนมแพะให้มันกิน ประคบประหงมเลี้ยงดูจนมันเติบโตมาจนอ้วนท้วนสมบูรณ์น่ารักอย่างในวันนี้ ในตอนนั้น เฉิงอวี่เซินเคยบอกว่า เมื่

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 6

    กว่าจะจัดการอาบน้ำให้เธอจนเสร็จ หลินลู่ก็ตัวเปียกปอนไปหมดทั้งร่าง ชวีเสี่ยวเสวี่ยจงใจหาเรื่องรังแกเธอชัด ๆ เดี๋ยวก็บ่นว่าน้ำเย็นไป เดี๋ยวก็ว่าน้ำร้อนเกินไป ไม่ใช้ให้ไปรินน้ำชา ก็จะเรียกกินผลไม้ แต่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเรียกร้องอะไร หลินลู่ก็ยอมก้มหน้าก้มตาทำตามแต่โดยดีโดยไม่ปริปากบ่น ความอ่อนแอที่ดู

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 5

    สายน้ำจากก๊อกยังคงไหลรินไม่ขาดสาย หลินลู่มองหลังมือของตนที่ถูกลวกจนแดงก่ำ หยาดน้ำตาเม็ดโตพรั่งพรูลงมาอย่างต่อเนื่อง เธอจะมานั่งเสียใจทำไมกัน ในเมื่อผลลัพธ์แบบนี้ไม่ใช่หรือที่เธอต้องการ? ต่อให้เธอตายลงตรงหน้าเขา เขาก็คงไม่หลั่งน้ำตาให้สักหยด นี่คือสิ่งที่เธอปรารถนาให้เป็นมาตั้งแต่ต้น เธอควรจะรู้ส

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status