All Chapters of เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต: Chapter 1 - Chapter 10

25 Chapters

บทที่ 1

“ประธานเฉิงละก็ อย่าล้อเล่นสิคะ ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณมีข่าวฉาวไม่ซ้ำหน้า ผู้หญิงคนไหนคุณก็เล่นด้วยได้ทั้งนั้น จะมีก็แต่คุณนายเฉิงที่คุณแต่งเข้าบ้านมาได้ปีเดียวนั่นแหละ ที่ถูกคุณทิ้งขว้างให้อยู่คนเดียวอย่างเย็นชา” หลินลู่ยืนมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ ลมหายใจเริ่มติดขัดและหนักอึ้ง มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่า ทุกคำพูดที่เฉิงอวี่เซินเอ่ยออกมา... คือเรื่องจริง ในอดีต เขาคือเดือนมหาลัยชื่อดังของมหาวิทยาลัย A ใคร ๆ ต่างบอกว่าเขาจีบยากแสนยาก เขามักจะปฏิเสธคำบอกรักของผู้หญิงทุกคนเสมอ แต่เธอกลับไม่เชื่อในคำร่ำลือนั้น เธอตื๊อเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย จนในที่สุดก็คว้าหัวใจเขามาครองได้สำเร็จ ใครต่อใครบอกว่าเขาเป็นดอกไม้บนยอดเขาสูงแต่มีเพียงเธอที่รู้ว่า เมื่อเขายอมก้าวลงจากแท่นบูชามาหาเธอแล้ว เขาเป็นคนที่รักใคร่และทุ่มเทให้ได้มากขนาดไหน ตอนแรกเป็นเธอที่วิ่งตามเขา แต่หลังจากนั้น กลับกลายเป็นเขาที่รักเธอมากกว่า และขาดเธอไม่ได้ยิ่งกว่าใคร เพื่อจะซื้อสร้อยคอเส้นที่เธอชอบ เขาต้องสวมชุดมาสคอตหนาหนักยืนแจกใบปลิวท่ามกลางแดดจ้าตลอดทั้งวัน เพื่อจะจัดงานวันเกิดให้เธออย่างสมเกียรติ เขาทำงานพิเศษวันละ
Read more

บทที่ 2

หลินลู่ฝืนพยุงตัวลุกขึ้น เอี้ยวตัวเปิดลิ้นชักเพื่อพยายามจะหยิบยาออกมาทานแต่ยังไม่ทันที่จะหยิบยาออกมา เธอก็รู้สึกหวานปร่าในลำคอ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโต ยาเม็ดในมือร่วงกระจายเต็มพื้น เธอใช้มือกุมหน้าอกเอาไว้ รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวราวกับหัวใจจะฉีกขาด ทันใดนั้นโทรศัพท์ข้างตัวก็ดังขึ้น เธอเอื้อมมือไปรับสายด้วยสติที่พร่าเลือน ปลายสายมีเสียงลมหายใจของเฉิงอวี่เซินแว่วมา เธอตกอยู่ในภวังค์วูบหนึ่ง เหมือนสมัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย ทุกครั้งที่มีไข้หรือไม่สบาย เธอจะเผลอส่งเสียงร้องไห้อ้อนคนในสายโดยไม่รู้ตัว “อาเซิน... ฉันเจ็บ...” “เจ็บเหลือเกิน... ฉันจะเจ็บจนตายอยู่แล้ว…” ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด หลินลู่ถูกใครบางคนเขย่าจนตื่น วินาทีที่ลืมตาขึ้น แววตาที่เต็มไปด้วยความร้อนรนของเฉิงอวี่เซินก็ปะทะเข้ากับสายตาเธอ “ลู่ลู่ คุณเป็นอะไรไป? เจ็บตรงไหน?” เธอค่อย ๆ เบือนหน้าไปมอง บนโต๊ะข้างเตียงมีกล่องขนมโมจิวางอยู่ กล่องนั้นดูเหมือนจะตกลงพื้นจนบุบบี้เพราะความรีบร้อน และยังมีหยดน้ำฝนเกาะอยู่เต็มไปหมด เมื่อก่อนของว่างที่เธอโปรดปรานที่สุดคือโมจิ ทุกครั้งที่เธอป่วยและทรมาน เธอจะอยากกินแค่
Read more

บทที่ 3

รถยนต์หรูจอดลงที่หน้าประตูร้านแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ เมื่อเธอเดินเข้าไปจึงพบว่า ทั้งเฉิงอวี่เซินและชวีเสี่ยวเสวี่ยผู้โด่งดังในข่าวลือต่างก็อยู่ที่นี่ ทันทีที่เห็นเธอปรากฏตัว ใบหน้าของเฉิงอวี่เซินก็พลันฉายแววเย็นชาเขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาภายในร้าน มือข้างหนึ่งโอบไหล่ชวีเสี่ยวเสวี่ยเอาไว้ ก่อนจะปรายตามาทางหลินลู่แล้วเอ่ยปาก "พนักงานที่นี่สวมรองเท้าให้ไม่ค่อยได้เรื่อง แต่เรื่องนี้คุณถนัดที่สุด มาสวมให้เธอสิ"หลินลู่รู้ดีว่าเขาจงใจใช้เรื่องนี้มาหยามเกียรติเธอตอนที่ทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้ง เธอเป็นเพียงพนักงานในร้านรองเท้า ที่ต้องคอยคุกเข่าก้มหัวสวมรองเท้าให้พวกคุณนายเศรษฐี ในตอนนั้นเขาทั้งตกตะลึงและโกรธแค้นจนนัยน์ตาแดงก่ำ: “หลินลู่ ไม่ใช่ว่าคุณทิ้งผมไปเกาะคนรวยเพื่อเงินหรอกเหรอ? ทำไมตอนนี้ถึงตกอับมาเป็นพนักงานรับใช้คอยสวมรองเท้าให้คนอื่นแบบนี้ล่ะ?” หลินลู่แย้มยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน “คนเก่าเล่นจนเบื่อแล้ว เงินก็ไม่ให้แล้ว ฉันก็เลยต้องหาคนใหม่น่ะสิ” “ก็ร้านแบรนด์เนมแบบนี้มีมหาเศรษฐีแวะเวียนมาเยอะ ฉันเลยจงใจมาทำงานที่นี่ เผื่อจะเจอใครสักคนที่ถูกใจฉันเข้า” คำพูดนั้นทำให้เขาโ
Read more

บทที่ 4

ผ่านบานประตูกระจกหนาทึบ หลินลู่นอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียงคนไข้ หัวใจของเฉิงอวี่เซินเต้นระรัวอย่างรุนแรง แม้ในใจจะห่วงใยเธอเพียงใด แต่เขากลับอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องที่เธอจงใจหลอกลวงเขาเมื่อคืนนั้นผู้หญิงคนนี้... เล่นละครเก่งที่สุด ตอนนี้คิดจะใช้วิธีเดิม ๆ เพื่อเรียกคะแนนความสงสารจากเขาอีกงั้นหรือ? เขาโบกมือเรียกคนขับรถ สั่งให้รีบไปเร่งผลตรวจ เขาต้องการรู้จากปากหมอด้วยตัวเองว่าตกลงแล้วหลินลู่เป็นอะไรกันแน่ผลตรวจที่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรขาวดำชัดเจน เขาอยากจะรู้นักว่าถึงตอนนั้นเธอจะมีข้ออ้างอะไรมาหลอกเขาอีก! เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ ในที่สุดหลินลู่ก็ฟื้นคืนสติขึ้นมา ทว่าภาพแรกที่เห็นกลับเป็นคนขับรถและหมอกำลังยืนคุยกันอยู่หน้าเตียง สุดท้ายคนขับรถก็ถือใบรายงานผลการตรวจเดินออกไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดูเหมือนเขากำลังจะไปหาเฉิงอวี่เซิน เมื่อเห็นดังนั้น หลินลู่รีบกระชากเข็มน้ำเกลือออกอย่างร้อนรน แล้ววิ่งเท้าเปล่าตามออกไปทันที “อย่าบอกเขานะ!”เธอแย่งใบรายงานผลการตรวจมาจากมือเขาแล้วฉีกทิ้งเป็นชิ้น ๆ ก่อนจะพยุงราวเหล็กหอบหายใจอย่างหนักด้วยความเหนื่อยหอบคนขับรถชะงักไปค
Read more

บทที่ 5

สายน้ำจากก๊อกยังคงไหลรินไม่ขาดสาย หลินลู่มองหลังมือของตนที่ถูกลวกจนแดงก่ำ หยาดน้ำตาเม็ดโตพรั่งพรูลงมาอย่างต่อเนื่อง เธอจะมานั่งเสียใจทำไมกัน ในเมื่อผลลัพธ์แบบนี้ไม่ใช่หรือที่เธอต้องการ? ต่อให้เธอตายลงตรงหน้าเขา เขาก็คงไม่หลั่งน้ำตาให้สักหยด นี่คือสิ่งที่เธอปรารถนาให้เป็นมาตั้งแต่ต้น เธอควรจะรู้สึกพอใจถึงจะถูก แต่เพราะอะไรกัน... พอได้ยินเขาพูดคำเหล่านั้นออกมากับหู หัวใจของเธอถึงได้เจ็บปวดรวดร้าวขนาดนี้ ราวกับมีใครบางคนกระชากหัวใจเธอออกมาทั้งเป็น มันเจ็บเสียจนแทบจะหายใจไม่ออก กลางดึกคืนนั้น ขณะที่หลินลู่นอนอยู่ในห้องพักเล็ก ๆ เสียงจากห้องข้าง ๆ กลับดังแว่วเข้ามาให้ได้ยินอย่างชัดเจน “อวี่เซิน เบาเสียงลงหน่อยสิคะ ถ้าคุณหลินมาได้ยินเข้าจะทำยังไง” “ไม่ต้องไปสนใจเธอหรอก ต่อให้ต้องให้มายืนดูเราอยู่ข้างเตียง ก็ถือว่าไม่เกินไปนักสำหรับคนอย่างเธอ”สิ้นเสียงนั้น โทรศัพท์ของหลินลู่ก็สั่นเตือนขึ้นมาเป็นข้อความจากเฉิงอวี่เซิน มีเพียงคำสั้น ๆ แค่สองคำ “มานี่” หลินลู่กดดับหน้าจอโทรศัพท์ คว้าเสื้อคลุมมาสวมแล้วเปิดประตูเดินออกไป เธอเคาะประตูห้องของเฉิงอวี่เซินก่อนจะก้าวเข้าไปข้างใน
Read more

บทที่ 6

กว่าจะจัดการอาบน้ำให้เธอจนเสร็จ หลินลู่ก็ตัวเปียกปอนไปหมดทั้งร่าง ชวีเสี่ยวเสวี่ยจงใจหาเรื่องรังแกเธอชัด ๆ เดี๋ยวก็บ่นว่าน้ำเย็นไป เดี๋ยวก็ว่าน้ำร้อนเกินไป ไม่ใช้ให้ไปรินน้ำชา ก็จะเรียกกินผลไม้ แต่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเรียกร้องอะไร หลินลู่ก็ยอมก้มหน้าก้มตาทำตามแต่โดยดีโดยไม่ปริปากบ่น ความอ่อนแอที่ดูไร้ทางสู้ของเธอทำให้ชวีเสี่ยวเสวี่ยถึงกับนึกสงสัย จนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามออกมาว่า การที่เธอยอมทนอยู่ข้างกายเฉิงอวี่เซินแบบนี้ แท้จริงแล้วต้องการอะไรกันแน่ เงาร่างหลังประตูไหววูบเพียงครู่ หลินลู่เม้มริมฝีปากแน่น เธอกระตุกยิ้มอย่างคนไร้หัวใจ “ก็เพื่อเงินน่ะสิ เธอไม่เห็นเหรอว่าเขาจ่ายให้ฉันหนักขนาดไหน? ใครจะยอมผิดใจกับเงินกันล่ะ”พลันมีเสียง “ปัง!” ดังสนั่นมาจากหลังประตู คล้ายกับมีของบางอย่างถูกเหวี่ยงจนแตกกระจาย แต่หลินลู่กลับทำเป็นไม่ใส่ใจ เธอก้มลงหยิบเสื้อผ้าที่ชวีเสี่ยวเสวี่ยเปลี่ยนทิ้งไว้แล้วถอยออกไปจากห้อง วินาทีที่ประตูบานนั้นปิดลง เรี่ยวแรงทั้งหมดของเธอก็ดูเหมือนจะมลายหายไป หลินลู่พิงหลังกับบานประตูแล้วค่อย ๆ ทรุดตัวลงกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ หน้ากากที่เพียรสวมไว้พังทลายลงในพร
Read more

บทที่ 7

เจ้าแมวตัวนี้พวกเขาเก็บมาเลี้ยงด้วยกันเมื่อหลายปีก่อนในตอนที่ยังรักกันดีตอนที่พบมันครั้งแรก มันอายุยังไม่ถึงสามเดือนเสียด้วยซ้ำ ทั้งผอมโซและตัวเล็กจ้อย พวกเขาช่วยกันอาบน้ำ ชงนมแพะให้มันกิน ประคบประหงมเลี้ยงดูจนมันเติบโตมาจนอ้วนท้วนสมบูรณ์น่ารักอย่างในวันนี้ ในตอนนั้น เฉิงอวี่เซินเคยบอกว่า เมื่อถึงวันที่พวกเขาแต่งงานกัน เขาจะให้ตุนตุนเป็นตัวแทนถือแหวนแต่งงานมาให้พวกเขาแต่มาวันนี้ เขากลับพูดคำว่าจะกำจัดมันทิ้งออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย หลินลู่แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ต่อให้เขาจะเกลียดชังเธอมากเพียงใด เขาก็ไม่ควรระบายโทสะลงกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้ตุนตุนคือชีวิตของเธอ หากไม่มีมัน เธอก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปได้อย่างไร เธอกอดตุนตุนเอาไว้แน่น น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเว้าวอนอย่างที่หาได้ยาก “ไม่นะ เฉิงอวี่เซิน… ฉันขอร้อง อย่าทิ้งตุนตุนไปเลย ต่อไปฉันจะเลี้ยงมันไว้แค่ในห้องของฉัน จะไม่ให้พวกคุณเห็นหน้ามันอีกเลยตลอดไป”ใบหน้าเย็นชาของเฉิงอวี่เซินไร้ซึ่งแววแห่งความเมตตา เขามองหลินลู่ด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่โหดร้ายที่สุดออกมาทีละคำ“ในเมื่อมันกล้าทำร้ายเสี่ยวเ
Read more

บทที่ 8

คำตอบของคำถามนี้ แทบไม่ต้องเสียเวลาคิดให้มากความเลย หากเธอตั้งใจแต่แรกว่าจะทำให้เฉิงอวี่เซินเจ็บปวด และฉุดรั้งเขาให้จมดิ่งลงสู่ก้นเหวไปพร้อมกับเธอละก็ ในตอนนั้น เขาคงไม่มีทางบอกเลิกกับเธอหรอก บางที... ตอนนี้อาจถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว เวลานี้คือช่วงที่เฉิงอวี่เซินเกลียดชังเธอถึงขีดสุด ดังนั้น ต่อให้เธอตายจากไป เขาก็คงจะไม่รู้สึกเสียใจแม้แต่นิดเดียว ค่ำคืนนั้น หลินลู่เข้าครัวลงมือทำอาหารจนเต็มโต๊ะด้วยตัวเองเธอยังจำได้แม่นว่าเขาชอบกินไก่ผัดพริกแห้งและปลาน้ำแดงฝีมือเธอที่สุด ในตอนนั้นฐานะของทั้งคู่ยังค่อนข้างขัดสน หากอยากกินอะไรก็มักจะไปเดินจ่ายตลาดด้วยกัน เพื่อซื้อวัตถุดิบมาเข้าครัวทำเอง เขาเคยบอกว่าเขารักช่วงเวลานั้นที่สุด หากวันหน้าได้กินอาหารฝีมือเธอทุกวัน ก็ถือเป็นความสุขที่สุดในโลกแล้วทว่าต่อมาเมื่อเขามั่งคั่งพรั่งพร้อม เธอกลับไม่ได้เข้าครัวทำอาหารอีกเลย เมื่อเฉิงอวี่เซินกลับมาเห็นเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารท่ามกลางกับข้าวละลานตา คนที่มักจะเก็บงำความรู้สึกอย่างเขาก็อดไม่ได้ที่จะฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่งในดวง ตา เขาเดินเข้ามาหาเธอด้วยท่าทีเย็นชา พลางเอ่ยเย้ยหยัน “ทำอะไรของ
Read more

บทที่ 9

น้ำที่นองไปด้วยเลือดค่อย ๆ เย็นชืดลง หญิงสาวในอ่างอาบน้ำไร้ซึ่งลมหายใจไปนานแล้ว รถของเฉิงอวี่เซินจอดสนิทอยู่ใต้ตึกของชวีเสี่ยวเสวี่ย แต่เขากลับลังเลไม่ยอมลงจากรถเสียที โทรศัพท์ของชวีเสี่ยวเสวี่ยสั่นเตือนครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขาก็ปล่อยให้หน้าจอสว่างแล้วดับลงอยู่อย่างนั้นโดยไม่คิดจะกดรับ เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ รู้เพียงว่าในใจมันกระสับกระส่ายจนบอกไม่ถูก เหตุผลบอกให้เขาลงไปหาชวีเสี่ยวเสวี่ยสั่นที่รออยู่นานแล้ว แต่ลางสังหรณ์บางอย่างกลับเตือนว่าหลินลู่กำลังเกิดเรื่อง และหากเขาไม่รีบกลับไปตอนนี้ เขาอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต เขานึกถึงท่าทีแปลก ๆ ของหลินลู่ก่อนหน้านี้ พยายามหาเหตุผลมาหักล้างเพื่อให้ตัวเองเดินไปหาชวีเสี่ยวเสวี่ยได้อย่างสบายใจ หัวใจเขาเต้นรัว หนังตากระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ เขาพยายามสลัดภาพหลินลู่ออกไปจากหัว... หลินลู่น่ะเจ้าเล่ห์ที่สุด เธอหลอกปั่นหัวเขามาตั้งกี่ครั้งแล้ว เธอแค่รู้ดีว่าต้องทำยังไงเขาถึงจะใจอ่อนยอมกลับไปหา! ครั้งนี้เฉิงอวี่เซินบอกตัวเองว่าจะไม่ยอมตกหลุมพรางของผู้หญิงคนนั้นอีกเด็ดขาด! เขาฝืนใจลงจากรถ เดินไปเคาะประตูบ้านชวีเสี่ยวเสว
Read more

บทที่ 10

คำพูดของหมอทำให้โลกทั้งใบของเฉิงอวี่เซินพังทลายลง เขาคว้าเสื้อกาวน์ของหมอไว้แน่นด้วยความสิ้นหวัง “หมอ หมอ... ผมสั่งให้คุณช่วยชีวิตเธอ ช่วยเธอให้ได้! ผมมีเงิน! ผมมีเงิน! เราจะใช้ยาที่ดีที่สุด เครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด ผมไม่สนว่าพวกคุณจะต้องใช้วิธีไหน แต่ต้องช่วยเธอให้ฟื้นขึ้นมา…” เฉิงอวี่เซินยื้อยุดหมอไว้ไม่ยอมปล่อย เขาพร่ำบอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างดื้อดึงว่าตนเองมีเงิน เพียงเพราะต้องการให้ภรรยากลับมามีชีวิตอีกครั้ง! “เฮ้อ…” คุณหมอได้แต่ส่ายหน้า ก่อนจะเดินจากไปภายใต้การคุ้มกันของพยาบาลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย การพลัดพรากจากลาเช่นนี้มีให้เห็นอยู่ทุกวัน ชีวิตนับไม่ถ้วนไม่อาจยื้อกลับคืนมาได้ด้วยอำนาจเงิน บุคลากรทางการแพทย์อย่างพวกเขาจึงเริ่มที่จะชินชาเสียแล้ว เฉิงอวี่เซินแทบไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองเดินมาหยุดอยู่ข้างกายหลินลู่ได้อย่างไร เขาลูบไล้ใบหน้าขาวซีดของเธอ น้ำตาเหือดแห้งไปจนหมดสิ้น สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าเขาปรารถนาให้หลินลู่ฟื้นขึ้นมามากเพียงใด ต่อให้เธอจะด่าทอหรือทะเลาะกับเขาก็ตาม “ที่แท้... ที่วันนี้คุณทำตัวแปลกไป ก็เพื่อจะบอกลาผมสินะ…” เฉิงอวี่เซินแนบใบหน้าลงกับแก้
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status