Share

บทที่ 6

Author: ชิงชิง
กว่าจะจัดการอาบน้ำให้เธอจนเสร็จ หลินลู่ก็ตัวเปียกปอนไปหมดทั้งร่าง

ชวีเสี่ยวเสวี่ยจงใจหาเรื่องรังแกเธอชัด ๆ เดี๋ยวก็บ่นว่าน้ำเย็นไป เดี๋ยวก็ว่าน้ำร้อนเกินไป ไม่ใช้ให้ไปรินน้ำชา ก็จะเรียกกินผลไม้

แต่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเรียกร้องอะไร หลินลู่ก็ยอมก้มหน้าก้มตาทำตามแต่โดยดีโดยไม่ปริปากบ่น

ความอ่อนแอที่ดูไร้ทางสู้ของเธอทำให้ชวีเสี่ยวเสวี่ยถึงกับนึกสงสัย จนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามออกมาว่า การที่เธอยอมทนอยู่ข้างกายเฉิงอวี่เซินแบบนี้ แท้จริงแล้วต้องการอะไรกันแน่

เงาร่างหลังประตูไหววูบเพียงครู่ หลินลู่เม้มริมฝีปากแน่น

เธอกระตุกยิ้มอย่างคนไร้หัวใจ

“ก็เพื่อเงินน่ะสิ เธอไม่เห็นเหรอว่าเขาจ่ายให้ฉันหนักขนาดไหน? ใครจะยอมผิดใจกับเงินกันล่ะ”

พลันมีเสียง “ปัง!” ดังสนั่นมาจากหลังประตู คล้ายกับมีของบางอย่างถูกเหวี่ยงจนแตกกระจาย แต่หลินลู่กลับทำเป็นไม่ใส่ใจ เธอก้มลงหยิบเสื้อผ้าที่ชวีเสี่ยวเสวี่ยเปลี่ยนทิ้งไว้แล้วถอยออกไปจากห้อง

วินาทีที่ประตูบานนั้นปิดลง เรี่ยวแรงทั้งหมดของเธอก็ดูเหมือนจะมลายหายไป หลินลู่พิงหลังกับบานประตูแล้วค่อย ๆ ทรุดตัวลงกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ

หน้ากากที่เพียรสวมไว้พังทลายลงในพริบตา เธอหลอกตัวเองไม่ได้เลย... เธอไม่สามารถทำใจให้เฉยชาได้จริง ๆ เมื่อต้องทนเห็นเฉิงอวี่เซินไปรักผู้หญิงคนอื่น

ความเจ็บปวดเสียดแทงที่หน้าอกถาโถมเข้ามาอีกครั้ง เธอรีบพยุงกายขึ้น กลับไปที่ห้องของตัวเองแล้วพุ่งตรงไปที่ห้องน้ำ ก่อนจะกระอักเลือดคำโตออกมา

หลังจากวันนั้น หลินลู่แทบไม่ได้ลงมาข้างล่างเลย เธอรับรู้เพียงจากคำบอกเล่าของเหล่าคนรับใช้ว่า เพื่อเอาใจชวีเสี่ยวเสวี่ยแล้ว เฉิงอวี่เซินแทบจะพลิกโฉมคฤหาสน์ตระกูลเฉิงใหม่ทั้งหมด

ชวีเสี่ยวเสวี่ยชอบดอกทานตะวัน เขาก็สั่งให้คนถอนไม้ดอกไม้ประดับทั้งสวนทิ้ง แล้วปลูกทานตะวันจนเต็มพื้นที่

เธอชอบดีไซน์แบบจีน เขาก็สั่งย้ายเฟอร์นิเจอร์และภาพวาดราคาแพงระยับที่เคยสะสมไว้ออกไป แล้วแทนที่ด้วยสไตล์จีนตามที่เธอชอบ ไม่เว้นแม้แต่ในห้องนอนของหลินลู่

เธอชอบทานอาหารตะวันตก เฉิงอวี่เซินก็ทุ่มเงินมหาศาลจ้างเชฟมิชลินระดับห้าดาวจากต่างประเทศมาเป็นเชฟส่วนตัวเพื่อดูแลอาหารการกินของเธอทุกมื้อ

เขาแสดงให้ทุกคนเห็นผ่านการกระทำว่า ตราบใดที่เป็นผู้หญิงที่เฉิงอวี่เซินรัก เขาจะตามใจจนถึงที่สุด อยากได้อะไรย่อมต้องได้สิ่งนั้น

และที่สำคัญกว่านั้น เขาต้องการให้หลินลู่รู้ว่า หากเธอไม่ได้โลภมากจนเกินไป ทั้งหมดนี้ควรจะเป็นของเธอ

กลางดึก ขณะที่หลินลู่นอนอยู่บนเตียง จู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของตุนตุนดังมาจากห้องนั่งเล่นชั้นล่าง

เธอตกใจจนรีบผุดลุกขึ้น เปิดไฟแล้ววิ่งลงไปข้างล่างทันที

ที่ห้องนั่งเล่น ชวีเสี่ยวเสวี่ยกำลังถือไม้หวดลงบนตัวของตุนตุนที่ขดตัวสั่นอยู่ในมุมห้องอย่างไม่ยั้งมือ

หลินลู่ใจหายวาบ เธอรีบปรี่เข้าไปแย่งไม้มาจากมืออีกฝ่ายแล้วขว้างทิ้งลงพื้นอย่างแรง ก่อนจะโอบกอดตุนตุนเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม

ชวีเสี่ยวเสวี่ยตาแดงก่ำพยายามจะเข้ามาแย่งแมวน้อยไปจากอกเธอ หลินลู่คอยเบี่ยงตัวหลบพลางตวาดใส่ด้วยความโมโห

“ชวีเสี่ยวเสวี่ย เธอมันบ้าไปแล้ว!”

ส่วนชวีเสี่ยวเสวี่ยกลับแสดงท่าทางโกรธแค้น

“ไอ้แมวจรนี่! ก็เพราะไอ้เดรัจฉานที่เธอเลี้ยงไว้มันข่วนขาฉัน ฉันสั่งสอนมันนิดหน่อยจะเป็นอะไรไป!”

ปกติตุนตุนเป็นแมวที่เชื่องและขี้กลัวที่สุด มันไม่เคยทำร้ายใครเลย เห็นคนแปลกหน้าก็ทำเพียงหลบซ่อนตัวอยู่ในมุมเงียบ ๆ แล้วมันจะไปทำร้ายเธอก่อนได้ยังไง

หลินลู่กอดตุนตุนไว้แน่น ไม่ว่าจะยังไงเธอก็ไม่มีวันส่งแมวให้เด็ดขาด

ในขณะที่ทั้งสองกำลังยื้อยุดกันอยู่ เฉิงอวี่เซินก็เดินลงมาจากชั้นบนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

ชวีเสี่ยวเสวี่ยรีบโผเข้าไปหาเขาทันทีพร้อมทำท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจ

“อวี่เซิน ดูสิคะ ขาของฉันถูกไอ้แมวจรนั่นข่วนจนเป็นแผลไปหมดแล้ว! ฉันไม่อยากเห็นแมวตัวนี้อีกต่อไปแล้วนะคะ!”

เฉิงอวี่เซินขมวดคิ้วเข้ม ดวงตาคมกริบสีดำสนิทปรายตามองลูกแมวในอ้อมกอดของหลินลู่ด้วยแววตาเย็นชา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ

“ให้เวลาห้านาที จัดการมันซะ”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 25

    เฉิงอวี่เซินกุมมือหลินลู่ไว้โดยไม่ลังเล เพื่อส่งผ่านความเข้มแข็งไปให้เธอ: “ลองเชื่อใจผมดูสักครั้งได้ไหม? ตอนนี้ผมเริ่มลงทุนในการวิจัยยาแล้ว ผมเชื่อว่าอีกไม่นานจะต้องเห็นผลลัพธ์ คุณเชื่อใจผมนะ?”“หากผ่านไปหลายปีแล้ว อาการป่วยของคุณยังคงทรุดลง ผมก็จะทำตัวเองให้น่าเกลียดตามไปด้วย และเมื่อถึงวันที่คุณจากไป ผมก็จะตามคุณไปในทันที” เฉิงอวี่เซินคลี่ยิ้มบาง ๆ “คุณลืมไปแล้วเหรอ? ผมเคยบอกแล้วว่าผมรักคุณ รักมากจนยอมตายแทนคุณได้” เมื่อได้ยินประโยคนี้ ในที่สุดหลินลู่ก็หลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา หลินลู่กลอกตาไปมาอย่างซุกซน พลางแสร้งพูดประชดว่า: “ถ้าคุณขี้เหร่ขึ้นมาเมื่อไหร่ ฉันก็ไม่ชอบคุณแล้วล่ะ” “ต่อให้ผมจะน่าเกลียดแค่ไหน ผมก็จะตามเกาะติดคุณเป็นตังเมเลย” เฉิงอวี่เซินรีบสำทับ มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่รู้ดีว่า สิ่งที่หลินลู่เพิ่งพูดออกมาเมื่อครู่นั้นคือการพูดประชดประชันในเชิงหยอกล้อ หลินลู่หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เธอคีบอาหารเข้าปากอย่างเป็นธรรมชาติ “เฉิงอวี่เซิน ฉันจริงจังนะ คุณแน่ใจจริง ๆ ใช่ไหมที่จะอยู่เคียงข้างฉัน?” หลินลู่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเฉิงอวี่เซินด้วยความจริงจังอย่างท

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 24

    เด็กสาวที่กองอยู่บนพื้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นชวีเสี่ยวเสวี่ยที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับหลินลู่หลายส่วน ในชาตินี้ ชวีเสี่ยวเสวี่ยเพิ่งจะเข้าเรียนชั้นมัธยมปลาย เมื่อขาดการสนับสนุนและคุ้มครองจากเฉิงอวี่เซิน เธอจึงไม่ได้ใช้ชีวิตเป็นนักเรียนที่สงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างที่ควรจะเป็น ฐานะทางบ้านของเธอย่ำแย่เกินไป ลำพังแค่จะส่งเสียให้เรียนจบมัธยมปลายยังแทบไม่ไหว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเรียนต่อมหาวิทยาลัยเลย ผิดกับในชาติก่อนที่ชวีเสี่ยวเสวี่ยขยันทำงานพิเศษควบคู่ไปกับการเรียน จนในที่สุดก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ และนั่นคือตอนที่เฉิงอวี่เซินมาพบเธอเข้า จนทำให้เธอได้มีชีวิตที่สุขสบายไร้กังวล ทว่าในชาตินี้ เพราะรูปร่างหน้าตาของเธอ เธอจึงถูกคนเลือกตัวไว้ล่วงหน้า และรอจังหวะที่จะถูกส่งตัวไปประเคนตรงหน้าเฉิงอวี่เซิน แต่ใครจะไปคาดคิดว่า เฉิงอวี่เซินกลับไม่แยแสแม้แต่นิดเดียว ซ้ำยังเดินหนีออกมาเสียดื้อ ๆ เฉิงอวี่เซินผละออกมาเพื่อไปตามนัดของหลินลู่ แต่ชวีเสี่ยวเสวี่ยไม่อาจยอมปล่อยให้เขาจากไปแบบนี้ได้ เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องวิ่งตามเฉิงอวี่เซินไปภายใต้การบีบบังคับของเจ้านาย เฉิงอวี่เซินเพิ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 23

    หลินลู่ดีใจจนทำอะไรไม่ถูก เธออุ้มเจ้าแมวน้อยขึ้นมาหอมฟอดใหญ่สองที ราวกับตุนตุนจะสัมผัสได้ถึงความรักที่หลินลู่มีให้ มันร้องเหมียวอ้อนอย่างแสนหวาน ทั้งยังยกอุ้งเท้าเล็ก ๆ ขึ้นมาแตะ ๆ นวด ๆ บนใบหน้าของเธอเบา ๆ หลินลู่ดีใจสุดซึ้ง รีบหิ้วตุนตุนกับกล่องกลับบ้านด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน เธอโอบกอดเจ้าแมวน้อยไว้ ในใจรู้ดีว่านอกจากเฉิงอวี่เซินแล้ว คงไม่มีใครทำเรื่องแบบนี้ หลินลู่เข้าใจดีว่า นี่คือวิธีที่เฉิงอวี่เซินกำลังบอกกับเธอเป็นนัยว่า “เชื่อผมเถอะนะ ครั้งนี้เราจะเลี้ยงตุนตุนให้โตไปด้วยกัน”ทว่าภาพจำเกี่ยวกับชะตากรรมของตุนตุนในชาติก่อนยังคงติดตา ตราบใดที่เฉิงอวี่เซินยังอยู่ข้างกาย หลินลู่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าตุนตุนจะต้องมารับเคราะห์ร้ายโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกหรือไม่ เธออุ้มแมวน้อยอยู่นานแสนนาน ก่อนจะตัดสินใจว่าเมื่อเลี้ยงมันให้โตกว่านี้อีกสักหน่อย จะหาคนที่ไว้ใจได้มารับเลี้ยงมันไป หากอยู่ข้างกายเธอ ไม่รู้ว่าวันไหนมันอาจจะต้องเจ็บตัว หรือแม้กระทั่งตัวเธอเองที่เป็นเจ้าของก็ยังไม่รู้ว่าจะอยู่ดูแลมันไปจนสิ้นอายุขัยได้ไหม สู้ไม่เลี้ยงเสียตั้งแต่แรกยังจะดีกว่า หลินลู่โอบอุ้มแมวน้อยที่แสนเ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 22

    หลังจากผ่านเหตุการณ์เรื่องยาจีนมาด้วยกัน กำแพงที่เคยขวางกั้นระหว่างหลินลู่และเฉิงอวี่เซินดูเหมือนจะทลายลงไปหลายส่วนอย่างไม่รู้ตัว เมื่อมองใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือดของเขา หลินลู่ก็ได้แต่ลอบคิดในใจว่า... เฉิงอวี่เซิน คุณนี่ช่างรู้วิธีทำให้ฉันใจอ่อนจริง ๆ เฉิงอวี่เซินรับรู้ได้ถึงท่าทีที่โอนอ่อนลงของหญิงสาว เขาจึงถือโอกาสรุกไล่ทันที: “แน่นอน ผมจริงจังที่สุด”“ครั้งนี้ ผมจะส่งมอบทุกอย่างในชีวิตให้คุณเป็นคนดูแล ให้คุณเป็นคนบงการแต่เพียงผู้เดียว” เขาโน้มตัวลงมาจนหน้าผากแตะกับหน้าผากของหลินลู่ สบประสานสายตาด้วยความสัตย์จริงเต็มเปี่ยม ก่อนจะกล่าวต่อ: “เรื่องราวในชาติก่อน เราลืมมันไปให้หมดดีไหม? ชาตินี้เรามาเริ่มต้นกันใหม่ เราจะไม่ปิดบัง และจะไม่โกหกกันอีก”หลินลู่หลบสายตาด้วยความประหม่าและทำตัวไม่ถูก “ฉัน... ฉันยังไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลย!” พูดจบ เธอก็รีบย่อตัวมุดหนีจากพันธนาการของเขา แล้วรีบเปิดประตูหนีเข้าบ้านไปด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อมองตามแผ่นหลังที่วิ่งหนีไปราวกับกระต่ายตัวน้อย เฉิงอวี่เซินก็หลุดขำออกมาเบา ๆ แผนเจ็บตัวเรียกความสงสารนี่ได้ผลจริง ๆ ด้วย อย่างน้อ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 21

    ข้อความอวดดีที่ส่งมาทำเอาใบหน้าของเฉิงอวี่เซินเย็นเยียบลงทันตา เขาสามารถไม่ยี่หระต่อเรื่องของตัวเองได้ แต่เขาทนไม่ได้หากใครจะถือวิสาสะพุ่งเป้าไปที่หลินลู่! สำหรับเฉิงอวี่เซินแล้ว หลินลู่เปรียบเสมือนเกล็ดใต้คอที่บอบบางที่สุดของมังกรคลั่งอย่างเขา เพียงถูกแตะต้องเบา ๆ ก็เพียงพอจะทำให้มังกรตัวนี้เสียสติได้แล้ว เฉิงอวี่เซินไม่ได้ตอบกลับข้อความของประธานหวัง แต่กลับสั่งการลงไปเพื่อเริ่มแผนการจัดการอีกฝ่ายทันที เหอะ! ในเมื่อชอบวางยานัก ก็ลองลิ้มรสความรู้สึกของการถูกควบคุมร่างกายไม่ได้ดูบ้างเป็นไง! วันต่อมา ระหว่างทางกลับบ้าน รถของหวังเจียเป่า เกิดยางแตกกะทันหัน และในขณะที่เขาสั่งให้คนขับลงไปเปลี่ยนยาง เขาก็ถูกคนขับรถของตัวเองฟาดจนสลบเหมือด หลังจากสิ้นสติ หวังเจียเป่าถูกกรอกยาในปริมาณที่มากกว่าที่หลินลู่เคยโดนหลายเท่าตัว ก่อนจะถูกแพ็กด้วยวิธีเดียวกัน แล้วนำไปโยนทิ้งไว้ในย่านคนพเนจร พวกคนจรจัดแกะกล่องออกมาพบเพียงชายวัยกลางคนพุงพลุ้ย จึงพากันรูดทรัพย์สินติดตัวไปจนหมด แล้วโยนเขาทิ้งไว้ข้างร่องน้ำครำ ปล่อยให้ฤทธิ์ยาทำหน้าที่ของมันไป เมื่อหวังเจียเป่าฟื้นขึ้นมา ร่างกายของเขาก็พังยับเ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 20

    หลังจากค่ำคืนอันบ้าคลั่งผ่านพ้นไป ในที่สุดหลินลู่ก็ดึงสติที่หลุดลอยไปกลับคืนมาได้ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้? เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไรกัน? ไหนว่าตกลงกันแล้วว่าจะเว้นระยะห่างให้เด็ดขาด จะไม่พัวพันกันอีกไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมถึงกลับมาพัวพันกันจนได้? หลินลู่เขกหัวตัวเองเบา ๆ นึกตำหนิที่ตัวเองไม่ระวังตัวและไม่มีความยับยั้งชั่งใจมากพอ เธอรู้สึกเพียงว่าเรื่องราวยิ่งวุ่นวายมากขึ้น และเริ่มเบี่ยงเบนไปจากแผนการที่เธอเคยวางไว้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอคิดไว้ดิบดีแล้วว่า หลังจากเรียนจบจะพาแม่ออกไปท่องเที่ยวดูโลกกว้างให้ได้มากที่สุดในช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่ แต่ตอนนี้ เฉิงอวี่เซินกลับก้าวเข้ามาแทรกแซง และบุกรุกเข้ามาในชีวิตที่ถูกขีดเส้นไว้ของเธอด้วยท่าทีที่ไม่อาจขัดขืนได้ ประสบการณ์จากชาติก่อนทำให้หลินลู่รู้สึกกังวลและไม่มั่นคง เธอเดาใจเฉิงอวี่เซินไม่ออก ต่อให้เขาจะพูดออกมาอย่างชัดเจนเพียงใด เธอก็ยังไม่กล้าเชื่ออยู่ดี ท้ายที่สุดแล้ว สาเหตุก็มาจากความรู้สึกต่ำต้อยในใจของเธอเอง หลินลู่ตีกรอบให้ตัวเองไว้แน่นหนาเกินไป เธอรู้สึกด้อยค่าเพราะอาการป่วยของตน ประกอบกับความเย็นชาที่เฉิงอวี่เซ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 3

    รถยนต์หรูจอดลงที่หน้าประตูร้านแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ เมื่อเธอเดินเข้าไปจึงพบว่า ทั้งเฉิงอวี่เซินและชวีเสี่ยวเสวี่ยผู้โด่งดังในข่าวลือต่างก็อยู่ที่นี่ ทันทีที่เห็นเธอปรากฏตัว ใบหน้าของเฉิงอวี่เซินก็พลันฉายแววเย็นชาเขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาภายในร้าน มือข้างหนึ่งโอบไหล่ชวีเสี่ยวเสวี่ยเอาไว้ ก่อนจะปร

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 2

    หลินลู่ฝืนพยุงตัวลุกขึ้น เอี้ยวตัวเปิดลิ้นชักเพื่อพยายามจะหยิบยาออกมาทานแต่ยังไม่ทันที่จะหยิบยาออกมา เธอก็รู้สึกหวานปร่าในลำคอ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโต ยาเม็ดในมือร่วงกระจายเต็มพื้น เธอใช้มือกุมหน้าอกเอาไว้ รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวราวกับหัวใจจะฉีกขาด ทันใดนั้นโทรศัพท์ข้างตัวก็ดังขึ้น เธอเอื้อมมื

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 1

    “ประธานเฉิงละก็ อย่าล้อเล่นสิคะ ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณมีข่าวฉาวไม่ซ้ำหน้า ผู้หญิงคนไหนคุณก็เล่นด้วยได้ทั้งนั้น จะมีก็แต่คุณนายเฉิงที่คุณแต่งเข้าบ้านมาได้ปีเดียวนั่นแหละ ที่ถูกคุณทิ้งขว้างให้อยู่คนเดียวอย่างเย็นชา” หลินลู่ยืนมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ ลมหายใจเริ่มติดขัดและหนักอึ้ง มีเพียงเธอเท่านั้น

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 8

    คำตอบของคำถามนี้ แทบไม่ต้องเสียเวลาคิดให้มากความเลย หากเธอตั้งใจแต่แรกว่าจะทำให้เฉิงอวี่เซินเจ็บปวด และฉุดรั้งเขาให้จมดิ่งลงสู่ก้นเหวไปพร้อมกับเธอละก็ ในตอนนั้น เขาคงไม่มีทางบอกเลิกกับเธอหรอก บางที... ตอนนี้อาจถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว เวลานี้คือช่วงที่เฉิงอวี่เซินเกลียดชังเธอถึงขีดสุด ดังนั้น ต่อ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status