เข้าสู่ระบบคุณเปรม อำนวยกิจไพศาลสามีของท่าน ผู้เป็นบิดาของลูกทั้งสองนั้นมีกิจการโรงพยาบาลเอกชนมากมายหลายสาขา มีความเก่งกาจสามารถในการบริหารงานนำพาองค์กรเจริญก้าวหน้า ทว่าในฐานะพ่อนั้นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า
ปฐวีและปรียาดาเติบโตขึ้นมาตามกรอบที่บิดาเป็นผู้กำหนด และด้วยความรักพ่อ เด็กทั้งสองก็ยอมทำตามทุกอย่าง ด้วยหวังอยากให้บิดาได้ภาคภูมิใจ
ทว่าสุดท้ายความปรารถนาดีที่บิดาได้หยิบยื่นให้นั้น คือการกดดันปรียาดาให้เลิกรากับคนรัก ทำให้เธอเศร้าโศกเสียใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่ก็ต้องฝืนสังขารไปสอบตามคำสั่งของบิดา จนกระทั่งร่างกายปรียาดารับไม่ไหว เธอเป็นลมหมดสติไปขณะที่ยังยืนอยู่บนบันไดขั้นบนสุด
ปรียาดาได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนโคม่าอยู่ภายในโรงพยาบาลนานนับเดือน สร้างความเจ็บปวดหนักหนาสาหัสให้กับทุกคนในครอบครัว
เหตุการณ์นั้นเป็นฟางเส้นสุดท้ายของคุณ
ศิริกัญญาและปฐวี สองคนแม่ลูกลาออกจากโรงพยาบาลอันเป็นธุรกิจของครอบครัว และย้ายออกจากคฤหาสน์ตระกูลอำนวยกิจไพศาลคุณศิริกัญญาเริ่มก่อตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยขึ้นมาโดยมีปฐวีเป็นกำลังสำคัญ และหลังจากที่ปรียาดารักษาตัวจนหายดี กลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติ เธอก็ลาออกจากคณะแพทยศาสตร์มาเรียน
คณะบริหารธุรกิจ ควบคู่ไปกับการช่วยมารดาดูแลศูนย์เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง ปฐวีจึงตัดสินใจไปเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางที่ประเทศอังกฤษ
“ว่าแต่คุณแม่จะออกเดินทางเมื่อไหร่นะครับ” ปฐวีเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ
“วันเสาร์หน้าลูก อยากไปกับแม่ไหม เปลี่ยนใจยังทันนะ”
คุณศิริกัญญาและปรียาดากำลังมีแผนจะออกเดินทางท่องเที่ยวไปตามเส้นทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรียจากนั้นก็จะเดินทางต่อไปเยี่ยมเยียนเพื่อนพ้องที่อยู่แถบยุโรป ทั้งอังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส และอิตาลี ซึ่งกินเวลานานร่วมสามเดือน
“คุณแม่ไปเถอะครับ เที่ยวพักผ่อนให้สมกับที่เหนื่อยมาหลายปี เดี๋ยวทางนี้ผมดูแลเอง”
“ตามใจลูก อ้อ พูดถึงดูแลทางนี้ แม่อยากจะฝากอะไรพี่โปรดหน่อย”
“...” ปฐวีเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงตั้งคำถาม
“คือแม่อยากให้ช่วยคอยดูเด็กคนหนึ่ง น้องเป็นหลานของคุณวรรณ พยาบาลมือดีของแม่ เมื่อปีที่แล้วเกิดอุบัติเหตุที่แม่เล่าให้โปรดฟังไงลูก อาการคุณวรรณหนักมาก แม่ก็เลยรับมาอยู่ที่ศูนย์ของเรา”
“แล้วคุณแม่จะให้ผมช่วยเลี้ยงหลาน...”
ปฐวีเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์เท่าไรนัก นั่นทำให้คุณศิริกัญญาถึงกับขำพรืดออกมา เมื่อเห็นว่าลูกชายเข้าใจว่าจะให้ช่วยเลี้ยงเด็ก“ไม่ใช่ลูก น้องโตเป็นสาวแล้ว ตอนนี้เรียนมหาลัยปีสามได้มั้ง แต่ที่แม่ฝากคืออยากให้พี่โปรดช่วยเป็นหูเป็นตา เพราะแม่อดห่วงไม่ได้ เด็กตัวนิดเดียวต้องตื่นเช้าไปเรียน พอเรียนเสร็จก็กลับมาเยี่ยมยาย พอได้เวลาก็ต้องรีบออกไปทำงานพิเศษ” คุณศิริกัญญากล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวล
ก๊อก~ก๊อก~ก๊อก~
เสียงเคาะให้สัญญาณบนบานประตูไม้ดึงความสนใจของสองแม่ลูกให้มองไปทางเดียวกัน
บานประตูนั้นค่อย ๆ เปิดอ้าออกก่อนที่ใบหน้าอ่อนเยาว์จะโผล่เข้ามาพร้อมความลังเล
“หวานมาพอดีเลย เข้ามาก่อนลูก”
วทานิกาผงกศีรษะรับก่อนมองเลยไปยังคนข้างกายของคุณศิริกัญญา เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เพิ่งเจอกันเมื่อไม่นาน ก็ทำเอาหญิงสาวชะงักค้าง ซึ่งปฐวีเองก็ตกตะลึงมองคนตัวเล็กด้วยความประหลาดใจไม่แพ้กัน
ดวงตาคู่คมจับจ้องมองทุกย่างก้าวของ
หญิงสาว จนกระทั่งเธอเข้ามานั่งบนโซฟาเดี่ยวที่อยู่ฝั่งเดียวกับคุณศิริกัญญา“หวานจ๊ะ นี่โปรดลูกชายฉันเอง คนที่จะมารักษาการณ์ตำแหน่งผู้อำนวยการในช่วงที่ฉันกับปลื้มไม่อยู่ หวานจำพี่เขาได้ไหมลูก”
“สวัสดีค่ะคุณโปรด”
วทานิกายกมือขึ้นประนมไหว้ทักทาย
ชายหนุ่มพลางพินิจพิจารณาใบหน้าหล่อเหลาที่ดูคุ้นตา เพียงไม่กี่อึดใจภาพความทรงจำในอดีตของคุณหมอหนุ่มที่เคยทำงานที่นี่เมื่อห้าปีก่อนก็พลันกระจ่างชัดในความทรงจำปฐวีดูเปลี่ยนไปมากจนเธอเกือบจำไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ใบหน้าหล่อเหลาราวกับดารานายแบบทำให้เธอเผลอมองอย่างลืมตัวอีกครั้ง
“ทำไมไปเรียกพี่เขาแบบนั้นล่ะหวาน เมื่อก่อนก็เห็นเรียกพี่โปรด จริงไหม หืม” คุณศิริกัญญากล่าวพร้อมยิ้มด้วยความเอ็นดู ก่อนหันมาทางลูกชายที่กำลังนั่งจ้องมองวทานิกาอย่างไม่วางตา “พี่โปรด”
เสียงเรียกของมารดาทำเอาปฐวีสะดุ้งเล็กน้อย
“ครับแม่”
“แม่ฝากดูน้องด้วยนะ”
“อ่อ ครับ ครับ”
“หวาน ถ้าหนูมีปัญหาอะไรระหว่างที่ฉันไม่อยู่บอกพี่โปรดได้ทันทีเลยนะลูก ไม่ต้องเกรงใจ เข้าใจไหม”
“ค่ะ” วทานิกาตอบรับพร้อมเงยหน้าขึ้นมองคุณศิริกัญญา ทว่าก็ต้องตกใจเมื่อพบกับดวงตา
ดำขลับที่จ้องมองเธอไม่เลิกรา “เอ่อ คือ หวานต้องขอตัวก่อนนะคะ หวานต้องรีบไปทำงานแล้ว”“อืม ไปเถอะลูก ระวังเนื้อระวังตัวด้วยนะ”
“ค่ะ หวานลานะคะ” สิ้นเสียงหวานเธอก็ยกมือไหว้สองแม่ลูก ก่อนลุกขึ้นจากโซฟาเดินตัวลีบออกไปจากห้อง โดยมีดวงตาคู่คมจ้องมองไปจนเธอเดินหายลับไป ก่อนที่เขาจะกระตุกยิ้มออกมา
ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำในค่ำคืนหนึ่ง พร้อมเสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้อง ทว่าก็ยังไม่ดังเท่าเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของวทานิกาที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอดเต็มทีสมาชิกทุกคนในคฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ก่อนวิ่งกรูกันเข้ามายังห้องนอนของปฐวีและวทานิกา“พี่โปรด เกิดอะไรขึ้นลูก”คุณศิริกัญญาเปิดประตูเข้ามาเป็นคนแรก พร้อมใบหน้าตื่นตกใจที่ได้ยินเสียงลูกสะใภ้ร้องดังลั่น ซึ่งท่านก็ไม่คิดว่าวทานิกาจะปวดท้องใกล้คลอด เนื่องจากกำหนดการคลอดของเธอนั้นคือในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า“หวานปวดท้องครับแม่” ปฐวีหันไปกล่าวกับมารดาขณะที่ชายหนุ่มกำลังประคองให้ภรรยาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง จากนั้นเขาก็ใช้กายแกร่งของตนให้เธอได้เอนหลังพิงคุณศิริกัญญาเดินนำคุณเปรมและปรียาดาเข้ามาประชิดขอบเตียง ก่อนที่ท่านเปิดผ้านวมผืนหนาที่คลุมกายของลูกสะใภ้ขึ้นมา และก็พบว่าบนเตียงนั้นเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวใสที่ไหลออกมาจากหว่างขาของว่าที่คุณแม่เมื่อเห็นแบบนั้นท่านจึงรีบหันไปบอกสามีและลูกสาว“ถุงคร่ำแตกแล้ว”สิ้นเสียงของคุณศิริกัญญา สองพ่อลูกก็พยักหน้ารับออกมาพร้อมกัน เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลได้เตรียมรับม
ร่างบางเปลือยเปล่าภายใต้ผ้านวมผืนหนาบนเตียงขนาดคิงไซต์ เริ่มมีการเคลื่อนไหวรู้สึกตัวขึ้นจากนิทรา เมื่อเผยอเปลือกตาขึ้นมาก็พบกับผู้เป็นสามีกำลังนอนตะแคงจ้องมองมาที่เธอวทานิกาเพิ่งจะได้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของปฐวี และทั้งคู่ก็ได้จัดงานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา“ตื่นนานแล้วเหรอคะ ทำไมไม่ปลุกหวานล่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยความงัวเงีย“อยากมองหน้าเมียตอนหลับ คนอะไรขนาดหลับยังสวย น้ำลายไหลก็ยังสวย”คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นก็ลุกพรวดขึ้นนั่ง พร้อมยกมือบางทั้งคู่ถูสองข้างแก้มด้วยความอับอาย ด้านสามีขี้แกล้งก็ลุกขึ้นมานั่งหัวเราะตัวงอ นั่นจึงทำให้เธอได้รู้ว่าถูกเขาหลอกเข้าให้แล้ววทานิกาจึงแสร้งทำหน้าบึ้งตึง เชิดหน้าไปอีกทาง ทำคนตัวโตรีบโผเข้ากอด“ที่รักครับ พี่ล้อเล่นนะ อย่าโกรธเลย” ชายหนุ่มคลอเคลียใบหน้าหล่อเหลาลงบนแก้มนวล สูดกลิ่นกายสาวหอมกรุ่นยามเช้า และเริ่มซุกไซ้ซอกคอบอบบาง“พี่โปรดจะทำอะไรคะ”“ง้อเมีย”“ไม่เอาแล้ว เมื่อคืนก็ทำไปตั้งหลายรอบ หวานไม่ไหวแล้วนะคะ ตอนนี้หวานหิวมากเลย”เมื่อได้ยินแบบนั้นปฐวีก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยด้วยตาละห้อย ก่อนกัดฟันถอนหายใจออกมา“โอเคงั้นเราอ
หนึ่งปีต่อมาหลังจากวทานิกาเรียนจบก็มารับช่วงต่อจากปรียาดาช่วยคุณศิริกัญญาดูแลศูนย์ดูแลผู้ป่วย เนื่องจากปรียาดาต้องไปช่วยงานบิดาที่โรงพยาบาล อีกทั้งตอนนี้ปรียาดาก็ยังมีโครงการสร้างมูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ทำให้งานของหล่อนล้นมือจนไม่อาจกลับมาช่วยงานคุณศิริกัญญาได้และในวันนี้ก็เป็นวันสำคัญที่ทุกคนในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลมารวมตัวกัน เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับวทานิกาในงานรับปริญญาระหว่างที่กำลังรอช่างภาพมือดีที่ปฐวีจ้างมาเก็บภาพวันสำคัญของแฟนสาวปรับตั้งกล้องถ่ายรูป ทุกคนก็มายืนล้อมวงพูดคุยกันอย่างครื้นเครง กระทั่งคุณศิริกัญญาสังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวของว่าที่ลูกสะใภ้“หวาน วันนี้หนูหน้าซีด ๆ นะลูก ไม่สบายหรือเปล่า” คุณวรรณาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเอ่ยถามหลานรักด้วยความห่วงใย“นั่นสิ แม่ก็ว่าช่วงนี้หนูดูอ่อนเพลียนะลูก งานหนักไปหรือเปล่า ช่วงนี้ทั้งเตรียมงานแต่ง และยังมาช่วยงานแม่อีก ถ้าไม่ไหวก็พักนะลูก” คุณศิริกัญญาร่ายยาวด้วยความเป็นห่วงว่าที่ลูกสะใภ้“น่าจะเป็นเพราะช่วงนี้งานยุ่งจริง ๆ อย่างที่คุณแม่ว่าค่ะ หลังงานรับปริญญาหวานกะว่าจะพักเหมือนกัน ไม่งั้นคงไม่ไหวแน่ ๆ ค่ะ” วทานิกากล่าวกับคุ
ณ คฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลหลังจากงานสัมมนาผ่านไป สมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลก็ได้มารวมตัวกันอีกครั้งในรอบหลายปีโดยมีสมาชิกใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา นั่นก็คือ วทานิกา และคุณวรรณาโดยคุณเปรมจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ภายในครอบครัวเพื่อฉลองให้กับการหมั้นหมายของลูกชายคฤหาสน์หรูหราหลังใหญ่ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย หยอกล้อ และหัวเราะกันอย่างมีความสุขในวันนี้สมาชิกทุกคนในครอบครัวตระหนักได้ว่าบาดแผลที่เคยมีในใจและความบาดหมางที่เคยฝังลึกในความรู้สึกของพวกเขาได้มลายหายไปหมดแล้ว พวกเขาเพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ทุกนาทีให้มีคุณค่าหลังจากรับประทานอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญ พยาบาลส่วนตัวของคุณวรรณาที่คุณเปรมจ้างมาดูแลผู้เป็นยายของว่าที่ลูกสะใภ้ก็พาท่านขึ้นไปพักผ่อนบนห้องด้านประมุขของบ้าน ก็มานั่งจิบชากับคุณศิริกัญญาและปรียาดาที่ห้องนั่งเล่น“ปลื้ม เมื่อไหร่จะย้ายกลับมาอยู่กับพ่อซะทีล่ะ พ่อคิดถึงหนูมากนะ” คุณเปรมเอ่ยถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงเศร้า ทำเอาปรียาดาเกิดอาการอึกอักทำตัวไม่ถูก คุณศิริกัญญาจึงรีบเข้าช่วยลูกสาว“ลูกก็ต้องอยู่กับฉันสิคะ” คุณศิริกัญญากล่าวเสียงเข้มจนคุณเปรมหน้าเสีย ทว
ปาร์ตี้หน้ากากในค่ำคืนนี้ถูกจัดขึ้นในธีม Prince and Princess ซึ่งบรรดาแขกเหรื่อก็ต่างแต่งองค์ทรงเครื่องกันมาอย่างจัดเต็ม วทานิกาเองก็ไม่แพ้กัน เนื่องจากบรรดาพี่ ๆ เพื่อนร่วมงานต่างพร้อมใจกันช่วยกันรังสรรค์รุ่นน้องคนสวยออกมาอย่างงดงามในคาแรกเตอร์ของซินเดอเรลล่าหญิงสาวยืนมองภาพสะท้อนของตนเองในกระจกเงาบานใหญ่ ร่างบางอยู่ในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนเปลือยไหล่ เผยให้เห็นผิวพรรณขาวนวลเนียน กระโปรงยาวฟูฟ่องตามแบบฉบับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ชุดทั้งชุดของเธอถูกประดับด้วยคริสตัลเป็นประกายแวววับ เมื่อต้องแสงไฟยิ่งทำให้เธอโดดเด่นสะดุดตาดวงตาคู่สวยไล่มองลงไปจนถึงเท้าเล็กทั้งสองข้างที่ถูกโอบอุ้มด้วยรองเท้าแก้ว ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองพี่ ๆ ทีมงานของคลินิก“หวานต้องแต่งขนาดนี้เลยเหรอคะพี่จิ๊บ”“ต้องขนาดนี้แหละค่ะ น้องหวานต้องเต้นรำเปิดฟลอร์กับหมอโปรดนะคะ”วทานิกาพยักหน้ารับด้วยความประหม่าที่ต้องแต่งตัวหรูหราขนาดนี้ ซึ่งเธอเองก็เพิ่งรู้จากแฟนหนุ่มว่าต้องเต้นรำเปิดฟลอร์ด้วยกันแม้เธอจะปฏิเสธออกไปเนื่องจากเธอเคยเรียนเต้นรำเพียงแค่สมัยมัธยมปลายเท่านั้น และที่สำคัญเธอก็ได้เอาวิชาคืนครูไปหมดสิ้นแล้ว ขืนออกไปเต้นรำก
“ในที่สุดก็เสร็จสักที ถึงเหนื่อยแต่ก็สนุกมาก ๆ เลยนะ ว่าไหม”“ฉันเนี่ยหายเหนื่อยเลย ที่เห็นสกินแคร์ของเราขายดีขนาดนี้”“จริงแก เมื่อคืนฉันฝันถึงโบนัสปลายปีเลยนะ”บรรดาทีมงานของกิตติชัยพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันเก็บข้าวของภายในบูท Dr.Kit Clinic ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย และพิธีปิดงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปตั้งแต่ช่วงสายในค่ำคืนนี้ทางโรงพยาบาลเอ.พี.อินเตอร์แนชันนัลก็ได้จัดปาร์ตี้หน้ากากขึ้นมาให้ทุกคนได้มาร่วมสนุกหลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยมาตลอดหลายวันวทานิกาและทีมงานก็ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ในคืนนี้ด้วยพวกสาว ๆ จึงรีบเร่งมือเก็บข้าวของให้เสร็จโดยเร็วเพื่อที่จะได้มีเวลาไปเนรมิตเสื้อผ้าหน้าผมสำหรับเข้าร่วมงานปาร์ตี้หน้ากาก“คุณวทานิกาครับ” เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำวงสนทนาของสาว ๆ หยุดชะงักไปชั่วขณะพวกเธอหันไปมองพร้อมกันเป็นตาเดียวก็พบหนุ่มแว่นหน้าตาสะอ้านท่าทางสุภาพเรียบร้อยภายใต้ชุดสูทสีดำ เมื่อเขาเห็นว่าวทานิกาหันมาเขาจึงเริ่มกล่าวต่อไป“ผมเป็นเลขาฯของท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอ.พี. ท่านให้ผมมาเรียนเชิญคุณวทานิกาไปพบครับ”สิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยออกมานั้นทำเอาวทา
ผ่านไปไม่กี่นาทีก็เกิดเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นที่โต๊ะของเสี่ยใหญ่วัยกลางคน ทำให้บอสหนุ่มต้องรีบลงมาจัดการควบคุมสถานการณ์วทานิกามองไปก็เห็นบอสกำลังยกมือไหว้ขอโทษเสี่ย ก่อนจะหันไปตวาดรุ่นพี่ของเธออย่างหนัก ทำเอารุ่นพี่คนสวยถึงกับน้ำตาคลอเมื่อเหตุการณ์คลี่คลาย ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำงานตามปกติ ทว่าวทา
ในช่วงบ่ายของอีกวัน วทานิกาเดินทางมาที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยตามปกติ ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องพักของคุณวรรณา หญิงสาวชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นปฐวีที่อยู่ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวกำลังช่วยพลิกตัวเปลี่ยนท่านอนให้กับคุณวรรณา“สวัสดีค่ะคุณโปรด หวานนึกว่าไม่มีใครอยู่ก็เลยโผล่พรวดพราดเข้ามา” วทานิกายกมือไหว้คน
“อ้าวน้องปลื้ม พี่โปรดยังไม่มาอีกเหรอลูก”คุณศิริกัญญาเอ่ยถามปรียาดาผู้เป็นลูกสาวที่กำลังนั่งทำงานอยู่ภายในห้องทำงานในตำแหน่งรองผู้อำนวยการ Great Care“ยังไม่เห็นเลยค่ะ” ปรียาดาหันไปตอบผู้เป็นมารดา ทว่าเมื่อเห็นอาการตื่นเต้นของท่านก็อดขำไม่ได้ “ปลื้มโทรตามให้ไหมคะ”“ก็ดีเหมือนกันลูก แม่เดินหาให้วุ่
วทานิกานั้นเป็นเด็กกำพร้าที่ได้รับการช่วยเหลือจากคุณวรรณา โดยแม่ของเธอนำเธอมาฝากคุณวรรณาเลี้ยงตั้งแต่ยังแบเบาะ แต่แล้ววันหนึ่งผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้ากลับทิ้งเธอไปคุณวรรณาพยายามตามหาทุกวิถีทาง ทว่ากลับไร้ร่องรอย เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป ความรักและความผูกพันก็ได้ก่อตัวขึ้น ทำให้ท่านตัดสินใจรับทารกน้อยผ







