Masuk
“หวาน เย็นนี้ไปกินหมูกระทะกัน”
ดวงหน้าสวยหันไปมองทางต้นเสียง ก่อน
ยิ้มเจื่อนออกมา“วันนี้ขอผ่านว่ะแก ฉันต้องไปหายาย
ตอนเย็นก็ต้องไปทำงานต่อ” วทานิกาปฏิเสธออกไปพร้อมด้วยเหตุผลสำคัญนานัปการ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่บรรดาเพื่อน ๆ ของเธอเข้าใจดี เนื่องจากชีวิตของวทานิกาในช่วงปีที่ผ่านมานั้นหนักหนาสาหัสเหลือเกิน“อืม ๆ เดี๋ยวพวกฉันกินเผื่อ แล้วจะถ่ายรูปไปยั่วแกเล่น”
“ย่ะ งั้นฉันไปก่อนนะ” กล่าวจบร่างบางภายใต้ชุดนักศึกษาก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินออกไปจากห้องเรียน โดยมีสายตาของบรรดาเพื่อนฝูงมองตามด้วยความเห็นใจ
วทานิการีบเร่งเดินลงจากอาคารเรียน
คณะศิลปศาสตร์ มุ่งหน้าสู่ป้ายรถเมล์ด้านหน้ามหาวิทยาลัย รอเพียงไม่นานรถโดยสารสาธารณะที่เธอรอคอยก็มาถึงหญิงสาวรอผู้โดยสารลงจากรถเรียบร้อย ก็ค่อยกระโดดขึ้นไป โชคดีว่าวันนี้การจราจรค่อนข้างคล่องตัว ทำให้เธอมาถึงที่หมายภายในเวลาไม่นานนัก
เมื่อลงจากรถเมล์เสร็จสรรพ เธอก็ต้องนั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าไปในซอย จนในที่สุดก็เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ
‘Great Care Center ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ’
วทานิกาหยุดยืนหน้าป้ายขนาดใหญ่ด้านหน้าทางเข้า ก่อนที่เธอจะก้าวเดินเข้าไปภายในอาณาบริเวณของศูนย์ดูแลผู้ป่วยซึ่งมีพื้นที่กว่า 5 ไร่ใจกลางกรุง บรรยากาศโดยรอบนั้นสงบร่มรื่นให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในรีสอร์ตต่างจังหวัด
ศูนย์แห่งนี้แม้จะดูหรูหราราคาแพง ทว่ามีการให้บริการหลายระดับในราคาที่สามารถจับต้องได้ ซึ่งนั่นก็เป็นเจตนารมณ์ของเจ้าของศูนย์แห่งนี้
วทานิกาเดินลึกเข้าไปพร้อมกล่าวทักทายผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้วยความคุ้นเคย พยาบาลบางคนก็รั้งตัวเธอเข้าไปพูดคุยกันเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยเธอเดินต่อไป พอเดินเข้าอาคารไปได้สักหน่อย ก็เจอกับแม่บ้านประจำศูนย์ที่กำลังขนอุปกรณ์ทำความสะอาดพะรุงพะรัง หญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะแวะช่วยแม่บ้านถืออุปกรณ์ทำความสะอาดขึ้นลิฟต์โดยสาร กว่าจะมาถึงห้องพักคนไข้ก็กินเวลาไปหลายนาที
วทานิกาค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปช้า ๆ และหันมาปิดประตูอย่างแผ่วเบา
“อ้าว หวาน ทำไมวันนี้มาเร็วจังเลยลูก” เสียงเรียกจากทางด้านหลังทำให้วทานิกาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนหันไปยกมือไหว้ทักทายคุณศิริกัญญาเจ้าของศูนย์ดูแลผู้ป่วยพ่วงตำแหน่งแพทย์ประจำศูนย์
“สวัสดีค่ะคุณกัญญา พอดีวันนี้หวานมีเรียนวิชาเดียวค่ะ ก็เลยว่าจะมาอยู่กับยายนาน ๆ หน่อย ชดเชยที่เมื่อวานติดงาน”
“โธ่เอ๊ย หนูไม่ต้องมาทุกวันก็ได้นะลูก เหนื่อยแย่เลย ทางนี้มีคนดูแลคุณยายของหนูตั้งเยอะแยะ” คุณศิริกัญญาเอ่ยด้วยความสงสารและเห็นใจเด็กสาวตัวเล็ก ๆ ที่ต้องแบกภาระอันหนักอึ้งเอาไว้บนบ่าน้อย ๆ ทั้งสองข้าง
“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ หวานอยากมา หวานคิดถึงยาย” คุณศิริกัญญาได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เด็กสาว และยกมือขึ้นวางบนไหล่บอบบางเป็นเชิงให้กำลังใจ
“ถ้าหวานมีปัญหาอะไร บอกฉันได้เสมอเลยนะ ทั้งเรื่องค่าเทอม ค่าใช้จ่ายรายเดือน หรือค่าจิปาถะอะไรก็แล้วแต่ อย่างที่ฉันเคยบอกเอาไว้ว่าฉันทั้งยินดีและเต็มใจที่จะช่วยเหลือหวานกับยาย”
“หวานไหวค่ะ แค่นี้หวานก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว ตั้งแต่วันที่ยายเกิดเรื่อง คุณกัญญาก็ช่วยเหลือพวกเรามาตลอด” วทานิกากล่าวออกไปด้วยความซาบซึ้งใจ
“เกรงใจอีกแล้วนะเด็กคนนี้ ฉันนับถือพี่วรรณเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง ส่วนหวานฉันก็เอ็นดูเหมือนลูกหลานนะรู้ไหมลูก...”
คุณศิริกัญญากำลังจะกล่าวต่อ ทว่าโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์เกิดดังขึ้นเสียก่อน ท่านจึงล้วงเข้าไปหยิบมันขึ้นมาเปิดดู ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา
“หวานอยู่กับยายตามสบายเลยนะลูก เดี๋ยวฉันจะไปรอลูกชายก่อน น่าจะใกล้มาถึงแล้ว”
“ลูกชาย?” วทานิกาเอ่ยออกมาพร้อมเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย
“จ่ะ ลูกชายฉันกลับมาถึงแล้ว ไม่รู้ว่าหวานยังจำพี่เขาได้หรือเปล่า หมอหน้าตาหล่อ ๆ ที่เคยมาทำงานที่นี่ตอนเปิดศูนย์ใหม่ ๆ ตอนนั้นหวานน่าจะเรียนมอสี่หรือมอห้าได้มั้ง”
“อ๋อ...จำได้ค่ะ” วทานิกานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวตอบพร้อมยิ้มเขินออกมา ทำไมเธอจะจำไม่ได้ เพราะเขาทั้งหล่อและใจดี ทำเอาเธอแอบปลื้มอยู่นานสองนาน
“จ้า เดี๋ยวคงได้เจอกัน เพราะยังไงพี่โปรดก็ต้องอยู่รักษาการแทนในช่วงที่ฉันไม่อยู่”
“ค่ะ”
“งั้นฉันไปก่อนนะ” กล่าวจบคุณศิริกัญญาก็เดินไปยังประตู
วทานิกายืนรอจนกระทั่งคุณศิริกัญญาเดินออกไปจากห้องจึงค่อย ๆ เดินมานั่งข้างเตียงคนไข้ พร้อมจ้องมองร่างผอมแห้งของคุณวรรณาผู้ซึ่งเป็นยายที่กำลังนอนหลับใหล มือเล็กเอื้อมไปสัมผัส
ฝ่ามือเหี่ยวย่นที่วางอยู่บนที่นอนท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำในค่ำคืนหนึ่ง พร้อมเสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้อง ทว่าก็ยังไม่ดังเท่าเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของวทานิกาที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอดเต็มทีสมาชิกทุกคนในคฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ก่อนวิ่งกรูกันเข้ามายังห้องนอนของปฐวีและวทานิกา“พี่โปรด เกิดอะไรขึ้นลูก”คุณศิริกัญญาเปิดประตูเข้ามาเป็นคนแรก พร้อมใบหน้าตื่นตกใจที่ได้ยินเสียงลูกสะใภ้ร้องดังลั่น ซึ่งท่านก็ไม่คิดว่าวทานิกาจะปวดท้องใกล้คลอด เนื่องจากกำหนดการคลอดของเธอนั้นคือในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า“หวานปวดท้องครับแม่” ปฐวีหันไปกล่าวกับมารดาขณะที่ชายหนุ่มกำลังประคองให้ภรรยาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง จากนั้นเขาก็ใช้กายแกร่งของตนให้เธอได้เอนหลังพิงคุณศิริกัญญาเดินนำคุณเปรมและปรียาดาเข้ามาประชิดขอบเตียง ก่อนที่ท่านเปิดผ้านวมผืนหนาที่คลุมกายของลูกสะใภ้ขึ้นมา และก็พบว่าบนเตียงนั้นเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวใสที่ไหลออกมาจากหว่างขาของว่าที่คุณแม่เมื่อเห็นแบบนั้นท่านจึงรีบหันไปบอกสามีและลูกสาว“ถุงคร่ำแตกแล้ว”สิ้นเสียงของคุณศิริกัญญา สองพ่อลูกก็พยักหน้ารับออกมาพร้อมกัน เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลได้เตรียมรับม
ร่างบางเปลือยเปล่าภายใต้ผ้านวมผืนหนาบนเตียงขนาดคิงไซต์ เริ่มมีการเคลื่อนไหวรู้สึกตัวขึ้นจากนิทรา เมื่อเผยอเปลือกตาขึ้นมาก็พบกับผู้เป็นสามีกำลังนอนตะแคงจ้องมองมาที่เธอวทานิกาเพิ่งจะได้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของปฐวี และทั้งคู่ก็ได้จัดงานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา“ตื่นนานแล้วเหรอคะ ทำไมไม่ปลุกหวานล่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยความงัวเงีย“อยากมองหน้าเมียตอนหลับ คนอะไรขนาดหลับยังสวย น้ำลายไหลก็ยังสวย”คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นก็ลุกพรวดขึ้นนั่ง พร้อมยกมือบางทั้งคู่ถูสองข้างแก้มด้วยความอับอาย ด้านสามีขี้แกล้งก็ลุกขึ้นมานั่งหัวเราะตัวงอ นั่นจึงทำให้เธอได้รู้ว่าถูกเขาหลอกเข้าให้แล้ววทานิกาจึงแสร้งทำหน้าบึ้งตึง เชิดหน้าไปอีกทาง ทำคนตัวโตรีบโผเข้ากอด“ที่รักครับ พี่ล้อเล่นนะ อย่าโกรธเลย” ชายหนุ่มคลอเคลียใบหน้าหล่อเหลาลงบนแก้มนวล สูดกลิ่นกายสาวหอมกรุ่นยามเช้า และเริ่มซุกไซ้ซอกคอบอบบาง“พี่โปรดจะทำอะไรคะ”“ง้อเมีย”“ไม่เอาแล้ว เมื่อคืนก็ทำไปตั้งหลายรอบ หวานไม่ไหวแล้วนะคะ ตอนนี้หวานหิวมากเลย”เมื่อได้ยินแบบนั้นปฐวีก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยด้วยตาละห้อย ก่อนกัดฟันถอนหายใจออกมา“โอเคงั้นเราอ
หนึ่งปีต่อมาหลังจากวทานิกาเรียนจบก็มารับช่วงต่อจากปรียาดาช่วยคุณศิริกัญญาดูแลศูนย์ดูแลผู้ป่วย เนื่องจากปรียาดาต้องไปช่วยงานบิดาที่โรงพยาบาล อีกทั้งตอนนี้ปรียาดาก็ยังมีโครงการสร้างมูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ทำให้งานของหล่อนล้นมือจนไม่อาจกลับมาช่วยงานคุณศิริกัญญาได้และในวันนี้ก็เป็นวันสำคัญที่ทุกคนในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลมารวมตัวกัน เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับวทานิกาในงานรับปริญญาระหว่างที่กำลังรอช่างภาพมือดีที่ปฐวีจ้างมาเก็บภาพวันสำคัญของแฟนสาวปรับตั้งกล้องถ่ายรูป ทุกคนก็มายืนล้อมวงพูดคุยกันอย่างครื้นเครง กระทั่งคุณศิริกัญญาสังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวของว่าที่ลูกสะใภ้“หวาน วันนี้หนูหน้าซีด ๆ นะลูก ไม่สบายหรือเปล่า” คุณวรรณาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเอ่ยถามหลานรักด้วยความห่วงใย“นั่นสิ แม่ก็ว่าช่วงนี้หนูดูอ่อนเพลียนะลูก งานหนักไปหรือเปล่า ช่วงนี้ทั้งเตรียมงานแต่ง และยังมาช่วยงานแม่อีก ถ้าไม่ไหวก็พักนะลูก” คุณศิริกัญญาร่ายยาวด้วยความเป็นห่วงว่าที่ลูกสะใภ้“น่าจะเป็นเพราะช่วงนี้งานยุ่งจริง ๆ อย่างที่คุณแม่ว่าค่ะ หลังงานรับปริญญาหวานกะว่าจะพักเหมือนกัน ไม่งั้นคงไม่ไหวแน่ ๆ ค่ะ” วทานิกากล่าวกับคุ
ณ คฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลหลังจากงานสัมมนาผ่านไป สมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลก็ได้มารวมตัวกันอีกครั้งในรอบหลายปีโดยมีสมาชิกใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา นั่นก็คือ วทานิกา และคุณวรรณาโดยคุณเปรมจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ภายในครอบครัวเพื่อฉลองให้กับการหมั้นหมายของลูกชายคฤหาสน์หรูหราหลังใหญ่ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย หยอกล้อ และหัวเราะกันอย่างมีความสุขในวันนี้สมาชิกทุกคนในครอบครัวตระหนักได้ว่าบาดแผลที่เคยมีในใจและความบาดหมางที่เคยฝังลึกในความรู้สึกของพวกเขาได้มลายหายไปหมดแล้ว พวกเขาเพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ทุกนาทีให้มีคุณค่าหลังจากรับประทานอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญ พยาบาลส่วนตัวของคุณวรรณาที่คุณเปรมจ้างมาดูแลผู้เป็นยายของว่าที่ลูกสะใภ้ก็พาท่านขึ้นไปพักผ่อนบนห้องด้านประมุขของบ้าน ก็มานั่งจิบชากับคุณศิริกัญญาและปรียาดาที่ห้องนั่งเล่น“ปลื้ม เมื่อไหร่จะย้ายกลับมาอยู่กับพ่อซะทีล่ะ พ่อคิดถึงหนูมากนะ” คุณเปรมเอ่ยถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงเศร้า ทำเอาปรียาดาเกิดอาการอึกอักทำตัวไม่ถูก คุณศิริกัญญาจึงรีบเข้าช่วยลูกสาว“ลูกก็ต้องอยู่กับฉันสิคะ” คุณศิริกัญญากล่าวเสียงเข้มจนคุณเปรมหน้าเสีย ทว
ปาร์ตี้หน้ากากในค่ำคืนนี้ถูกจัดขึ้นในธีม Prince and Princess ซึ่งบรรดาแขกเหรื่อก็ต่างแต่งองค์ทรงเครื่องกันมาอย่างจัดเต็ม วทานิกาเองก็ไม่แพ้กัน เนื่องจากบรรดาพี่ ๆ เพื่อนร่วมงานต่างพร้อมใจกันช่วยกันรังสรรค์รุ่นน้องคนสวยออกมาอย่างงดงามในคาแรกเตอร์ของซินเดอเรลล่าหญิงสาวยืนมองภาพสะท้อนของตนเองในกระจกเงาบานใหญ่ ร่างบางอยู่ในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนเปลือยไหล่ เผยให้เห็นผิวพรรณขาวนวลเนียน กระโปรงยาวฟูฟ่องตามแบบฉบับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ชุดทั้งชุดของเธอถูกประดับด้วยคริสตัลเป็นประกายแวววับ เมื่อต้องแสงไฟยิ่งทำให้เธอโดดเด่นสะดุดตาดวงตาคู่สวยไล่มองลงไปจนถึงเท้าเล็กทั้งสองข้างที่ถูกโอบอุ้มด้วยรองเท้าแก้ว ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองพี่ ๆ ทีมงานของคลินิก“หวานต้องแต่งขนาดนี้เลยเหรอคะพี่จิ๊บ”“ต้องขนาดนี้แหละค่ะ น้องหวานต้องเต้นรำเปิดฟลอร์กับหมอโปรดนะคะ”วทานิกาพยักหน้ารับด้วยความประหม่าที่ต้องแต่งตัวหรูหราขนาดนี้ ซึ่งเธอเองก็เพิ่งรู้จากแฟนหนุ่มว่าต้องเต้นรำเปิดฟลอร์ด้วยกันแม้เธอจะปฏิเสธออกไปเนื่องจากเธอเคยเรียนเต้นรำเพียงแค่สมัยมัธยมปลายเท่านั้น และที่สำคัญเธอก็ได้เอาวิชาคืนครูไปหมดสิ้นแล้ว ขืนออกไปเต้นรำก
“ในที่สุดก็เสร็จสักที ถึงเหนื่อยแต่ก็สนุกมาก ๆ เลยนะ ว่าไหม”“ฉันเนี่ยหายเหนื่อยเลย ที่เห็นสกินแคร์ของเราขายดีขนาดนี้”“จริงแก เมื่อคืนฉันฝันถึงโบนัสปลายปีเลยนะ”บรรดาทีมงานของกิตติชัยพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันเก็บข้าวของภายในบูท Dr.Kit Clinic ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย และพิธีปิดงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปตั้งแต่ช่วงสายในค่ำคืนนี้ทางโรงพยาบาลเอ.พี.อินเตอร์แนชันนัลก็ได้จัดปาร์ตี้หน้ากากขึ้นมาให้ทุกคนได้มาร่วมสนุกหลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยมาตลอดหลายวันวทานิกาและทีมงานก็ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ในคืนนี้ด้วยพวกสาว ๆ จึงรีบเร่งมือเก็บข้าวของให้เสร็จโดยเร็วเพื่อที่จะได้มีเวลาไปเนรมิตเสื้อผ้าหน้าผมสำหรับเข้าร่วมงานปาร์ตี้หน้ากาก“คุณวทานิกาครับ” เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำวงสนทนาของสาว ๆ หยุดชะงักไปชั่วขณะพวกเธอหันไปมองพร้อมกันเป็นตาเดียวก็พบหนุ่มแว่นหน้าตาสะอ้านท่าทางสุภาพเรียบร้อยภายใต้ชุดสูทสีดำ เมื่อเขาเห็นว่าวทานิกาหันมาเขาจึงเริ่มกล่าวต่อไป“ผมเป็นเลขาฯของท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอ.พี. ท่านให้ผมมาเรียนเชิญคุณวทานิกาไปพบครับ”สิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยออกมานั้นทำเอาวทา
ผ่านไปไม่กี่นาทีก็เกิดเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นที่โต๊ะของเสี่ยใหญ่วัยกลางคน ทำให้บอสหนุ่มต้องรีบลงมาจัดการควบคุมสถานการณ์วทานิกามองไปก็เห็นบอสกำลังยกมือไหว้ขอโทษเสี่ย ก่อนจะหันไปตวาดรุ่นพี่ของเธออย่างหนัก ทำเอารุ่นพี่คนสวยถึงกับน้ำตาคลอเมื่อเหตุการณ์คลี่คลาย ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำงานตามปกติ ทว่าวทา
ในช่วงบ่ายของอีกวัน วทานิกาเดินทางมาที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยตามปกติ ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องพักของคุณวรรณา หญิงสาวชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นปฐวีที่อยู่ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวกำลังช่วยพลิกตัวเปลี่ยนท่านอนให้กับคุณวรรณา“สวัสดีค่ะคุณโปรด หวานนึกว่าไม่มีใครอยู่ก็เลยโผล่พรวดพราดเข้ามา” วทานิกายกมือไหว้คน
คุณเปรม อำนวยกิจไพศาลสามีของท่าน ผู้เป็นบิดาของลูกทั้งสองนั้นมีกิจการโรงพยาบาลเอกชนมากมายหลายสาขา มีความเก่งกาจสามารถในการบริหารงานนำพาองค์กรเจริญก้าวหน้า ทว่าในฐานะพ่อนั้นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่าปฐวีและปรียาดาเติบโตขึ้นมาตามกรอบที่บิดาเป็นผู้กำหนด และด้วยความรักพ่อ เด็กทั้งสองก็ยอมทำตามทุกอย่าง ด้วย
“อ้าวน้องปลื้ม พี่โปรดยังไม่มาอีกเหรอลูก”คุณศิริกัญญาเอ่ยถามปรียาดาผู้เป็นลูกสาวที่กำลังนั่งทำงานอยู่ภายในห้องทำงานในตำแหน่งรองผู้อำนวยการ Great Care“ยังไม่เห็นเลยค่ะ” ปรียาดาหันไปตอบผู้เป็นมารดา ทว่าเมื่อเห็นอาการตื่นเต้นของท่านก็อดขำไม่ได้ “ปลื้มโทรตามให้ไหมคะ”“ก็ดีเหมือนกันลูก แม่เดินหาให้วุ่







