INICIAR SESIÓN'ปฐวี' นายแพทย์หนุ่มดีกรีนักเรียนนอก อีกทั้งยังเป็นทายาทคนโตของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง คุณหมอผู้อุทิศตนให้กับการเรียนและการรักษาคนไข้ ไม่เคยมีเป้าหมายอื่นใดในชีวิตนอกจากเรื่องงาน แต่แล้วโชคชะตาก็นำพาให้เขาได้มาตกหลุมรัก 'วทานิกา' เธอเป็นเพียงนักศึกษาที่มีฐานะยากจน ซ้ำร้ายยังเป็นเด็กกำพร้าที่ไร้หัวนอนปลายเท้า ทว่า...เมื่อความรักได้ผลิบานในหัวใจ สถานะอื่นใดก็ไม่สำคัญ
Ver más“หวาน เย็นนี้ไปกินหมูกระทะกัน”
ดวงหน้าสวยหันไปมองทางต้นเสียง ก่อน
ยิ้มเจื่อนออกมา“วันนี้ขอผ่านว่ะแก ฉันต้องไปหายาย
ตอนเย็นก็ต้องไปทำงานต่อ” วทานิกาปฏิเสธออกไปพร้อมด้วยเหตุผลสำคัญนานัปการ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่บรรดาเพื่อน ๆ ของเธอเข้าใจดี เนื่องจากชีวิตของวทานิกาในช่วงปีที่ผ่านมานั้นหนักหนาสาหัสเหลือเกิน“อืม ๆ เดี๋ยวพวกฉันกินเผื่อ แล้วจะถ่ายรูปไปยั่วแกเล่น”
“ย่ะ งั้นฉันไปก่อนนะ” กล่าวจบร่างบางภายใต้ชุดนักศึกษาก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินออกไปจากห้องเรียน โดยมีสายตาของบรรดาเพื่อนฝูงมองตามด้วยความเห็นใจ
วทานิการีบเร่งเดินลงจากอาคารเรียน
คณะศิลปศาสตร์ มุ่งหน้าสู่ป้ายรถเมล์ด้านหน้ามหาวิทยาลัย รอเพียงไม่นานรถโดยสารสาธารณะที่เธอรอคอยก็มาถึงหญิงสาวรอผู้โดยสารลงจากรถเรียบร้อย ก็ค่อยกระโดดขึ้นไป โชคดีว่าวันนี้การจราจรค่อนข้างคล่องตัว ทำให้เธอมาถึงที่หมายภายในเวลาไม่นานนัก
เมื่อลงจากรถเมล์เสร็จสรรพ เธอก็ต้องนั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าไปในซอย จนในที่สุดก็เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ
‘Great Care Center ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ’
วทานิกาหยุดยืนหน้าป้ายขนาดใหญ่ด้านหน้าทางเข้า ก่อนที่เธอจะก้าวเดินเข้าไปภายในอาณาบริเวณของศูนย์ดูแลผู้ป่วยซึ่งมีพื้นที่กว่า 5 ไร่ใจกลางกรุง บรรยากาศโดยรอบนั้นสงบร่มรื่นให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในรีสอร์ตต่างจังหวัด
ศูนย์แห่งนี้แม้จะดูหรูหราราคาแพง ทว่ามีการให้บริการหลายระดับในราคาที่สามารถจับต้องได้ ซึ่งนั่นก็เป็นเจตนารมณ์ของเจ้าของศูนย์แห่งนี้
วทานิกาเดินลึกเข้าไปพร้อมกล่าวทักทายผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้วยความคุ้นเคย พยาบาลบางคนก็รั้งตัวเธอเข้าไปพูดคุยกันเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยเธอเดินต่อไป พอเดินเข้าอาคารไปได้สักหน่อย ก็เจอกับแม่บ้านประจำศูนย์ที่กำลังขนอุปกรณ์ทำความสะอาดพะรุงพะรัง หญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะแวะช่วยแม่บ้านถืออุปกรณ์ทำความสะอาดขึ้นลิฟต์โดยสาร กว่าจะมาถึงห้องพักคนไข้ก็กินเวลาไปหลายนาที
วทานิกาค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปช้า ๆ และหันมาปิดประตูอย่างแผ่วเบา
“อ้าว หวาน ทำไมวันนี้มาเร็วจังเลยลูก” เสียงเรียกจากทางด้านหลังทำให้วทานิกาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนหันไปยกมือไหว้ทักทายคุณศิริกัญญาเจ้าของศูนย์ดูแลผู้ป่วยพ่วงตำแหน่งแพทย์ประจำศูนย์
“สวัสดีค่ะคุณกัญญา พอดีวันนี้หวานมีเรียนวิชาเดียวค่ะ ก็เลยว่าจะมาอยู่กับยายนาน ๆ หน่อย ชดเชยที่เมื่อวานติดงาน”
“โธ่เอ๊ย หนูไม่ต้องมาทุกวันก็ได้นะลูก เหนื่อยแย่เลย ทางนี้มีคนดูแลคุณยายของหนูตั้งเยอะแยะ” คุณศิริกัญญาเอ่ยด้วยความสงสารและเห็นใจเด็กสาวตัวเล็ก ๆ ที่ต้องแบกภาระอันหนักอึ้งเอาไว้บนบ่าน้อย ๆ ทั้งสองข้าง
“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ หวานอยากมา หวานคิดถึงยาย” คุณศิริกัญญาได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เด็กสาว และยกมือขึ้นวางบนไหล่บอบบางเป็นเชิงให้กำลังใจ
“ถ้าหวานมีปัญหาอะไร บอกฉันได้เสมอเลยนะ ทั้งเรื่องค่าเทอม ค่าใช้จ่ายรายเดือน หรือค่าจิปาถะอะไรก็แล้วแต่ อย่างที่ฉันเคยบอกเอาไว้ว่าฉันทั้งยินดีและเต็มใจที่จะช่วยเหลือหวานกับยาย”
“หวานไหวค่ะ แค่นี้หวานก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว ตั้งแต่วันที่ยายเกิดเรื่อง คุณกัญญาก็ช่วยเหลือพวกเรามาตลอด” วทานิกากล่าวออกไปด้วยความซาบซึ้งใจ
“เกรงใจอีกแล้วนะเด็กคนนี้ ฉันนับถือพี่วรรณเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง ส่วนหวานฉันก็เอ็นดูเหมือนลูกหลานนะรู้ไหมลูก...”
คุณศิริกัญญากำลังจะกล่าวต่อ ทว่าโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์เกิดดังขึ้นเสียก่อน ท่านจึงล้วงเข้าไปหยิบมันขึ้นมาเปิดดู ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา
“หวานอยู่กับยายตามสบายเลยนะลูก เดี๋ยวฉันจะไปรอลูกชายก่อน น่าจะใกล้มาถึงแล้ว”
“ลูกชาย?” วทานิกาเอ่ยออกมาพร้อมเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย
“จ่ะ ลูกชายฉันกลับมาถึงแล้ว ไม่รู้ว่าหวานยังจำพี่เขาได้หรือเปล่า หมอหน้าตาหล่อ ๆ ที่เคยมาทำงานที่นี่ตอนเปิดศูนย์ใหม่ ๆ ตอนนั้นหวานน่าจะเรียนมอสี่หรือมอห้าได้มั้ง”
“อ๋อ...จำได้ค่ะ” วทานิกานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวตอบพร้อมยิ้มเขินออกมา ทำไมเธอจะจำไม่ได้ เพราะเขาทั้งหล่อและใจดี ทำเอาเธอแอบปลื้มอยู่นานสองนาน
“จ้า เดี๋ยวคงได้เจอกัน เพราะยังไงพี่โปรดก็ต้องอยู่รักษาการแทนในช่วงที่ฉันไม่อยู่”
“ค่ะ”
“งั้นฉันไปก่อนนะ” กล่าวจบคุณศิริกัญญาก็เดินไปยังประตู
วทานิกายืนรอจนกระทั่งคุณศิริกัญญาเดินออกไปจากห้องจึงค่อย ๆ เดินมานั่งข้างเตียงคนไข้ พร้อมจ้องมองร่างผอมแห้งของคุณวรรณาผู้ซึ่งเป็นยายที่กำลังนอนหลับใหล มือเล็กเอื้อมไปสัมผัส
ฝ่ามือเหี่ยวย่นที่วางอยู่บนที่นอนท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำในค่ำคืนหนึ่ง พร้อมเสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้อง ทว่าก็ยังไม่ดังเท่าเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของวทานิกาที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอดเต็มทีสมาชิกทุกคนในคฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ก่อนวิ่งกรูกันเข้ามายังห้องนอนของปฐวีและวทานิกา“พี่โปรด เกิดอะไรขึ้นลูก”คุณศิริกัญญาเปิดประตูเข้ามาเป็นคนแรก พร้อมใบหน้าตื่นตกใจที่ได้ยินเสียงลูกสะใภ้ร้องดังลั่น ซึ่งท่านก็ไม่คิดว่าวทานิกาจะปวดท้องใกล้คลอด เนื่องจากกำหนดการคลอดของเธอนั้นคือในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า“หวานปวดท้องครับแม่” ปฐวีหันไปกล่าวกับมารดาขณะที่ชายหนุ่มกำลังประคองให้ภรรยาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง จากนั้นเขาก็ใช้กายแกร่งของตนให้เธอได้เอนหลังพิงคุณศิริกัญญาเดินนำคุณเปรมและปรียาดาเข้ามาประชิดขอบเตียง ก่อนที่ท่านเปิดผ้านวมผืนหนาที่คลุมกายของลูกสะใภ้ขึ้นมา และก็พบว่าบนเตียงนั้นเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวใสที่ไหลออกมาจากหว่างขาของว่าที่คุณแม่เมื่อเห็นแบบนั้นท่านจึงรีบหันไปบอกสามีและลูกสาว“ถุงคร่ำแตกแล้ว”สิ้นเสียงของคุณศิริกัญญา สองพ่อลูกก็พยักหน้ารับออกมาพร้อมกัน เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลได้เตรียมรับม
ร่างบางเปลือยเปล่าภายใต้ผ้านวมผืนหนาบนเตียงขนาดคิงไซต์ เริ่มมีการเคลื่อนไหวรู้สึกตัวขึ้นจากนิทรา เมื่อเผยอเปลือกตาขึ้นมาก็พบกับผู้เป็นสามีกำลังนอนตะแคงจ้องมองมาที่เธอวทานิกาเพิ่งจะได้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของปฐวี และทั้งคู่ก็ได้จัดงานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา“ตื่นนานแล้วเหรอคะ ทำไมไม่ปลุกหวานล่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยความงัวเงีย“อยากมองหน้าเมียตอนหลับ คนอะไรขนาดหลับยังสวย น้ำลายไหลก็ยังสวย”คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นก็ลุกพรวดขึ้นนั่ง พร้อมยกมือบางทั้งคู่ถูสองข้างแก้มด้วยความอับอาย ด้านสามีขี้แกล้งก็ลุกขึ้นมานั่งหัวเราะตัวงอ นั่นจึงทำให้เธอได้รู้ว่าถูกเขาหลอกเข้าให้แล้ววทานิกาจึงแสร้งทำหน้าบึ้งตึง เชิดหน้าไปอีกทาง ทำคนตัวโตรีบโผเข้ากอด“ที่รักครับ พี่ล้อเล่นนะ อย่าโกรธเลย” ชายหนุ่มคลอเคลียใบหน้าหล่อเหลาลงบนแก้มนวล สูดกลิ่นกายสาวหอมกรุ่นยามเช้า และเริ่มซุกไซ้ซอกคอบอบบาง“พี่โปรดจะทำอะไรคะ”“ง้อเมีย”“ไม่เอาแล้ว เมื่อคืนก็ทำไปตั้งหลายรอบ หวานไม่ไหวแล้วนะคะ ตอนนี้หวานหิวมากเลย”เมื่อได้ยินแบบนั้นปฐวีก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยด้วยตาละห้อย ก่อนกัดฟันถอนหายใจออกมา“โอเคงั้นเราอ
หนึ่งปีต่อมาหลังจากวทานิกาเรียนจบก็มารับช่วงต่อจากปรียาดาช่วยคุณศิริกัญญาดูแลศูนย์ดูแลผู้ป่วย เนื่องจากปรียาดาต้องไปช่วยงานบิดาที่โรงพยาบาล อีกทั้งตอนนี้ปรียาดาก็ยังมีโครงการสร้างมูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ทำให้งานของหล่อนล้นมือจนไม่อาจกลับมาช่วยงานคุณศิริกัญญาได้และในวันนี้ก็เป็นวันสำคัญที่ทุกคนในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลมารวมตัวกัน เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับวทานิกาในงานรับปริญญาระหว่างที่กำลังรอช่างภาพมือดีที่ปฐวีจ้างมาเก็บภาพวันสำคัญของแฟนสาวปรับตั้งกล้องถ่ายรูป ทุกคนก็มายืนล้อมวงพูดคุยกันอย่างครื้นเครง กระทั่งคุณศิริกัญญาสังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวของว่าที่ลูกสะใภ้“หวาน วันนี้หนูหน้าซีด ๆ นะลูก ไม่สบายหรือเปล่า” คุณวรรณาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเอ่ยถามหลานรักด้วยความห่วงใย“นั่นสิ แม่ก็ว่าช่วงนี้หนูดูอ่อนเพลียนะลูก งานหนักไปหรือเปล่า ช่วงนี้ทั้งเตรียมงานแต่ง และยังมาช่วยงานแม่อีก ถ้าไม่ไหวก็พักนะลูก” คุณศิริกัญญาร่ายยาวด้วยความเป็นห่วงว่าที่ลูกสะใภ้“น่าจะเป็นเพราะช่วงนี้งานยุ่งจริง ๆ อย่างที่คุณแม่ว่าค่ะ หลังงานรับปริญญาหวานกะว่าจะพักเหมือนกัน ไม่งั้นคงไม่ไหวแน่ ๆ ค่ะ” วทานิกากล่าวกับคุ
ณ คฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลหลังจากงานสัมมนาผ่านไป สมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลก็ได้มารวมตัวกันอีกครั้งในรอบหลายปีโดยมีสมาชิกใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา นั่นก็คือ วทานิกา และคุณวรรณาโดยคุณเปรมจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ภายในครอบครัวเพื่อฉลองให้กับการหมั้นหมายของลูกชายคฤหาสน์หรูหราหลังใหญ่ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย หยอกล้อ และหัวเราะกันอย่างมีความสุขในวันนี้สมาชิกทุกคนในครอบครัวตระหนักได้ว่าบาดแผลที่เคยมีในใจและความบาดหมางที่เคยฝังลึกในความรู้สึกของพวกเขาได้มลายหายไปหมดแล้ว พวกเขาเพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ทุกนาทีให้มีคุณค่าหลังจากรับประทานอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญ พยาบาลส่วนตัวของคุณวรรณาที่คุณเปรมจ้างมาดูแลผู้เป็นยายของว่าที่ลูกสะใภ้ก็พาท่านขึ้นไปพักผ่อนบนห้องด้านประมุขของบ้าน ก็มานั่งจิบชากับคุณศิริกัญญาและปรียาดาที่ห้องนั่งเล่น“ปลื้ม เมื่อไหร่จะย้ายกลับมาอยู่กับพ่อซะทีล่ะ พ่อคิดถึงหนูมากนะ” คุณเปรมเอ่ยถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงเศร้า ทำเอาปรียาดาเกิดอาการอึกอักทำตัวไม่ถูก คุณศิริกัญญาจึงรีบเข้าช่วยลูกสาว“ลูกก็ต้องอยู่กับฉันสิคะ” คุณศิริกัญญากล่าวเสียงเข้มจนคุณเปรมหน้าเสีย ทว
อีกหนึ่งเดือนถัดมาก็เข้าสู่สัปดาห์งานสัมมนาทางการแพทย์ ซึ่งงานนี้ถูกจัดขึ้นที่รีสอร์ตสุดหรูติดชายทะเลแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก โดยโรงพยาบาลเอ.พี.อินเตอร์แนชันนัล ผู้เป็นเจ้าภาพ ได้จองห้องทั้งหมดในรีสอร์ตตั้งแต่ห้องสแตนดาร์ดไปจนถึงพูลวิลล่าเพื่อรองรับผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ด้านปฐวีที่ออกเดินทางไป
หนึ่งเดือนต่อมาก็ถึงวันเปิดภาคเรียนของวทานิกา ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่เธอจะได้ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยในปีนี้ชีวิตของเธอเปลี่ยนแปลงไปมาก นับตั้งแต่ที่เธอได้รับความช่วยเหลือจากปฐวี จนกระทั่งได้มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับคลินิกของกิตติชัย เธอก็เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เริ่มมีเอเจนซีชื่อดังมากมายเข้ามาท
หลังจากปฐวีเริ่มทำงานที่โรงพยาบาลของผู้เป็นบิดา ทำให้ชายหนุ่มมีเวลาน้อยลงวทานิกาจะได้เจอแฟนหนุ่มแค่เพียงตอนเช้าก่อนที่เขาจะออกไปทำงานและในตอนเย็นหลังจากที่ปฐวีเลิกงานซึ่งบางวันคุณหมอหนุ่มก็ติดเคสยาวเหยียด กว่าจะกลับถึงเพนต์เฮาส์ก็ดึกดื่นเที่ยงคืน บางวันวทานิกาอยู่รอไม่ไหวก็ต้องยอมแพ้เข้านอนไปก่อ
หลังรับประทานอาหารเย็นกันจนพุงกาง ปฐวีก็ควบรถซูเปอร์คาร์ไฮบริดพาคนรักกลับไปพักผ่อนที่เพนต์เฮาส์ ระหว่างทางที่นั่งอยู่บนรถ วทานิกาสังเกตเห็นว่าปฐวีหมั่นขยับต้นคอไปมา บางครั้งก็ยกมือขึ้นมานวดคลึงบ่าไหล่ หญิงสาวเฝ้ามองด้วยความห่วงใย เนื่องจากหลายวันมานี้ชายหนุ่มตารางงานแน่นทั้งวัน แต่ก็ยังอุตส่าห์เจ