Masukในช่วงบ่ายของอีกวัน วทานิกาเดินทางมาที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยตามปกติ ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องพักของคุณวรรณา หญิงสาวชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นปฐวีที่อยู่ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวกำลังช่วยพลิกตัวเปลี่ยนท่านอนให้กับคุณวรรณา
“สวัสดีค่ะคุณโปรด หวานนึกว่าไม่มีใครอยู่ก็เลยโผล่พรวดพราดเข้ามา” วทานิกายกมือไหว้คนอายุมากกว่า พร้อมยิ้มเจื่อน
“สวัสดีครับ เข้ามาสิ พี่อ่านนิยายให้คุณยายฟังจนท่านหลับไปเมื่อสักครู่นี้เอง” ปฐวีว่าพลางผินหน้าไปทางหนังสือนิยายกองโตที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง
“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยดูแลยาย” วทานิกากล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง
“เป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้วครับ” ปฐวีส่งยิ้มอบอุ่นให้คนตัวเล็ก ทำเอาหญิงสาวเขินอายจนแก้มแดงระเรื่อ ชายหนุ่มเห็นแบบนั้นก็นึกเอ็นดู “เมื่อวานคุณแม่บอกว่าหวานทำงานพิเศษ ทำงานอะไรที่ไหนเหรอ”
“เอ่อ...ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารค่ะ”
ปฐวีจ้องมองมือเล็กอันบอบบางของเธอก็ถอนหายใจออกมา
“ระหว่างที่คุณแม่ไม่อยู่ ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาปรึกษาพี่ได้นะ”
“ค่ะ” วทานิกาตอบรับพร้อมยิ้มสดใสออกมาทั้งตาและปาก รอยยิ้มเต็มใบหน้าที่เขาเพิ่งจะเคยเห็นเธอยิ้มเป็นครั้งแรก ดูน่ารักเสียจนชายหนุ่มเผลอไผลจ้องมองอย่างลืมตัว จนกระทั่งอุปกรณ์สื่อสารภายในกระเป๋าเสื้อกาวน์ดังขึ้น ชายหนุ่มจึงได้สติและหยิบขึ้นมากดดู
“งั้นพี่ขอตัวก่อนนะครับ เอาไว้เจอกัน”
“ค่ะ สวัสดีค่ะ” วทานิกาเอ่ยพร้อมยกมือไหว้ลาชายหนุ่ม ก่อนเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่เดินหายออกไปจากห้องพร้อมความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นภายในใจ
เมื่อครั้งอดีตเธอเคยแอบปลื้มปฐวี เพราะเขาทั้งหล่อเหลาอีกทั้งยังเป็นคุณหมอที่ใจดีและอ่อนโยน ตอนที่ชายหนุ่มเดินทางไปเรียนต่อทำเอาเธอเศร้าไปพักใหญ่ พอเวลาผ่านไปความรู้สึกนั้นก็เริ่มเลือนลางไปตามกาลเวลา ทว่าเมื่อได้มาพบกันอีกครั้ง นั่นทำให้เธอได้รู้ว่า ความรู้สึกนั้นยังคงอยู่
วทานิการีบสลัดความคิดเพ้อฝันนั้นออกไป เพราะเธอรู้ดีว่าเขาและเธอแตกต่างกันในทุกด้าน เปรียบเสมือนเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบกัน
หญิงสาวใช้เวลาอยู่กับคุณวรรณาได้ไม่เท่าไร ก็ได้เวลาที่เธอต้องไปทำงานพิเศษ นึกเสียดายที่ผู้เป็นยายยังคงหลับใหล ทว่าก็จำต้องรีบออกเดินทาง เพราะถ้ามัวแต่ชักช้าก็อาจทำให้เข้างานไม่ทันและโดนหักเงินเดือนได้
วทานิกาออกจากห้องพักคนไข้มาได้ก็รีบสาวเท้าก้าวเร็ว ๆ เพื่อที่จะออกไปขึ้นรถเมล์หน้าปากซอย จึงทำให้เธอไม่ทันสังเกตเห็นปฐวีที่กำลังยืนอยู่ตรงทางเดินเชื่อมอาคาร ดวงตาคู่คมมองตามทุกย่างก้าวของเธอจนกระทั่งร่างบางเดินพ้นประตูทางเข้าด้านหน้าออกไป
วทานิกาใช้เวลาเดินทางเกือบชั่วโมงก็มาถึงที่ทำงานได้อย่างเฉียดฉิว หญิงสาวหยุดยืนหน้าสถานบันเทิงระดับลักชัวรีที่ต้อนรับเฉพาะนักท่องราตรีกระเป๋าหนักเท่านั้น เพราะลำพังแค่ค่าบริการสมาชิกแรกเข้าก็ปาเข้าไปแล้วกว่าหกหลัก
วทานิกาได้เข้ามาทำงานที่นี่ตามคำแนะนำของรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยที่เป็นดาวคณะด้วยกัน
ซึ่งพนักงานชายหญิงทุกคนนั้นกว่าจะผ่านเข้ามาทำงานได้ก็จะถูกคัดสรรแล้วว่าหน้าตาดีระดับดารานางแบบในตอนแรกวทานิกาก็ลังเลใจ ด้วยไม่อยากทำงานในสถานที่อโคจรนี้ ทว่าค่าตอบแทนนั้นทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธได้ ขนาดค่าแรงตำแหน่งบริกรของเธอยังมากกว่าเงินเดือนพนักงานบริษัทเสียด้วยซ้ำ
“อ้าวหวานทำไมหอบขนาดนั้นล่ะ” รุ่นพี่คนสวยเอ่ยถามด้วยความห่วงใยขณะที่กำลังแต่งตัวอยู่ในห้องล็อกเกอร์
“ไปเยี่ยมยายมาค่ะ นึกว่าจะมาไม่ทันซะแล้ว”
“อ้อ ว่าแต่วันก่อนที่ไปคุยกับบอสเรื่องขอเบิกเงินล่วงหน้าเรียบร้อยดีไหม” วทานิกาเก็บกระเป๋าเข้าตู้ล็อกเกอร์เสร็จสรรพก็หันมาส่ายศีรษะด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย
“ว่าแล้วเชียว แม่งโคตรเจ้าเล่ห์ พี่ว่ามันต้องพยายามบีบแกให้จนมุม เพื่อรับข้อเสนอของไอ้เสี่ยนั่นแน่ ๆ” รุ่นพี่สาวกล่าวด้วยความเดือดดาลแทนคนเป็นน้อง
“อาจไม่ใช่แบบนั้นก็ได้พี่กิ๊ง”
“น้อยไปสิ พี่ไปได้ยินมาว่าไอ้เสี่ยมันส่งรถหรูคันนึงตั้งหลายล้านมาให้บอส พี่ว่ามันจะต้องมีอะไรแน่ ๆ”
ได้ยินแบบนั้นวทานิกาก็สีหน้าเครียดขึ้นในพริบตา ทว่าสองสาวยังไม่ทันจะได้พูดคุยกันต่อก็จำต้องแยกย้ายกันไปทำงาน
วทานิกาพยายามสลัดความคิดวุ่นวายภายในสมองทิ้งไป ก่อนหันมาตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่หวังให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่น ทว่าก็ไม่ได้เป็นดังหวัง เพราะลูกค้ากระเป๋าหนักที่กำลังหมายตาเธออยู่นั้นได้ก้าวเข้ามาในร้าน อีกทั้งยังต้องการให้หญิงสาวเข้าไปดูแล
แน่นอนว่าวทานิกาปฏิเสธออกไป เนื่องจากเธอไม่ได้ทำงานในฐานะ ‘ควีน’ ซึ่งเป็นชื่อเรียกตำแหน่งของพนักงานสาวที่มีหน้าที่คอยดูแลเอาอกเอาใจลูกค้า และนั่นรวมถึงการถูกกอดจูบลูบคลำตามที่ลูกค้าต้องการ เพียงแค่คิดเธอก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมา
“หวาน” รุ่นพี่คนสนิทเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเดินเข้ามาดูสถานการณ์ “เดี๋ยวพี่ไปเองแกอยู่ตรงนี้แหละ”
“พี่กิ๊ง” วทานิกาจะร้องห้าม แต่รุ่นพี่คนสวยนั้นว่องไวกว่า เธอได้แต่มองตามตาละห้อยด้วยความเป็นห่วง
ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำในค่ำคืนหนึ่ง พร้อมเสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้อง ทว่าก็ยังไม่ดังเท่าเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของวทานิกาที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอดเต็มทีสมาชิกทุกคนในคฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ก่อนวิ่งกรูกันเข้ามายังห้องนอนของปฐวีและวทานิกา“พี่โปรด เกิดอะไรขึ้นลูก”คุณศิริกัญญาเปิดประตูเข้ามาเป็นคนแรก พร้อมใบหน้าตื่นตกใจที่ได้ยินเสียงลูกสะใภ้ร้องดังลั่น ซึ่งท่านก็ไม่คิดว่าวทานิกาจะปวดท้องใกล้คลอด เนื่องจากกำหนดการคลอดของเธอนั้นคือในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า“หวานปวดท้องครับแม่” ปฐวีหันไปกล่าวกับมารดาขณะที่ชายหนุ่มกำลังประคองให้ภรรยาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง จากนั้นเขาก็ใช้กายแกร่งของตนให้เธอได้เอนหลังพิงคุณศิริกัญญาเดินนำคุณเปรมและปรียาดาเข้ามาประชิดขอบเตียง ก่อนที่ท่านเปิดผ้านวมผืนหนาที่คลุมกายของลูกสะใภ้ขึ้นมา และก็พบว่าบนเตียงนั้นเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวใสที่ไหลออกมาจากหว่างขาของว่าที่คุณแม่เมื่อเห็นแบบนั้นท่านจึงรีบหันไปบอกสามีและลูกสาว“ถุงคร่ำแตกแล้ว”สิ้นเสียงของคุณศิริกัญญา สองพ่อลูกก็พยักหน้ารับออกมาพร้อมกัน เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลได้เตรียมรับม
ร่างบางเปลือยเปล่าภายใต้ผ้านวมผืนหนาบนเตียงขนาดคิงไซต์ เริ่มมีการเคลื่อนไหวรู้สึกตัวขึ้นจากนิทรา เมื่อเผยอเปลือกตาขึ้นมาก็พบกับผู้เป็นสามีกำลังนอนตะแคงจ้องมองมาที่เธอวทานิกาเพิ่งจะได้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของปฐวี และทั้งคู่ก็ได้จัดงานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา“ตื่นนานแล้วเหรอคะ ทำไมไม่ปลุกหวานล่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยความงัวเงีย“อยากมองหน้าเมียตอนหลับ คนอะไรขนาดหลับยังสวย น้ำลายไหลก็ยังสวย”คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นก็ลุกพรวดขึ้นนั่ง พร้อมยกมือบางทั้งคู่ถูสองข้างแก้มด้วยความอับอาย ด้านสามีขี้แกล้งก็ลุกขึ้นมานั่งหัวเราะตัวงอ นั่นจึงทำให้เธอได้รู้ว่าถูกเขาหลอกเข้าให้แล้ววทานิกาจึงแสร้งทำหน้าบึ้งตึง เชิดหน้าไปอีกทาง ทำคนตัวโตรีบโผเข้ากอด“ที่รักครับ พี่ล้อเล่นนะ อย่าโกรธเลย” ชายหนุ่มคลอเคลียใบหน้าหล่อเหลาลงบนแก้มนวล สูดกลิ่นกายสาวหอมกรุ่นยามเช้า และเริ่มซุกไซ้ซอกคอบอบบาง“พี่โปรดจะทำอะไรคะ”“ง้อเมีย”“ไม่เอาแล้ว เมื่อคืนก็ทำไปตั้งหลายรอบ หวานไม่ไหวแล้วนะคะ ตอนนี้หวานหิวมากเลย”เมื่อได้ยินแบบนั้นปฐวีก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยด้วยตาละห้อย ก่อนกัดฟันถอนหายใจออกมา“โอเคงั้นเราอ
หนึ่งปีต่อมาหลังจากวทานิกาเรียนจบก็มารับช่วงต่อจากปรียาดาช่วยคุณศิริกัญญาดูแลศูนย์ดูแลผู้ป่วย เนื่องจากปรียาดาต้องไปช่วยงานบิดาที่โรงพยาบาล อีกทั้งตอนนี้ปรียาดาก็ยังมีโครงการสร้างมูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ทำให้งานของหล่อนล้นมือจนไม่อาจกลับมาช่วยงานคุณศิริกัญญาได้และในวันนี้ก็เป็นวันสำคัญที่ทุกคนในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลมารวมตัวกัน เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับวทานิกาในงานรับปริญญาระหว่างที่กำลังรอช่างภาพมือดีที่ปฐวีจ้างมาเก็บภาพวันสำคัญของแฟนสาวปรับตั้งกล้องถ่ายรูป ทุกคนก็มายืนล้อมวงพูดคุยกันอย่างครื้นเครง กระทั่งคุณศิริกัญญาสังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวของว่าที่ลูกสะใภ้“หวาน วันนี้หนูหน้าซีด ๆ นะลูก ไม่สบายหรือเปล่า” คุณวรรณาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเอ่ยถามหลานรักด้วยความห่วงใย“นั่นสิ แม่ก็ว่าช่วงนี้หนูดูอ่อนเพลียนะลูก งานหนักไปหรือเปล่า ช่วงนี้ทั้งเตรียมงานแต่ง และยังมาช่วยงานแม่อีก ถ้าไม่ไหวก็พักนะลูก” คุณศิริกัญญาร่ายยาวด้วยความเป็นห่วงว่าที่ลูกสะใภ้“น่าจะเป็นเพราะช่วงนี้งานยุ่งจริง ๆ อย่างที่คุณแม่ว่าค่ะ หลังงานรับปริญญาหวานกะว่าจะพักเหมือนกัน ไม่งั้นคงไม่ไหวแน่ ๆ ค่ะ” วทานิกากล่าวกับคุ
ณ คฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลหลังจากงานสัมมนาผ่านไป สมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลก็ได้มารวมตัวกันอีกครั้งในรอบหลายปีโดยมีสมาชิกใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา นั่นก็คือ วทานิกา และคุณวรรณาโดยคุณเปรมจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ภายในครอบครัวเพื่อฉลองให้กับการหมั้นหมายของลูกชายคฤหาสน์หรูหราหลังใหญ่ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย หยอกล้อ และหัวเราะกันอย่างมีความสุขในวันนี้สมาชิกทุกคนในครอบครัวตระหนักได้ว่าบาดแผลที่เคยมีในใจและความบาดหมางที่เคยฝังลึกในความรู้สึกของพวกเขาได้มลายหายไปหมดแล้ว พวกเขาเพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ทุกนาทีให้มีคุณค่าหลังจากรับประทานอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญ พยาบาลส่วนตัวของคุณวรรณาที่คุณเปรมจ้างมาดูแลผู้เป็นยายของว่าที่ลูกสะใภ้ก็พาท่านขึ้นไปพักผ่อนบนห้องด้านประมุขของบ้าน ก็มานั่งจิบชากับคุณศิริกัญญาและปรียาดาที่ห้องนั่งเล่น“ปลื้ม เมื่อไหร่จะย้ายกลับมาอยู่กับพ่อซะทีล่ะ พ่อคิดถึงหนูมากนะ” คุณเปรมเอ่ยถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงเศร้า ทำเอาปรียาดาเกิดอาการอึกอักทำตัวไม่ถูก คุณศิริกัญญาจึงรีบเข้าช่วยลูกสาว“ลูกก็ต้องอยู่กับฉันสิคะ” คุณศิริกัญญากล่าวเสียงเข้มจนคุณเปรมหน้าเสีย ทว
ปาร์ตี้หน้ากากในค่ำคืนนี้ถูกจัดขึ้นในธีม Prince and Princess ซึ่งบรรดาแขกเหรื่อก็ต่างแต่งองค์ทรงเครื่องกันมาอย่างจัดเต็ม วทานิกาเองก็ไม่แพ้กัน เนื่องจากบรรดาพี่ ๆ เพื่อนร่วมงานต่างพร้อมใจกันช่วยกันรังสรรค์รุ่นน้องคนสวยออกมาอย่างงดงามในคาแรกเตอร์ของซินเดอเรลล่าหญิงสาวยืนมองภาพสะท้อนของตนเองในกระจกเงาบานใหญ่ ร่างบางอยู่ในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนเปลือยไหล่ เผยให้เห็นผิวพรรณขาวนวลเนียน กระโปรงยาวฟูฟ่องตามแบบฉบับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ชุดทั้งชุดของเธอถูกประดับด้วยคริสตัลเป็นประกายแวววับ เมื่อต้องแสงไฟยิ่งทำให้เธอโดดเด่นสะดุดตาดวงตาคู่สวยไล่มองลงไปจนถึงเท้าเล็กทั้งสองข้างที่ถูกโอบอุ้มด้วยรองเท้าแก้ว ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองพี่ ๆ ทีมงานของคลินิก“หวานต้องแต่งขนาดนี้เลยเหรอคะพี่จิ๊บ”“ต้องขนาดนี้แหละค่ะ น้องหวานต้องเต้นรำเปิดฟลอร์กับหมอโปรดนะคะ”วทานิกาพยักหน้ารับด้วยความประหม่าที่ต้องแต่งตัวหรูหราขนาดนี้ ซึ่งเธอเองก็เพิ่งรู้จากแฟนหนุ่มว่าต้องเต้นรำเปิดฟลอร์ด้วยกันแม้เธอจะปฏิเสธออกไปเนื่องจากเธอเคยเรียนเต้นรำเพียงแค่สมัยมัธยมปลายเท่านั้น และที่สำคัญเธอก็ได้เอาวิชาคืนครูไปหมดสิ้นแล้ว ขืนออกไปเต้นรำก
“ในที่สุดก็เสร็จสักที ถึงเหนื่อยแต่ก็สนุกมาก ๆ เลยนะ ว่าไหม”“ฉันเนี่ยหายเหนื่อยเลย ที่เห็นสกินแคร์ของเราขายดีขนาดนี้”“จริงแก เมื่อคืนฉันฝันถึงโบนัสปลายปีเลยนะ”บรรดาทีมงานของกิตติชัยพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันเก็บข้าวของภายในบูท Dr.Kit Clinic ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย และพิธีปิดงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปตั้งแต่ช่วงสายในค่ำคืนนี้ทางโรงพยาบาลเอ.พี.อินเตอร์แนชันนัลก็ได้จัดปาร์ตี้หน้ากากขึ้นมาให้ทุกคนได้มาร่วมสนุกหลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยมาตลอดหลายวันวทานิกาและทีมงานก็ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ในคืนนี้ด้วยพวกสาว ๆ จึงรีบเร่งมือเก็บข้าวของให้เสร็จโดยเร็วเพื่อที่จะได้มีเวลาไปเนรมิตเสื้อผ้าหน้าผมสำหรับเข้าร่วมงานปาร์ตี้หน้ากาก“คุณวทานิกาครับ” เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำวงสนทนาของสาว ๆ หยุดชะงักไปชั่วขณะพวกเธอหันไปมองพร้อมกันเป็นตาเดียวก็พบหนุ่มแว่นหน้าตาสะอ้านท่าทางสุภาพเรียบร้อยภายใต้ชุดสูทสีดำ เมื่อเขาเห็นว่าวทานิกาหันมาเขาจึงเริ่มกล่าวต่อไป“ผมเป็นเลขาฯของท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอ.พี. ท่านให้ผมมาเรียนเชิญคุณวทานิกาไปพบครับ”สิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยออกมานั้นทำเอาวทา
รถซูเปอร์คาร์คันหรูขับเข้ามาภายในซอยแห่งหนึ่งท่ามกลางความมืด ซึ่งแออัดไปด้วยอาคารหอพักสภาพเก่าซอมซ่อ ปฐวีหันมองสองข้างทางสลับไปมา ก่อนหันกลับไปมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะหลัง“ถึงแล้วค่ะ ข้างหน้าซ้ายมือ”สิ้นเสียงหวานล้อทั้งสี่ก็ค่อย ๆ ชะลอก่อนที่จะหยุดอยู่กับที่ ปฐวีรีบลงจากรถมาเปิดประตูให้กับวทา
ปฐวีหันกลับมาก็พบกับสายตาสอดรู้สอดเห็นของเพื่อนรักที่มีสาวสวยสองคนนั่งยิ้มหวานอยู่ภายในอ้อมกอดซ้ายขวา“เล่ามาเลยมึง”“ไม่มีอะไรก็แค่เด็กที่คุณแม่กูเอ็นดูน่ะ น้องเขาลำบากมาก แต่กูไม่คิดว่าเขาจะลำบากถึงขนาดต้องมาทำงานที่นี่” ปฐวีกล่าวจบก็คว้าแก้วของเหลวสีอำพันขึ้นมากระดกดื่มพรวด“แม่มึงเอ็นดูคนเดียวเ
“นี่มึงพากูมาทำอะไรที่นี่วะ” ปฐวีหันไปถามขณะที่เพื่อนรักเลี้ยวรถเข้าจอดภายในลานจอดรถของสถานบันเทิงชื่อดังหลังจากที่ปฐวีกลับจากอังกฤษก็ทุ่มเทเวลาให้กับการรับช่วงต่อตำแหน่งผู้อำนวยการ Great Care จนแทบไม่มีเวลาได้ปลีกตัวไปไหน ทำให้กิตติชัย แพทย์ศัลยกรรมต
ผ่านไปไม่กี่นาทีก็เกิดเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นที่โต๊ะของเสี่ยใหญ่วัยกลางคน ทำให้บอสหนุ่มต้องรีบลงมาจัดการควบคุมสถานการณ์วทานิกามองไปก็เห็นบอสกำลังยกมือไหว้ขอโทษเสี่ย ก่อนจะหันไปตวาดรุ่นพี่ของเธออย่างหนัก ทำเอารุ่นพี่คนสวยถึงกับน้ำตาคลอเมื่อเหตุการณ์คลี่คลาย ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำงานตามปกติ ทว่าวทา







