หน้าหลัก / โรแมนติก / เมื่อรักผลิบานในใจ / บทที่ 8 เมื่อรักผลิบานในใจ

แชร์

บทที่ 8 เมื่อรักผลิบานในใจ

ผู้เขียน: อิงวรา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-22 21:00:21

ปฐวีหันกลับมาก็พบกับสายตาสอดรู้สอดเห็นของเพื่อนรักที่มีสาวสวยสองคนนั่งยิ้มหวานอยู่ภายในอ้อมกอดซ้ายขวา

“เล่ามาเลยมึง”

“ไม่มีอะไรก็แค่เด็กที่คุณแม่กูเอ็นดูน่ะ น้องเขาลำบากมาก แต่กูไม่คิดว่าเขาจะลำบากถึงขนาดต้องมาทำงานที่นี่” ปฐวีกล่าวจบก็คว้าแก้วของเหลวสีอำพันขึ้นมากระดกดื่มพรวด

“แม่มึงเอ็นดูคนเดียวเหรอ แต่ที่กูเห็นน่ะ ดูมึงจะเอ็นดูน้องเขาไม่น้อยนะ ทำหน้าตาตื่นตกใจ ซักไซ้เหมือนเป็นผู้ปกครอง” คำกล่าวของกิตติชัยทำปฐวีชะงักไปชั่วขณะ ทว่าชายหนุ่มรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว

“เออ กูก็เอ็นดูเพราะน้องเป็นเด็กดี ก็แค่เอ็นดูน่ะเข้าใจไหม” ถึงปากจะบอกออกไปแบบนั้นทว่าภายในใจของปฐวีกลับจะยิ่งเอ็นดูวทานิกาเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

“เออ ๆ เอ็นดูก็เอ็นดูเนอะ แต่น้องก็ลาออกแล้วนี่คงไม่ได้ลำบากลำบนอะไรมากมายแล้วมั้ง”

“อืม คงงั้น”

สองสาวที่นั่งอิงแอบข้างกายกิตติชัย เมื่อ

ได้ยินบทสนทนาของหนุ่ม ๆ ก็เกิดคันปากอยากเล่าจนแทบอดใจไม่ไหว

“ท่านอยากรู้หรือเปล่าคะว่าน้องหวาน

คนสวยลาออกเพราะอะไร” น้องจ๋าที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายเอ่ยถามพร้อมส่งยิ้มยั่ว กิตติชัยได้ฟังก็ขมวดคิ้ว ก่อนทำท่าจะอ้าปากปฏิเสธ ทว่าปฐวีดันโพล่งออกมาเสียก่อน

“ผมอยากรู้”

สองสาวได้ยินแบบนั้นก็มองหน้ากันพร้อมส่งยิ้มร้าย จากนั้นทั้งคู่ก็ยกมือข้างขวาขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนกรีดกรายเรียวนิ้วเป็นเชิงให้สัญญาณ ทว่าปฐวี

กลับทำหน้างุนงงด้วยความไม่เข้าใจ

“มึงต้องเปย์นะถ้าอยากรู้ ที่นี่ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ” กิตติชัยกระตุกยิ้มด้วยความขบขันเพื่อนรักที่ออกอาการเอ็นดูบริกรสาวอย่างออกหน้าออกตา

ปฐวีล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง หยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเปิด ก่อนหยิบธนบัตร

สีเทาขึ้นมายื่นให้สองสาวคนละใบ ทว่าสองสาวกลับหรี่ตามองนิ่ง ไม่ยอมรับธนบัตรนั้นไป

“แค่นั้นน่ะมึงจะฟังแค่เสียงครางของน้องหรือไง”

“แล้วกูต้องจ่ายเท่าไหร่ล่ะ”

“มึงมีเท่าไหร่”

“ไม่แน่ใจ น่าจะสองสามหมื่น”

“อืม แค่นั้นน่าจะพอ”

สิ้นเสียงกิตติชัย ปฐวีก็ควักธนบัตรสีเทาทั้งหมดที่มีออกมาเป็นปึก ยื่นให้กับสองสาว พวกหล่อนฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ และรีบรับกระดาษสีเทาปึกนั้นมาแบ่งกัน

“จะเล่าได้ยังครับ” ปฐวีถามเสียงเข้ม

สองสาวก็หันมามองหน้ากันก่อนที่น้องจ๋าจะเป็นฝ่ายเล่าออกมา

“คืองี้ค่ะ น้องหวานน่ะมาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่นี่ได้หลายเดือนแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็ปกติดีไม่มีอะไร จนกระทั่งน้องเกิดไปเข้าตาเสี่ยชัชที่เป็นลูกค้าวีไอพีคนสำคัญ” น้องจ๋าผินหน้าไปทางน้องจ๋อมให้เป็นฝ่ายเล่าบ้าง

“ไอ้เสี่ยนั่นมันจะเอาน้องให้ได้”

“อะไรนะ!” ปฐวีเอ่ยถามพร้อมกัดฟันกรอด

“ค่ะ ได้ยินไม่ผิดหรอก เอาไปเลี้ยงดูเอาไปทำเมียเนี่ยแหละ แต่น้องมันไม่เอา ก็เลยโดนบอสเรา

กดดันสารพัด สุดท้ายทนไม่ไหวก็เลยลาออก”

“อ่ะนั่นไงคะ” เมื่อน้องจ๋อมเล่าจบน้องจ๋าก็กล่าวออกมาพร้อมชี้นิ้วไปยังโซนวีไอพีฝั่งตรงข้ามที่มีลูกค้ากลุ่มหนึ่งเดินเข้าไปนั่ง “คนที่นั่งอยู่ตรงกลางนั่นแหละค่ะเสี่ยชัช”

ปฐวีมองตามไปยังทิศทางที่นิ้วของหญิงสาวพุ่งไป ก็เห็นเสี่ยใหญ่วัยกลางคนรูปร่างท้วมกำลังนั่งจ้องมองลงไปยังบาร์ชั้นล่าง ปฐวีผินหน้าลงไปก็เจอคนตัวเล็กที่เขาห่วงใยกำลังทำงานมือเป็นระวิง

สัญชาตญาณของชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกตินั้น เขาจึงจับตามองวทานิกาเอาไว้ตลอดเวลา จวบจนกระทั่งถึงเวลาปิดร้าน

ปฐวีรีบไปดักรอตรงประตูทางออก โดยให้กิตติชัยสตาร์ตรถรอเอาไว้ ระหว่างนั้นชายหนุ่มสังเกตเห็นรถตู้สีดำคันหรูจอดรออยู่ไม่ไกล ท่าทางดูน่าสงสัย เขาจึงแสร้งทำเป็นไม่สนใจ ทว่าก็แอบลอบมองเป็นระยะ

“พี่โปรดคะ” เสียงหวานดังขึ้นดึงความสนใจของปฐวี เมื่อชายหนุ่มหันมาเจอวทานิกากำลังยืนทำท่าเก้ ๆ กัง ๆ เขาก็รีบคว้าข้อมือบางพาเดินไปขึ้นรถซูเปอร์คาร์ของกิตติชัยที่จอดรออยู่

หลังจากส่งคนตัวเล็กขึ้นไปนั่งเบาะหลังเป็นที่เรียบร้อย ชายหนุ่มก็หันกลับไปมองยังรถตู้สีดำนั้นอีกครั้ง และก็เป็นจริงดังที่สังหรณ์ใจ กระจกห้องโดยสารด้านหลังของรถตู้ค่อย ๆ เลื่อนลง ทำให้

ชายหนุ่มได้เห็นใบหน้าโกรธเคืองของเสี่ยชัชที่กำลังจ้องมองมาด้วยสายตาแข็งกร้าว

ปฐวีดึงสายตากลับมา ก่อนกระโดดขึ้นรถอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย อะไรของมึง”

“ไม่มีอะไร รีบออกไปเถอะ” แม้ปากจะบอกว่าไม่มีอะไร ทว่าชายหนุ่มส่งสัญญาณให้เพื่อนรักระวังรถตู้ด้านหลัง ด้วยไม่อยากพูดออกมาเพราะกลัวว่า

วทานิกาจะตกใจ

กิตติชัยพยักหน้ารับรู้ ก่อนหันมาขับเคลื่อนซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูงให้พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วและคล่องตัวของรถหรูราคาแพง ทำให้รถตู้ของเสี่ยชัชไม่สามารถตามมาได้ทัน สุดท้ายสองหนุ่มก็พาเธอมาถึงที่พักได้อย่างปลอดภัย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 32 เมื่อรักผลิบานในใจ(ตอนพิเศษ)

    ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำในค่ำคืนหนึ่ง พร้อมเสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้อง ทว่าก็ยังไม่ดังเท่าเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของวทานิกาที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอดเต็มทีสมาชิกทุกคนในคฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ก่อนวิ่งกรูกันเข้ามายังห้องนอนของปฐวีและวทานิกา“พี่โปรด เกิดอะไรขึ้นลูก”คุณศิริกัญญาเปิดประตูเข้ามาเป็นคนแรก พร้อมใบหน้าตื่นตกใจที่ได้ยินเสียงลูกสะใภ้ร้องดังลั่น ซึ่งท่านก็ไม่คิดว่าวทานิกาจะปวดท้องใกล้คลอด เนื่องจากกำหนดการคลอดของเธอนั้นคือในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า“หวานปวดท้องครับแม่” ปฐวีหันไปกล่าวกับมารดาขณะที่ชายหนุ่มกำลังประคองให้ภรรยาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง จากนั้นเขาก็ใช้กายแกร่งของตนให้เธอได้เอนหลังพิงคุณศิริกัญญาเดินนำคุณเปรมและปรียาดาเข้ามาประชิดขอบเตียง ก่อนที่ท่านเปิดผ้านวมผืนหนาที่คลุมกายของลูกสะใภ้ขึ้นมา และก็พบว่าบนเตียงนั้นเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวใสที่ไหลออกมาจากหว่างขาของว่าที่คุณแม่เมื่อเห็นแบบนั้นท่านจึงรีบหันไปบอกสามีและลูกสาว“ถุงคร่ำแตกแล้ว”สิ้นเสียงของคุณศิริกัญญา สองพ่อลูกก็พยักหน้ารับออกมาพร้อมกัน เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลได้เตรียมรับม

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 31 เมื่อรักผลิบานในใจ

    ร่างบางเปลือยเปล่าภายใต้ผ้านวมผืนหนาบนเตียงขนาดคิงไซต์ เริ่มมีการเคลื่อนไหวรู้สึกตัวขึ้นจากนิทรา เมื่อเผยอเปลือกตาขึ้นมาก็พบกับผู้เป็นสามีกำลังนอนตะแคงจ้องมองมาที่เธอวทานิกาเพิ่งจะได้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของปฐวี และทั้งคู่ก็ได้จัดงานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา“ตื่นนานแล้วเหรอคะ ทำไมไม่ปลุกหวานล่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยความงัวเงีย“อยากมองหน้าเมียตอนหลับ คนอะไรขนาดหลับยังสวย น้ำลายไหลก็ยังสวย”คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นก็ลุกพรวดขึ้นนั่ง พร้อมยกมือบางทั้งคู่ถูสองข้างแก้มด้วยความอับอาย ด้านสามีขี้แกล้งก็ลุกขึ้นมานั่งหัวเราะตัวงอ นั่นจึงทำให้เธอได้รู้ว่าถูกเขาหลอกเข้าให้แล้ววทานิกาจึงแสร้งทำหน้าบึ้งตึง เชิดหน้าไปอีกทาง ทำคนตัวโตรีบโผเข้ากอด“ที่รักครับ พี่ล้อเล่นนะ อย่าโกรธเลย” ชายหนุ่มคลอเคลียใบหน้าหล่อเหลาลงบนแก้มนวล สูดกลิ่นกายสาวหอมกรุ่นยามเช้า และเริ่มซุกไซ้ซอกคอบอบบาง“พี่โปรดจะทำอะไรคะ”“ง้อเมีย”“ไม่เอาแล้ว เมื่อคืนก็ทำไปตั้งหลายรอบ หวานไม่ไหวแล้วนะคะ ตอนนี้หวานหิวมากเลย”เมื่อได้ยินแบบนั้นปฐวีก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยด้วยตาละห้อย ก่อนกัดฟันถอนหายใจออกมา“โอเคงั้นเราอ

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 30 เมื่อรักผลิบานในใจ

    หนึ่งปีต่อมาหลังจากวทานิกาเรียนจบก็มารับช่วงต่อจากปรียาดาช่วยคุณศิริกัญญาดูแลศูนย์ดูแลผู้ป่วย เนื่องจากปรียาดาต้องไปช่วยงานบิดาที่โรงพยาบาล อีกทั้งตอนนี้ปรียาดาก็ยังมีโครงการสร้างมูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ทำให้งานของหล่อนล้นมือจนไม่อาจกลับมาช่วยงานคุณศิริกัญญาได้และในวันนี้ก็เป็นวันสำคัญที่ทุกคนในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลมารวมตัวกัน เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับวทานิกาในงานรับปริญญาระหว่างที่กำลังรอช่างภาพมือดีที่ปฐวีจ้างมาเก็บภาพวันสำคัญของแฟนสาวปรับตั้งกล้องถ่ายรูป ทุกคนก็มายืนล้อมวงพูดคุยกันอย่างครื้นเครง กระทั่งคุณศิริกัญญาสังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวของว่าที่ลูกสะใภ้“หวาน วันนี้หนูหน้าซีด ๆ นะลูก ไม่สบายหรือเปล่า” คุณวรรณาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเอ่ยถามหลานรักด้วยความห่วงใย“นั่นสิ แม่ก็ว่าช่วงนี้หนูดูอ่อนเพลียนะลูก งานหนักไปหรือเปล่า ช่วงนี้ทั้งเตรียมงานแต่ง และยังมาช่วยงานแม่อีก ถ้าไม่ไหวก็พักนะลูก” คุณศิริกัญญาร่ายยาวด้วยความเป็นห่วงว่าที่ลูกสะใภ้“น่าจะเป็นเพราะช่วงนี้งานยุ่งจริง ๆ อย่างที่คุณแม่ว่าค่ะ หลังงานรับปริญญาหวานกะว่าจะพักเหมือนกัน ไม่งั้นคงไม่ไหวแน่ ๆ ค่ะ” วทานิกากล่าวกับคุ

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 29 เมื่อรักผลิบานในใจ

    ณ คฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลหลังจากงานสัมมนาผ่านไป สมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลก็ได้มารวมตัวกันอีกครั้งในรอบหลายปีโดยมีสมาชิกใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา นั่นก็คือ วทานิกา และคุณวรรณาโดยคุณเปรมจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ภายในครอบครัวเพื่อฉลองให้กับการหมั้นหมายของลูกชายคฤหาสน์หรูหราหลังใหญ่ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย หยอกล้อ และหัวเราะกันอย่างมีความสุขในวันนี้สมาชิกทุกคนในครอบครัวตระหนักได้ว่าบาดแผลที่เคยมีในใจและความบาดหมางที่เคยฝังลึกในความรู้สึกของพวกเขาได้มลายหายไปหมดแล้ว พวกเขาเพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ทุกนาทีให้มีคุณค่าหลังจากรับประทานอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญ พยาบาลส่วนตัวของคุณวรรณาที่คุณเปรมจ้างมาดูแลผู้เป็นยายของว่าที่ลูกสะใภ้ก็พาท่านขึ้นไปพักผ่อนบนห้องด้านประมุขของบ้าน ก็มานั่งจิบชากับคุณศิริกัญญาและปรียาดาที่ห้องนั่งเล่น“ปลื้ม เมื่อไหร่จะย้ายกลับมาอยู่กับพ่อซะทีล่ะ พ่อคิดถึงหนูมากนะ” คุณเปรมเอ่ยถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงเศร้า ทำเอาปรียาดาเกิดอาการอึกอักทำตัวไม่ถูก คุณศิริกัญญาจึงรีบเข้าช่วยลูกสาว“ลูกก็ต้องอยู่กับฉันสิคะ” คุณศิริกัญญากล่าวเสียงเข้มจนคุณเปรมหน้าเสีย ทว

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 28 เมื่อรักผลิบานในใจ

    ปาร์ตี้หน้ากากในค่ำคืนนี้ถูกจัดขึ้นในธีม Prince and Princess ซึ่งบรรดาแขกเหรื่อก็ต่างแต่งองค์ทรงเครื่องกันมาอย่างจัดเต็ม วทานิกาเองก็ไม่แพ้กัน เนื่องจากบรรดาพี่ ๆ เพื่อนร่วมงานต่างพร้อมใจกันช่วยกันรังสรรค์รุ่นน้องคนสวยออกมาอย่างงดงามในคาแรกเตอร์ของซินเดอเรลล่าหญิงสาวยืนมองภาพสะท้อนของตนเองในกระจกเงาบานใหญ่ ร่างบางอยู่ในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนเปลือยไหล่ เผยให้เห็นผิวพรรณขาวนวลเนียน กระโปรงยาวฟูฟ่องตามแบบฉบับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ชุดทั้งชุดของเธอถูกประดับด้วยคริสตัลเป็นประกายแวววับ เมื่อต้องแสงไฟยิ่งทำให้เธอโดดเด่นสะดุดตาดวงตาคู่สวยไล่มองลงไปจนถึงเท้าเล็กทั้งสองข้างที่ถูกโอบอุ้มด้วยรองเท้าแก้ว ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองพี่ ๆ ทีมงานของคลินิก“หวานต้องแต่งขนาดนี้เลยเหรอคะพี่จิ๊บ”“ต้องขนาดนี้แหละค่ะ น้องหวานต้องเต้นรำเปิดฟลอร์กับหมอโปรดนะคะ”วทานิกาพยักหน้ารับด้วยความประหม่าที่ต้องแต่งตัวหรูหราขนาดนี้ ซึ่งเธอเองก็เพิ่งรู้จากแฟนหนุ่มว่าต้องเต้นรำเปิดฟลอร์ด้วยกันแม้เธอจะปฏิเสธออกไปเนื่องจากเธอเคยเรียนเต้นรำเพียงแค่สมัยมัธยมปลายเท่านั้น และที่สำคัญเธอก็ได้เอาวิชาคืนครูไปหมดสิ้นแล้ว ขืนออกไปเต้นรำก

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 27 เมื่อรักผลิบานในใจ

    “ในที่สุดก็เสร็จสักที ถึงเหนื่อยแต่ก็สนุกมาก ๆ เลยนะ ว่าไหม”“ฉันเนี่ยหายเหนื่อยเลย ที่เห็นสกินแคร์ของเราขายดีขนาดนี้”“จริงแก เมื่อคืนฉันฝันถึงโบนัสปลายปีเลยนะ”บรรดาทีมงานของกิตติชัยพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันเก็บข้าวของภายในบูท Dr.Kit Clinic ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย และพิธีปิดงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปตั้งแต่ช่วงสายในค่ำคืนนี้ทางโรงพยาบาลเอ.พี.อินเตอร์แนชันนัลก็ได้จัดปาร์ตี้หน้ากากขึ้นมาให้ทุกคนได้มาร่วมสนุกหลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยมาตลอดหลายวันวทานิกาและทีมงานก็ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ในคืนนี้ด้วยพวกสาว ๆ จึงรีบเร่งมือเก็บข้าวของให้เสร็จโดยเร็วเพื่อที่จะได้มีเวลาไปเนรมิตเสื้อผ้าหน้าผมสำหรับเข้าร่วมงานปาร์ตี้หน้ากาก“คุณวทานิกาครับ” เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำวงสนทนาของสาว ๆ หยุดชะงักไปชั่วขณะพวกเธอหันไปมองพร้อมกันเป็นตาเดียวก็พบหนุ่มแว่นหน้าตาสะอ้านท่าทางสุภาพเรียบร้อยภายใต้ชุดสูทสีดำ เมื่อเขาเห็นว่าวทานิกาหันมาเขาจึงเริ่มกล่าวต่อไป“ผมเป็นเลขาฯของท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอ.พี. ท่านให้ผมมาเรียนเชิญคุณวทานิกาไปพบครับ”สิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยออกมานั้นทำเอาวทา

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 5 เมื่อรักผลิบานในใจ

    ในช่วงบ่ายของอีกวัน วทานิกาเดินทางมาที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยตามปกติ ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องพักของคุณวรรณา หญิงสาวชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นปฐวีที่อยู่ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวกำลังช่วยพลิกตัวเปลี่ยนท่านอนให้กับคุณวรรณา“สวัสดีค่ะคุณโปรด หวานนึกว่าไม่มีใครอยู่ก็เลยโผล่พรวดพราดเข้ามา” วทานิกายกมือไหว้คน

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 4 เมื่อรักผลิบานในใจ

    คุณเปรม อำนวยกิจไพศาลสามีของท่าน ผู้เป็นบิดาของลูกทั้งสองนั้นมีกิจการโรงพยาบาลเอกชนมากมายหลายสาขา มีความเก่งกาจสามารถในการบริหารงานนำพาองค์กรเจริญก้าวหน้า ทว่าในฐานะพ่อนั้นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่าปฐวีและปรียาดาเติบโตขึ้นมาตามกรอบที่บิดาเป็นผู้กำหนด และด้วยความรักพ่อ เด็กทั้งสองก็ยอมทำตามทุกอย่าง ด้วย

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 3 เมื่อรักผลิบานในใจ

    “อ้าวน้องปลื้ม พี่โปรดยังไม่มาอีกเหรอลูก”คุณศิริกัญญาเอ่ยถามปรียาดาผู้เป็นลูกสาวที่กำลังนั่งทำงานอยู่ภายในห้องทำงานในตำแหน่งรองผู้อำนวยการ Great Care“ยังไม่เห็นเลยค่ะ” ปรียาดาหันไปตอบผู้เป็นมารดา ทว่าเมื่อเห็นอาการตื่นเต้นของท่านก็อดขำไม่ได้ “ปลื้มโทรตามให้ไหมคะ”“ก็ดีเหมือนกันลูก แม่เดินหาให้วุ่

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 2 เมื่อรักผลิบานในใจ

    วทานิกานั้นเป็นเด็กกำพร้าที่ได้รับการช่วยเหลือจากคุณวรรณา โดยแม่ของเธอนำเธอมาฝากคุณวรรณาเลี้ยงตั้งแต่ยังแบเบาะ แต่แล้ววันหนึ่งผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้ากลับทิ้งเธอไปคุณวรรณาพยายามตามหาทุกวิถีทาง ทว่ากลับไร้ร่องรอย เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป ความรักและความผูกพันก็ได้ก่อตัวขึ้น ทำให้ท่านตัดสินใจรับทารกน้อยผ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status