Beranda / โรแมนติก / เมื่อรักผลิบานในใจ / บทที่ 9 เมื่อรักผลิบานในใจ

Share

บทที่ 9 เมื่อรักผลิบานในใจ

last update Tanggal publikasi: 2026-03-29 14:55:21

รถซูเปอร์คาร์คันหรูขับเข้ามาภายในซอยแห่งหนึ่งท่ามกลางความมืด ซึ่งแออัดไปด้วยอาคารหอพักสภาพเก่าซอมซ่อ ปฐวีหันมองสองข้างทางสลับไปมา ก่อนหันกลับไปมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะหลัง

“ถึงแล้วค่ะ ข้างหน้าซ้ายมือ”

สิ้นเสียงหวานล้อทั้งสี่ก็ค่อย ๆ ชะลอก่อนที่จะหยุดอยู่กับที่ ปฐวีรีบลงจากรถมาเปิดประตูให้กับ

วทานิกา ก่อนจะหันไปมองตึกสูงสภาพทรุดโทรม อีกทั้งหน้าประตูทางเข้าก็ไม่มีวี่แววของระบบรักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิดที่ติดเอาไว้ก็ดูท่าทางไม่น่าจะใช้การได้

ปฐวีถอนหายใจยาวออกมา ก่อนหันมาหาคนตัวเล็กด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“พักที่นี่เหรอ”

“ค่ะ”

“แล้วเวลาเลิกงานกลับมายังไง”

“มีรุ่นพี่ที่รู้จักกันมาส่งค่ะ พอดีเป็นทางผ่านบ้านพี่เขาพอดี” คำตอบของเธอทำคิ้วหนาขมวดย่น

“รุ่นพี่...สนิทกันมากเหรอ”

“ค่ะ พี่กิ๊งเป็นรุ่นพี่ที่คณะ แล้วก็เป็นดาว

มหาลัยเหมือนกัน ก็เลยได้ทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยค่ะ”

เมื่อได้ยินคำว่า ดาวมหาลัย คิ้วหนาก็เริ่มคลายปมออกช้า ๆ พร้อมกระตุกยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก

“นี่ก็ดึกมากแล้ว รีบขึ้นไปเถอะ พี่จะรอจนกว่าหวานจะเข้าห้อง ถ้าล็อกประตูเรียบร้อยแล้วก็ไลน์มาบอกด้วย เข้าใจไหม” เสียงนุ่มทุ้มเจือความห่วงใย อีกทั้งนัยน์ตาดำขลับที่ดูอ่อนโยน ทำเอาหญิงสาวหน้าเห่อร้อน พร้อมจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดเพี้ยน

“ค่ะ งั้นหวานขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณมากนะคะที่อุตส่าห์มาส่ง”

วทานิกายกมือไหว้ปฐวี ก่อนหันไปทางรถซูเปอร์คาร์และยกมือไหว้กิตติชัยที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย จากนั้นร่างบางก็เดินขึ้นมาในอาคารหอพัก และรีบเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสาม

เมื่อหญิงสาวเข้ามาถึงห้องพักเรียบร้อย ก็รีบปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนที่เธอจะเดินไปทางระเบียงห้องซึ่งเป็นตำแหน่งด้านหน้าหอพัก พอมองลงไปข้างล่างเธอก็เห็นปฐวียังคงยืนนิ่งอยู่แบบนั้น หญิงสาวจึงรีบส่งข้อความไปบอกว่าเข้าห้องเรียบร้อยแล้ว

ชายหนุ่มยกสมาร์ตโฟนขึ้นมากดเปิดดูข้อความ ก่อนจะเดินกลับขึ้นรถ จากนั้นรถ

ซูเปอร์คาร์คันงามจะค่อย ๆ ขับเคลื่อนห่างออกไปจนลับสายตา

วทานิกาคลี่ยิ้มบางออกมา และเริ่มกังขาในความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นภายในใจ

ตั้งแต่เล็กจนโต เธอมีเพียงคุณวรรณาที่มอบความรักและความห่วงใย นอกจากผู้เป็นยายแล้วก็มีคุณศิริกัญญาและปรียาดาที่มักจะเผื่อแผ่ความห่วงใยนั้นมาให้เธอ

ดวงหน้าสวยฉายแววครุ่นคิด ความรู้สึกที่มีต่อปฐวีนั้นก็คงไม่ต่างกัน หนำซ้ำเธอยังแอบปลื้มชายหนุ่มมาตั้งแต่ไหนแต่ไร จึงไม่แปลกที่เธอจะรู้สึกดีกับเขา

เมื่อหาเหตุผลให้กับความรู้สึกที่มีต่อปฐวีได้ หญิงสาวก็รีบไปอาบน้ำอาบท่า ก่อนจะออกมาทิ้งตัวลงบนฟูกนอนหนานุ่ม และคว้าสมาร์ตโฟนขึ้นมาเข้าเว็บไซต์หางาน

เธอใช้เวลาร่วมสองชั่วโมงกว่าจะได้งานน่าสนใจ และเมื่อมือบางวางโทรศัพท์คู่ใจลงข้างกาย หญิงสาวก็เข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว

ในเช้าวันใหม่ วทานิกาไม่มีเรียนทั้งวัน เธอจึงรีบออกจากห้องพักตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อไปหา

คุณวรรณาที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วย

เมื่อเธอเข้าไปในห้องพักก็ต้องตกใจ เพราะบนเตียงนอนนั้นว่างเปล่า หญิงสาวจึงรีบเดินออกมาที่เคาน์เตอร์พยาบาลด้วยความร้อนใจ ความรู้สึกหวาดกลัวแล่นขึ้นมาจับขั้วหัวใจ เนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกคุณวรรณาอาการยังไม่คงที่ ต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง

แม้ในช่วงครึ่งปีหลังมานี้อาการของท่านเริ่มคงที่ ทว่าคนเป็นหลานก็ยังอดห่วงไม่ได้

“พี่คะ” วทานิกายืนเกาะขอบเคาน์เตอร์พร้อมเอ่ยเรียกพยาบาลสาวหน้าตาตื่น

“อ้าว น้องหวาน ว่าไงจ๊ะ”

“ยายไม่อยู่ที่ห้องค่ะ ยายหายไปไหนคะ หรือว่าอาการแย่ลง ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลเหรอคะ” 

วทานิกาละล่ำละลักถามเสียงสั่นเครือ

“ใจเย็นหนู ยายวรรณไม่ได้เป็นอะไรจ้า 

หมอโปรดพาลงไปนั่งเล่นรับลมในสวนโน่น”

ได้ยินดังนั้น วทานิกาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก หญิงสาวขอโทษขอโพยพี่ ๆ พยาบาลที่ทำให้ตกใจ จากนั้นก็กล่าวขอบคุณ ก่อนจะรีบลงมายังสวนหย่อมขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ด้านหลังศูนย์ดูแลผู้ป่วย

วทานิกาก้าวเข้ามาภายในสวนสีเขียว ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงากระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ใต้

ร่มไม้แต่ละต้นก็จะมีม้านั่งหินอ่อนวางเรียงราย เธอไม่ค่อยได้ลงมาที่นี่เท่าไรนัก เนื่องจากการจะพา

คุณวรรณาลงมานั้นต้องอาศัยเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก ซึ่งเธอก็เกรงใจเกินกว่าจะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือออกไป

ดวงตาคู่สวยไล่มองเหล่าคนไข้และผู้ดูแลที่ลงมานั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ ก่อนจะมาสะดุดที่รถนอนเพียงหนึ่งเดียวภายในสวนแห่งนี้ บนรถนอนนั้นคือร่างผ่ายผอมของยายอันเป็นที่รัก

สองขาเล็กค่อย ๆ ก้าวออกไปด้านหน้า พลางเหม่อมองคุณหมอหนุ่มยืนพูดคุยกับคุณวรรณา ใบหน้าของท่านนั้นสดชื่นแจ่มใส ดวงตาเป็นประกาย

“ยายจ๋า” เสียงหวานที่เอ่ยเรียกผู้เป็นยาย ทำให้คุณวรรณาที่กำลังตั้งใจฟังปฐวีเล่าเรื่องราวที่เขาได้ไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศ ละสายตาจากคุณหมอหนุ่มหันมาทางต้นเสียง เมื่อเห็นว่าเป็นหลานรักก็ค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมา

“หวาน มาแล้วเหรอลูก”

“หวานมาแล้วจ้ายาย” วทานิกาเอ่ยพร้อมเดินเข้าไปก้มลงสวมกอดลำตัวคุณวรรณา ก่อนหอมแก้มเหี่ยวย่นซ้ายทีขวาที

หญิงสาวค่อย ๆ หยัดกายขึ้นยืน จ้องมองคนตัวโตด้วยความรู้สึกขอบคุณ

“ขอบคุณมากนะคะพี่โปรด ที่อุตส่าห์พายายออกมาข้างนอก”

“พี่ว่างพอดี เอาไว้ถ้าพี่มีเวลาจะช่วยพาคุณยายออกมาบ่อย ๆ ดูท่าทางท่านจะชอบ” ปฐวีกล่าวจบก้มลงเอ่ยถามหญิงสูงวัย “คุณยายชอบออกมาข้างนอกใช่ไหมครับ” คนถูกถามนอนมองตาปริบ ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบออกมาด้วยความเกรงใจ

“ชอบค่ะ แต่ไม่ต้องพายายลงมาบ่อยหรอกค่ะ ยายเกรงใจ”

“ไม่ต้องเกรงใจเลยครับ ผมชอบคุยกับคุณยาย ได้พาคุณยายออกมาผมก็ได้พักผ่อนไปในตัว” คุณหมอหนุ่มพยายามสรรหาคำพูดให้คุณวรรณาได้สบายใจ

“ถ้าคุณหมอว่าอย่างนั้น ยายก็ไม่ขัดนะคะ”

เมื่อเห็นผู้เป็นยายมีความสุข วทานิกาก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ อาการของท่านแม้จะไม่สามารถคืนกลับมาได้สมบูรณ์ แต่ก็ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนั่นก็ถือว่าดีมากแล้ว อีกทั้งร่างกายที่ได้รับการกายภาพบำบัดอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง ก็ทำให้คุณวรรณาสามารถเคลื่อนไหวร่างกายท่อนบนได้ดีขึ้นมาก

“วันนี้ไม่มีเรียนเหรอ” ปฐวีหันมาเอ่ยถามหญิงสาว

“ไม่มีค่ะ แต่ตอนบ่ายมีนัด เดี๋ยวเที่ยงก็คงต้องกลับ”

“งั้นก่อนกลับพี่ขอเวลาสักครู่ พี่มีเรื่องจะคุยด้วย”

“ค่ะ”

สิ้นเสียงหวาน คุณหมอหนุ่มก็ก้มลงไปพูดใกล้ ๆ คุณวรรณา

“คุณยายครับ วันนี้เรากลับขึ้นห้องกันก่อนนะ เอาไว้ผมจะพาลงมาใหม่”

หญิงชรายิ้มรับพร้อมพยักหน้าเบา ๆ จากนั้นชายหนุ่มก็หันไปส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ชายที่ยืนรออยู่เข้ามาเข็นรถนอนกลับเข้าอาคาร

วทานิกาใช้เวลาอยู่กับคุณวรรณาพักใหญ่ อ่านนิยายเรื่องโปรดให้ท่านฟังจนกระทั่งท่านหลับ จากนั้นหญิงสาวก็เดินไปยังอาคารสำนักงาน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 32 เมื่อรักผลิบานในใจ(ตอนพิเศษ)

    ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำในค่ำคืนหนึ่ง พร้อมเสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้อง ทว่าก็ยังไม่ดังเท่าเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของวทานิกาที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอดเต็มทีสมาชิกทุกคนในคฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ก่อนวิ่งกรูกันเข้ามายังห้องนอนของปฐวีและวทานิกา“พี่โปรด เกิดอะไรขึ้นลูก”คุณศิริกัญญาเปิดประตูเข้ามาเป็นคนแรก พร้อมใบหน้าตื่นตกใจที่ได้ยินเสียงลูกสะใภ้ร้องดังลั่น ซึ่งท่านก็ไม่คิดว่าวทานิกาจะปวดท้องใกล้คลอด เนื่องจากกำหนดการคลอดของเธอนั้นคือในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า“หวานปวดท้องครับแม่” ปฐวีหันไปกล่าวกับมารดาขณะที่ชายหนุ่มกำลังประคองให้ภรรยาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง จากนั้นเขาก็ใช้กายแกร่งของตนให้เธอได้เอนหลังพิงคุณศิริกัญญาเดินนำคุณเปรมและปรียาดาเข้ามาประชิดขอบเตียง ก่อนที่ท่านเปิดผ้านวมผืนหนาที่คลุมกายของลูกสะใภ้ขึ้นมา และก็พบว่าบนเตียงนั้นเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวใสที่ไหลออกมาจากหว่างขาของว่าที่คุณแม่เมื่อเห็นแบบนั้นท่านจึงรีบหันไปบอกสามีและลูกสาว“ถุงคร่ำแตกแล้ว”สิ้นเสียงของคุณศิริกัญญา สองพ่อลูกก็พยักหน้ารับออกมาพร้อมกัน เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลได้เตรียมรับม

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 31 เมื่อรักผลิบานในใจ

    ร่างบางเปลือยเปล่าภายใต้ผ้านวมผืนหนาบนเตียงขนาดคิงไซต์ เริ่มมีการเคลื่อนไหวรู้สึกตัวขึ้นจากนิทรา เมื่อเผยอเปลือกตาขึ้นมาก็พบกับผู้เป็นสามีกำลังนอนตะแคงจ้องมองมาที่เธอวทานิกาเพิ่งจะได้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของปฐวี และทั้งคู่ก็ได้จัดงานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา“ตื่นนานแล้วเหรอคะ ทำไมไม่ปลุกหวานล่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยความงัวเงีย“อยากมองหน้าเมียตอนหลับ คนอะไรขนาดหลับยังสวย น้ำลายไหลก็ยังสวย”คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นก็ลุกพรวดขึ้นนั่ง พร้อมยกมือบางทั้งคู่ถูสองข้างแก้มด้วยความอับอาย ด้านสามีขี้แกล้งก็ลุกขึ้นมานั่งหัวเราะตัวงอ นั่นจึงทำให้เธอได้รู้ว่าถูกเขาหลอกเข้าให้แล้ววทานิกาจึงแสร้งทำหน้าบึ้งตึง เชิดหน้าไปอีกทาง ทำคนตัวโตรีบโผเข้ากอด“ที่รักครับ พี่ล้อเล่นนะ อย่าโกรธเลย” ชายหนุ่มคลอเคลียใบหน้าหล่อเหลาลงบนแก้มนวล สูดกลิ่นกายสาวหอมกรุ่นยามเช้า และเริ่มซุกไซ้ซอกคอบอบบาง“พี่โปรดจะทำอะไรคะ”“ง้อเมีย”“ไม่เอาแล้ว เมื่อคืนก็ทำไปตั้งหลายรอบ หวานไม่ไหวแล้วนะคะ ตอนนี้หวานหิวมากเลย”เมื่อได้ยินแบบนั้นปฐวีก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยด้วยตาละห้อย ก่อนกัดฟันถอนหายใจออกมา“โอเคงั้นเราอ

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 30 เมื่อรักผลิบานในใจ

    หนึ่งปีต่อมาหลังจากวทานิกาเรียนจบก็มารับช่วงต่อจากปรียาดาช่วยคุณศิริกัญญาดูแลศูนย์ดูแลผู้ป่วย เนื่องจากปรียาดาต้องไปช่วยงานบิดาที่โรงพยาบาล อีกทั้งตอนนี้ปรียาดาก็ยังมีโครงการสร้างมูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ทำให้งานของหล่อนล้นมือจนไม่อาจกลับมาช่วยงานคุณศิริกัญญาได้และในวันนี้ก็เป็นวันสำคัญที่ทุกคนในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลมารวมตัวกัน เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับวทานิกาในงานรับปริญญาระหว่างที่กำลังรอช่างภาพมือดีที่ปฐวีจ้างมาเก็บภาพวันสำคัญของแฟนสาวปรับตั้งกล้องถ่ายรูป ทุกคนก็มายืนล้อมวงพูดคุยกันอย่างครื้นเครง กระทั่งคุณศิริกัญญาสังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวของว่าที่ลูกสะใภ้“หวาน วันนี้หนูหน้าซีด ๆ นะลูก ไม่สบายหรือเปล่า” คุณวรรณาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเอ่ยถามหลานรักด้วยความห่วงใย“นั่นสิ แม่ก็ว่าช่วงนี้หนูดูอ่อนเพลียนะลูก งานหนักไปหรือเปล่า ช่วงนี้ทั้งเตรียมงานแต่ง และยังมาช่วยงานแม่อีก ถ้าไม่ไหวก็พักนะลูก” คุณศิริกัญญาร่ายยาวด้วยความเป็นห่วงว่าที่ลูกสะใภ้“น่าจะเป็นเพราะช่วงนี้งานยุ่งจริง ๆ อย่างที่คุณแม่ว่าค่ะ หลังงานรับปริญญาหวานกะว่าจะพักเหมือนกัน ไม่งั้นคงไม่ไหวแน่ ๆ ค่ะ” วทานิกากล่าวกับคุ

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 29 เมื่อรักผลิบานในใจ

    ณ คฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลหลังจากงานสัมมนาผ่านไป สมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลก็ได้มารวมตัวกันอีกครั้งในรอบหลายปีโดยมีสมาชิกใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา นั่นก็คือ วทานิกา และคุณวรรณาโดยคุณเปรมจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ภายในครอบครัวเพื่อฉลองให้กับการหมั้นหมายของลูกชายคฤหาสน์หรูหราหลังใหญ่ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย หยอกล้อ และหัวเราะกันอย่างมีความสุขในวันนี้สมาชิกทุกคนในครอบครัวตระหนักได้ว่าบาดแผลที่เคยมีในใจและความบาดหมางที่เคยฝังลึกในความรู้สึกของพวกเขาได้มลายหายไปหมดแล้ว พวกเขาเพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ทุกนาทีให้มีคุณค่าหลังจากรับประทานอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญ พยาบาลส่วนตัวของคุณวรรณาที่คุณเปรมจ้างมาดูแลผู้เป็นยายของว่าที่ลูกสะใภ้ก็พาท่านขึ้นไปพักผ่อนบนห้องด้านประมุขของบ้าน ก็มานั่งจิบชากับคุณศิริกัญญาและปรียาดาที่ห้องนั่งเล่น“ปลื้ม เมื่อไหร่จะย้ายกลับมาอยู่กับพ่อซะทีล่ะ พ่อคิดถึงหนูมากนะ” คุณเปรมเอ่ยถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงเศร้า ทำเอาปรียาดาเกิดอาการอึกอักทำตัวไม่ถูก คุณศิริกัญญาจึงรีบเข้าช่วยลูกสาว“ลูกก็ต้องอยู่กับฉันสิคะ” คุณศิริกัญญากล่าวเสียงเข้มจนคุณเปรมหน้าเสีย ทว

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 28 เมื่อรักผลิบานในใจ

    ปาร์ตี้หน้ากากในค่ำคืนนี้ถูกจัดขึ้นในธีม Prince and Princess ซึ่งบรรดาแขกเหรื่อก็ต่างแต่งองค์ทรงเครื่องกันมาอย่างจัดเต็ม วทานิกาเองก็ไม่แพ้กัน เนื่องจากบรรดาพี่ ๆ เพื่อนร่วมงานต่างพร้อมใจกันช่วยกันรังสรรค์รุ่นน้องคนสวยออกมาอย่างงดงามในคาแรกเตอร์ของซินเดอเรลล่าหญิงสาวยืนมองภาพสะท้อนของตนเองในกระจกเงาบานใหญ่ ร่างบางอยู่ในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนเปลือยไหล่ เผยให้เห็นผิวพรรณขาวนวลเนียน กระโปรงยาวฟูฟ่องตามแบบฉบับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ชุดทั้งชุดของเธอถูกประดับด้วยคริสตัลเป็นประกายแวววับ เมื่อต้องแสงไฟยิ่งทำให้เธอโดดเด่นสะดุดตาดวงตาคู่สวยไล่มองลงไปจนถึงเท้าเล็กทั้งสองข้างที่ถูกโอบอุ้มด้วยรองเท้าแก้ว ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองพี่ ๆ ทีมงานของคลินิก“หวานต้องแต่งขนาดนี้เลยเหรอคะพี่จิ๊บ”“ต้องขนาดนี้แหละค่ะ น้องหวานต้องเต้นรำเปิดฟลอร์กับหมอโปรดนะคะ”วทานิกาพยักหน้ารับด้วยความประหม่าที่ต้องแต่งตัวหรูหราขนาดนี้ ซึ่งเธอเองก็เพิ่งรู้จากแฟนหนุ่มว่าต้องเต้นรำเปิดฟลอร์ด้วยกันแม้เธอจะปฏิเสธออกไปเนื่องจากเธอเคยเรียนเต้นรำเพียงแค่สมัยมัธยมปลายเท่านั้น และที่สำคัญเธอก็ได้เอาวิชาคืนครูไปหมดสิ้นแล้ว ขืนออกไปเต้นรำก

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 27 เมื่อรักผลิบานในใจ

    “ในที่สุดก็เสร็จสักที ถึงเหนื่อยแต่ก็สนุกมาก ๆ เลยนะ ว่าไหม”“ฉันเนี่ยหายเหนื่อยเลย ที่เห็นสกินแคร์ของเราขายดีขนาดนี้”“จริงแก เมื่อคืนฉันฝันถึงโบนัสปลายปีเลยนะ”บรรดาทีมงานของกิตติชัยพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันเก็บข้าวของภายในบูท Dr.Kit Clinic ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย และพิธีปิดงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปตั้งแต่ช่วงสายในค่ำคืนนี้ทางโรงพยาบาลเอ.พี.อินเตอร์แนชันนัลก็ได้จัดปาร์ตี้หน้ากากขึ้นมาให้ทุกคนได้มาร่วมสนุกหลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยมาตลอดหลายวันวทานิกาและทีมงานก็ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ในคืนนี้ด้วยพวกสาว ๆ จึงรีบเร่งมือเก็บข้าวของให้เสร็จโดยเร็วเพื่อที่จะได้มีเวลาไปเนรมิตเสื้อผ้าหน้าผมสำหรับเข้าร่วมงานปาร์ตี้หน้ากาก“คุณวทานิกาครับ” เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำวงสนทนาของสาว ๆ หยุดชะงักไปชั่วขณะพวกเธอหันไปมองพร้อมกันเป็นตาเดียวก็พบหนุ่มแว่นหน้าตาสะอ้านท่าทางสุภาพเรียบร้อยภายใต้ชุดสูทสีดำ เมื่อเขาเห็นว่าวทานิกาหันมาเขาจึงเริ่มกล่าวต่อไป“ผมเป็นเลขาฯของท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอ.พี. ท่านให้ผมมาเรียนเชิญคุณวทานิกาไปพบครับ”สิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยออกมานั้นทำเอาวทา

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 1 เมื่อรักผลิบานในใจ

    “หวาน เย็นนี้ไปกินหมูกระทะกัน”ดวงหน้าสวยหันไปมองทางต้นเสียง ก่อนยิ้มเจื่อนออกมา“วันนี้ขอผ่านว่ะแก ฉันต้องไปหายายตอนเย็นก็ต้องไปทำงานต่อ” วทานิกาปฏิเสธออกไปพร้อมด้วยเหตุผลสำคัญนานัปการ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่บรรดาเพื่อน ๆ ของเธอเข้าใจดี เนื่องจากชีวิตของวทานิกาในช่วงปีที่ผ่านมานั้นหนักหนาสาหัสเหลื

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 10 เมื่อรักผลิบานในใจ

    ร่างบางหยุดยืนหน้าบานประตูกระจกของห้องรักษาการผู้อำนวยการ ซึ่งเดิมทีเคยเป็นห้องพักผ่อนของคุณศิริกัญญา ทว่าตอนนี้ลูกชายได้เข้ายึดครองเป็นห้องทำงานเป็นที่เรียบร้อยวทานิกาสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนพ่นลมหายใจออกมายาว ๆ เพื่อควบคุมอาการประหม่าที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อได้อยู่ใกล้ปฐวีมือเล็กยกขึ้นเ

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 3 เมื่อรักผลิบานในใจ

    “อ้าวน้องปลื้ม พี่โปรดยังไม่มาอีกเหรอลูก”คุณศิริกัญญาเอ่ยถามปรียาดาผู้เป็นลูกสาวที่กำลังนั่งทำงานอยู่ภายในห้องทำงานในตำแหน่งรองผู้อำนวยการ Great Care“ยังไม่เห็นเลยค่ะ” ปรียาดาหันไปตอบผู้เป็นมารดา ทว่าเมื่อเห็นอาการตื่นเต้นของท่านก็อดขำไม่ได้ “ปลื้มโทรตามให้ไหมคะ”“ก็ดีเหมือนกันลูก แม่เดินหาให้วุ่

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 2 เมื่อรักผลิบานในใจ

    วทานิกานั้นเป็นเด็กกำพร้าที่ได้รับการช่วยเหลือจากคุณวรรณา โดยแม่ของเธอนำเธอมาฝากคุณวรรณาเลี้ยงตั้งแต่ยังแบเบาะ แต่แล้ววันหนึ่งผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้ากลับทิ้งเธอไปคุณวรรณาพยายามตามหาทุกวิถีทาง ทว่ากลับไร้ร่องรอย เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป ความรักและความผูกพันก็ได้ก่อตัวขึ้น ทำให้ท่านตัดสินใจรับทารกน้อยผ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status