หน้าหลัก / โรแมนติก / เมื่อรักผลิบานในใจ / บทที่ 7 เมื่อรักผลิบานในใจ

แชร์

บทที่ 7 เมื่อรักผลิบานในใจ

ผู้เขียน: อิงวรา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-22 21:00:06

“นี่มึงพากูมาทำอะไรที่นี่วะ” ปฐวีหันไปถามขณะที่เพื่อนรักเลี้ยวรถเข้าจอดภายในลานจอดรถของสถานบันเทิงชื่อดัง

หลังจากที่ปฐวีกลับจากอังกฤษก็ทุ่มเทเวลาให้กับการรับช่วงต่อตำแหน่งผู้อำนวยการ Great Care จนแทบไม่มีเวลาได้ปลีกตัวไปไหน ทำให้

กิตติชัย แพทย์ศัลยกรรมตกแต่งชื่อดัง อีกทั้งยังเป็นเพื่อนรักกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่เรียนอนุบาล ถึงกับทนไม่ไหว บุกไปหาปฐวีถึงที่ศูนย์ Great Careนั่งรอจนกระทั่งได้เวลาเลิกงาน ก็มัดมือชกพาปฐวีออกมาเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอก

ในตอนแรกปฐวีคิดว่ากิตติชัยจะพาไป

ดินเนอร์ที่ร้านอาหารธรรมดาพลางนั่งดื่มเหล้าเคล้าเสียงเพลงดังเช่นที่เคยทำ ทว่ากิตติชัยกลับพาเขาเข้ามาภายในสถานบันเทิงสุดหรู

“กูก็พามึงมาผ่อนคลายไง”

“มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบเที่ยวแบบนี้”

“แต่กูหวังดีนะ กูเป็นห่วงมึงเห็นมึงดู

เครียด ๆ” กิตติชัยเอ่ยพร้อมแสร้งทำหน้าจ๋อย

“เอาดี ๆ หวังดีหรือแค่อยากหาเพื่อนมาเที่ยว” ปฐวีเอ่ยถามอย่างรู้ทัน

“เอาน่ามึง ไหน ๆ ก็มาแล้ว ที่นี่เด็กงานโคตรดี ถ้ามึงเห็นแล้วมึงอาจเปลี่ยนความคิดไปเลยก็ได้”

“เออ ๆ ไปก็ไป ไม่ต้องมาชักแม่น้ำทั้งห้าหรอก รีบแดกรีบกลับ กูให้เวลามึงชั่วโมงเดียว”

กล่าวจบปฐวีก็เปิดประตูก้าวออกจาก

ซูเปอร์คาร์คันหรูของเพื่อนรัก กิตติชัยเห็นแบบนั้นก็ออกอาการกระดี๊กระด๊ารีบลงจากรถ และเดินนำ

ปฐวีเข้าไปข้างในด้วยกัน

บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน ทั้งนักท่องราตรีชายหญิง และบริกรที่เดินกันขวักไขว่ แต่สิ่งที่สะดุดตาใครต่อใครก็คงจะหนีไม่พ้นสาวสวยในชุดเสื้อผ้าน้อยชิ้นที่กำลังนั่งปรนนิบัติเอาใจลูกค้า พวกเธอยอมให้ลูกค้าเหล่านั้นได้ล้วงควักกอดหอมตามอำเภอใจ และหากเป็นที่ถูกใจเธอก็จะได้ทิปเป็นธนบัตรสีเทาปึกใหญ่เอาไว้ในมือ

ผู้จัดการร้านเมื่อเห็นศัลยแพทย์คนดังก้าวเข้ามาด้านใน ก็รีบกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับ และพาลูกค้าหนุ่มขึ้นมานั่งบนโซนวีไอพีชั้นสองที่ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัว

กิตติชัยคว้าแท็บเล็ตที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเปิด กดสั่งอาหารและเครื่องดื่ม ก่อนเปิดเข้าไปในอัลบั้มภาพ ‘ควีน’ และยื่นออกมาตรงหน้าปฐวี

“อะไร?” ปฐวีเอ่ยถามพร้อมเลิกคิ้วสูง

“อ่ะมึงเลือก” ปฐวียื่นหน้าเข้าไปดูภาพสาวงามทั้งหลาย ก่อนจะปัดหน้าจอสี่เหลี่ยมไปทาง

กิตติชัย

“ไม่เอา”

“ตามใจ” กิตติชัยยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนหันไปหาผู้จัดการหนุ่มที่กำลังยืนยิ้มแย้มรอรับใช้ลูกค้าประจำคนสำคัญ

“ผมเอาเหมือนเดิม น้องจ๋ากับน้องจ๋อม”

“ได้เลยครับท่าน ผมล็อกตัวน้องไว้รอแล้ว”

หลังจากผู้จัดการร้านเดินหายออกไป เพียงไม่นานสองสาวหน้าตาสะสวยก็เดินเข้ามา เมื่อเห็นว่ามีลูกค้ารายใหม่ที่หน้าตาไม่คุ้นเคย อีกทั้งยัง

หล่อเหลากว่าลูกค้าอีกคนมากโข พวกเธอก็ทำท่าจะเดินเข้าไปนั่งข้างปฐวีทันที

“เดี๋ยว!” กิตติชัยร้องลั่นพร้อมทำหน้าบอกบุญไม่รับ “ทั้งสองคนมานี่ ไอ้นั่นมันใจพระไม่มักมากในกาม”

“อ้าว/อ้าว” สองสาวร้องออกมาด้วยความผิดหวัง ก่อนจะเดินเข้ามานั่งปรนนิบัติดูแลกิตติชัย

ปฐวีเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายศีรษะด้วยความระอา แทนที่เขาจะได้กินข้าวสบาย ๆ และได้อาบน้ำพักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน กลับต้องมานั่งรอไอ้เพื่อนตัวดีออดอ้อนเด็กสาวเสียอย่างนั้น

ชายหนุ่มล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบสมาร์ตโฟนออกมา กดเปิดเข้าไปใน

แอปพลิเคชันไลน์ อ่านข้อความที่เขาคุยกับวทานิกาเมื่อช่วงสาย

Dr.P : วันนี้เข้ามาที่ศูนย์กี่โมง คุณแม่พี่อยากรอเจอหวานก่อนออกเดินทาง

NamWhan : วันนี้ไม่มีเรียนบ่ายค่ะ หวานกำลังรีบไปค่ะ

สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เขามีโอกาสได้พบเธอทุกวัน จึงทำให้ได้มีเวลาพูดคุยและทำความรู้จักกันมากขึ้น ความน่ารักสดใสของวทานิกากลายเป็นความเพลิดเพลินอย่างหนึ่งของปฐวีไปโดยปริยาย ยิ่งได้เห็นในสิ่งที่เธอทำในแต่ละวันก็ยิ่งรู้สึกทึ่งที่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งสามารถแบกภาระอันหนักอึ้งนี้ไว้เพียงคนเดียวโดยไม่ปริปากบ่น หนำซ้ำยังมีรอยยิ้มสดใสเสมอ ทำให้คนที่อยู่รอบกายพลอยรู้สึกมีความสุขไปด้วย

เมื่อบริกรสาวเดินยกถาดเครื่องดื่มเข้ามาเสิร์ฟ ปฐวีจึงรีบกดปิดหน้าจอสมาร์ตโฟนและยัดมันกลับเข้ากระเป๋ากางเกงดังเดิม

ดวงตาดำขลับมองตามการเคลื่อนไหวของมือเล็กที่ดูบอบบาง กำลังจัดวางแก้วพร้อมขวดเครื่องดื่มลงบนโต๊ะตัวเตี้ยตรงหน้า และมือเล็กนั้นก็พลาดไปปัดโดนป้ายอะคลิลิคล้มลง เธอจึงรีบคว้ามันตั้งขึ้น และกล่าวขอโทษอย่างรวดเร็ว

“ขอประทานโทษค่ะท่าน”

เสียงอ่อนหวานอันคุ้นเคย ทำเอาชายหนุ่มชะงักงัน ปฐวีค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองบริกรสาวช้า ๆ เมื่อดวงตาของทั้งคู่ได้สบประสาน ต่างคนก็ต่างตกใจสุดขีด

“หวาน!/พี่โปรด!”

ปฐวีและวทานิกาอุทานออกมาพร้อมกัน ทำกิตติชัยและสองสาวสะดุ้งพรวด หันมามองเป็นตาเดียว

ปฐวีมองบริกรหน้าคุ้นด้วยความสับสนงุนงง ขณะที่เธอก็ก้มหน้างุด ๆ

“นี่หวานทำงานที่นี่เหรอ พี่ก็นึกว่าเป็นร้านอาหารธรรมดา” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเข้ม ทำคนตัวเล็กตัวสั่นสะท้านเล็กน้อย

“คือ...หวาน...” วทานิกากล่าวเสียงสั่น ใบหน้างดงามทำท่าจะร้องไห้

“เฮ้ย ๆ ไอ้โปรด มึงใจเย็นก่อน เห็นไหมว่าน้องเขาตกใจจนจะร้องไห้อยู่แล้ว” กิตติชัยเห็นท่า

ไม่ดีจึงรีบขัด ซึ่งนั่นก็ทำให้ปฐวีได้สติ

“พี่ขอโทษ พี่แค่เป็นห่วง แล้วนี่คุณแม่กับปลื้มก็ไม่รู้ใช่ไหม” น้ำเสียงอ่อนโยนเจือความห่วงใยทำให้เจ้าของดวงหน้าสวยค่อย ๆ เงยขึ้นก่อนส่ายศีรษะปฏิเสธ

“หวานขอโทษนะคะที่ทำให้เป็นห่วง แต่ว่าหวานจะทำถึงแค่สิ้นเดือนนี้เท่านั้นเองค่ะ และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้ว” คำกล่าวของวทานิกาทำให้

ปฐวีถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“โอเค งั้นเดี๋ยวพี่รอนะ เลิกงานแล้วพี่ไปส่ง”

“ค่ะ งั้นหวานขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”

ปฐวีพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ก่อนจ้องมองคนตัวเล็กเดินออกไปจนลับตา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 32 เมื่อรักผลิบานในใจ(ตอนพิเศษ)

    ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำในค่ำคืนหนึ่ง พร้อมเสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้อง ทว่าก็ยังไม่ดังเท่าเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของวทานิกาที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอดเต็มทีสมาชิกทุกคนในคฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ก่อนวิ่งกรูกันเข้ามายังห้องนอนของปฐวีและวทานิกา“พี่โปรด เกิดอะไรขึ้นลูก”คุณศิริกัญญาเปิดประตูเข้ามาเป็นคนแรก พร้อมใบหน้าตื่นตกใจที่ได้ยินเสียงลูกสะใภ้ร้องดังลั่น ซึ่งท่านก็ไม่คิดว่าวทานิกาจะปวดท้องใกล้คลอด เนื่องจากกำหนดการคลอดของเธอนั้นคือในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า“หวานปวดท้องครับแม่” ปฐวีหันไปกล่าวกับมารดาขณะที่ชายหนุ่มกำลังประคองให้ภรรยาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง จากนั้นเขาก็ใช้กายแกร่งของตนให้เธอได้เอนหลังพิงคุณศิริกัญญาเดินนำคุณเปรมและปรียาดาเข้ามาประชิดขอบเตียง ก่อนที่ท่านเปิดผ้านวมผืนหนาที่คลุมกายของลูกสะใภ้ขึ้นมา และก็พบว่าบนเตียงนั้นเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวใสที่ไหลออกมาจากหว่างขาของว่าที่คุณแม่เมื่อเห็นแบบนั้นท่านจึงรีบหันไปบอกสามีและลูกสาว“ถุงคร่ำแตกแล้ว”สิ้นเสียงของคุณศิริกัญญา สองพ่อลูกก็พยักหน้ารับออกมาพร้อมกัน เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลได้เตรียมรับม

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 31 เมื่อรักผลิบานในใจ

    ร่างบางเปลือยเปล่าภายใต้ผ้านวมผืนหนาบนเตียงขนาดคิงไซต์ เริ่มมีการเคลื่อนไหวรู้สึกตัวขึ้นจากนิทรา เมื่อเผยอเปลือกตาขึ้นมาก็พบกับผู้เป็นสามีกำลังนอนตะแคงจ้องมองมาที่เธอวทานิกาเพิ่งจะได้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของปฐวี และทั้งคู่ก็ได้จัดงานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา“ตื่นนานแล้วเหรอคะ ทำไมไม่ปลุกหวานล่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยความงัวเงีย“อยากมองหน้าเมียตอนหลับ คนอะไรขนาดหลับยังสวย น้ำลายไหลก็ยังสวย”คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นก็ลุกพรวดขึ้นนั่ง พร้อมยกมือบางทั้งคู่ถูสองข้างแก้มด้วยความอับอาย ด้านสามีขี้แกล้งก็ลุกขึ้นมานั่งหัวเราะตัวงอ นั่นจึงทำให้เธอได้รู้ว่าถูกเขาหลอกเข้าให้แล้ววทานิกาจึงแสร้งทำหน้าบึ้งตึง เชิดหน้าไปอีกทาง ทำคนตัวโตรีบโผเข้ากอด“ที่รักครับ พี่ล้อเล่นนะ อย่าโกรธเลย” ชายหนุ่มคลอเคลียใบหน้าหล่อเหลาลงบนแก้มนวล สูดกลิ่นกายสาวหอมกรุ่นยามเช้า และเริ่มซุกไซ้ซอกคอบอบบาง“พี่โปรดจะทำอะไรคะ”“ง้อเมีย”“ไม่เอาแล้ว เมื่อคืนก็ทำไปตั้งหลายรอบ หวานไม่ไหวแล้วนะคะ ตอนนี้หวานหิวมากเลย”เมื่อได้ยินแบบนั้นปฐวีก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยด้วยตาละห้อย ก่อนกัดฟันถอนหายใจออกมา“โอเคงั้นเราอ

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 30 เมื่อรักผลิบานในใจ

    หนึ่งปีต่อมาหลังจากวทานิกาเรียนจบก็มารับช่วงต่อจากปรียาดาช่วยคุณศิริกัญญาดูแลศูนย์ดูแลผู้ป่วย เนื่องจากปรียาดาต้องไปช่วยงานบิดาที่โรงพยาบาล อีกทั้งตอนนี้ปรียาดาก็ยังมีโครงการสร้างมูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ทำให้งานของหล่อนล้นมือจนไม่อาจกลับมาช่วยงานคุณศิริกัญญาได้และในวันนี้ก็เป็นวันสำคัญที่ทุกคนในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลมารวมตัวกัน เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับวทานิกาในงานรับปริญญาระหว่างที่กำลังรอช่างภาพมือดีที่ปฐวีจ้างมาเก็บภาพวันสำคัญของแฟนสาวปรับตั้งกล้องถ่ายรูป ทุกคนก็มายืนล้อมวงพูดคุยกันอย่างครื้นเครง กระทั่งคุณศิริกัญญาสังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวของว่าที่ลูกสะใภ้“หวาน วันนี้หนูหน้าซีด ๆ นะลูก ไม่สบายหรือเปล่า” คุณวรรณาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเอ่ยถามหลานรักด้วยความห่วงใย“นั่นสิ แม่ก็ว่าช่วงนี้หนูดูอ่อนเพลียนะลูก งานหนักไปหรือเปล่า ช่วงนี้ทั้งเตรียมงานแต่ง และยังมาช่วยงานแม่อีก ถ้าไม่ไหวก็พักนะลูก” คุณศิริกัญญาร่ายยาวด้วยความเป็นห่วงว่าที่ลูกสะใภ้“น่าจะเป็นเพราะช่วงนี้งานยุ่งจริง ๆ อย่างที่คุณแม่ว่าค่ะ หลังงานรับปริญญาหวานกะว่าจะพักเหมือนกัน ไม่งั้นคงไม่ไหวแน่ ๆ ค่ะ” วทานิกากล่าวกับคุ

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 29 เมื่อรักผลิบานในใจ

    ณ คฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลหลังจากงานสัมมนาผ่านไป สมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลก็ได้มารวมตัวกันอีกครั้งในรอบหลายปีโดยมีสมาชิกใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา นั่นก็คือ วทานิกา และคุณวรรณาโดยคุณเปรมจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ภายในครอบครัวเพื่อฉลองให้กับการหมั้นหมายของลูกชายคฤหาสน์หรูหราหลังใหญ่ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย หยอกล้อ และหัวเราะกันอย่างมีความสุขในวันนี้สมาชิกทุกคนในครอบครัวตระหนักได้ว่าบาดแผลที่เคยมีในใจและความบาดหมางที่เคยฝังลึกในความรู้สึกของพวกเขาได้มลายหายไปหมดแล้ว พวกเขาเพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ทุกนาทีให้มีคุณค่าหลังจากรับประทานอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญ พยาบาลส่วนตัวของคุณวรรณาที่คุณเปรมจ้างมาดูแลผู้เป็นยายของว่าที่ลูกสะใภ้ก็พาท่านขึ้นไปพักผ่อนบนห้องด้านประมุขของบ้าน ก็มานั่งจิบชากับคุณศิริกัญญาและปรียาดาที่ห้องนั่งเล่น“ปลื้ม เมื่อไหร่จะย้ายกลับมาอยู่กับพ่อซะทีล่ะ พ่อคิดถึงหนูมากนะ” คุณเปรมเอ่ยถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงเศร้า ทำเอาปรียาดาเกิดอาการอึกอักทำตัวไม่ถูก คุณศิริกัญญาจึงรีบเข้าช่วยลูกสาว“ลูกก็ต้องอยู่กับฉันสิคะ” คุณศิริกัญญากล่าวเสียงเข้มจนคุณเปรมหน้าเสีย ทว

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 28 เมื่อรักผลิบานในใจ

    ปาร์ตี้หน้ากากในค่ำคืนนี้ถูกจัดขึ้นในธีม Prince and Princess ซึ่งบรรดาแขกเหรื่อก็ต่างแต่งองค์ทรงเครื่องกันมาอย่างจัดเต็ม วทานิกาเองก็ไม่แพ้กัน เนื่องจากบรรดาพี่ ๆ เพื่อนร่วมงานต่างพร้อมใจกันช่วยกันรังสรรค์รุ่นน้องคนสวยออกมาอย่างงดงามในคาแรกเตอร์ของซินเดอเรลล่าหญิงสาวยืนมองภาพสะท้อนของตนเองในกระจกเงาบานใหญ่ ร่างบางอยู่ในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนเปลือยไหล่ เผยให้เห็นผิวพรรณขาวนวลเนียน กระโปรงยาวฟูฟ่องตามแบบฉบับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ชุดทั้งชุดของเธอถูกประดับด้วยคริสตัลเป็นประกายแวววับ เมื่อต้องแสงไฟยิ่งทำให้เธอโดดเด่นสะดุดตาดวงตาคู่สวยไล่มองลงไปจนถึงเท้าเล็กทั้งสองข้างที่ถูกโอบอุ้มด้วยรองเท้าแก้ว ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองพี่ ๆ ทีมงานของคลินิก“หวานต้องแต่งขนาดนี้เลยเหรอคะพี่จิ๊บ”“ต้องขนาดนี้แหละค่ะ น้องหวานต้องเต้นรำเปิดฟลอร์กับหมอโปรดนะคะ”วทานิกาพยักหน้ารับด้วยความประหม่าที่ต้องแต่งตัวหรูหราขนาดนี้ ซึ่งเธอเองก็เพิ่งรู้จากแฟนหนุ่มว่าต้องเต้นรำเปิดฟลอร์ด้วยกันแม้เธอจะปฏิเสธออกไปเนื่องจากเธอเคยเรียนเต้นรำเพียงแค่สมัยมัธยมปลายเท่านั้น และที่สำคัญเธอก็ได้เอาวิชาคืนครูไปหมดสิ้นแล้ว ขืนออกไปเต้นรำก

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 27 เมื่อรักผลิบานในใจ

    “ในที่สุดก็เสร็จสักที ถึงเหนื่อยแต่ก็สนุกมาก ๆ เลยนะ ว่าไหม”“ฉันเนี่ยหายเหนื่อยเลย ที่เห็นสกินแคร์ของเราขายดีขนาดนี้”“จริงแก เมื่อคืนฉันฝันถึงโบนัสปลายปีเลยนะ”บรรดาทีมงานของกิตติชัยพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันเก็บข้าวของภายในบูท Dr.Kit Clinic ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย และพิธีปิดงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปตั้งแต่ช่วงสายในค่ำคืนนี้ทางโรงพยาบาลเอ.พี.อินเตอร์แนชันนัลก็ได้จัดปาร์ตี้หน้ากากขึ้นมาให้ทุกคนได้มาร่วมสนุกหลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยมาตลอดหลายวันวทานิกาและทีมงานก็ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ในคืนนี้ด้วยพวกสาว ๆ จึงรีบเร่งมือเก็บข้าวของให้เสร็จโดยเร็วเพื่อที่จะได้มีเวลาไปเนรมิตเสื้อผ้าหน้าผมสำหรับเข้าร่วมงานปาร์ตี้หน้ากาก“คุณวทานิกาครับ” เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำวงสนทนาของสาว ๆ หยุดชะงักไปชั่วขณะพวกเธอหันไปมองพร้อมกันเป็นตาเดียวก็พบหนุ่มแว่นหน้าตาสะอ้านท่าทางสุภาพเรียบร้อยภายใต้ชุดสูทสีดำ เมื่อเขาเห็นว่าวทานิกาหันมาเขาจึงเริ่มกล่าวต่อไป“ผมเป็นเลขาฯของท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอ.พี. ท่านให้ผมมาเรียนเชิญคุณวทานิกาไปพบครับ”สิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยออกมานั้นทำเอาวทา

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 10 เมื่อรักผลิบานในใจ

    ร่างบางหยุดยืนหน้าบานประตูกระจกของห้องรักษาการผู้อำนวยการ ซึ่งเดิมทีเคยเป็นห้องพักผ่อนของคุณศิริกัญญา ทว่าตอนนี้ลูกชายได้เข้ายึดครองเป็นห้องทำงานเป็นที่เรียบร้อยวทานิกาสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนพ่นลมหายใจออกมายาว ๆ เพื่อควบคุมอาการประหม่าที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อได้อยู่ใกล้ปฐวีมือเล็กยกขึ้นเ

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 9 เมื่อรักผลิบานในใจ

    รถซูเปอร์คาร์คันหรูขับเข้ามาภายในซอยแห่งหนึ่งท่ามกลางความมืด ซึ่งแออัดไปด้วยอาคารหอพักสภาพเก่าซอมซ่อ ปฐวีหันมองสองข้างทางสลับไปมา ก่อนหันกลับไปมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะหลัง“ถึงแล้วค่ะ ข้างหน้าซ้ายมือ”สิ้นเสียงหวานล้อทั้งสี่ก็ค่อย ๆ ชะลอก่อนที่จะหยุดอยู่กับที่ ปฐวีรีบลงจากรถมาเปิดประตูให้กับวทา

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 8 เมื่อรักผลิบานในใจ

    ปฐวีหันกลับมาก็พบกับสายตาสอดรู้สอดเห็นของเพื่อนรักที่มีสาวสวยสองคนนั่งยิ้มหวานอยู่ภายในอ้อมกอดซ้ายขวา“เล่ามาเลยมึง”“ไม่มีอะไรก็แค่เด็กที่คุณแม่กูเอ็นดูน่ะ น้องเขาลำบากมาก แต่กูไม่คิดว่าเขาจะลำบากถึงขนาดต้องมาทำงานที่นี่” ปฐวีกล่าวจบก็คว้าแก้วของเหลวสีอำพันขึ้นมากระดกดื่มพรวด“แม่มึงเอ็นดูคนเดียวเ

  • เมื่อรักผลิบานในใจ   บทที่ 6 เมื่อรักผลิบานในใจ

    ผ่านไปไม่กี่นาทีก็เกิดเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นที่โต๊ะของเสี่ยใหญ่วัยกลางคน ทำให้บอสหนุ่มต้องรีบลงมาจัดการควบคุมสถานการณ์วทานิกามองไปก็เห็นบอสกำลังยกมือไหว้ขอโทษเสี่ย ก่อนจะหันไปตวาดรุ่นพี่ของเธออย่างหนัก ทำเอารุ่นพี่คนสวยถึงกับน้ำตาคลอเมื่อเหตุการณ์คลี่คลาย ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำงานตามปกติ ทว่าวทา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status