LOGINผ่านไปไม่กี่นาทีก็เกิดเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นที่โต๊ะของเสี่ยใหญ่วัยกลางคน ทำให้บอสหนุ่มต้องรีบลงมาจัดการควบคุมสถานการณ์
วทานิกามองไปก็เห็นบอสกำลังยกมือไหว้
ขอโทษเสี่ย ก่อนจะหันไปตวาดรุ่นพี่ของเธออย่างหนัก ทำเอารุ่นพี่คนสวยถึงกับน้ำตาคลอเมื่อเหตุการณ์คลี่คลาย ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำงานตามปกติ ทว่าวทานิกากลับถูกตามให้ขึ้นไปพบบอสบนห้องทำงาน
ดวงตาคู่สวยมองขึ้นไปยังหน้าต่างชั้นสอง ก่อนถอนหายใจออกมา หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปเธอคงต้องเตรียมตัวหางานใหม่เอาไว้เป็นแน่
วทานิกาค่อย ๆ เดินขึ้นบันไดไปอย่างเชื่องช้า หวังทอดเวลาออกไปให้นาน ด้วยไม่อยากเผชิญหน้ากับผู้เป็นเจ้านาย เพราะบทสนทนาคงหนีไม่พ้นการหว่านล้อมให้เธอรับข้อเสนอของเสี่ยแก่ตัณหากลับ
หญิงสาวหยุดยืนหน้าประตูห้องพลางลอบมองซ้ายขวาด้วยความหวาดระแวงก่อนยกมือขึ้นเคาะประตูให้สัญญาณ จากนั้นเธอจึงค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไป
บอสหนุ่มใหญ่วัยกลางคนกำลังนั่งสีหน้าเครียดขึงอยู่หลังโต๊ะทำงาน พลางจ้องมองวทานิกาด้วยสายตาตำหนิ
เท้าเล็กก้าวเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงาน ประสานมือไว้ด้านหน้า พร้อมก้มหน้าลงมองพื้น
“ทำไมไม่ไปดูแลเสี่ยชัช” สิ้นเสียงกร้าวของบอสหนุ่ม วทานิกาเงยหน้าขึ้นมาเผชิญหน้า
“หวานเป็นบริกรนะคะบอส คนที่มีหน้าที่ดูแลแขกคือพวกควีน” วทานิกาโต้แย้งด้วยแววตาจริงจัง ทำเอาบอสหนุ่มชะงักไป ก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าให้อ่อนลง
“เธอทำให้เสี่ยชัชโกรธมากนะ ทั้งที่เขาเอ็นดูเธอขนาดนี้ ทำไมไม่ลองคิดดูอีกทีล่ะเรื่องข้อเสนอ ในเมื่อเธอกำลังลำบากต้องการใช้เงิน ถ้าเธอยอมให้เสี่ยเลี้ยงดู เธอก็จะสบายมีเงินใช้ไม่ขาด และยังไม่ต้องมาทำงานให้เหนื่อยด้วย” น้ำเสียงอ่อนโยนที่พยายามพูดหว่านล้อม ทว่ามันกลับทำให้วทานิกาอึดอัดแทบทนไม่ไหว จนต้องแสดงออกทางสีหน้า แต่บอสหนุ่มก็ยังคงไม่ละความพยายาม “ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไป เธออาจจะทำให้คนรอบตัวเธอเดือดร้อนก็ได้นะ”
สีหน้าและน้ำเสียงที่ดูเรียบเฉย หากแต่คำกล่าวของบอสหนุ่มนั้น เคลือบแฝงด้วยคำข่มขู่ราวกับต้องการสะท้อนให้เห็นว่าหากยังดื้อแพ่งอีกต่อไปอาจมีภัยอันตรายมาถึงตัวได้
ดวงตาคู่งามฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเอ่ยตอบออกมา
“หวานจะขอทำงานถึงแค่สิ้นเดือนนี้เท่านั้นค่ะบอส”
“อะไรนะ นี่เธอจะบ้าหรือไงวะ” บอสหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็กล่าวเสียงดังออกมาด้วยความหัวเสีย
ที่ผ่านมาไม่เคยมีเด็กสาวคนไหนที่จะไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ ยิ่งเด็กที่มีฐานะยากจน และเป็นเสาหลักของครอบครัวก็มักจะเลือกเดินเส้นทางนี้ แต่นั่นไม่ใช่กับวทานิกา“หวานออกไปน่ะดีแล้วค่ะ บอสกับพี่กิ๊งหรือคนอื่น ๆ จะได้ไม่เดือดร้อนเพราะหวาน ถ้าบอสไม่มีธุระอะไรแล้วหวานขอตัวไปทำงานต่อนะคะ”
วทานิกายกมือไหว้ผู้เป็นนายก่อนจะรีบเดินออกมาจากห้อง เมื่อประตูปิดลงเธอก็ได้ยินเสียงโวยวายด้วยความโกรธเกรี้ยวดังลอดออกมา
หญิงสาวยืนสงบนิ่งอยู่แบบนั้น พลางจ้องมองลงไปยังโต๊ะของเสี่ยชัช เมื่อเห็นสายตาที่
เสี่ยใหญ่มองขึ้นมา เธอก็รู้สึกว่าเธอทำถูกแล้วที่ตัดสินใจลาออกจากที่นี่ หากมัวแต่เสียดายเงินเดือน สักวันเธออาจเพลี่ยงพล้ำวทานิกาคลี่ยิ้มให้กำลังใจตนเอง ก่อนเดินกลับลงไปข้างล่างเพื่อทำงานบริกรของเธอต่อให้เสร็จสิ้น
ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำในค่ำคืนหนึ่ง พร้อมเสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้อง ทว่าก็ยังไม่ดังเท่าเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของวทานิกาที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอดเต็มทีสมาชิกทุกคนในคฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ก่อนวิ่งกรูกันเข้ามายังห้องนอนของปฐวีและวทานิกา“พี่โปรด เกิดอะไรขึ้นลูก”คุณศิริกัญญาเปิดประตูเข้ามาเป็นคนแรก พร้อมใบหน้าตื่นตกใจที่ได้ยินเสียงลูกสะใภ้ร้องดังลั่น ซึ่งท่านก็ไม่คิดว่าวทานิกาจะปวดท้องใกล้คลอด เนื่องจากกำหนดการคลอดของเธอนั้นคือในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า“หวานปวดท้องครับแม่” ปฐวีหันไปกล่าวกับมารดาขณะที่ชายหนุ่มกำลังประคองให้ภรรยาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง จากนั้นเขาก็ใช้กายแกร่งของตนให้เธอได้เอนหลังพิงคุณศิริกัญญาเดินนำคุณเปรมและปรียาดาเข้ามาประชิดขอบเตียง ก่อนที่ท่านเปิดผ้านวมผืนหนาที่คลุมกายของลูกสะใภ้ขึ้นมา และก็พบว่าบนเตียงนั้นเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวใสที่ไหลออกมาจากหว่างขาของว่าที่คุณแม่เมื่อเห็นแบบนั้นท่านจึงรีบหันไปบอกสามีและลูกสาว“ถุงคร่ำแตกแล้ว”สิ้นเสียงของคุณศิริกัญญา สองพ่อลูกก็พยักหน้ารับออกมาพร้อมกัน เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลได้เตรียมรับม
ร่างบางเปลือยเปล่าภายใต้ผ้านวมผืนหนาบนเตียงขนาดคิงไซต์ เริ่มมีการเคลื่อนไหวรู้สึกตัวขึ้นจากนิทรา เมื่อเผยอเปลือกตาขึ้นมาก็พบกับผู้เป็นสามีกำลังนอนตะแคงจ้องมองมาที่เธอวทานิกาเพิ่งจะได้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของปฐวี และทั้งคู่ก็ได้จัดงานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา“ตื่นนานแล้วเหรอคะ ทำไมไม่ปลุกหวานล่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยความงัวเงีย“อยากมองหน้าเมียตอนหลับ คนอะไรขนาดหลับยังสวย น้ำลายไหลก็ยังสวย”คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นก็ลุกพรวดขึ้นนั่ง พร้อมยกมือบางทั้งคู่ถูสองข้างแก้มด้วยความอับอาย ด้านสามีขี้แกล้งก็ลุกขึ้นมานั่งหัวเราะตัวงอ นั่นจึงทำให้เธอได้รู้ว่าถูกเขาหลอกเข้าให้แล้ววทานิกาจึงแสร้งทำหน้าบึ้งตึง เชิดหน้าไปอีกทาง ทำคนตัวโตรีบโผเข้ากอด“ที่รักครับ พี่ล้อเล่นนะ อย่าโกรธเลย” ชายหนุ่มคลอเคลียใบหน้าหล่อเหลาลงบนแก้มนวล สูดกลิ่นกายสาวหอมกรุ่นยามเช้า และเริ่มซุกไซ้ซอกคอบอบบาง“พี่โปรดจะทำอะไรคะ”“ง้อเมีย”“ไม่เอาแล้ว เมื่อคืนก็ทำไปตั้งหลายรอบ หวานไม่ไหวแล้วนะคะ ตอนนี้หวานหิวมากเลย”เมื่อได้ยินแบบนั้นปฐวีก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยด้วยตาละห้อย ก่อนกัดฟันถอนหายใจออกมา“โอเคงั้นเราอ
หนึ่งปีต่อมาหลังจากวทานิกาเรียนจบก็มารับช่วงต่อจากปรียาดาช่วยคุณศิริกัญญาดูแลศูนย์ดูแลผู้ป่วย เนื่องจากปรียาดาต้องไปช่วยงานบิดาที่โรงพยาบาล อีกทั้งตอนนี้ปรียาดาก็ยังมีโครงการสร้างมูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ทำให้งานของหล่อนล้นมือจนไม่อาจกลับมาช่วยงานคุณศิริกัญญาได้และในวันนี้ก็เป็นวันสำคัญที่ทุกคนในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลมารวมตัวกัน เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับวทานิกาในงานรับปริญญาระหว่างที่กำลังรอช่างภาพมือดีที่ปฐวีจ้างมาเก็บภาพวันสำคัญของแฟนสาวปรับตั้งกล้องถ่ายรูป ทุกคนก็มายืนล้อมวงพูดคุยกันอย่างครื้นเครง กระทั่งคุณศิริกัญญาสังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวของว่าที่ลูกสะใภ้“หวาน วันนี้หนูหน้าซีด ๆ นะลูก ไม่สบายหรือเปล่า” คุณวรรณาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเอ่ยถามหลานรักด้วยความห่วงใย“นั่นสิ แม่ก็ว่าช่วงนี้หนูดูอ่อนเพลียนะลูก งานหนักไปหรือเปล่า ช่วงนี้ทั้งเตรียมงานแต่ง และยังมาช่วยงานแม่อีก ถ้าไม่ไหวก็พักนะลูก” คุณศิริกัญญาร่ายยาวด้วยความเป็นห่วงว่าที่ลูกสะใภ้“น่าจะเป็นเพราะช่วงนี้งานยุ่งจริง ๆ อย่างที่คุณแม่ว่าค่ะ หลังงานรับปริญญาหวานกะว่าจะพักเหมือนกัน ไม่งั้นคงไม่ไหวแน่ ๆ ค่ะ” วทานิกากล่าวกับคุ
ณ คฤหาสน์อำนวยกิจไพศาลหลังจากงานสัมมนาผ่านไป สมาชิกในครอบครัวอำนวยกิจไพศาลก็ได้มารวมตัวกันอีกครั้งในรอบหลายปีโดยมีสมาชิกใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา นั่นก็คือ วทานิกา และคุณวรรณาโดยคุณเปรมจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ภายในครอบครัวเพื่อฉลองให้กับการหมั้นหมายของลูกชายคฤหาสน์หรูหราหลังใหญ่ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย หยอกล้อ และหัวเราะกันอย่างมีความสุขในวันนี้สมาชิกทุกคนในครอบครัวตระหนักได้ว่าบาดแผลที่เคยมีในใจและความบาดหมางที่เคยฝังลึกในความรู้สึกของพวกเขาได้มลายหายไปหมดแล้ว พวกเขาเพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ทุกนาทีให้มีคุณค่าหลังจากรับประทานอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญ พยาบาลส่วนตัวของคุณวรรณาที่คุณเปรมจ้างมาดูแลผู้เป็นยายของว่าที่ลูกสะใภ้ก็พาท่านขึ้นไปพักผ่อนบนห้องด้านประมุขของบ้าน ก็มานั่งจิบชากับคุณศิริกัญญาและปรียาดาที่ห้องนั่งเล่น“ปลื้ม เมื่อไหร่จะย้ายกลับมาอยู่กับพ่อซะทีล่ะ พ่อคิดถึงหนูมากนะ” คุณเปรมเอ่ยถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงเศร้า ทำเอาปรียาดาเกิดอาการอึกอักทำตัวไม่ถูก คุณศิริกัญญาจึงรีบเข้าช่วยลูกสาว“ลูกก็ต้องอยู่กับฉันสิคะ” คุณศิริกัญญากล่าวเสียงเข้มจนคุณเปรมหน้าเสีย ทว
ปาร์ตี้หน้ากากในค่ำคืนนี้ถูกจัดขึ้นในธีม Prince and Princess ซึ่งบรรดาแขกเหรื่อก็ต่างแต่งองค์ทรงเครื่องกันมาอย่างจัดเต็ม วทานิกาเองก็ไม่แพ้กัน เนื่องจากบรรดาพี่ ๆ เพื่อนร่วมงานต่างพร้อมใจกันช่วยกันรังสรรค์รุ่นน้องคนสวยออกมาอย่างงดงามในคาแรกเตอร์ของซินเดอเรลล่าหญิงสาวยืนมองภาพสะท้อนของตนเองในกระจกเงาบานใหญ่ ร่างบางอยู่ในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนเปลือยไหล่ เผยให้เห็นผิวพรรณขาวนวลเนียน กระโปรงยาวฟูฟ่องตามแบบฉบับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ชุดทั้งชุดของเธอถูกประดับด้วยคริสตัลเป็นประกายแวววับ เมื่อต้องแสงไฟยิ่งทำให้เธอโดดเด่นสะดุดตาดวงตาคู่สวยไล่มองลงไปจนถึงเท้าเล็กทั้งสองข้างที่ถูกโอบอุ้มด้วยรองเท้าแก้ว ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองพี่ ๆ ทีมงานของคลินิก“หวานต้องแต่งขนาดนี้เลยเหรอคะพี่จิ๊บ”“ต้องขนาดนี้แหละค่ะ น้องหวานต้องเต้นรำเปิดฟลอร์กับหมอโปรดนะคะ”วทานิกาพยักหน้ารับด้วยความประหม่าที่ต้องแต่งตัวหรูหราขนาดนี้ ซึ่งเธอเองก็เพิ่งรู้จากแฟนหนุ่มว่าต้องเต้นรำเปิดฟลอร์ด้วยกันแม้เธอจะปฏิเสธออกไปเนื่องจากเธอเคยเรียนเต้นรำเพียงแค่สมัยมัธยมปลายเท่านั้น และที่สำคัญเธอก็ได้เอาวิชาคืนครูไปหมดสิ้นแล้ว ขืนออกไปเต้นรำก
“ในที่สุดก็เสร็จสักที ถึงเหนื่อยแต่ก็สนุกมาก ๆ เลยนะ ว่าไหม”“ฉันเนี่ยหายเหนื่อยเลย ที่เห็นสกินแคร์ของเราขายดีขนาดนี้”“จริงแก เมื่อคืนฉันฝันถึงโบนัสปลายปีเลยนะ”บรรดาทีมงานของกิตติชัยพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันเก็บข้าวของภายในบูท Dr.Kit Clinic ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย และพิธีปิดงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปตั้งแต่ช่วงสายในค่ำคืนนี้ทางโรงพยาบาลเอ.พี.อินเตอร์แนชันนัลก็ได้จัดปาร์ตี้หน้ากากขึ้นมาให้ทุกคนได้มาร่วมสนุกหลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยมาตลอดหลายวันวทานิกาและทีมงานก็ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ในคืนนี้ด้วยพวกสาว ๆ จึงรีบเร่งมือเก็บข้าวของให้เสร็จโดยเร็วเพื่อที่จะได้มีเวลาไปเนรมิตเสื้อผ้าหน้าผมสำหรับเข้าร่วมงานปาร์ตี้หน้ากาก“คุณวทานิกาครับ” เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำวงสนทนาของสาว ๆ หยุดชะงักไปชั่วขณะพวกเธอหันไปมองพร้อมกันเป็นตาเดียวก็พบหนุ่มแว่นหน้าตาสะอ้านท่าทางสุภาพเรียบร้อยภายใต้ชุดสูทสีดำ เมื่อเขาเห็นว่าวทานิกาหันมาเขาจึงเริ่มกล่าวต่อไป“ผมเป็นเลขาฯของท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอ.พี. ท่านให้ผมมาเรียนเชิญคุณวทานิกาไปพบครับ”สิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยออกมานั้นทำเอาวทา
ร่างบางหยุดยืนหน้าบานประตูกระจกของห้องรักษาการผู้อำนวยการ ซึ่งเดิมทีเคยเป็นห้องพักผ่อนของคุณศิริกัญญา ทว่าตอนนี้ลูกชายได้เข้ายึดครองเป็นห้องทำงานเป็นที่เรียบร้อยวทานิกาสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนพ่นลมหายใจออกมายาว ๆ เพื่อควบคุมอาการประหม่าที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อได้อยู่ใกล้ปฐวีมือเล็กยกขึ้นเ
รถซูเปอร์คาร์คันหรูขับเข้ามาภายในซอยแห่งหนึ่งท่ามกลางความมืด ซึ่งแออัดไปด้วยอาคารหอพักสภาพเก่าซอมซ่อ ปฐวีหันมองสองข้างทางสลับไปมา ก่อนหันกลับไปมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะหลัง“ถึงแล้วค่ะ ข้างหน้าซ้ายมือ”สิ้นเสียงหวานล้อทั้งสี่ก็ค่อย ๆ ชะลอก่อนที่จะหยุดอยู่กับที่ ปฐวีรีบลงจากรถมาเปิดประตูให้กับวทา
ปฐวีหันกลับมาก็พบกับสายตาสอดรู้สอดเห็นของเพื่อนรักที่มีสาวสวยสองคนนั่งยิ้มหวานอยู่ภายในอ้อมกอดซ้ายขวา“เล่ามาเลยมึง”“ไม่มีอะไรก็แค่เด็กที่คุณแม่กูเอ็นดูน่ะ น้องเขาลำบากมาก แต่กูไม่คิดว่าเขาจะลำบากถึงขนาดต้องมาทำงานที่นี่” ปฐวีกล่าวจบก็คว้าแก้วของเหลวสีอำพันขึ้นมากระดกดื่มพรวด“แม่มึงเอ็นดูคนเดียวเ
“นี่มึงพากูมาทำอะไรที่นี่วะ” ปฐวีหันไปถามขณะที่เพื่อนรักเลี้ยวรถเข้าจอดภายในลานจอดรถของสถานบันเทิงชื่อดังหลังจากที่ปฐวีกลับจากอังกฤษก็ทุ่มเทเวลาให้กับการรับช่วงต่อตำแหน่งผู้อำนวยการ Great Care จนแทบไม่มีเวลาได้ปลีกตัวไปไหน ทำให้กิตติชัย แพทย์ศัลยกรรมต







