Share

51ความหวังดีของคุณหนูเหยียน

last update publish date: 2026-11-04 09:22:12

บทที่ห้าสิบเอ็ด

ความหวังดีของคุณหนูเหยียน

หลังจากกิจกรรมยิงธนูบนหลังม้าจบลง บรรยากาศในงานขี่ม้าชมบุ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   51ความหวังดีของคุณหนูเหยียน

    บทที่ห้าสิบเอ็ดความหวังดีของคุณหนูเหยียนหลังจากกิจกรรมยิงธนูบนหลังม้าจบลง บรรยากาศในงานขี่ม้าชมบุปผาเริ่มผ่อนคลายลง บรรดาสตรีและเหล่าบุรุษต่างแยกย้ายกันกลับไปยังตำหนักเปลี่ยนชุดเพื่อถอดอาภรณ์ขี่ม้า แล้วเปลี่ยนกลับเป็นเดิมที่ใส่มาตั้งแต่แรกจางจิ่วเม่ยเองก็เช่นกันเดินตามเส้นทางเลียบแนวไม้ตามนางกำนัลที่ดูแลจนไปถึงตำหนักเปลี่ยนชุด หญิงสาวหรี่ตามองตำหนักไม้หลังเล็กที่ปลูกในมุมลับของสวนหลวง ริมชายป่าเงียบสงัด มีเพียงนางกำนัลอีกหนึ่งคนยืนรอรับอยู่หน้าประตู“มีเพียงข้าคนเดียวที่ใช้งานตำหนักนี้หรือ…” เอ่ยถามขณะกวาดสายตาสำรวจไปรอบ ๆ บริเวณ “เพคะ เนื่องจากในงานสตรีฐานะสมาชิกของราชวงศ์จะถูกจัดตำหนักให้ทรงเปลี่ยนชุดแยกเพคะ งานในวันนี้มีฝ่ายสตรีมีเพียงองค์หญิงหนิงเย่วท่านเดียวที่เข้าร่วมงานเพคะ”“อืม”ตำหนักเปลี่ยนเครื่องแต่งกายที่ถูกจัดไว้อย่างสันโดษก็ช่าง…เหมือนกับดักที่ถูกใครบางคนวางหมากล่อเหยื่อให้นางเข้าไปติดกับดี ๆ เหลือเกินดวงตาคู่งามหรี่ลงเล็กน้อยขณะมองประตูที่เปิดแง้มอยู่ก่อนที่นางจะได้ก้าวขาเข้าไป เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากเบื้องหลัง“องค์หญิงหนิงเย่ว!”จางจิ่วเม่ยหันกลับมาโดยอัตโนมัติ

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   50ในอดีตพวกเราสองพี่น้องรักใคร่

    บทที่ห้าสิบในอดีตพวกเราสองพี่น้องรักใคร่“ข้าคิดถึงพี่หญิงของข้า…พี่จางจิ่วเม่ย อย่างไรเล่าเจ้าคะท่านขันที...” หลินถงหันไปประสานมือคำนับเล็กน้อยต่อหน้าฮองเฮา “หม่อมฉันเคยได้ยินจากอาจารย์ที่สินพวกเราในวัยเยาว์ชมว่าท่านพี่ยิงธนูได้แม่นยำไม่แพ้บุรุษ ทั้งยังขี่ม้าฝึกบ่อยจนชำนาญ เสียดายที่ไม่ค่อยชอบแสดงฝีมือต่อหน้าผู้คนเจ้าค่ะ”นางพูดพร้อมทำสีหน้าเสียดายเล็กน้อย พลางเหลือบตาไปทางพี่สาว ราวกับเป็นเพียงน้องสาวผู้น่ารักที่อยากให้คนได้เห็นความสามารถของพี่หญิงตนเอง“อย่างนั้นเองรึ”“หม่อมฉันภูมิใจในตัวพี่จิ่วเม่ยมากตั้งแต่เล็กที่กล้าพูดขนาดนี้เป็นเพราะอยากให้ทุกท่านได้ชื่นชมฝีมือของพี่หญิงบ้าง เผื่อจะทำให้ท่านทั้งหลายรู้ซึ้งถึง…ความเก่งกาจของสตรีมิได้จำกัดอยู่แค่การเย็บปักถักร้อยเพคะ”ฮองเฮาเลิกพระคิ้ว พลางหันพระพักตร์มองจางจิ่วเม่ยที่นั่งเงียบมาเนิ่นนาน“เช่นนั้น…องค์หญิงหนิงเย่ว เจ้าคิดเช่นไรเล่า”จางจิ่วเม่ยลุกขึ้นอย่างสงบ ก้าวเดินตรงออกมากลางลานอย่างไม่เร่งรีบ ดวงหน้านิ่งเรียบราวกับคลื่นลมบนผิวน้ำยามไร้สายลมพวกเราสองพี่น้องไม่เคยเรียนยิงธนูหรือขี่ม้าในตอนเด็กเสียหน่อย น้องสาวผู้นี้ของจาง

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   49สี่จากห้าเป้า

    บทที่สี่สิบเก้าสี่จากห้าเป้าหลังจากช่วงร่วมดื่มน้ำชากับฮองเฮาสิ้นสุดลง เหล่าสตรีและบุรุษทั้งหลายก็ได้รับคำเชื้อเชิญให้เคลื่อนตัวไปยังลานกว้างด้านหลังศาลาบุปผาสุกสงบ ซึ่งตกแต่งด้วยผืนพรมยาวและพุ่มบุปผาชาติบานสะพรั่ง ลมฤดูใบไม้ผลิพัดแผ่วอวลด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ สองข้างทางส่วนใหญ่มีต้นหลี่ที่ดอกผลิบานตามทางทอดไปยังสนามจัดกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นทหารองครักษ์ยืนเรียงเป็นแถวเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยอยู่สองฟากทางเดิน หากแหงนหน้าขึ้นไปหน่อยจะเห็นเป้าธนูถูกแขวนอยู่ตามกิ่งต้นหลี่ พร้อมรอให้ผู้กล้าทั้งหลายทดสอบฝีมือในกิจกรรมต่อไปเสียงฆ้องดังก้องกังวานไปทั่วลานฝึกอันกว้างใหญ่ของวังหลวง ขันทีน้อยผู้ทำหน้าที่แทนฮองเฮาก้าวขึ้นมายังแท่นประกาศ สีหน้าขึงขังกล่าวเสียงดังฟังชัด“วันนี้คือวันฤกษ์งามยามดี ตามพระดำรัสของฮองเฮาแห่งแคว้นหาน ทรงจัดงานขี่ม้าชมบุปผา เพื่อสร้างความรื่นเริงผ่อนคลายแก่เหล่าคุณชายคุณหนูทั้งหลาย และทรงประสงค์จะทอดพระเนตรความสามารถของบุตรหลานขุนนางอันเป็นเสาหลักของแผ่นดิน”เสียงปรบมือเบา ๆ ดังขึ้นจากผู้คนโดยรอบขันทีผู้นั้นยิ้มเล็กน้อย ก่อนยกมือชี้ไปยังสนามกลางซึ่งตกแต่งด้วยธงผ้าและริ้ว

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   48เจ้าสนิทสนมกับพระโอรสของเรารึ

    บทที่สี่สิบแปดเจ้าสนิทสนมกับพระโอรสของเรารึ“องค์หญิงหนิงเยว่เสด็จ”เสียงขันทีผู้หนึ่งขานก้องพร้อมโค้งตัวถวายคำนับก่อนนำนางเข้าสู่ลานด้านในจัดงานเหล่าสตรีที่ยืนอยู่ด้านข้างต่างลอบมองกันตาไม่กะพริบ บางคนซุบซิบนินทา บางคนดวงตาจ้องจับผิดอย่างเงียบงัน "นี่หรือ…คุณหนูใหญ่แห่งจวนตระกูลจางที่ไปอยู่บ้านนอกเสียหลายปี พอกลับมาก็กลายเป็นองค์หญิงไปเสียแล้วรึ"“ข้าเหมือนได้ยินว่านางได้รับแต่งตั้งให้เป็นองค์หญิงตั้งแต่ยังเด็กไม่ใช่หรือ”“ข้ามิเห็นได้ยินข่าวนั้นเลยแม้แต่น้อย”"อ้าวหรือ ข้าคงจำผิดกระมังแต่เห็นว่าที่นางได้รับพระราชทานตำแหน่งครานี้เพราะถวายผ้าไหมชิงหลัวล้ำค่า…""เพียงเพราะผืนผ้า ถึงกับได้รับพระราชทานนามองค์หญิง…หรือว่ายังมีเหตุอื่นแอบแฝง"เสียงเหล่านั้นลอยมาเป็นระลอกเบา ๆ จางจิ่วเม่ยเพียงแค่นยิ้มมิได้ใส่ใจใด ดวงตาคมทอดมองผ่านสวนดอกไม้ตามฤดูที่เบ่งบานอย่างเต็มที่"คุณหนู…เอ่อ…องค์หญิงเพคะ" อาซิ่นที่เดินเคียงข้างเอ่ยเบา ๆ "พวกเขามองมาทางนี้หมดเลยเพคะ""ให้มองไปเถิด เจ้าไม่ต้องสนใจใคร" หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบ "ตราบใดที่ข้าไม่คิดทำผิด ก็ไม่มีเหตุผลใดต้องหลบสายตา"จางจิ่วเม่ยก้าวเข้าสู่ลาน

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   47ข้าแทบจะควักปิ่นเสียบหัวนาง

    บทที่สี่สิบเจ็ดข้าแทบจะควักปิ่นเสียบหัวนางช่วงสายของวันภายในเรือนบัวขาว อันเป็นเรือนของคุณหนูใหญ่จวนตระกูลจางอาซิ่นเพิ่งต้มน้ำชาเสร็จ ยังไม่ทันจะยกกาน้ำออกจากเตา เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็วิ่งเข้ามาตามทางเดินของสวนด้านข้าง ก่อนจะปรากฏร่างของสาวใช้จากเรือนฮูหยินใหญ่ในชุดผ้าฝ้ายเรียบ ๆ ใบหน้าเรียบตึงแฝงความไม่สบอารมณ์ยามต้องมายังเรือนของคุณหนูใหญ่ซึ่งไม่ถูกกับเจ้านายตนเอง“คุณหนูเจ้าคะ...สาวใช้จากเรือนฮูหยินใหญ่นำของมาเจ้าค่ะ” จางจิ่วเม่ยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ข้างหน้าต่างทำเพียงเอ่ยเสียงเบา “ให้เข้ามา”สาวใช้จากเรือนฮูหยินใหญ่ยกกล่องไม้ลายสลักโบราณมาวางตรงหน้า พร้อมกับพับผ้าห่อผืนหนึ่งที่ห่อหนังสือหลายเล่มเอาหไว้“ฮูหยินให้ข้าน้อยนำหนังสือบัญชีสินเดิมของอดีตฮูหยินที่ล่วงลับมามอบให้เจ้าค่ะ...รวมถึงกุญแจเรือนเก็บเจ้าค่ะ” จางจิ่วเม่ยรับของอย่างเงียบงัน ก่อนจะหันไปสั่ง “อาเหมย ไปหยิบรายการสินเดิมที่มารดาข้าเคยเขียนเอาไว้มาเทียบ และเดินไปตรวจสอบสินทรัพย์ในเรือนเก็บของทั้งหมดก่อนรับเดี๋ยวนี้”“!!”“เจ้าค่ะคุณหนู”อาเหมยรับคำ ก่อนจะเดินไปพร้อมกับสาวใช้ของแม่เลี้ยงที่ดูท่าทางไม่ใคร่เต็มใจนักเว

  • เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกกล่าวหาว่าเป็นนางร้าย   46ฮูหยินใหญ่สำคัญตัวผิดไปหรือไม่

    บทที่สี่สิบหกฮูหยินใหญ่สำคัญตัวผิดไปหรือไม่ถึงเวลาที่จางจิ่วเม่ยต้องกลับมายังจวนตระกูลจางซึ่งเปรียบเสมือนบ้านแต่เพียงในนามของนางเท่านั้น รถม้าคันเล็กเคลื่อนตัวช้า ๆ เข้าจอดหน้าจวนตระกูลจาง เมื่อจางจิ่วเม่ยก้าวลงจากรถม้า สายตาของนางทอดมองไปรอบ ๆ อย่างเฉยเมยหนึ่งในเหตุผลสำคัญคือจางจิ่วเม่ยต้องกลับมาคือนางมีธุระต้องเร่งสะสางก่อนที่เรื่องจะบานปลายนำหายนะมาให้นางในที่สุดเสียงรองเท้ากระทบพื้นศิลาอย่างมั่นคงดังขึ้นจากด้านใน ไม่นานนักร่างสูงของจางเซียวเจ๋อก็ปรากฏตัวขึ้น เขาแต่งกายด้วยชุดขุนนางเรียบร้อย มีบ่าวคนสนิทเดินตามหลังมาสองสามคนดวงตาของบิดาและบุตรสาวสบกันเพียงครู่เดียวเนื่องจากชายชรารีบเบือนสายตาหนีราวกับไม่เห็นบุตรีคนโตหรือไม่ก็คิดว่านางเป็นอากาศธาตุหนึ่งเท่านั้นเขาเดินผ่านนางไปโดยไม่เอ่ยแม้แต่คำทักทายสั้น ๆ ไม่หยุดชะงัก และไม่ชายตามองบุตรีคนนี้อีกเลยจางจิ่วเม่ยยืนนิ่ง นางไม่ได้เรียก ไม่ได้ขยับ ยังคงยืนอยู่ที่เดิมให้บิดาเดินผ่านไปราวรูปปั้นแกะสลักบ่าวผู้หนึ่งที่คอยเปิดประตูให้จางเซียวเจ๋อเห็นเหตุการณ์นั้นเต็มตา แต่ก็ไม่ได้พูดสิ่งใดราวกับคุ้นชินกับภาพเช่นนี้มานานแล้วหญิงสาวหล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status