مشاركة

เจอกัน

مؤلف: Sun Su
last update تاريخ النشر: 2025-09-08 20:22:56

“น้ำค้างเอ้ย มา ๆ ลูกเอาปลาทอดไปให้ต้นไผ่มันหน่อย”

“นี่ ๆ ข้าวด้วยตักข้าวให้น้ำค้างมันด้วยหน่อย”

“แกงจืดน่ะ ตักเลย ๆ”

เสียงป้า ๆ แม่ครัวทั้งหลายร้องเรียกกันหาข้าวหาปลาให้หญิงสาวที่มาช่วยงานศพ เจ้าของร่างบอบบางดูเหมือนเด็กสาวแรกรุ่น มองครั้งแรกคงไม่รู้ว่าเธอนั้นมีลูกแล้วคนหนึ่ง เธอมีชื่อว่า ‘น้ำค้าง’ คนทั่วทั้งหมู่บ้านต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี เพราะเธอได้ฉายาสาวงามอมตะ ตั้งแต่สมัยเรียนจนลูกเข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแล้ว เธอก็ยังครองตำแหน่งนั้นมาตลอด

ใบหน้ารูปไข่บวกกับคิ้วตาจมูกรับกันอย่างดี ผิวพรรณสะอาดสะอ้านแม้จะทำงานหนักทุกวันก็ตาม เธอเป็นคนหน้าตาดีมาตั้งแต่ยังเล็ก ใครเห็นก็รักและเอ็นดู อีกทั้งชีวิตเธอยังแอบน่าสงสาร

“ไม่เป็นไรจ้ะป้า หนูแค่มาช่วยงาน ไม่เป็นไรจริง ๆ จ้ะ”

น้ำค้างโบกมือปฏิเสธเพราะเกรงใจ เธอเพียงมาช่วยงานศพอย่างเต็มใจ ไม่คิดอยากได้อะไรติดไม้ติดมือไปเด็ดขาด เพราะเธอนั้นไม่กล้าจริง ๆ

“เอาไปเถอะลูกเอ้ย ตอนอยู่ข้าวสารถ้วยเดียวก็ไม่ให้ ตอนนี้ไปแล้วเขาไม่หวงแล้วมั้ง” ป้าอีกคนที่ดูท่าจะไม่ชอบครอบครัวเจ้าภาพสักเท่าไหร่ เลยหลุดปากพูดเสียดสีไป ไม่ทันรู้สึกเกรงใจร่างที่นอนอยู่ในโลงทั้งสองร่าง ซึ่งเป็นบุคคลที่สามที่เอ่ยถึงนั่นเอง

“ไม่เป็นไรจริง ๆ จ้ะป้า เก็บไว้ให้แขกในงานเถอะจ้ะ หนูไปรับลูกก่อนนะจ๊ะ”

หญิงสาวรีบลุกขึ้นและขอตัวออกไปจากตรงนั้นทันที เธอรู้ดีว่าหากนั่งอยู่ต่อจะได้ยินคำพูดแบบใดบ้าง เมื่อไม่อยากจะได้ยินก็ต้องรีบเผ่น เธอไม่อยากนึกถึงเรื่องราวในอดีตนั่นแล้ว คนก็ตายไปแล้วถือว่าจบกันเสียเถอะ

“น้ำค้างเอ้ย ป้าล่ะยอมใจเอ็ง”

“...”

น้ำค้างทำเพียงส่งยิ้ม เธอไม่ตอบกลับเลยสักนิด เธอก็เป็นซะแบบนี้ มองโลกในแง่ดีเสมอมา ไม่ว่าโลกจะใจร้ายหรือคนรอบข้างจะทำให้เจ็บช้ำแค่ไหน เธอก็ไม่โกรธเคืองใคร สำนึกในใจว่ามันเป็นสิ่งที่เธอเกิดมาก็สมควรได้รับ

แต่คนอื่นไม่คิดเช่นเธอน่ะสิ ชาวบ้านต่างไม่ชมชอบครอบครัวนี้เท่าไหร่ แต่ที่ต้องมาช่วยงานก็คงเป็นเพราะประเพณีและความเป็นญาติพี่น้องกัน ต่อให้จะไม่ชอบตาสันกับยายแหว๋วที่นอนอยู่ในโลงก็เถอะ

“หนูไปแล้วนะจ๊ะ”

กึก! ยังไม่ทันสาวเท้าไปไหนไกล หญิงสาวถึงกับชะงักเท้าในทันที ดวงตาคู่กลมสั่นระริกราวกับคนกำลังจะร้องไห้ ซ้ำยังเหมือนกำลังหวาดกลัวกับบางสิ่งที่เผชิญหน้า

“พะ พี่กล้ากลับมาแล้วหรือจ๊ะ?”

เธอยังฝืนยิ้มให้คนผู้มาใหม่ เจ้าของร่างสูงโปร่งจมูกโด่งเป็นสัน ปากหยักดูคล้ายเย่อหยิ่ง ใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ขั้นสุด ดูน่ากลัวอยู่หลายส่วน

“ยืนหัวโด่อยู่นี่ยังไม่กลับมั้ง แม่กับพ่อฉันตายจะไม่ให้มางานศพรึไง ไม่เจอกันหลายปียังโง่เหมือนเดิมสินะ”

“บ้านนี้มันเป็นคว_ไรนักหนา พูดจาดี ๆ มันจะชักตายหรือไง”

โชคดีเหลือเกินที่ป้าอีกคนซึ่งไม่ชอบบ้านนี้ไม่เอ่ยเสียงดังมาก แน่นอนว่าไม่เพียงไม่ชอบพ่อกับแม่ แม้แต่ลูกชายคนเดียวของบ้านก็ไม่เป็นที่ชื่นชอบเท่าไหร่นัก ใช่แล้ว... คนที่ยืนขวางน้ำค้างอยู่ตอนนี้คือ‘กล้า’ เขาเป็นลูกชายคนเดียวของบ้านนี้ แต่ถูกส่งไปอยู่กับลุงกับป้าที่ต่างจังหวัดเมื่อห้าปีก่อน เพราะเรื่องราวในครั้งนั้น ทำให้เขาตัดสินใจไปจากบ้านเกิดตั้งแต่จบปวส. อายุเพียงยี่สิบเท่านั้น

และกลับมาเพราะพ่อกับแม่เกิดอุบัติเหตุรถตกคลองเสียชีวิตทั้งคู่ เขาเพิ่งมาถึงได้ไม่นาน บังเอิญมาเจอเข้ากับเธอคนนี้พอดิบพอดี

“อะ เอ่อ... น้ำค้างไปก่อนนะจ๊ะ ไว้ตอนเย็นจะมาช่วยงานอีกรอบ”

แม้จะถูกด่าขนาดนั้นแต่น้ำค้างกลับยังพูดจาดีกับเขาอยู่ หากเป็นคนอื่นล่ะก็ คงถอดรองเท้าแตะฟาดไอ้คนปากไม่ดีนั่นเลือดกลบปากไปแล้ว ไม่รู้ว่าในปากนั้นเลี้ยงหมาไว้กี่ตัวกันแน่

“อือ” ชายหนุ่มตอบกลับโดยไม่ชายตามองเธอเลยสักนิด เธอใจกล้ามองใบหน้าหล่อเหลานั่นเพียงแวบเดียว เท่านี้เป็นพอแล้ว เธอรู้ดีว่าเขานั้นรังเกียจเธอมากแค่ไหน ได้แต่ทำใจและยอมรับ รู้ว่าเขาไม่ชอบก็ไม่เอาตัวเองไปเสนอหน้าอยู่ให้เขาเห็นนาน

เป็นการพบเจอกันในรอบห้าปี ทว่ากลับเย็นชาและห่างเหินได้ขนาดนี้เชียวหรือ เชื่อแล้วว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ จากคนที่รักกันจะเป็นจะตายในวันนั้น มาวันนี้กลับเหมือนคนคิดแค้นกันมาตั้งแต่ชาติก่อน

เพราะเธอหรือ? อือ ก็คงเพราะเธอสินะ...

หญิงสาวร่างบางในชุดเสื้อยืดคอกลมสีขาว เธอสวมผ้าถุงแบบบ้าน ๆ รองเท้าแตะคู่เก่าพาเจ้าของเดินจูงจักรยานไปตามถนนดินทราย ทั้งหลุมทั้งยังมีน้ำขังเพราะเมื่อคืนฝนเพิ่งตกไป ข้างทางรายล้อมไปด้วยป่าข้าวเขียวขจี หน้าฝนมาแล้วฤดูทำนาก็มาถึง

น้ำค้างพยายามข่มใจไม่ให้คิดมาก แต่พอเธอนึกถึงหน้าของใครบางคนก็อดไม่ได้จริง ๆ ไม่รู้ว่าตัวเองเดินเหม่อลอยนานแค่ไหน จนกระทั่งมาถึงหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ก็มีเสียงใสดังขึ้นเรียกสติเธอให้เข้าร่าง

“แม่~~~”

“จะ จ้า เป็นยังไงบ้างเด็กดี”

เด็กชายวัยสี่ขวบวิ่งเข้ากอดเธอด้วยความคิดถึง เด็กชายกอดแน่นทั้งยังเกาะแม่อีกต่างหาก ดีที่ผ้าถุงไม่หลุดจนทำอายผู้คนมากมายที่มารับลูก

“คุณครูพาท่องABCด้วยครับ ไผ่ได้ร้องเพลงด้วยนะแม่”

เจ้าเด็กน้อยตัวดุ๊กดิ๊กที่ส่วนสูงเลยเข่าแม่มานิดเดียว แต่ทว่ากลับพูดจาเจื้อยแจ้วน่ารักน่าชัง ใบหน้าเค้าโครงต่างไม่มีส่วนใดคล้ายเธอเลยสักนิด มีแววหล่อเหลาตั้งแต่เด็กขนาดนี้ คงไม่เหมือนใครนอกจากเขาคนนั้น...

“อย่าบอกนะว่าร้องเสียงเป็นเป็ดเหมือนตอนร้องให้แม่ฟัง”

“โห~ต้นไผ่ร้องเพราะจะตาย คุณครูยังชมเลย”

เด็กน้อยทำหน้ายู่หน่อย ๆ คล้ายกลับไม่ถูกใจในสิ่งที่ได้ยิน เด็กน้อยที่พูดจาเก่งฉะฉานคนนี้ไม่เหมือนเธอเลยสักนิด เธอน่ะพูดไม่ค่อยเก่ง เมื่อก่อนเงียบกว่านี้หลายเท่า แต่พอมีลูกก็เริ่มคุยกับลูกบ่อย สอนการบ้านบ้าง ก็มีกันอยู่สองคนแม่ลูกนี่นา

“จ้า ๆ ลูกแม่เก่งอยู่แล้ว มาลูกมา เดี๋ยวแม่พาแวะไปกราบลาย่าแหว๋วกับปู่สันนะลูก” เธอเอ่ยพลันยิ้มน้อย ๆ ให้ลูกชาย ก่อนที่ต้นไผ่จะปีนขึ้นซ้อนท้ายจักรยานคันเก่า

“ต้นไผ่จะไม่ได้เจอย่าแหว๋วกับปู่สันอีกแล้วใช่ไหมครับแม่”

“อะ เอ่อ... ใช่แล้วจ้ะ จะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   บทส่งท้าย

    “ก็มันเหม็นจริง ๆ นี่ ตั้งแต่เช้าจนค่ำพี่คิดจะอาบน้ำบ้างไหมเนี่ย?”น้ำค้างเริ่มหงุดหงิดจนสีหน้าแสดงออกชัด ปกติเธอมักจะอ่อนโยนและอ่อนหวานกับเขาเสมอ แต่มาช่วงนี้เพียงเห็นหน้าก็หงุดหงิดอารมณ์เสีย ยิ่งพอเขาเข้าใกล้ก็เหม็นจนอ้วกแทบพุ่ง“พี่อาบสามรอบแล้ว” กล้ารีบยกจั๊กกะแร้ดมอย่างร้อนใจ เขาอาบสามรอบแล้วจริง ๆ จะเหม็นได้อย่างไรกัน พอโดนทักแบบนี้ก็เสียทรงเหมือนกัน ยิ่งพอเมียทำหน้าหยี ๆ ราวกับว่าเขาเป็นขยะเปียกก็ยิ่งน่าตกใจ“แม่เป็นอะไรเหรอครับ?” ต้นไผ่ที่เดินมาหาผู้เป็นแม่พร้อมกับเอ่ยปากถามอย่างห่วงใย“แม่แค่เหม็นคนไม่อาบน้ำน่ะ มาแม่หอมไผ่ทีสิจ๊ะ”น้ำค้างยิ้มกว้างให้กับลูกชายตัวน้อยที่ปีนขึ้นมาบนตัวเธอ เธอดึงตัวลูกเข้ามากอดมาหอมจนชื่นใจ เนื้อนุ่ม ๆ ขาว ๆ ของต้นไผ่ช่างน่าขย้ำเสียจริง ต่างจากคนที่ยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่มาก ยิ่งทำปากคว่ำแบบนั้นยิ่งไม่น่าดูเข้าไปใหญ่ ทำเสียสายตาจริง ๆ“ฟอด~~~ ชื่นใจ”“ชื่นใจได้ยังไง! นะ นั่นต้นไผ่ยังไม่อาบน้ำเลยตั้งแต่เมื่อเช้า มอมแมมเป็นลูกหม

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   เหม็นผัว

    หนึ่งเดือนต่อมา…“พ่อจะอยู่กับไผ่กับแม่นานไหม?”“ก็ตลอดไป”“ตลอดไปคืออะไรครับพ่อ?”“ก็คือพ่อจะไม่ไปไหนไงครับ”สองพ่อลูกที่เล่นของเล่นกันจนเหนื่อยส่งเสียงพูดคุยดังเป็นระยะ น้ำค้างที่ทำกับข้าวเย็นอยู่ที่ครัวหลังบ้านได้แต่อมยิ้มกับประโยคพูดคุยในแต่ละวัน ช่วงนี้ทั้งสองคนดูเหมือนจะเข้าขาและพูดคุยกันดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน ต้นไผ่ที่เคยต่อต้านเขาก็หายขาดเป็นที่เรียบร้อย อีกอย่างทั้งสองคนก็มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น เพราะพี่กล้าเป็นคนดูแลลูกในช่วงที่เธอเข้าไปเรียนเสริมสวยในเมือง เขากลับมาทำหน้าที่พ่อของลูกได้ดีเลยทีเดียว“กับข้าวมาเเล้วจ้า” แม่ครัวที่สองหนุ่มเฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่หนาจะเป็นมื้อเย็น ในที่สุดก็ทำกับข้าวเสร็จพร้อมเสิร์ฟกับข้าวที่ยกมาวางบนแคร่วันนี้มีถึงสามอย่าง ทอดปลาตัวใหญ่ ๆ ที่พ่อบอกว่าไปจับมาแต่แท้จริงซื้อจากก้องเพื่อนสนิท เพราะตนนั้นเมาหลับไปก่อน ส่วนอีกอย่างก็เป็นตำแตงกวาและแกงจืดของต้นไผ่เอง มื้อที่สุดแสนจะธรรมดาทว่ากลับอร่อยมาก ตั้งแต่กลับมากินกับข

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   แก๊งข้าวหลาม

    “มาแล้วจ้ะ ๆ” สาวงามที่ถูกกล่าวถึงก่อนหน้าเดินมาพร้อมกับรอยยิ้มแป้น เธอมองเห็นเขากับลูกตั้งแต่ไกล ก่อนหน้าก็เห็นยิ้มแย้มดีแต่พอเข้ามาใกล้ ๆ กลับพบว่าสีหน้าเขาดูอธิบายยากสุด ๆ“พี่กล้าเป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?” เธอสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าจึงเดินเข้ามาใกล้ ๆ เพื่อเอ่ยถาม“พ่อหึงแม่”เขายังไม่ทันเอ่ยสิ่งใดต้นไผ่ในอ้อมแขนก็บอกแม่ก่อนซะแล้ว ทำเอาคนเป็นแม่ยิ้มเขิน ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของเด็กชายตัวน้อยอย่างเอ็นดู“งั้นเหรอ เดี๋ยวต้นไผ่ไปหาคุณครูก่อนนะลูก ลูกต้องลงแข่งวิ่งนะ”เธอลอบมองหน้าพ่อของลูกก็อดขำไม่ได้ เวลานี้หน้าเขาบึ้งตึงมากเลยทีเดียว แต่ก็อุ้มลูกเดินไปส่งให้คุณครูดูแลต่อ หน้าที่เขาต่อจากนี้ก็คงเป็นการพาคุณเมียไปเปลี่ยนชุด และส่งคืนชุดให้ทางร้านกับช่างแต่งหน้า“ไปเปลี่ยนในห้องน้ำไหม? เดี๋ยวพี่รอ”“พี่หึงหนูเหรอจ๊ะ?” น้ำค้างแกล้งถามพลันเกาแขนแกร่งด้วยท่าทีออดอ้อน เวลานี้เธอทำเช่นนี้ได้โดยไม่อายใครเพราะไม่มีคนพลุกพล่านมากนัก“ไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว&r

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   สาวงามในดวงใจ

    “งีบก่อนไหมถ้าถึงในเมืองเดี๋ยวพี่ปลุก” เจ้าของเสียงทุ้มที่กำลังจัดชุดและเครื่องประดับทั้งหลายของเมียสุดที่รักไว้ด้านหลังรถแล้วจึงเอ่ยถาม“ไม่เป็นไรจ้ะพี่” เจ้าของร่างที่นั่งเบาะข้างส่งยิ้มพร้อมกับมองเขาด้วยแววตาหวานเยิ้ม เธอมองเขาอย่างไม่วางตาจนอีกคนเริ่มสงสัย“ทำไมมองพี่แบบนั้นล่ะ?”“หนูดีใจ”“หืม?”“หนูดีใจที่พี่คอยดูแลหนูกับลูกไงจ๊ะ” แววตาที่สื่อออกมาล้วนไม่ผิดเพี้ยนไปจากคำพูด เธอทั้งขอบคุณและดีใจที่มีเขาอยู่ข้างกาย ตั้งแต่ได้กลับมารักกันหนนี้เขาดูแลเธอกับลูกดีมาก ชาตินี้ไม่นึกเสียดายหรือเสียใจจริง ๆ ที่ไม่เคยโกรธเคืองเขาได้ลงเลย“ก็ลูกเมียพี่ทั้งคนนี่ รักขนาดนี้จะไม่ดูแลดีได้ไง” คนตัวโตเอ่ยเสียงน่าฟังพร้อมกับยกมือขึ้นลูบเรือนผมนุ่มอย่างเบามือ คล้ายกับอยากทะนุถนอมคนข้างกายเป็นที่สุดเวลานี้เป็นแวลาตีสี่แล้ว เขาต้องพาสาวสวยลูกหนึ่งข้างกายไปแต่งหน้าเเป็นนางป้ายของหมู่บ้าน ในงานแข่งกีฬาตำบลครั้งนี้ ก็เมียเขาสวยมากนี่นา หากไม่บอกใครจะเชื่อว่ามีลูกมาแล้ว

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   ฮีโร่ตัวโต

    “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!” น้ำค้างดิ้นหนีสุดแรงเกิด เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีถีบชายคลั่งคนนั้นออกห่าง ก่อนจะพยายามควานหาอาวุธใกล้มือที่สุด ความกลัวทำเธอเกือบสติหลุด แต่เพราะตอนนั้นเธอต้องเอาชีวิตรอด นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้!“แม่~~”“ไผ่อย่าออกมาลูก!”ใจคนเป็นแม่หล่นวูบเมื่อเห็นร่างน้อย ๆ ของลูกชายเริ่มพลิกตัวลุกขึ้นเพราะถูกรบกวนการนอน สิ่งที่ทำให้เธอกลัวต่อจากนี้ไม่ใช่การที่ถูกไอ้คลั่งนี้ทำร้าย แต่เธอกลัวมันจะทำลูกเธอด้วย!“แม่! ปล่อยแม่นะ!”ต้นไผ่ไม่ฟังคำทักท้วง เด็กน้อยเปิดมุ้งออกมาเจอเข้ากับภาพชายท่าทางน่ากลัวกำลังลากตัวแม่อยู่ เด็กน้อยทั้งตกใจและเป็นห่วงแม่ ไม่สนสิ่งใดรีบวิ่งเข้าไปดึงแม่มา แต่ทว่าแรงเด็กก็มีน้อยนิด แรงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ หรือจะไปสู้คนกำลังคลั่งยา ใช่! ไอ้บ้านี้เหมือนคนคลั่งยาในข่าวมาก ทั้งหน้าตาก็คุ้นซะเหลือเกิน!“ไอ้เปี๊ยกมึงนี่ตื่นไม่ดูเวลาเลยเว้ย!”ไอ้บ้านี่ไม่สนใจต้นไผ่สักนิดเพียงแต่ตวาดเสียงดัง ส่วนที่มันสนใจก็คือสาวเจ้าคุณแม่ลูกหน

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   ไฟไหม้

    หนึ่งอาทิตย์ต่อมา…“ยังไม่ทันกินเบียร์เลย มึงอย่าลืมเก็บห้าลังนั้นไว้ให้กูนะไอ้กล้า”“โอเค ๆ ”เสียงพูดคุยของคุณพ่อลูกโตแล้วหนึ่งอย่างกล้า กับคุณพ่อป้ายแดงอย่างก้องที่เมียเพิ่งจะคลอดลูกสาวให้เป็นของขวัญ ก้องเพิ่งจะคุยกับกล้าได้ไม่กี่คำก็ต้องเดินไปเอาของต่อ วันนี้เป็นวันผูกข้อมือหนูน้อยสมาชิกใหม่ของบ้าน ชาวบ้านมากมายต่างมารวมตัวกัน กล้าที่นั่งอยู่มุมด้านข้างเขาเห็นหลานแล้วให้ของขวัญหลานเป็นทองเส้นหนึ่ง ตอนนี้ก็นั่งมองเมียตัวเองอุ้มเด็กสาวตัวน้อยอย่างชื่นชม เขาเองก็อดชื่นชมไม่ได้เดี๋ยวพี่เสกเข้าท้องให้อีกคนดีไหมจ๊ะ?“เอามาอีกสักคนไหมล่ะน้ำค้าง ดูท่าต้นไผ่น่าจะชอบนะนั่น”เป็นป้าจันทร์ผู้ใหญ่อีกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเอ่ยหยอกล้อน้ำค้างด้วยความเอ็นดู ป้าจันทร์รู้ว่าตอนนี้กล้าดูแลน้ำค้างกับลูกดีมาก คงไม่ต้องห่วงว่าน้ำค้างจะเหนื่อยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ชาวบ้านที่เห็นน้ำค้างและกล้ามาตั้งแต่ยังเล็กเห็นแล้วก็โล่งใจ แต่บางคนก็ยังหมั่นไส้กล้าไม่เลิกก็ยังมี“น่าจะไม่ไหวหรอกจ้ะป้า” น้ำค้าง

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   แวะเวียน

    หลังจากที่ส่งลูกชายตัวน้อยไปเรียนเสร็จเรียบร้อย น้ำค้างก็จูงจักรยานกลับมาถึงบ้าน เจ้าของร่างบางรีบสวมหมวกสวมเสื้อคลุมเพื่อถางหญ้าออกจากแปลงผักที่ปลูกไว้กินไว้ขาย เธอไม่มีอาชีพเสริมมากมายนอกจากขายผัก เย็บผ้าที่ข้างบ้านแบ่งงานให้ทำเพราะเธอเลี้ยงลูกเอง เธอต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวตั้งแต่่ที่ยายเสียไป

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   แอบมอง

    “ไผ่อยากให้พ่อกลับมาเร็ว ๆ จัง พ่อจะต้องเอาของเล่น เอาขนมเป็นเส้น ๆ ยาว ๆ มาฝากไผ่เหมือนพ่อแกงส้มแน่เลย”“อึก ชะ ใช่จ้ะ”ยิ่งได้รับรู้ถึงความหวังที่วาดฝันของลูกเธอยิ่งอยากจะร้องไห้อยู่รอมร่อ ทว่าตั้งแต่มีต้นไผ่มาเธอก็ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้เห็น ต่อให้จะเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ฝืนทนฝืนอดกลั้น เธอทนเจ็บได้

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   คนละชั้น

    หลายวันผ่านไป...กว่าที่จะจัดการงานศพของผู้เป็นพ่อและแม่จนผ่านพ้นไป เขาเองก็ทำใจมาได้บ้างแล้ว ก่อนหน้าก็บวชหน้าไฟให้พ่อกับแม่ที่เสียชีวิตไป อยู่วัดอีกหลายวันก็พอปล่อยวางและอยู่กับความจริงได้อีกอย่างเขาก็ไม่ได้คลุกคลีอยู่กับผู้เป็นพ่อเป็นแม่ ท่านทั้งสองฝากเขาให้ยายเลี้ยงตั้งแต่เด็ก จนยายเสียตอนที่เ

  • เมื่อใจ(ไม่)อยากหวนรัก   แนะนำเรื่อง/บทนำ

    “พี่กล้า_”“พี่กล้ามีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?”“ผัวไปไหน?”“ไม่มีจ้ะ”“เหอะ”“มันทิ้งไปมีเมียใหม่ หรือเห็นผู้ชายแล้วบอกว่าตัวเองไม่มีผัวล่ะ?”กลับบ้านมาคนว่าง ๆ แบบเขาก็ควรจะทำอะไรที่มันมีประโยชน์สักหน่อยสิ อย่างเช่นการไปแอบมองอดีตแบบเธอ ขับรถวนรอบหมู่บ้านอย่างกับรถเติมน้ำเปล่าไม่ใช่น้ำมัน แล้วถามคำถาม

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status