LOGINอุตส่าต์หนีไปดามใจที่กรุงเทพตั้งห้าปี กลับมาเจอเธอที่เป็นอดีตและไอ้ที่เกาะขาหนึบนั่นก็คงจะลูกของผัวใหม่ล่ะสิท่า เหอะ! หน้าไม่เห็นเหมือนพ่อเลยสักนิด “ถ้าได้ฉันเป็นพ่อนะไอ้หนู สาวกรี๊ดแกจนตดแตกแน่”“พี่กล้า_” “พี่กล้ามีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?” “ผัวไปไหน?” “ไม่มีจ้ะ” “เหอะ” “มันทิ้งไปมีเมียใหม่ หรือเห็นผู้ชายแล้วบอกว่าตัวเองไม่มีผัวล่ะ?” กลับบ้านมาคนว่าง ๆ แบบเขาก็ควรจะทำอะไรที่มันมีประโยชน์สักหน่อยสิ อย่างเช่นการไปแอบมองอดีตแบบเธอ ขับรถวนรอบหมู่บ้านอย่างกับรถเติมน้ำเปล่าไม่ใช่น้ำมัน แล้วถามคำถามกวนส้นตี_แบบนี้ เขาสะใจมากที่ได้เยาะเย้ยคนแบบเธอ ผู้หญิงใจร้ายที่ทำเขากินไม่อิ่มหลับไม่เต็มตามาห้าปีเต็ม แต่ไม่รู้ว่าทำไมเวลาเจอหน้ากันเขาต้องใจอ่อน แพ้ให้กับความใสซื่อไร้เดียงสาของเธอตลอด แถมเจ้าเด็กน้อยหน้าหล่อลูกชายที่เกาะเธอหนึบด้วยอีกคน เขาทั้งเเกลียด ทั้งสงสาร จนกระทั่งวันที่เขาต้องมารู้ความจริงบางอย่าง… “แล้ว…แล้วถ้าเป็นลูกกูจริงทำไมน้ำค้างถึงไม่บอกกูวะ”
View More“อื้อ ~”
ฉันใช้ฝ่ามือเล็กดันใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าออกห่างเพื่อสูดอากาศหายใจเข้า หลังจากที่เขาเพิ่งจะจูบสูบวิญญาณไปเกือบห้านาที
“หอเธอ... ไปทางไหน”
“ซอย XX หลังมหาวิทยาลัย”
ไม่ต้องถามว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น มันเป็นความสมัครใจของฉันเองที่จะมีความสัมพันธ์ในคืนนี้
ถามว่าเมาไหม... ตอบได้ว่าเมา
แล้วถ้าถามว่าทำไมต้องเมา
ก็เพราะไอ้คนเฮงซวยคนหนึ่งมันทำฉันเจ็บจนต้องพึ่งพาความเมาอย่างไรล่ะ
ผู้ชายที่คบกันมาห้าปีกว่า มันหักหลังฉันไปมีคนใหม่ ที่จริงเรื่องนี้มันก็ผ่านมาเกือบครึ่งปีแล้ว แต่วันนี้ฉันเพิ่งรับรู้ว่า 'พี่ดรีม' แฟนเก่าคนนั้นของฉันกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่คบกันได้เพียงหกเดือนหรืออาจมากกว่านั้นตอนที่แอบกินกันลับหลังฉัน
“จอดรถหน้าหอได้ใช่ไหม” เสียงทุ้มของคนขับพูดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เรามาถึงหน้าหอ
“ได้ ถ้าแป๊บเดียว”
“นี่เธอกำลังดูถูกฉันอยู่หรือเปล่า” เขาคนนั้นยิ้มออกมาท่าทางกวน ๆ “มันก็ไม่แป๊บเดียวนะ”
“เปล่า หมายถึงถ้าไม่จอดจนถึงเช้าให้เจ้าของหอตื่นมาด่าก่อน” ฉันรีบอธิบายก่อนจะกระชับกระเป๋าไว้ในอ้อมแขนเตรียมลงจากรถ
เขาคือคนที่เพิ่งจะเจอกันในร้านเหล้า เรานั่งคุยกันอยู่นาน ดื่มด้วยอีกสองสามแก้วเพราะเขาก็มาเที่ยวคนเดียว แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันตกลงมากับเขาแบบนี้
ฉันกำลังประชดใครอยู่หรือ
ก็ไม่...
แต่ในเมื่อทำตัวดีแล้วมันไม่ได้ดี ฉันจะดีไปทำไม จะเก็บความซิงไว้ให้ผู้ชายที่เรารักหรือ
...สุดท้ายผู้ชายก็เลือกผู้หญิงที่ง่ายกับเขาอยู่ดี
“พกถุงไหม” ฉันเอ่ยปากถามทันทีที่เราเข้ามาถึงในห้อง พอหันไปมองก็เห็นเขายืนยิ้มมุมปากอยู่
“ฉันไม่ได้ชอบเสี่ยง”
“อืม วันไนต์นะ” คำพูดที่ฉันเหมือนท่องมาค่อย ๆ ปล่อยทีละคำ
“เธอนี่ตลกดีว่ะ” เขาหัวเราะออกมาเหมือนชอบใจ “เดาไม่ออกเลยว่าทำบ่อย หรือไม่เคยทำมาก่อน”
“ไม่เคยทำ” ฉันตอบเบา ๆ แล้วเดินเข้าห้องน้ำเพราะอั้นมาตั้งแต่อยู่บนรถ
พอเดินออกมาก็เห็นหมอนั่นนั่งเล่นมือถืออยู่ตรงปลายเตียง
แล้วฉันต้องทำอย่างไรต่อ เริ่มก่อนหรืออย่างไรดี เขาก็ไม่ทำอะไรเสียที
“เดินไปเดินมาทำไม” พอเห็นฉันทำตัวไม่ถูกเขาก็เงยหน้าขึ้นจากมือถือ ก่อนจะดึงรั้งข้อมือฉันเข้าไปหาและกระชากลงเตียงจนชุดเดรสสั้นของฉันร่นขึ้นมากองอยู่ตรงขาอ่อนจนเกือบเห็นชั้นใน
หรือเขาอาจจะเห็นแล้วเพราะอยู่มุมนั้น
“ฉันไม่เคย ห้ามรุนแรง”
“ฮะ !” มันน่าตกใจตรงไหน “อำเล่นเหรอ ดูยังไงก็ไม่ใช่”
ก็เหมือนที่เขาว่านั่นละ ฉันเป็นคนที่ชอบแต่งตัวแต่งหน้า ดูแรง ๆ แต่ฉันไม่ใช่คนแรงอะไร คนอื่นมองก็คงคิดว่าฉันผ่านอะไรมาเยอะแล้ว
แต่เปล่า... ฉันไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน
เพราะคิดว่าจะเก็บครั้งแรกไว้ให้คนที่ฉันรักและจะแต่งงานด้วย นั่นคือพี่ดรีม แฟนเก่าที่แสนดีของฉัน
แต่ตอนนี้เขาไปแต่งกับคนอื่นเสียแล้ว
“ไม่ได้อำ”
“เหรอ งั้นก็ขอพิสูจน์หน่อย” เขามองสบตากับฉันแล้วยิ้มมุมปากแบบที่ชอบทำ ดูก็รู้ว่านิสัยเจ้าชู้แน่ ๆ สายตาของเขามันบอกอย่างนั้น
ต้องสวมถุงยางสองชั้นไหมนะเพื่อความปลอดภัย
“อื้อ ~” พอพูดจบเขาก็เริ่มพิสูจน์ทันทีอย่างที่ว่าไว้ บดจูบฉันอย่างคนชำนาญ เรื่องจูบฉันพอไหวแต่ถ้ามากกว่านั้นยอมรับว่าไม่เคย
ตอนนี้มือของเขาเริ่มสำรวจไปทั่วร่างกายแล้ว ใช้เวลาเพียงไม่นานชุดเดรสสายเดี่ยวของฉันก็ลงไปกองกับพื้น ต่อด้วยบราและแพนตี้ตัวบางที่หล่นร่วงตามไปด้วย
“...” เขาทำหน้านิ่งแต่สายตาสำรวจไปทั่วจนฉันต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีแล้วปกปิดบางส่วนไว้ด้วยมือเล็ก ๆ อีกฝ่ายก็จัดการกับเสื้อผ้าของตนเองจนกระทั่งเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้า
“...” ฉันปรายตามองท่อนล่างของเขาเล็กน้อยแล้วต้องกลืนน้ำลายลงคอ ถึงจะไม่เคยทำมาก่อนแต่ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าขนาดของมันไม่ได้เล็กน้อยเลย
“เธอกลัวเหรอ” เขาหัวเราะแล้วขยับตัวลงมาใกล้ ดันเรียวขาฉันขึ้นมาจนชันแล้วอ้ากว้าง
“เปล่า” ฉันพยายามตอบด้วยน้ำเสียงปกติ
เขายิ้มแล้วฝังจมูกลงที่แก้มของฉันก่อนจะเลื่อนลงไปที่ซอกคอ ดูดเม้มเบา ๆ แล้วขยับไปที่เนินอก ฝ่ามือหนานวดคลึงอกสองเต้า ริมฝีปากของเขาก็เข้าครอบครองติ่งเนื้อสีหวานที่แข็งชันขึ้นมา
“อ๊ะ อื้อ ~” มันเจ็บแต่ก็รู้สึกดีอยู่ไม่น้อย
เขาทำอย่างกับเด็กที่กำลังหิวกระหายอยู่อย่างไรอย่างนั้น ใช้ลิ้นตวัดเลียสลับไปมาสองข้างและกลับมาดูดดึงอีกรอบ
“ครางเลย ไม่ต้องอาย” คนตรงหน้าบอกแล้วเลื่อนมือขึ้นมายังใบหน้าของฉันข้างหนึ่ง อีกข้างเลื่อนต่ำลงไปด้านล่าง
เขาสอดนิ้วกลางเข้ามาในปากของฉันแล้วกระซิบบอกให้ดูดมัน ก่อนที่นิ้วมือด้านล่างจะลากผ่านกลางรอยแยกของกลีบเกสรที่ชื้นแฉะ
“จุดติดง่ายด้วย” เขาพูดแล้วยิ้มมุมปากแบบเดิม ใช้นิ้วบดขยี้เนื้อนูนด้านล่างแล้วจึงค่อย ๆ แทรกเข้ามาในช่องทางคับแคบ
“อื้อ ~” ความรู้สึกเจ็บในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความเสียวอยู่ภายในจนต้องหนีบขาเอาไว้แน่น แต่ก็ถูกเขาดันออกกว้างอีกรอบ
“โอเค ก็ถือว่าไม่ได้โกหก” คำพูดและสีหน้าพึงพอใจนั่นคงหมายถึงที่ฉันบอกเขาไปว่าไม่เคยทำ
แล้วเขาก็เริ่มชักนิ้วเข้าออกอยู่กับช่องทางรักคับแคบของฉัน สร้างความรู้สึกที่ฉันไม่เคยได้รู้จักอยู่นานหลายนาที
ฉันดูดนิ้วที่เขาสอดเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว สลับกับร้องครางออกมาเพราะเขาเร่งจังหวะด้านล่างขึ้นเรื่อย ๆ แล้วอยู่ ๆ ก็ดึงนิ้วออกอย่างน่าเสียดาย
ไอ้บ้าเอ๊ย !
“หน้าเธอเหมือนเสียดาย” เขาหยอกล้อแต่ก็เปลี่ยนความเสียดายของฉันเป็นความรู้สึกอื่นแทนที่เมื่อปลายเนื้อนุ่มบางอย่างแตะลงมาที่ช่องทางเปียกชื้นนั้น
“อ๊ะ ! เจ็บ”
“ทนไว้ จะใส่เข้าไปทีเดียว” พูดมาฟังเหมือนง่ายนะ ก็ลองดูแล้วกัน
“...” ฉันพยักหน้าตอบรับ เขาก็เอาส่วนนั้นถูไถขึ้นลงก่อนจะจ่อและกดเข้ามาทีเดียวอย่างที่บอก จนฉันร้องลั่นออกมาทันที “จะ... เจ็บ !!”
มันเข้ามาได้ก็จริงแต่รู้สึกราวกับร่างกายถูกฉีกเป็นเสี่ยง ๆ เลย เจ็บจนเหมือนมีคนเอามีดมากรีดตรงนั้น
“ซี้ด เข้าแล้ว แน่นฉิบ” เขานิ่วหน้าเหมือนตนเองก็เจ็บอยู่เหมือนกันแต่คงไม่เท่าฉันแน่ ๆ
พอเข้ามาได้เขาก็เริ่มขยับ ร่างกายของฉันก็เริ่มขยายตัวให้สิ่งแปลกปลอมนั่นเข้ามาได้ง่ายขึ้น เขาก้มมองดูส่วนนั้นของเราสองคนก่อนจะเงยหน้ามองฉันแล้วโน้มตัวลงมาใกล้
“เลือดเธอออก” ถึงจะบอกแบบนั้นแต่เขาก็ไม่ได้คิดสงสาร เอวสอบยังคงเคลื่อนที่ให้ตัวตนของเขาได้เข้าออกในกายของฉัน
“อื้อ เจ็บ... เบา ๆ ได้ไหม”
เขาผ่อนแรงลงตามคำขอแต่ไม่นานนักก็เริ่มหนักหน่วงอีกรอบ
“ถ้าติดใจจะทำไง” คำพูดหยอกล้อของเขาทำเอาฉันหน้าร้อนผ่าว “แลกไลน์กันไหม”
ไม่รู้ว่าที่พูดนั่นหมายถึงฉันหรือเขาที่จะติดใจ แล้วที่บอกว่าให้แลกไลน์เพราะจะได้กลับมาสนุกกันอีกงั้นหรือ
ฉันพูดชัดแล้วนี่ว่าวันไนต์...
จากจังหวะเนิบนานเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนรุนแรงขึ้นสลับกันไปมา ยอมรับว่าชอบทุกอย่างที่เขาทำให้ มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ฉันร้องครางไม่เป็นภาษาทั่วห้องที่ถูกเปลี่ยนเป็นสนามรักชั่วคราวในตอนนี้ เขาเองก็เปล่งเสียงครางพอใจออกมาเหมือนกัน
“ใกล้ยัง” เขาบอกแล้วเร่งจังหวะขึ้นเรื่อย ๆ
“อะ... อะไร”
“ใกล้ถึงยัง จะได้แตกพร้อมกัน” เขาพูดเสียงพร่า เอวสอบก็อัดกระแทกเต็มแรง
“มะ... ไม่รู้ อื้อ ๆ” ไม่รู้ว่า 'ถึง' ของเขามันรู้สึกอย่างไร แต่ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกเคว้งคว้างในท้องน้อยและเหมือนกำลังปวดฉี่อยู่เลย “คงใกล้ ละ... แล้วมั้ง”
เสียงของฉันสั่นไปตามแรงกระแทกของเขา ร่างกายก็โยกคลอนตามไปด้วย
“อืม”
เขาตอบแค่นั้นก่อนจะเน้นจังหวะหนักหน่วงลงมาใส่ฉันจนในที่สุดฉันก็ถึงอย่างที่เขาบอกและเขาเองก็เกร็งกระตุกไปพร้อมกับฉันเช่นกัน
“ก็มันเหม็นจริง ๆ นี่ ตั้งแต่เช้าจนค่ำพี่คิดจะอาบน้ำบ้างไหมเนี่ย?”น้ำค้างเริ่มหงุดหงิดจนสีหน้าแสดงออกชัด ปกติเธอมักจะอ่อนโยนและอ่อนหวานกับเขาเสมอ แต่มาช่วงนี้เพียงเห็นหน้าก็หงุดหงิดอารมณ์เสีย ยิ่งพอเขาเข้าใกล้ก็เหม็นจนอ้วกแทบพุ่ง“พี่อาบสามรอบแล้ว” กล้ารีบยกจั๊กกะแร้ดมอย่างร้อนใจ เขาอาบสามรอบแล้วจริง ๆ จะเหม็นได้อย่างไรกัน พอโดนทักแบบนี้ก็เสียทรงเหมือนกัน ยิ่งพอเมียทำหน้าหยี ๆ ราวกับว่าเขาเป็นขยะเปียกก็ยิ่งน่าตกใจ“แม่เป็นอะไรเหรอครับ?” ต้นไผ่ที่เดินมาหาผู้เป็นแม่พร้อมกับเอ่ยปากถามอย่างห่วงใย“แม่แค่เหม็นคนไม่อาบน้ำน่ะ มาแม่หอมไผ่ทีสิจ๊ะ”น้ำค้างยิ้มกว้างให้กับลูกชายตัวน้อยที่ปีนขึ้นมาบนตัวเธอ เธอดึงตัวลูกเข้ามากอดมาหอมจนชื่นใจ เนื้อนุ่ม ๆ ขาว ๆ ของต้นไผ่ช่างน่าขย้ำเสียจริง ต่างจากคนที่ยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่มาก ยิ่งทำปากคว่ำแบบนั้นยิ่งไม่น่าดูเข้าไปใหญ่ ทำเสียสายตาจริง ๆ“ฟอด~~~ ชื่นใจ”“ชื่นใจได้ยังไง! นะ นั่นต้นไผ่ยังไม่อาบน้ำเลยตั้งแต่เมื่อเช้า มอมแมมเป็นลูกหม
หนึ่งเดือนต่อมา…“พ่อจะอยู่กับไผ่กับแม่นานไหม?”“ก็ตลอดไป”“ตลอดไปคืออะไรครับพ่อ?”“ก็คือพ่อจะไม่ไปไหนไงครับ”สองพ่อลูกที่เล่นของเล่นกันจนเหนื่อยส่งเสียงพูดคุยดังเป็นระยะ น้ำค้างที่ทำกับข้าวเย็นอยู่ที่ครัวหลังบ้านได้แต่อมยิ้มกับประโยคพูดคุยในแต่ละวัน ช่วงนี้ทั้งสองคนดูเหมือนจะเข้าขาและพูดคุยกันดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน ต้นไผ่ที่เคยต่อต้านเขาก็หายขาดเป็นที่เรียบร้อย อีกอย่างทั้งสองคนก็มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น เพราะพี่กล้าเป็นคนดูแลลูกในช่วงที่เธอเข้าไปเรียนเสริมสวยในเมือง เขากลับมาทำหน้าที่พ่อของลูกได้ดีเลยทีเดียว“กับข้าวมาเเล้วจ้า” แม่ครัวที่สองหนุ่มเฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่หนาจะเป็นมื้อเย็น ในที่สุดก็ทำกับข้าวเสร็จพร้อมเสิร์ฟกับข้าวที่ยกมาวางบนแคร่วันนี้มีถึงสามอย่าง ทอดปลาตัวใหญ่ ๆ ที่พ่อบอกว่าไปจับมาแต่แท้จริงซื้อจากก้องเพื่อนสนิท เพราะตนนั้นเมาหลับไปก่อน ส่วนอีกอย่างก็เป็นตำแตงกวาและแกงจืดของต้นไผ่เอง มื้อที่สุดแสนจะธรรมดาทว่ากลับอร่อยมาก ตั้งแต่กลับมากินกับข
“มาแล้วจ้ะ ๆ” สาวงามที่ถูกกล่าวถึงก่อนหน้าเดินมาพร้อมกับรอยยิ้มแป้น เธอมองเห็นเขากับลูกตั้งแต่ไกล ก่อนหน้าก็เห็นยิ้มแย้มดีแต่พอเข้ามาใกล้ ๆ กลับพบว่าสีหน้าเขาดูอธิบายยากสุด ๆ“พี่กล้าเป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?” เธอสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าจึงเดินเข้ามาใกล้ ๆ เพื่อเอ่ยถาม“พ่อหึงแม่”เขายังไม่ทันเอ่ยสิ่งใดต้นไผ่ในอ้อมแขนก็บอกแม่ก่อนซะแล้ว ทำเอาคนเป็นแม่ยิ้มเขิน ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของเด็กชายตัวน้อยอย่างเอ็นดู“งั้นเหรอ เดี๋ยวต้นไผ่ไปหาคุณครูก่อนนะลูก ลูกต้องลงแข่งวิ่งนะ”เธอลอบมองหน้าพ่อของลูกก็อดขำไม่ได้ เวลานี้หน้าเขาบึ้งตึงมากเลยทีเดียว แต่ก็อุ้มลูกเดินไปส่งให้คุณครูดูแลต่อ หน้าที่เขาต่อจากนี้ก็คงเป็นการพาคุณเมียไปเปลี่ยนชุด และส่งคืนชุดให้ทางร้านกับช่างแต่งหน้า“ไปเปลี่ยนในห้องน้ำไหม? เดี๋ยวพี่รอ”“พี่หึงหนูเหรอจ๊ะ?” น้ำค้างแกล้งถามพลันเกาแขนแกร่งด้วยท่าทีออดอ้อน เวลานี้เธอทำเช่นนี้ได้โดยไม่อายใครเพราะไม่มีคนพลุกพล่านมากนัก“ไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว&r
“งีบก่อนไหมถ้าถึงในเมืองเดี๋ยวพี่ปลุก” เจ้าของเสียงทุ้มที่กำลังจัดชุดและเครื่องประดับทั้งหลายของเมียสุดที่รักไว้ด้านหลังรถแล้วจึงเอ่ยถาม“ไม่เป็นไรจ้ะพี่” เจ้าของร่างที่นั่งเบาะข้างส่งยิ้มพร้อมกับมองเขาด้วยแววตาหวานเยิ้ม เธอมองเขาอย่างไม่วางตาจนอีกคนเริ่มสงสัย“ทำไมมองพี่แบบนั้นล่ะ?”“หนูดีใจ”“หืม?”“หนูดีใจที่พี่คอยดูแลหนูกับลูกไงจ๊ะ” แววตาที่สื่อออกมาล้วนไม่ผิดเพี้ยนไปจากคำพูด เธอทั้งขอบคุณและดีใจที่มีเขาอยู่ข้างกาย ตั้งแต่ได้กลับมารักกันหนนี้เขาดูแลเธอกับลูกดีมาก ชาตินี้ไม่นึกเสียดายหรือเสียใจจริง ๆ ที่ไม่เคยโกรธเคืองเขาได้ลงเลย“ก็ลูกเมียพี่ทั้งคนนี่ รักขนาดนี้จะไม่ดูแลดีได้ไง” คนตัวโตเอ่ยเสียงน่าฟังพร้อมกับยกมือขึ้นลูบเรือนผมนุ่มอย่างเบามือ คล้ายกับอยากทะนุถนอมคนข้างกายเป็นที่สุดเวลานี้เป็นแวลาตีสี่แล้ว เขาต้องพาสาวสวยลูกหนึ่งข้างกายไปแต่งหน้าเเป็นนางป้ายของหมู่บ้าน ในงานแข่งกีฬาตำบลครั้งนี้ ก็เมียเขาสวยมากนี่นา หากไม่บอกใครจะเชื่อว่ามีลูกมาแล้ว
“จะไปแล้วเหรอเมียจ๋า?” เสียงคนที่นอนพะงาบพะเงยเพราะกิจกรรมเสียเหงื่อเมื่อสองยกที่แล้วดังขึ้น เขาอิ่มหนำกับความสุขที่ได้รับจนลุกไม่ไหว ได้เพียงมองเรือนร่างสวยงามที่กำลังสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย“ใช่จ้ะ กลัวลูกตื่นมาแล้วไม่เจอ” น้ำค้างตอบกลับเขา แม้เธอจะยังมีอาการขาอ่อ
“หลบอยู่ตรงนั้นไม่ได้เล่นหรอกนะลูก” เสียงกระซิบดังอยู่ข้างหูเด็กชายที่แอบลอบยิ้มสลับกับใบหน้าบึ้งตึง ราวกับว่ากำลังต่อสู้กับจิตใจตัวเองแบบที่เดี๋ยวดีใจเดี๋ยวห้ามใจผู้เป็นแม่ที่แอบดูอยู่นานแล้วได้แต่ส่ายหน้า เธอยิ้มน้อย ๆ ต้นไผ่แอบยื่นคอลงไปมองลอดใต้บันได มองคนที่กำลังประกอบรถข
กล้าเดินมาจนถึงหลังวัดก็เจอเข้ากับอดีตเพื่อนสนิทที่กำลังขนไม้ลงจากกระบะรถ เขาไม่ได้เดินเข้าไปหา จนกระทั่งอีกฝ่ายหันมาเจอเข้าจึงเป็นฝ่ายเอ่ยทักเขาก่อน“ยังไม่กลับกรุงเทพเหรอวะ?”“กูกลับมึงคงเห็นกูตรงนี้มั้ง”เขาหน้าตากวนบาทาอยู่แล้ว น้ำเสียงและคำพูดก็ไม
“ไม่เจอก็ได้วะ!”เมื่อวานหลังจากที่เจอเธอตอกหน้าเข้าจัง ๆ เขาก็เจ็บใจเป็นอย่างมาก เขาน่ะหรืออยากไปเจอเธอ เธอเอาความมั่นใจขนาดนั้นมาจากไหนกัน เขาไม่ได้อยากเจอเธอซะหน่อยแต่กูจะมานอนคิดทำไมวะ?เขาก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลใดเขาถึงนอนคิดเรื่องเธอไม่ตก เธอควรจะถา