تسجيل الدخولอุตส่าต์หนีไปดามใจที่กรุงเทพตั้งห้าปี กลับมาเจอเธอที่เป็นอดีตและไอ้ที่เกาะขาหนึบนั่นก็คงจะลูกของผัวใหม่ล่ะสิท่า เหอะ! หน้าไม่เห็นเหมือนพ่อเลยสักนิด “ถ้าได้ฉันเป็นพ่อนะไอ้หนู สาวกรี๊ดแกจนตดแตกแน่”“พี่กล้า_” “พี่กล้ามีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?” “ผัวไปไหน?” “ไม่มีจ้ะ” “เหอะ” “มันทิ้งไปมีเมียใหม่ หรือเห็นผู้ชายแล้วบอกว่าตัวเองไม่มีผัวล่ะ?” กลับบ้านมาคนว่าง ๆ แบบเขาก็ควรจะทำอะไรที่มันมีประโยชน์สักหน่อยสิ อย่างเช่นการไปแอบมองอดีตแบบเธอ ขับรถวนรอบหมู่บ้านอย่างกับรถเติมน้ำเปล่าไม่ใช่น้ำมัน แล้วถามคำถามกวนส้นตี_แบบนี้ เขาสะใจมากที่ได้เยาะเย้ยคนแบบเธอ ผู้หญิงใจร้ายที่ทำเขากินไม่อิ่มหลับไม่เต็มตามาห้าปีเต็ม แต่ไม่รู้ว่าทำไมเวลาเจอหน้ากันเขาต้องใจอ่อน แพ้ให้กับความใสซื่อไร้เดียงสาของเธอตลอด แถมเจ้าเด็กน้อยหน้าหล่อลูกชายที่เกาะเธอหนึบด้วยอีกคน เขาทั้งเเกลียด ทั้งสงสาร จนกระทั่งวันที่เขาต้องมารู้ความจริงบางอย่าง… “แล้ว…แล้วถ้าเป็นลูกกูจริงทำไมน้ำค้างถึงไม่บอกกูวะ”
عرض المزيد“ก็มันเหม็นจริง ๆ นี่ ตั้งแต่เช้าจนค่ำพี่คิดจะอาบน้ำบ้างไหมเนี่ย?”น้ำค้างเริ่มหงุดหงิดจนสีหน้าแสดงออกชัด ปกติเธอมักจะอ่อนโยนและอ่อนหวานกับเขาเสมอ แต่มาช่วงนี้เพียงเห็นหน้าก็หงุดหงิดอารมณ์เสีย ยิ่งพอเขาเข้าใกล้ก็เหม็นจนอ้วกแทบพุ่ง“พี่อาบสามรอบแล้ว” กล้ารีบยกจั๊กกะแร้ดมอย่างร้อนใจ เขาอาบสามรอบแล้วจริง ๆ จะเหม็นได้อย่างไรกัน พอโดนทักแบบนี้ก็เสียทรงเหมือนกัน ยิ่งพอเมียทำหน้าหยี ๆ ราวกับว่าเขาเป็นขยะเปียกก็ยิ่งน่าตกใจ“แม่เป็นอะไรเหรอครับ?” ต้นไผ่ที่เดินมาหาผู้เป็นแม่พร้อมกับเอ่ยปากถามอย่างห่วงใย“แม่แค่เหม็นคนไม่อาบน้ำน่ะ มาแม่หอมไผ่ทีสิจ๊ะ”น้ำค้างยิ้มกว้างให้กับลูกชายตัวน้อยที่ปีนขึ้นมาบนตัวเธอ เธอดึงตัวลูกเข้ามากอดมาหอมจนชื่นใจ เนื้อนุ่ม ๆ ขาว ๆ ของต้นไผ่ช่างน่าขย้ำเสียจริง ต่างจากคนที่ยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่มาก ยิ่งทำปากคว่ำแบบนั้นยิ่งไม่น่าดูเข้าไปใหญ่ ทำเสียสายตาจริง ๆ“ฟอด~~~ ชื่นใจ”“ชื่นใจได้ยังไง! นะ นั่นต้นไผ่ยังไม่อาบน้ำเลยตั้งแต่เมื่อเช้า มอมแมมเป็นลูกหม
หนึ่งเดือนต่อมา…“พ่อจะอยู่กับไผ่กับแม่นานไหม?”“ก็ตลอดไป”“ตลอดไปคืออะไรครับพ่อ?”“ก็คือพ่อจะไม่ไปไหนไงครับ”สองพ่อลูกที่เล่นของเล่นกันจนเหนื่อยส่งเสียงพูดคุยดังเป็นระยะ น้ำค้างที่ทำกับข้าวเย็นอยู่ที่ครัวหลังบ้านได้แต่อมยิ้มกับประโยคพูดคุยในแต่ละวัน ช่วงนี้ทั้งสองคนดูเหมือนจะเข้าขาและพูดคุยกันดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน ต้นไผ่ที่เคยต่อต้านเขาก็หายขาดเป็นที่เรียบร้อย อีกอย่างทั้งสองคนก็มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น เพราะพี่กล้าเป็นคนดูแลลูกในช่วงที่เธอเข้าไปเรียนเสริมสวยในเมือง เขากลับมาทำหน้าที่พ่อของลูกได้ดีเลยทีเดียว“กับข้าวมาเเล้วจ้า” แม่ครัวที่สองหนุ่มเฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่หนาจะเป็นมื้อเย็น ในที่สุดก็ทำกับข้าวเสร็จพร้อมเสิร์ฟกับข้าวที่ยกมาวางบนแคร่วันนี้มีถึงสามอย่าง ทอดปลาตัวใหญ่ ๆ ที่พ่อบอกว่าไปจับมาแต่แท้จริงซื้อจากก้องเพื่อนสนิท เพราะตนนั้นเมาหลับไปก่อน ส่วนอีกอย่างก็เป็นตำแตงกวาและแกงจืดของต้นไผ่เอง มื้อที่สุดแสนจะธรรมดาทว่ากลับอร่อยมาก ตั้งแต่กลับมากินกับข
“มาแล้วจ้ะ ๆ” สาวงามที่ถูกกล่าวถึงก่อนหน้าเดินมาพร้อมกับรอยยิ้มแป้น เธอมองเห็นเขากับลูกตั้งแต่ไกล ก่อนหน้าก็เห็นยิ้มแย้มดีแต่พอเข้ามาใกล้ ๆ กลับพบว่าสีหน้าเขาดูอธิบายยากสุด ๆ“พี่กล้าเป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?” เธอสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าจึงเดินเข้ามาใกล้ ๆ เพื่อเอ่ยถาม“พ่อหึงแม่”เขายังไม่ทันเอ่ยสิ่งใดต้นไผ่ในอ้อมแขนก็บอกแม่ก่อนซะแล้ว ทำเอาคนเป็นแม่ยิ้มเขิน ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของเด็กชายตัวน้อยอย่างเอ็นดู“งั้นเหรอ เดี๋ยวต้นไผ่ไปหาคุณครูก่อนนะลูก ลูกต้องลงแข่งวิ่งนะ”เธอลอบมองหน้าพ่อของลูกก็อดขำไม่ได้ เวลานี้หน้าเขาบึ้งตึงมากเลยทีเดียว แต่ก็อุ้มลูกเดินไปส่งให้คุณครูดูแลต่อ หน้าที่เขาต่อจากนี้ก็คงเป็นการพาคุณเมียไปเปลี่ยนชุด และส่งคืนชุดให้ทางร้านกับช่างแต่งหน้า“ไปเปลี่ยนในห้องน้ำไหม? เดี๋ยวพี่รอ”“พี่หึงหนูเหรอจ๊ะ?” น้ำค้างแกล้งถามพลันเกาแขนแกร่งด้วยท่าทีออดอ้อน เวลานี้เธอทำเช่นนี้ได้โดยไม่อายใครเพราะไม่มีคนพลุกพล่านมากนัก“ไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว&r
“งีบก่อนไหมถ้าถึงในเมืองเดี๋ยวพี่ปลุก” เจ้าของเสียงทุ้มที่กำลังจัดชุดและเครื่องประดับทั้งหลายของเมียสุดที่รักไว้ด้านหลังรถแล้วจึงเอ่ยถาม“ไม่เป็นไรจ้ะพี่” เจ้าของร่างที่นั่งเบาะข้างส่งยิ้มพร้อมกับมองเขาด้วยแววตาหวานเยิ้ม เธอมองเขาอย่างไม่วางตาจนอีกคนเริ่มสงสัย“ทำไมมองพี่แบบนั้นล่ะ?”“หนูดีใจ”“หืม?”“หนูดีใจที่พี่คอยดูแลหนูกับลูกไงจ๊ะ” แววตาที่สื่อออกมาล้วนไม่ผิดเพี้ยนไปจากคำพูด เธอทั้งขอบคุณและดีใจที่มีเขาอยู่ข้างกาย ตั้งแต่ได้กลับมารักกันหนนี้เขาดูแลเธอกับลูกดีมาก ชาตินี้ไม่นึกเสียดายหรือเสียใจจริง ๆ ที่ไม่เคยโกรธเคืองเขาได้ลงเลย“ก็ลูกเมียพี่ทั้งคนนี่ รักขนาดนี้จะไม่ดูแลดีได้ไง” คนตัวโตเอ่ยเสียงน่าฟังพร้อมกับยกมือขึ้นลูบเรือนผมนุ่มอย่างเบามือ คล้ายกับอยากทะนุถนอมคนข้างกายเป็นที่สุดเวลานี้เป็นแวลาตีสี่แล้ว เขาต้องพาสาวสวยลูกหนึ่งข้างกายไปแต่งหน้าเเป็นนางป้ายของหมู่บ้าน ในงานแข่งกีฬาตำบลครั้งนี้ ก็เมียเขาสวยมากนี่นา หากไม่บอกใครจะเชื่อว่ามีลูกมาแล้ว
“จะไปแล้วเหรอเมียจ๋า?” เสียงคนที่นอนพะงาบพะเงยเพราะกิจกรรมเสียเหงื่อเมื่อสองยกที่แล้วดังขึ้น เขาอิ่มหนำกับความสุขที่ได้รับจนลุกไม่ไหว ได้เพียงมองเรือนร่างสวยงามที่กำลังสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย“ใช่จ้ะ กลัวลูกตื่นมาแล้วไม่เจอ” น้ำค้างตอบกลับเขา แม้เธอจะยังมีอาการขาอ่อ
“หลบอยู่ตรงนั้นไม่ได้เล่นหรอกนะลูก” เสียงกระซิบดังอยู่ข้างหูเด็กชายที่แอบลอบยิ้มสลับกับใบหน้าบึ้งตึง ราวกับว่ากำลังต่อสู้กับจิตใจตัวเองแบบที่เดี๋ยวดีใจเดี๋ยวห้ามใจผู้เป็นแม่ที่แอบดูอยู่นานแล้วได้แต่ส่ายหน้า เธอยิ้มน้อย ๆ ต้นไผ่แอบยื่นคอลงไปมองลอดใต้บันได มองคนที่กำลังประกอบรถข
กล้าเดินมาจนถึงหลังวัดก็เจอเข้ากับอดีตเพื่อนสนิทที่กำลังขนไม้ลงจากกระบะรถ เขาไม่ได้เดินเข้าไปหา จนกระทั่งอีกฝ่ายหันมาเจอเข้าจึงเป็นฝ่ายเอ่ยทักเขาก่อน“ยังไม่กลับกรุงเทพเหรอวะ?”“กูกลับมึงคงเห็นกูตรงนี้มั้ง”เขาหน้าตากวนบาทาอยู่แล้ว น้ำเสียงและคำพูดก็ไม
“ไม่เจอก็ได้วะ!”เมื่อวานหลังจากที่เจอเธอตอกหน้าเข้าจัง ๆ เขาก็เจ็บใจเป็นอย่างมาก เขาน่ะหรืออยากไปเจอเธอ เธอเอาความมั่นใจขนาดนั้นมาจากไหนกัน เขาไม่ได้อยากเจอเธอซะหน่อยแต่กูจะมานอนคิดทำไมวะ?เขาก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลใดเขาถึงนอนคิดเรื่องเธอไม่ตก เธอควรจะถา

















