เข้าสู่ระบบเมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…
6
เฉินหวังเหว่ยใช้เวลาไม่นานก็กลับมาถึงบ้าน เขาถอนหายใจนิดหน่อยก่อนที่จะเดินเข้าบ้านไป
ความจริงแล้วเขานั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะแต่งงานกับซ่งลี่อินเลยสักนิด เขาตั้งใจที่จะดูแลเธอในฐานะน้องสาวเพียงเท่านั้น เพราะเขาเองก็มีคนที่พึงใจอยู่แล้ว และที่ยอมรับลี่อินมาอยู่ด้วยก็เพื่อที่เขาจะไม่ผิดคำพูดกับคนตาย
แต่ไม่คาดคิดเมื่ออยู่มาวันหนึ่ง วันนั้นเขาไม่แน่ใจว่ากลับมาที่บ้านได้อย่างไร เขานั้นเมาเหล้าจากงานเลี้ยงของกองทัพ ซ่งลี่อินนั้นเข้ามาดูแลเขาที่กลับมาบ้านด้วยอาการเมามาย
เขาที่เมามาก และแทบจะไม่ได้สติ แต่มันมีความรู้สึกที่ผิดปกติมากกว่าอาการเมานั่นก็คือเขามีความต้องการ ความต้องการในเรื่องความสัมพันธ์ทางกาย เขาเองที่สติไม่เต็มร้อย จึงได้ล่วงเกินซ่งลี่อินในวันนั้น
พอเช้ามาที่เขานั้นตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองนั้นได้เสียกับซ่งลี่อิน จึงเบี่ยงเบนความรับผิดชอบในเรื่องนี้ไม่ได้ เขาจึงได้ตัดสินใจแต่งงานกับเธอเพื่อแสดงความรับผิดชอบถึงจะไม่ได้มีความรักมาเกี่ยวข้องก็ตาม
และอีกสองเดือนต่อมา เขาก็พบว่า ซ่งลี่อินนั้นได้ตั้งท้องลูกชายของเขา ก็คือเด็กน้อย เฉินลี่ซือ นั่นเอง
“แอ้ๆ” เมื่อเฉินหวังเหว่ยเดินเข้ามาในบ้านก็ถูกทักทายโดยลูกชาย โดยวันนี้ได้ถูกขังไว้ในคอกเด็กที่เขานั้นไม่เคยเห็นมาก่อน เขามองดูด้วยความแปลกใจ พร้อมกับคิดไปว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะลูกชายของเขานั้นเริ่มที่จะคลานได้แล้ว การที่ปล่อยให้ลูกอยู่แบบนี้คงจะดีกว่าที่จะต้องมาไล่จับกัน
“ซือซือ ลูกทำอะไรอยู่ แล้วแม่อยู่ที่ไหน” เฉินหวังเหว่ยพูดกับลูกชายตัวอ้วนที่เขานั้นไม่ได้เจอหน้านานนับเดือน สายตาก็มองหาแม่ของลูกไปด้วย
“แอ้ๆ แอ้ๆ” เด็กน้อยส่งเสียงให้กับคนเป็นพ่อ เหมือนกำลังจะพูดหรือถามอะไรสักอย่างที่คนเป็นพ่อก็ไม่เข้าใจ
ซ่งลี่อินที่ได้ยินเสียงผู้ชายในบ้านก็รีบเดินออกมาจากห้องครัว ก็พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งหยอกล้อกับลูกชายของเธอ
จากลักษณะและรูปร่างแบบนี้จากความทรงจำของเธอ ชายคนนี้ก็คือสามีของซ่งลี่อิน เมื่อเธอเห็นเขาชัดๆก็เห็นว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนที่หน้าตาดีมากทีเดียว ไหนจะรูปร่างที่ดีนั่นอีก ทั้งสูงทั้งล่ำ ถึงว่าสิลี่อินคนก่อนจึงได้รักจนหัวปลักหัวปลำก็เพราะแบบนี้นี่เอง
“คุณกลับมาแล้วหรือคะ” เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าหันมามองเธอ ซ่งลี่อินจึงได้กล่าวทักทายออกไป เพราะเธอเองก็ไม่รู้จะใช้คำพูดแบบไหนที่ไม่เป็นการผิดสังเกตุจนเกินไป จึงพยายามที่จะพูดให้คล้ายลี่อินคนก่อนมากที่สุด
“อืม” เฉินหวังเหว่ยพูดเพียงเท่านั้น และหันกลับไปหาลูกชายของเขามที่กำลังจ้องมองเขาอยู่
เมื่อซ่งลี่อินได้ยินแบบนั้นก็เบะปากเล็กๆของเธอ พลางคิดไปว่า ถ้าไม่จำเป็นเธอก็ไม่อยากที่จะทักเขานักหรอก เธอยังจำความรู้สึกของลี่อิงคนก่อนได้อยู่เลยว่าเธอเสียใจแค่ไหนที่เห็นว่าสามีของเธอนั้นอยู่กับผู้หญิงคนอื่น แถมยังแสดงท่าทางสนิทสนมกันแบบนั้นอีก เธอจึงหันหลังกลับเข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารมื้อเย็นต่อ
ไม่นานอาหารที่เตรียมไว้ก็เสร็จ เธอออกมาจากครัวก็เห็นว่าหวังเหว่ยนั้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เธอจึงบอกให้เขานั้นไปทานอาหารได้เลย เธอจะดูแลลูกก่อน
“ซือซือ มาหม่ำๆกันดีกว่า ดูสิว่าแม่ทำอะไรให้กิน” ซ่งลี่อินที่เห็นว่ามีฟักทองอยู่ในครัว จึงได้เอามานึ่งแล้วบดกับข้าวให้ลูกชายของเธอได้กิน
“อ้าม” ซ่งลี่อินส่งเสียงและทำท่าทางให้กับลูกชายได้ดู เพื่อที่เขานั้นจะได้ทำตาม หลังจากที่ฟักทองบดเข้าปากไปคำแรก ก็เหมือนกับว่าซือซือนั้นจะชอบมาก เพราะเขากลืนมันลงไปและอ้าปากรับคำต่อไปในทันที
“อืม อร่อยใช่มั้ย ถ้าอย่างนั้นก็กินให้หมดนะ อะ กินน้ำด้วยจะได้ไม่ติดคอ” ซ่งลี่อินพูดคุยหยอกล้อกับลูกชายไปด้วยระหว่างที่ป้อนข้าว
“อืม อืม” ซือซือที่มีฟักทองบดอยู่ในปากก็ได้แต่รับคำมารดา เขานั้นไม่เคยได้กินอาหารแบบนี้มาก่อน เขานั้นรู้สึกว่ามันอร่อยมาก
ส่วนเฉินหวังเหว่ยที่นยั่งทานอาหารอยู่คนเดียว ก็แอบมองสองแม่ลูกไปด้วย เพราะเขานั้นไม่เคนเห็นแบบนี้มาก่อน และสองแม่ลูกเองก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าพวกนั้นนั้นได้ถูกแอบมองโดยที่ไม่รู้ตัว
“ดีสิ ในตาของพี่มีแต่เธอเท่านั้น” เสวียนเหลียนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน สายตาที่เขานั้นส่งให้เธอนั้นมันแสดงออกมาทุกอย่างว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมันจริงทุกคำพูด“มีซินซินด้วย”“ซานซานด้วย” สองแฝดที่เห็นว่าพ่อแม่กำลังรักกันก็ขอมีส่วนร่วมด้วยทันที**********“ลูกหลับแล้วหรือคะ” ฮวาเหมยที่เดินออกมาขากห้องน้ำก็เห็นว่าสามีนั้นนอนอยู่บนที่นอนแล้ว เธอจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อทาครีมบำรุง“ครับ วันนี้หลับง่ายสงสัยจะเล่นเหนื่อย” ปากก็พูดกับภรรยาแต่สายตานั้นกลับจับจ้องไปที่ชุดนอนบางเบาที่ภรรยาสวมใส่อยู่“อุ้ย!!” ฮวาเหมยร้องขึ้นเมื่อเธอก้มลงไปทาโลชั่นที่ขากลับพบว่าเธอถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง“อืม…หอมจัง” เสวียนเหลียนซุกไซร้ไปที่ซอกคอของภรรยาด้วยความมึนเมา“ก็ฉันพึ่งอาบน้ำมานี่คะ อ๊ะ..อย่าพึ่งค่ะ” “เรามาทำน้องให้เจ้าแฝดกันดีกว่านะ..”“ได้ที่ไหนกันล่ะคะ พี่เหลียนลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้มีนโยบายลูกคนเดียว”“พี่รวย…”“อื้อ…” ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อเธอถูกจับโยนขึ้นเตียงแล้วคนเป็นสามีก็จับเธอถ่างขาออกแล้วมุดหน้าลงไป ตั้งแต่หลังแต่งงานสามีของเธอก็ขอให้เธอใส่แค่ชุดนอนส่วนชั้นในนั้นไม่ต้องใส่ เพราะเขาขี
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7039 บทส่งท้ายการแต่งงานระหว่างเสวียนเหลียนและฮวาเหมยนั้นถูกจัดขึ้นที่ตระกูลเสวียน หรือจะเรียกว่า คฤหาสน์ ก็คงจะถูกต้องมากกว่าเพราะมันช่างกว้างขวางเสียเหลือเกิน ที่เสวียนเหลียนและฮวาเหมยจัดงานแต่งงานที่นี่ ก็เพราะต้องการมีความทรงจำเกี่ยวกับวันแต่งงานที่บ้านหลังนี้ ถึงแม้ตอนแรกคิดว่าจะจัดงานที่โรงแรม แต่เมื่อคนทั้งคู่ไม่ได้ต้องการที่จะจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ การจัดงานที่บ้านนั้นจึงดีที่สุด ถึงแม้ว่าคนตระกูลถัง (ตระกูลของแม่เสวียนเหลียนหรือก็คือครอบครัวท่านนายพลถัง)จะคัดค้านก็ตาม เพราะเขาเองก็มีหน้าที่การงานที่ดีและรู้จักคนมากมาย ในเมื่อหลานชายแต่งงานทั้งทีเขาเองก็อยากที่่จะประกาศให้คนได้รับรู้ แต่เมื่อบ่าวสาวให้เหตุผลทุกคนก็ยอมรับได้ จึงไม่มีใครคัดค้านเรื่องการจัดงานอีกคนที่มาร่วมงานแต่งนั้นก็มีเพียงแค่คนสนิท นับๆดูแล้วก็มีประมาณ 40-50 คนเท่านั้น งานแต่งงานของคนทั้งคู่นั้นผ่านไปด้วยความเรียบง่าย พอถึงฤกษ์ยามที่ดีคนทั้งคู่ก็ลงชื่อในเอกสารรับรองความเป็นสามีภรรยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกันก็จัดการเรื่องนี้ให้ ทำให้ตอนนี้คนทั้งคู่ได้เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบู
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7038 “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็แต่งงานกับฉันสิคะ”หลังจากวันนั้นที่จัดการเรื่องคุณหนูตู้ม่ายม่ายแล้ว ก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติ หนังสืออนุญาตทำการค้าของเสวียนเหลียนเองก็ได้มาแล้ว ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องจ่ายส่วยให้ใครอีกแล้ว ทำให้พ่อค้าแม่ค้าทุกคนที่เช่าพื้นที่ของเสวียนเหลียนนั้นดีใจมาก เพราะชายหนุ่มนั้นจัดกิจกรรมพิเศษขึ้นมา โดยที่เขาจะเก็บค่่าเช่าเพียงครึ่งเดียวนานสามเดือน เพื่อตอบแทนทุกคนที่อยู่ร่วมกันมา และร้านค้าของฮวาเหมยและครอบครัวก็ได้รับสิทธิ์นี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าใครจะมีความสุขมากก็ตามแต่ไม่ใช่กับเสวียนเหลียน ซึ่งเขาอาจจะสุขบ้างแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นที่สุขมากอย่างนั้น“พี่เหลียน ทำไมพี่ทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ” ฮวาเหมยที่เห็นท่าทางของคนรักมีอาการที่แปลกไปในช่วงหลายวันมานี้ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้“หืม…” เสวียนเหลียนที่มีความรู้สึกว่าคนรักพูดด้วยจึงได้หันกลับมามอง“ก็ฉันถามพี่ว่าทำไมพี่ดูใจลอยแบบนั้นมีเรื่องอะไรที่คิดมากหรือเปล่าคะ” ถ้ามีอะไรที่เธอพอช่วยเขาได้เธอก็ยินดีถ้าว่าเขานั้นยอมแบ่งปันกับเธอ“มันก็มี..” มันก็มีน่ะแหละ เพราะตั้งแต่คืนนั้นเขาก็ม
“จุก..บะ เบาหน่อย” ฮวาเหมยร้องออกมาเมื่อมีความรู้สึกว่าเสวียนเหลียนนั้นตอกตึงเธอแบบเน้นๆ ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนก่อนหน้านั้น เมื่อก้มดูที่หน้าท้องของเธอก็จะเห็นได้ทันทีว่ามีอะไรนูนออกมาอย่างมีมีจังหวะ“อ๊ะ…พี่เหลียนฉันจะเสร็จ” ฮวาเหมยที่มีความรู้สึกเหมือนว่ากำลังจะปวดฉี่เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าเธอใกล้จะเสร็จสมแล้ว เพราะอาการนี้เธอพึ่งจะสัมผัสมาไม่นานนี้“พร้อมกัน” พูดจบชายหนุ่มก็กระแทกเข้าออกแบบไม่ยั้ง“อืม..” สองเสียงครางออกมาพร้อมกัน เสวียนเหลียนกระตุกเกร็งอยู่สองสามทีก็นอนล้มทับไปบนตัวของคนรักแบบไม่ได้ลงน้ำหนักเพราะเขาใช้แขนทั้งสองข้างยันที่นอนเอาไว้“พี่เหลียน พี่ลุกออกไปสิคะ” ฮวาเหมยกลั้นใจบอกคนรัก ตอนนี้เธอรู้สึกอายมาก และไหนที่ช่องรักของเธอรู้สึกอุ่นเป็นอย่างมากเพราะมีน้ำที่เขานั้นพึ่งจะพ่นเข้าไป เธอที่เกิดมาสองชาติก็พึ่งจะเคยเจอแบบนี้เธอก็เลยทำตัวไม่ค่อยจะถูกนัก“อ๊ะ..อ๊ะ” แทนที่เสวียนเหลียนจะออกจากตัวคนเธอ ตอนนี้กลายเป็นว่าเขาเริ่มที่จะตอกตรึงเธออีกครั้ง เสวียนเหลียนจับตัวฮวาเหมยตระแคงข้างทั้งที่เจ้ามังกรยักยังคาอยู่ในช่องคับแคบ และยกขาของเธอขึ้นมาข้างนึงแล้วแล้วขยับเข้าออกด้วยแรง
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7037 nc+++“เสี่ยวเหมย ช่วยพี่หน่อย นะ..” ตอนนี้เสวียนเหลียนคิดว่าเขานั้นไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้ว จึงได้เอ่ยปากขอคนรัก และเขาเองก็ตั้งใจที่จะรับผิดชอบเธอหากว่าเรื่องคืนนี้นั้นสามารถจัดการได้แล้ว“เอ่อ..” ฮวาเหมยลังเล เมื่อชาติก่อนเธอก็ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ด้วย แล้วเธอจะช่วยเขาได้อย่างนั้นหรอ“นะ..กระต่ายน้อยของพี่” เสวียนเหลียนออดอ้อนคนรัก จมูกของเขาก็ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวไม่หยุด “กะ…ก็ได้ค่ะ” ฮวาเหมยตอบตกลงในที่สุด ถึงแม้เธอจะไม่ช่ำชองในเรื่องแบบนี้แต่ก็เคยมีผ่านตาเธอมาบ้าง เธอคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องยาก เสวียนเหลียนเมื่อได้รับการยินยอมจากคนรักเขาก็พาเธอไปที่เตียงนอนทันที พร้อมกับมอบจูบอย่างดูดดื่ม ตอนนี้ลิ้นร้อนของเขานั้นพัวพันกับเรียวลิ้นเล็กด้วยความหวานล้ำ“อืม”ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่บีบนวดที่เต้าอวบของเธอ ขณะที่อกอีกข้างก็ถูกลิ้นร้อนของเขาเล่นงานอย่างหนัก ซึ่งแรงที่เขาดูดดึงนั้นไม่น้อยเลย นี่ถ้ามันขาดได้ก็คงขาดไปแล้ว จนเต้าอวบของเธอทั้งสองข้างนั้นกลายเป็นสีแดง และตอนนี้เสื้อผ้าที่เธอเคยสวมใส่อยู่ก็ไม่รู้ว่ามันหลุดร่วงไปตั้งแต่ตอนไหนเสวี
เมื่อคืนที่ผ่านมา…“อื้อ!!!” “คุณโจวจัดการคุณหนูตู้เถอะ เดี๋ยวผมจะพานายน้อยไปที่ห้องก่อน” หย่งชานเมื่อโปะยาสลบตู้ม่ายม่ายแล้วก็นำเธอไปวางลงบนเตียง วันนั้นหลังจากที่เขาโทรไปนัดท่านนายพลให้กับนายน้อยเขาก็รีบมาจัดการที่ร้านอาหารแห่งนี้ทันทีร้านอาหารซินเทียนเป็นร้านของนายน้อย ซึ่งคนน้อยนักที่จะรู้ว่าเสวียนเหลียนเป็นเจ้าของ เขาได้มานัดแนะกับพนักงานแล้วว่า ถ้าครอบครัวตู้มาที่นี่แล้วต้องการสิ่งใดสิ่งไหนที่จัดการได้ตามที่ทางนั้นบอกแล้วค่อยกลับมารายงานเขา และก็เป็นดั่งที่นายน้อยของเขาคิด พวกเขาได้ขอเปิดห้องพักหนึ่งห้อง เสวียนเหลียนจึงได้ใช้แผนการตลบหลังนี้ขึ้นมา โดยการติดกล้องขนาดเล็กเอาไว้ที่หน้าห้องและในห้อง เขาที่ไม่เคยเห็นกล้องขนาดเล็กแบบนี้มาก่อนก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ เขาไม่คิดว่ามันจะสามารถบันทึกภาพทุกอย่างเอาไว้ได้ และความดีนี้ก็ต้องยกให้กับน้องสาวโจวที่หากล้องวิเศษนี้มาได้เมื่อนายน้อยถูกวางยาแล้วพามาส่งที่นี่ พวกเขาจึงได้ดักรอโอกาสที่จะมาพานายน้อยออกไป โดยการที่ทำให้ตู้ม่ายม่ายนั้นสลบหลับไป แล้วให้ฮวาเหมยนั้นเข้ามาถอดเสื้อผ้าให้ เพื่อที่เวลาคนเข้ามาเห็นจะได้คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น “พ







