เส้นทางร่ำรวยในยุคโบราณของจางซูเม่ย

เส้นทางร่ำรวยในยุคโบราณของจางซูเม่ย

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-14
Oleh:  BABYPIGGIEBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
Belum ada penilaian
31Bab
59Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

จิน สาวโรงงานวัย 26 ปี ตื่นขึ้นมาในร่างของจางซูเม่ย หญิงสาววัย 15 ปี ผู้มีชีวิตอยู่ในยุคโบราณแถมยังยากจนมาก มีเพียงบ้านที่ใกล้พังและที่ดินทำกินเพียงสี่หมู่ซึ่งเพาะปลูกไม่ได้ แต่คล้ายสวรรค์เห็นใจในความยากลำบากของพวกเขา จึงได้ส่งเธอเข้ามาอยู่ในร่างของลูกสาวคนโตบ้านจาง เรื่องความยากจนที่ครอบครัวกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ เธอตั้งปณิธานกับตัวเองไว้แล้วว่าจะเปลี่ยนจากความยากจนเป็นความร่ำรวยให้ได้ และยิ่งมีตัวช่วยสุดวิเศษอยู่ในมือ ต่อไปนี้เงินทองจะต้องไหลมาเทมาแน่นอน!!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 ตื่นขึ้นมาในร่างคนอื่น

“ซูเอ๋อร์ลูกแม่ ฮือ ๆ เพราะแม่ไม่ดีเองเจ้าถึงเป็นแบบนี้” เสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจแทรกเข้ามาในโสตประสาทการรับรู้ของจิน

อะไรกันเนี่ย ใครมาเสียงดังแถวนี้ คนเขากำลังนอนอยู่นะไม่เกรงใจกันบ้างเลย ตั้งแต่เปลี่ยนมาทำงานโรงงานก็เหนื่อยจนแทบสลบทุกวัน แล้วใครมันมาส่งเสียงน่ารำคาญอยู่แถวนี้

จินขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดที่มีคนมารบกวนเวลานอน

“ซูเอ๋อร์! เจ้ายังไม่ตาย! ท่านหมอเฉินอย่าพึ่งไปเจ้าค่ะ” สตรีนางนั้นยังคงไม่หยุดเสียงดังพร้อมกับเขย่าตัวบุตรสาว ทำให้จินทนไม่ไหวจนต้องฝืนลืมตาขึ้นมา

เสียงดังไม่พอยังมาเขย่าตัวฉันอีกหรอเนี่ย! ทำไมในห้องมันหนาวจัง กรุงเทพฯอากาศร้อนจะตาย หรือเราจะเป็นไข้เมื่อวานก็ปวดหัวด้วย

“ซูเอ๋อร์ได้ยินแม่หรือไม่ เราจะทำอย่างไรกันดีเจ้าคะท่านพี่”

“พี่เชื่อว่าลูกต้องไม่เป็นอะไร”

สามีนั่งอยู่ไม่ไกลเอ่ยตอบกลับภรรยาที่ยืนเฝ้าบุตรสาวข้างเตียงไม่ห่าง เมื่อเขาเห็นว่าลูกลืมตาขึ้นมาแล้วก็มีความหวังในใจ

“มาแล้ว! ท่านหมอมาแล้ว โปรดหลีกทางด้วย” เสียงเอะอะโวยวายของผู้ช่วยหมอดังขึ้นอีกครั้ง จินแม้จะง่วงมากก็ไม่สามารถหลับต่อได้อีก

สัมผัสหยาบกร้านจากมือของหมอชราแตะไปบนข้อมือซ้ายของจินเบา ๆ ก่อนจะจับนั่นจับนี่ไปทั่วจนสมองของเธอรู้สึกสับสนงุนงงไปหมด

“ร่างกายนางอ่อนแอเกินไป พลังวิญญาณเหือดแห้ง เมื่ออากาศหนาวแบบนี้จึงทำให้ร่างกายนางไม่อาจต้านทานได้ ต่อไปต้องดูแลรักษาร่างกายให้ดีทั้งภายนอกและภายใน เรื่องสำคัญคือช่วงนี้อย่าลืมกินอาหารที่มีพลังวิญญาณให้มากหน่อย เพราะนางมีอาการขาดสารอาหารด้วย เดี๋ยวข้าจะเขียนเทียบยาให้อีกไม่เกินสิบวันก็ดีขึ้นแล้วล่ะ”

เฉินเหวินป๋อ หลังจากตรวจร่างกายของลูกสาวบ้านจางเสร็จแล้วก็เขียนเทียบยาให้ไป เขาถอนหายใจพลางรู้สึกสงสารเวทนา

หากอยากรักษาลูกสาวพวกเขาก็ต้องหาอาหารที่มีพลังวิญญาณมาให้นางกิน แต่เท่าที่ดูจากสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวจางตอนนี้ แม้แต่อาหารธรรมดาเพื่อประทังชีวิตยังหายากเลย

ครอบครัวจางนั้นมีสมาชิกทั้งหมดสี่คน จางลู่ซือ คนเป็นพ่อพิการขาไม่มีความรู้สึกเดินไม่ได้ จางซูเม่ย บุตรีคนโตวัยสิบห้าปีก็สามวันสี่วันไข้ จางซูเซียว บุตรชายคนสุดท้องวัยสิบปี เรียกได้ว่าลูกและสามีต่างก็มีร่างกายอ่อนแอทั้งสิ้น ส่วนคนสุดท้ายคือ หลี่ซูฮวา แม่ซึ่งเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้

“ขอบคุณท่านหมอเฉินมากเจ้าค่ะ ส่วนค่ายา...เอ่อ..”

“ค่ายาเหรอ ข้าคิดแค่ 10 อีแปะก็แล้วกัน ข้ารู้ว่าพวกเจ้ากำลังลำบากไม่ต้องคิดมากหรอก” หมอชราคิดค่ายาต่ำกว่าปกติมาก ในใจเขาไม่อยากจะเก็บค่ายาค่ารักษากับพวกเขาด้วยซ้ำ แต่ยังต้องใช้เงินซื้อสมุนไพรและเขาก็มีครอบครัวที่ต้องกินต้องใช้เช่นกัน ถึงแม้จะสงสารมากแค่ไหนก็ไม่สามารถรักษาโดยไม่เก็บเงินได้

หมอเฉินเขียนเทียบเสร็จและมอบยาให้ครอบครัวจางเสร็จ เขาก็เก็บย่ามแล้วเดินออกจากบ้านไปทันทีโดยมีผู้ช่วยตามหลังมาไม่ห่าง

“น่าสงสารซูเม่ยจังเลยนะขอรับ”

“สงสารแล้วจะทำอย่างไรได้หรือเจ้าจะช่วยเหลือครอบครัวนางล่ะ”

“ไม่ไหว ๆ แค่นี้ครอบครัวข้าก็แทบจะไม่พอกินอยู่แล้วขอรับ พวกเจ้าก็รีบกลับบ้านได้แล้ว ไป ๆ เดี๋ยวก็ได้ช่วยบ้านจางจ่ายค่ายาหรอก”

ชาวบ้านที่ยืนมุงอยู่หน้าบ้านจางแยกย้ายกันกลับบ้านทันที เมื่อได้ยินว่าจะได้ช่วยจ่ายค่ายา ภายในเวลาไม่นานคนที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ก็แตกกันไปคนละทิศละทาง ราวกับว่าหากอยู่นานกว่านั้นจะได้จ่ายเงินจริง ๆ ถึงแม้พวกเขาจะสงสารแต่ชาวบ้านทั่วไปล้วนยากจนเช่นเดียวกัน

จางซูเม่ยกระพริบตามองสิ่งรอบข้างด้วยความสับสนและมีความรู้สึกตื่นกลัวในใจตลอดเวลา สภาพห้องที่เธอนอนอยู่ตอนนี้มีเพียงของใช้เก่า ๆ ไม่กี่ชิ้น ผ้าห่มก็ขาดเป็นรูบางจุดแถมยังบางมากอีกด้วย หลังคาก็เก่าจนแทบจะหล่นใส่หัวเธออยู่แล้ว

ที่นี่ที่ไหนเนี่ย หรือฉันไม่สบายจริง ๆ เลยเห็นภาพหลอนแบบนี้

คิดได้แบบนั้น จินที่ทนความง่วงไม่ไหวก็เลิกสนใจสิ่งรอบข้างแล้วปล่อยตัวเองเข้าสู่ห่วงนิทราไป

...

เช้าวันใหม่อันสดใสจินตื่นขึ้นมาด้วยความสุขที่ได้นอนอย่างเต็มอิ่มโดยไม่มีเสียงนาฬิกาปลุกเสียงดังรบกวนในตอนเช้า เพราะเธอไม่ใช่จินสาวโรงงานวัยยี่สิบหกปีอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้นางคือจางซูเม่ย มาอยู่ที่นี่ได้เจ็ดวันแล้ว มันเป็นเรื่องเหนือจินตนาการมากที่วิญญาณของนางมาอยู่ในร่างนี้ แทนเด็กสาวที่ตายเพราะร่างกายอดทนต่อความเหน็บหนาวไม่ไหว

แม้เป็นเรื่องยากเกินกว่าจะทำใจได้แต่นางก็ต้องยอมรับว่าตนเองได้ทะลุมิติมาอยู่ในยุคโบราณแล้ว จางซูเม่ยตอนนี้กำลังใช้มือลูบไข่มุกสีเขียวหม่นเม็ดหนึ่งมันถูกร้อยไว้ด้วยเชือกเส้นเล็กสีแดงสด

นี่คือสิ่งของเพียงอย่างเดียวที่ติดตัวมาจากกรุงเทพฯ ท่ามกลางความสงสัยและความไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองถึงหลุดมาอยู่ที่นี่ได้

เดิมนางเป็นเพียงหญิงสาววัยทำงานคนหนึ่งที่เรียนจบเพียงมัธยมศึกษาตอนปลาย เพราะการศึกษาที่ไม่ได้สูงมากนักเลยไปสมัครทำงานร้านสะดวกซื้อแถวบ้านแต่ก็รู้สึกว่ารายได้ไม่พียงพอ จึงมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวงเพื่อหางานและสุดท้ายก็มีโอกาสได้มาเป็นพนักงานในโรงงานทำของเล่นเด็กแห่งหนึ่ง

มีหน้าที่คัดแยกของที่ไม่ได้คุณภาพ ส่วนที่มาของไข่มุกนี้ก็ไม่มีอะไรมากมันเป็นเพียงของปลอมที่ทำขึ้นมาเพื่อผลิตมงกุฏเจ้าหญิง นางเห็นว่าไข่มุกเม็ดนี้สีแปลกดีจึงได้แยกเก็บไว้และนำไปร้อยเป็นสร้อยข้อมือ ไม่คิดเหมือนกันว่ามันจะตามมานางด้วย

ปกติหากทะลุมิติหรือมาเกิดใหม่ในร่างคนอื่นแบบนี้ทุกคนมักจะได้ของวิเศษเสมอ แต่ไข่มุกเม็ดนี้นางยังไม่รู้วิธีใช้มันเลยหรือมันจะเป็นเพียงของปลอมที่บังเอิญติดตัวนางมาเท่านั้น

ไม่ใช่สิ ไข่มุกปลอม ๆ จะทะลุมิติมาทำไมกัน ต้องเป็นมันแน่นอนที่ทำให้นางมาอยู่ที่นี่!!

มิตินี้คือที่ไหนก็ไม่อาจทราบได้ นางรู้เพียงว่าตนเองอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเหวยซาน ตั้งอยู่ติดกับภูเขาและมีหมู่บ้านใกล้เคียงแค่เก้าหมู่บ้าน พื้นดินส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นดินทราย เพาะปลูกพืชได้เป็นบางชนิดเท่านั้น เรียกได้ว่าอยู่ในถิ่นทุรกันดารเลยล่ะ ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงดำรงชีวิตด้วยการเข้าป่าล่าสัตว์หรือหาของป่าไปขาย

ครอบครัวจางนั้นมีเพียงมารดาของซูเม่ยเท่านั้นที่ออกไปเก็บสมุนไพรเพื่อนำไปขายที่ตลาดทุกวันและซื้อข้าวกลับมาบ้าน แต่ก็ได้ไม่มากนักทำให้ทั้งสี่ชีวิตต้องกินอยู่อย่างประหยัดมากที่สุด

ส่วนบิดาจางลู่ซือนั้นป่วยด้วยโรคประหลาดขาทั้งสองข้างไม่มีความรู้สึกเดินไม่ได้มากว่าสองปีแล้ว น้องชายจางซูเซียวอายุเพียงสิบปี ทำหน้าที่ช่วยพี่สาวดูแลพ่อที่ป่วยระหว่างแม่ออกไปหาสมุนไพร

“ซูเอ๋อร์ตื่นแล้วก็ลุกมากินข้าวต้มก่อนนะลูก กินเยอะ ๆ เจ้าจะได้แข็งแรง” นางหลี่วางข้าวต้มที่ตั้งใจทำสุดฝีมือให้ลูกสาว ควันที่ลอยออกมาจากถ้วยบ่งบอกว่ามันพึ่งทำเสร็จใหม่ ๆ

จางซูเม่ยมองข้าวต้มด้วยรอยยิ้มแต่ในใจหดหู่ยิ่งนัก นางดีใจที่ท่านแม่ใส่ใจดูแลเป็นอย่างดี แต่ก็หดหู่เรื่องความเป็นอยู่ของครอบครัวมากเหมือนกัน หากทุกคนยังกินแต่ข้าวต้มที่ใส่จนแทบหาเม็ดข้าวไม่เจอแบบนี้มีหวังขาดสารอาหารตายกันพอดี

เฮ้ออ ทะลุมิติทั้งทีทำไมไม่ให้ตัวช่วยอะไรมาเลยล่ะ นรกชังสวรรค์แกล้งหรือเปล่านะ

“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่ พวกท่านกินแล้วหรือเจ้าคะ ซูเซียวหิวหรือไม่ มากินด้วยกันสิ” จางซูเม่ยเรียกน้องชายมากินพร้อมกัน เพราะสงสารน้องชายที่มองตามถ้วยข้าวต้มตาละห้อย เขาน่าจะหิวแต่ไม่พูดออกมาคงกำลังพยายามอดทนต่อความหิว เพื่อให้พี่สาวที่ป่วยอย่างนางได้กินก่อน

“ข้ายังไม่หิวขอรับ พี่ใหญ่กินเลยจะได้หายไว ๆ” เด็กชายส่ายหน้าปฏิเสธพี่สาวอย่างรวดเร็ว

“เยอะขนาดนี้พี่กินไม่หมดหรอก เจ้ามากินด้วยกันสิ”

“ข้าไม่หิวจริง ๆ ขอรับ ข้าไปดูท่านพ่อก่อนนะท่านแม่” เด็กน้อยพูดเสร็จก็วิ่งออกไปหาท่านพ่อที่อยู่อีกห้องทันที

จางลู่ซือ บิดาของจางซูเม่ยและจางซูเซียวนั้นเดิมเขาไม่ใช่คนหมู่บ้านเหวยซานตั้งแต่แรก แต่เขาเป็นคนตระกูลจางจากเมืองหยวนซี โดยตระกูลจางมีผู้นำคือท่านผู้เฒ่าจางที่เป็นพ่อค้าร้านขายข้าว มีลูกชายสองคนและลูกสาวหนึ่งคน คนโตจางลู่ซือเป็นลูกติดของผู้เฒ่าจาง

ส่วนลูกชายคนรองและลูกสาวคนเล็กเป็นลูกที่เกิดจากภรรยาใหม่ ก่อนจะมาเป็นเถ้าแก่ร้านขายข้าวเขาเป็นเพียงพ่อค้าขายพืชผักในเมืองหยวนซี โดยพาลูกชายไปด้วยตลอดเพราะภรรยาเสียชีวิตไปแล้ว ต่อมาเกิดถูกตาต้องใจกับคุณหนูลูกสาวเถ้าแก่ร้านขายข้าว จึงได้แต่งงานใหม่และได้รับช่วงต่อดูแลกิจการของพ่อตา

ชีวิตของจางลู่ซือสุขสบายมาตลอด แม้พ่อจะแต่งงานใหม่แต่แม่เลี้ยงคนนี้ก็ไม่เคยสร้างความลำบากให้เขาเลยตั้งแต่เด็กจนโต เขาไม่ชอบทำการค้านางก็สนับสนุนให้สมัครทหาร เขาไม่ชอบเรียนหนังสือนางก็ให้ไปเรียนต่อสู้ รวมถึงสนับสนุนให้เขาแต่งงานกับภรรยาที่เป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดา

การที่นางไม่ขัดขวางอะไรทำให้เขาพอใจเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วก็ตามว่าลึก ๆ แล้วนางไม่อยากให้เขาไปแย่งตำแหน่งในใจสามีและแย่งการสืบทอดอำนาจร้านค้าข้าวจากลูกชายของนาง

จนกระทั่งผู้เฒ่าจางสิ้นใจ แม่เลี้ยงที่เคยใจดีกับครอบครัวของจางลู่ซือก็เปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ นางตัดเงินและลดปริมาณอาหารที่ต้องได้รับในแต่ละเดือน แล้วก็ลดลงเรื่อย ๆ จนแทบไม่พอกินทำให้ลูกและเมียที่กำลังท้องต้องอดมื้อกินมื้อ สุดท้ายจางลู่ซือทนไม่ไหวไปทวงเงินทั้งที่เขาส่งเงินเดือนเข้ากองกลางมาตลอด

แต่กลับอ้างว่าครอบครัวเขาใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและยังไม่กตัญญูต่อแม่ที่เป็นคนเลี้ยงดู อีกทั้งนางยังใช้อำนาจไปยื่นคำร้องกับเจ้าเมืองว่า ลูกชายคนโตจางลู่ซือบกพร่องในเรื่องจริยธรรมอันดี ทำให้เขาโดนพักงานทันที โดยยื่นข้อเสนอว่าหากอยากได้เงินและตำแหน่งงานคืน เขาจะต้องแยกบ้านและทำหนังสือตัดขาดเท่านั้น ซึ่งจางลู่ซือที่หมดความอดทนแล้วก็ตกลงทันที เพราะเขากับภรรยาต้องลงกันว่าจะกลับไปชีวิตที่บ้านเกิดภรรยา

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
31 Bab
บทที่ 1 ตื่นขึ้นมาในร่างคนอื่น
“ซูเอ๋อร์ลูกแม่ ฮือ ๆ เพราะแม่ไม่ดีเองเจ้าถึงเป็นแบบนี้” เสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจแทรกเข้ามาในโสตประสาทการรับรู้ของจินอะไรกันเนี่ย ใครมาเสียงดังแถวนี้ คนเขากำลังนอนอยู่นะไม่เกรงใจกันบ้างเลย ตั้งแต่เปลี่ยนมาทำงานโรงงานก็เหนื่อยจนแทบสลบทุกวัน แล้วใครมันมาส่งเสียงน่ารำคาญอยู่แถวนี้จินขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดที่มีคนมารบกวนเวลานอน“ซูเอ๋อร์! เจ้ายังไม่ตาย! ท่านหมอเฉินอย่าพึ่งไปเจ้าค่ะ” สตรีนางนั้นยังคงไม่หยุดเสียงดังพร้อมกับเขย่าตัวบุตรสาว ทำให้จินทนไม่ไหวจนต้องฝืนลืมตาขึ้นมาเสียงดังไม่พอยังมาเขย่าตัวฉันอีกหรอเนี่ย! ทำไมในห้องมันหนาวจัง กรุงเทพฯอากาศร้อนจะตาย หรือเราจะเป็นไข้เมื่อวานก็ปวดหัวด้วย“ซูเอ๋อร์ได้ยินแม่หรือไม่ เราจะทำอย่างไรกันดีเจ้าคะท่านพี่”“พี่เชื่อว่าลูกต้องไม่เป็นอะไร”สามีนั่งอยู่ไม่ไกลเอ่ยตอบกลับภรรยาที่ยืนเฝ้าบุตรสาวข้างเตียงไม่ห่าง เมื่อเขาเห็นว่าลูกลืมตาขึ้นมาแล้วก็มีความหวังในใจ“มาแล้ว! ท่านหมอมาแล้ว โปรดหลีกทางด้วย” เสียงเอะอะโวยวายของผู้ช่วยหมอดังขึ้นอีกครั้ง จินแม้จะง่วงมากก็ไม่สามารถหลับต่อได้อีกสัมผัสหยาบกร้านจากมือของหมอชราแตะไปบนข้อมือซ้ายของจินเบา ๆ ก่อนจะจั
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-31
Baca selengkapnya
บทที่ 2 สมุนไพรวิญญาณ
เวลาผ่านไปถึงครึ่งเดือนกว่าแม่หลี่จะยอมให้จางซูเม่ยออกจากห้องนอน เพราะนางกลัวว่าอาการจะทรุดลงอีก จึงขอให้อดทนกินยาจนหมดเทียบก่อน พอเห็นว่าลูกสาวหายดีแล้วถึงได้ยอมปล่อยลูกสาวออกมาวันนี้จางซูเม่ยตื่นแต่เช้าเพื่อออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์บริเวณด้านหลังบ้าน นางเบื่อบรรยากาศในห้องจะแย่ ตอนนี้อากาศกำลังเย็นสบายไม่ร้อนแถมยังได้กลิ่นดอกไม้จาง ๆ ลอยมาตามลม ทำให้รู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมากหากทำบ้านพักตากอากาศที่นี่คงจะดีไม่น้อยสุดเขตที่ดินจำนวนสี่หมู่นี้เป็นลำธาร หากข้ามไปก็จะเป็นภูเขาที่ชาวบ้านไปหาของป่ากัน แต่พวกเขาจะขึ้นอีกฝั่งหนึ่งที่ใกล้มากกว่าทำให้ป่าฝั่งนี้ยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก หากโชคดีอาจมีสิทธิ์เจอพืชวิญญาณเหมือนแม่หลี่ที่บังเอิญเก็บได้สองต้น จนเป็นเหตุให้จางซูเซียวส่งเสียงดังไปทั่วแต่เช้าด้วยความดีใจ“พี่ใหญ่มาดูเร็ว วันนี้ท่านแม่เก็บสมุนไพรวิญญาณระดับต่ำได้ด้วย ราคาต้องแพงกว่าสมุนไพรปกติมากแน่เลย ใช่ไหมขอรับท่านแม่” เขาหยิบสมุนไพรในตะกร้าขึ้นมาดูด้วยความเบามือ ก่อนจะหันไปถามมารดาถึงมูลค่าของสมุนไพรพวกนี้“แม่คิดว่ามันต้องแพงกว่าสมุนไพรธรรมดาแน่นอน วันนี้คงได้เงินมากกว่าเดิม เดี๋ยวแม
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-31
Baca selengkapnya
บทที่ 3 สำรวจรอบบ้าน
“กลับมาแล้วขอรับ!” จางซูเซียวร้องเสียงดังมาตั้งแต่เจ้าตัวยังเดินไม่ถึงประตูบ้าน ในมือทั้งสองข้างถือถังหูลู่ที่แม่หลี่ซื้อให้ลูกชายลูกสาวแบ่งกันจางซูเม่ยกำลังนั่งเช็ดงานแกะสลักของพ่อจางที่เก็บไว้นานจนฝุ่นเริ่มเกาะแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นบรรดาสัตว์ต่าง ๆ นางรู้สึกว่ามันน่ารักมากและขนาดก็ไม่ใหญ่ ตัวเล็กจิ๋ววางบนฝ่ามือได้เด็ก ๆ น่าจะชอบ ถ้ามีสีก็คงดีนางจะเอามาระบายแล้วเอาไปขายให้หมดเลยเยอะขนาดนี้พอได้ยินเสียงน้องชายดังมาแต่ไกลนางก็รีบวางงานในมือลงและออกไปช่วยท่านแม่ถือของทันที“โอ้โห ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลย ข้าช่วยเจ้าค่ะท่านแม่” จางซูเม่ยรับของจากมือแม่หลี่มาถือเอง ก่อนจะเดินนำทุกคนเข้าไปในบ้าน“ขอบใจมากลูก” แม่หลี่เอ่ยกับลูกสาวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม วันนี้นางมีความสุขมากที่สามารถหาเงินเข้าบ้าน แถมหาได้มากกว่าการขายสมุนไพรทั้งเดือนเสียอีกพ่อจางได้ยินเสียงลูกชายเช่นกัน เขาจึงพาตัวเองออกจากห้องมาดูว่าภรรยาและลูกชายซื้ออะไรกลับมาบ้าง และก็อยากรู้ด้วยว่าสมุนไพรวิญญาณขายได้เท่าไหร่หรือจะได้ตามที่ภรรยาของเขาคาดหวังหรือไม่ครอบครัวจางนั่งอยู่ในห้องโถงที่โต๊ะกินข้าว สัตว์ตัวเล็กตัวน้อยที่ลูกสาวลงทุนขนออก
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-31
Baca selengkapnya
บทที่ 4 ความจริง
หลังจากได้ยินแม่หลี่พูดแบบนั้นจางซูเม่ยก็ไม่ได้ตกใจอะไร เพราะนางมีการเตรียมตัวไว้แล้วว่าจะบอกความจริงกับครอบครัว เรื่องที่ว่าแท้จริงแล้วตัวนางนั้นมาจากมิติอื่น และวันนี้นางก็ทำตัวแปลกประหลาดในสายตาท่านแม่ คือ การเก็บหญ้ามาทำอาหารกินจางซูเม่ยเมื่อไม่อยากเสียวัตถุดิบที่อุตส่าห์เก็บเต็มตะกร้าไปก็ตัดสินใจบอกความจริงแม่หลี่วันนี้เลย ต่อไปหากนางทำตัวไม่เหมือนชาวบ้านท่านจะได้เข้าใจว่าเป็นเพราะเหตุใด อิอิคิดได้แบบนั้นนางก็เดินไปนั่งลงข้าง ๆ แม่หลี่ที่กำลังเย็บผ้าอยู่บนเตียงในห้องนอน พลางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ท่านแม่..ข้ามีอะไรจะบอกเจ้าค่ะ”“ว่าไงจ้ะเม่ยเอ๋อร์ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าลูก แล้วดูทำหน้าเข้าสิ ท่าทางจริงจังเชียว” หลี่ซูฮวายิ้มให้กับท่าทีจริงจังของลูกสาว พวกนางอยู่ในห้องนอนกันเพียงสอง แต่นางทำท่าทางกลัวคนอื่นจะได้ยินเสียอย่างงั้น“ไม่รู้ว่าท่านแม่จะเชื่อหรือไม่ อันที่จริงวันนั้นข้าตายไปแล้วเจ้าค่ะ ทว่าเหมือนสวรรค์ท่านเมตตาสงสารจึงได้ส่งวิญญาณของงข้ากลับมา แต่กว่าจะได้กลับมาที่นี่นั้นจำเป็นต้องทำตามกฎสวรรค์เสียก่อน โดยต้องไปเกิดในมิติอื่นตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-03
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ความลับ
แม้พวกเขาจะรับได้ที่ลูกสาวตายแล้วฟื้นกลับมาได้ แต่ถึงอย่างไรหากเรื่องราวของลูกสาวหลุดออกไปถึงหูชาวบ้านคงไม่ดีเท่าไหร่นัก เพราะชาวบ้านบางกลุ่มไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ อีกทั้งในอดีตเคยมีคนที่ตายแล้วมีมารร้ายเข้ามาสิงสู่พอฟื้นขึ้นมาก็ออกเข่นฆ่าผู้คนดังนั้นหลี่ซูฮวาจึงได้ทำการเรียกลูกชายและกับสามีเข้ามาในห้องแล้วตกลงกันว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับตลอดไป เพื่อความปลอดภัยของจางซูเม่ยผู้เป็นดวงใจของครอบครัว“เรื่องราวของเม่ยเอ๋อร์ขอให้รู้แค่ภายในบ้านเรา ทุกคนจะต้องเก็บความลับนี้ไว้หรือทำเป็นลืมไปเลยได้ยิ่งดี หากคนอื่นรู้นางอาจจะไม่ปลอดภัยและโดนจับไปแน่ ฉะนั้นอย่าเผลอพูดเรื่องนี้ออกมาอีก เข้าใจหรือไม่?”“พี่ไม่พูดแน่นอน เจ้าสบายใจได้” พ่อจางเอ่ยบอกภรรยาให้สบายใจว่าเขาจะไม่มีวันพูดเรื่องนี้แน่นอน“ข้าสัญญาว่าจะไม่บอกใครแน่นอนขอรับ”คราแรกจางซูเซียวนั้นรู้สึกว่าตื่นเต้นกับเรื่องราวที่ได้รับรู้มาก ในใจคิดว่ามันเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก อยากจะรีบเอาไปเล่าให้เพื่อนสนิทฟังใจจะขาดแล้ว ทว่าหลังจากได้ฟังแม่หลี่กล่าวประโยคที่บอกว่าพี่สาวจะไม่ปลอดภัยและโดนจับตัวไป เขาก็หยุดความคิดนั้นทันทีและสัญญาว่าจะไม่บอก
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-03
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ผีเสื้อพฤกษา
หลังจากการกินอาหารเย็นของบ้านจางจบลง จางซูเม่ยก็รับหน้าที่ล้างจานและทำความสะอาดเครื่องครัวที่ใช้ทำอาหารเอง เพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่ให้แม่หลี่ทำงานบ้าน เพื่อฟื้นฟูสุขภาพให้กลับมาแข็งแรงไว ๆหลี่ซูฮวาและจางลู่ซือนั้นเข้าห้องนอนไปพร้อมกันแล้ว ส่วนจางซูเซียวเลือกที่จะนั่งเล่นกับพี่สาวก่อนพี่สาวกับน้องชายสนทนาเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ในแต่ละวันของครอบครัวจางรวมถึงเรื่องราวภายนอกที่จางซูเม่ยไม่รู้อยู่พักใหญ่ จนกระทั่งน้องชายเริ่มหาวแสดงถึงอาการง่วงออกมา ผู้เป็นพี่สาวจึงไล่ให้ไปนอน จากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันเข้าไปนอนคนละห้องในเรือนหลังเล็กของครอบครัวจางที่ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านนี้ มีห้องนอนสองห้องด้วยกัน ห้องแรกมีขนาดค่อนข้างใหญ่จึงใช้เป็นห้องนอนสำหรับของพ่อแม่และน้องชาย ส่วนห้องที่เล็กกว่ามอบให้จางซูเม่ย ผู้เป็นลูกสาวคนเดียวเพื่อความเป็นส่วนตัว แล้วก็มีห้องเก็บของหนึ่งห้องที่ถูกเปลี่ยนเป็นห้องทำงานไม้ของพ่อจาง ส่วนพื้นที่ที่เหลือถูกแบ่งเป็นห้องครัวและห้องโถงสำหรับตั้งโต๊ะกินข้าวนั่นเองวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่จางซูเม่ยรู้สึกไม่ชินเอาเสียเลยกับการนอนเร็วของคนที่นี่ หลังจากตื่นขึ้นมาในร่างให
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-04
Baca selengkapnya
บทที่ 7 มิติพฤกษา
มิติพฤกษาอย่างงั้นเหรอ?แสดงว่าเป็นพื้นที่สำหรับเพาะปลูกน่ะสิ!จางซูเม่ยคิดได้แบบนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมา เมื่อคิดตามสิ่งที่เจ้าผีเสื้อเด็กพูดอธิบายให้ฟัง ก็พอรู้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นของนางแน่นอนไม่ใช่การบุกรุกพื้นที่ใคร ความกังวลพลันผ่อนคลายลง แล้วนางจึงมานั่งพูดคุยกับผีเสื้อพฤกษาถึงเรื่องราวของมิติพฤกษาอย่างจริงจัง เพื่อเป็นแนวทางในอนาคตว่าควรใช้งานอย่างไร“ก่อนอื่นข้าว่าเรามาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า ข้าชื่อจางซูเม่ย แล้วเจ้าล่ะ?” หญิงสาวเริ่มแนะนำตัวก่อนและถามกลับไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ข้าไม่มีชื่อหรอกเจ้าค่ะ นายหญิงตั้งชื่อให้ข้าหน่อยสิเจ้าคะ” เสียงหวานตอบกลับเจ้านายสาวด้วยท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัว“ให้ข้าตั้งชื่อหรอ เดี๋ยวคิดก่อนนะ เจ้าเป็นหญิงต้องเหมาะกับสิ่งสวยงาม อืม..งั้นชื่อเตี๋ยฮวาแล้วกัน ข้าเอามาจากคำว่าผีเสื้อและดอกไม้ เจ้าชอบหรือไม่” หญิงสาวนึกถึงสวนกุหลาบด้านหลังบ้านจึงเอามาตั้งชื่อให้ผู้ช่วยตัวน้อยของนาง“ชอบเจ้าค่ะ! ข้าชื่อเตี๋ยฮวา ๆ ฮิฮิ” ผีเสื้อพฤกษาพอใจกับชื่อใหม่เป็นอย่างมาก“เอาล่ะ เตี๋ยฮวาของข้า เจ้าสามารถลดขนาดตัวหรือแปลงกายได้ไหม ข้าไม่ชินกับขนาดใหญ่โตของเจ้าเสีย
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-04
Baca selengkapnya
บทที่ 8 เล่าความจริง
จังหวะหันหน้ามาเจอกันแบบนี้มัน... เหตุใดถึงได้เหมาะเจาะเช่นนี้!“ทะ ทำไม.. ถึงมาอยู่ในห้องข้ากันเล่าเจ้าคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก นางมั่นใจว่าตนเองลงกลอนประตูแล้ว แต่พอหันไปทางที่น้องชายยืนอยู่ก็ได้คำตอบทันทีหน้าต่างที่เปิดกว้างแถมยังมีรอยเท้าเปื้อนดินประทับไว้เต็มโต๊ะเสียขนาดนั้น ดูเหมือนว่าน้องชายจะปีนเขามาเปิดประตูห้องให้ท่านพ่อท่านแม่“แม่สิต้องถามเจ้า หายไปไหนมา แล้วเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่!” หลี่ซูฮวาถามลูกสาวออกไปเสียงดัง พลางเบิกตากว้างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่งจางซูเม่ยสบตากับทุกคน พวกเขาเงียบและใช้สายตาจดจ้องมายังตัวนางราวกับรอคอยคำตอบ จึงได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจำยอมสุดท้ายแล้วหญิงสาวก็ต้องเล่าที่มาที่ไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทุกคนในครอบครัวได้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบอยู่ครึ่งค่อนคืนกลางยามจื่อ (23.00-24.59)จางซูเม่ยที่นั่งอยู่บนเตียงก็สรุปเรื่องราวให้ทุกคนฟังอีกครั้ง แม้นางจะเรียบเรียงคำพูดให้เข้าใจง่ายที่สุดด้วยความกระชับฉับไวแล้วก็ตาม แต่ก็สรุปให้ฟังอีกง่าย ๆ ว่านางมิติในครอบครองครั้นเมื่อเล่าจบ ภายในห้องก็เงียบอยู่ราวชั่วจิบชา ทั้งสาม
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-06
Baca selengkapnya
บทที่ 9 พลังที่ถูกผนึกไว้
การทำพันธสัญญาครอบครัวกับเตี๋ยฮวาไม่ได้มีขั้นตอนที่ซับซ้อนแต่อย่างใด เพียงแค่หยดเลือดคนละหนึ่งหยดลงมือของเด็กน้อย แล้วก็ทำการเอาเลือดเหล่านั้นแต้มไปที่หน้าผากตนเอง ทันใดนั้นก็เกิดแสงสีเขียวเชื่อมโยงระหว่างเตี๋ยฮวาและครอบครัวจาง ผ่านไปเพียงชั่วครู่แสงเหล่านั้นก็หายไปอย่างรวดเร็ว แสดงว่าการทำพันธสัญญาครอบครัวได้เสร็จสิ้นแล้วเมื่อกลายเป็นครอบครัวกับผีเสื้อพฤกษาสิ่งที่พวกเขาจะได้รับ คือ สำหรับผู้ใช้พลังวิญญาณอยู่แล้วจะได้รับพลังสายพฤกษาเพิ่มมาอีก หรือหากเป็นคนธรรมดาก็จะถูกปลุกพลังในตัวขึ้นมา ทำให้กลายเป็นผู้ใช้พลังสายพฤกษาทันที แต่การปลุกพลังของคนธรรมดานี้ใช้เวลากว่าสองชั่วยาม และพวกเขาจะอยู่ในภาวะการหลับใหล เพื่อชำระภายในร่างกายให้พร้อมสำหรับการรับพลังวิญญาณดังนั้นครอบครัวจางทั้งสี่คนที่เป็นคนธรรมดา จึงหลับใหลไปทันทีหลังเชื่อมพันธสัญญาครอบครัวกับเตี๋ยฮวา แม้จางซูเม่ยจะทำพันธะกับผีเสื้อพฤกษาแล้วแต่ก็เป็นเพียงพันธะที่ผูกกันด้วยมิติเท่านั้น เปรียบเสมือนเจ้านายกับลูกน้องที่ไม่สามารถทรยศหักหลังกันได้ถึงจะโชคดีได้ครอบครองมิติพฤกษา จางซูเม่ยก็ยังเป็นเพียงคนธรรมดาไม่ใช่ผู้ใช้พลังวิญญาณแต่อย่า
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-06
Baca selengkapnya
บทที่ 10 กระจกส่องหล้า
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าของบ้านจางนั้นเหนือจินตนาการไปมาก จากที่กำลังดีใจกับจวนใหม่ก็มีเรื่องให้ตกใจอีกครั้ง อยู่ ๆ จางซูเม่ยก็กลายเป็นเศรษฐีมีตำลึงทองมากมาย เพราะความร่ำรวยแบบไม่ทันตั้งตัวนี้ ทำให้แต่ละคนต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออกแม้เสี้ยวคำ ราวกับพวกเขาโดนตำลึงทองพวกนั้นหล่นใส่หัวจนเบลอไปหมดแล้วใช่แล้ว ตอนนี้พวกเขาอยู่ในห้องเก็บสมบัติของจวนนั่นเองก่อนหน้านี้เด็กน้อยเตี๋ยฮวากระตือรือร้นในการนำทางสำรวจจวนเป็นอย่างมาก โดยเริ่มแนะนำสถานที่ต่าง ๆ ให้ทุกคนฟังอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนางเป็นส่วนหนึ่งของมิติพฤกษามาตั้งแต่แรก เมื่อมีสิ่งใดเพิ่มเติมมาข้อมูลทุกอย่างล้วนรับรู้ทั้งสิ้น ทำให้การแนะนำแต่ละจุดใช้เวลาไม่นานนัก เนื่องจากยังสิ่งที่เตี๋ยฮวาอยากให้บ้านจางได้เห็นเร็ว ๆ เพราะคิดว่ามันสามารถใช้ประโยชน์ได้มากในอนาคต และยังส่งเสริมในเรื่องที่พวกเขาคิดจะทำหลังจากนี้ด้วยแป๊ะ แป๊ะ แป๊ะเด็กหญิงปรบมือเรียกสติทุกคนให้กลับมาด้วยสีหน้างุนงงและไม่เข้าใจ ทำไมทุกคนต้องตาโตกับเจ้าก้อนทองนั่นด้วยนะ ไม่เห็นน่ารักเลย“พวกท่านเลิกจ้องเจ้าก้อนทองเหล่านั้นได้แล้ว ยังไงทุกอย่างในห้องก็เป็นของพี่สาวมันไม่หนีไปไหนหรอกเจ้
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-06
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status