เข้าสู่ระบบเมื่อไม่รัก เราก็หย่ากันเถอะ…
7
“ลี่อิน นี่เงินเดือนนี้ของคุณ” เฉินหวังเหว่ยที่ทานอาหารเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้าไปที่ห้องนอนเพื่อไปหยิบซองเงินออกมาให้ซ่งลี่อิน คนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยา
ตั้งแต่เขากลับเข้าบ้านมา เขานั้นก็รับรู้ได้ถึงความแปลก แต่เขานั้นไม่รู้ว่ามันคืออะไร เพราะทุกอย่างมันก็ดูเหมือนเดิม ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่ามันผิดปกติ
แต่ที่เห็นได้ชัดก็คือภรรยาของเขา ที่วันนี้เขารู้สึกว่าเธอนั้นดูดีขึ้น อาจจะเป็นเพราะเรื่องการแต่งตัวหรือเปล่า ที่เขานั้นเห็นว่าเธอนั้นแต่งตัวแปลกต่างจากทุกวัน ไม่ใช่ว่ามันดูไม่ดีนะ มันดูดีมากเลยล่ะ
“ขอบคุณค่ะ” ซ่งลี่อินทำเพียงรับมาเท่านั้นแต่เธอไม่คิดที่จะเปิดออกดู และวางมันไว้ที่ข้างตัวของเธอ เพราะตอนนี้เธอกำลังตั้งใจป้อนนมให้เจ้าเด็กอ้วนอยู่
“เอ่อ ลี่อิน วันนี้คุณไปไหนมาหรือเปล่า” เฉินหวังเหว่ยลองถามดู เพราะเขาเองก็อยากที่จะรู้เหมือนกันว่าลี่อินนั้นได้พูดจาไม่ดีเหมือนกับที่น้องสาวของเขาพูดหรือเปล่า
“ฉันไปที่ห้างมาค่ะ คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ??” ซ่งลี่ีอินพอจะเดาออกว่าหวังเหว่ยถามเธอแบบนี้ทำไม ถ้าไม่ใช่ว่าน้องสาวของเขานั้นพูดอะไรมา นี่คงจะฟ้องกันมาล่ะสิ
“ไม่มีครับ เพียงแค่ถามดูเท่านั้น” เขาที่เห็นท่าทางแบบนั้นของลี่อินจึงไม่คิดที่จะถามต่อ และเขาเองก็พอที่จะรู้นิสัยของน้องสาวด้วย ว่าเธออาจจะไม่ได้พูดจริงทุกคำ
“อ้อ วันนี้ฉันเจอน้องสาวคุณที่ห้างด้วยนะคะ เรามีปากเสียงกันนิดหน่อย” ในเมื่อเขาไม่ถาม เธอก็จะบอกเขาเอง เพื่อแสดงให้เขานั้นรู้ว่าเธอไม่ได้กลัวน้องสาวของเขาเหมือนที่ผ่านมา
“แล้วคุณใช้คำพูดไม่ดีกับเธอหรือเปล่าครับ” เฉินหวังเหว่ยถาม
“ก็ไม่นี่คะ ฉันก็พูดตามปกติ เพราะเธอไม่ได้ให้เกียรติฉันในฐานะพี่สะใภ้ ฉันเลยพูดกับเธอแบบธรรดา ทำไมหรือคะ น้องสาวของคุณบอกกับคุณว่ายังไงบ้างล่ะคะ” ซ่งลี่อินยังแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อะไรทั้งสิ้น
“ก็ไม่มีอะไรครับ เธอพูดแค่ว่าคุณต่อว่าเธอว่าไม่มีสองก็แค่นั้น”
“อ่า..ใช่ค่ะ เธอไม่มีสมองจริงๆ” ซ่งลี่อินพูดจบก็เดือนเข้าห้องไปพร้อมกับเจ้าเด็กอ้วน ที่ตอนนี้ได้เวลาอาบบ้ำแล้ว เธอปล่อยให้เฉินหวังเหว่ยนั้นยืนงงกับคำพูดของเธอเพียงลำพัง
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ซ่งลี่อินอยู่กับลูกชายเพียงสองคน เพาะว่าเฉินหวังเหว่ยนั้นต้องไปทำงานที่ค่ายทหา ซึ่งเธอก็ไมู่้ว่าวันนี้เขาจะกลับมาหรือเปล่า เพราะเขานั้นไม่ค่อยกลับ
ลี่อินที่ดูแลลูกชายตัวน้อยและงานบ้านเส็จแล้ว ก็หยิบกล่องที่เก็บเงินขึ้นมาดูอีกครั้ง เพราะตั้งใจที่จะเอาเงินที่เฉินหวังเหว่ยนั้นมอบให้เมื่อวานนี้มารวมกัน และก็จะนำบางส่วนไปฝากธนาคาร เพาะเธอเองก็อยากที่จะลงทุนในการซื้อพันธบัตของธนาคารด้วย เผื่อว่าวันไหนที่ได้ราคาดีเธอก็เทขายทั้งหมด เธอคิดว่ายังไงก็ต้องได้กำไรแน่นอนเพียงแต่ต้องรอเวลาเท่านั้น
เมื่อซ่งลี่อินหยิบเงินหยวนออกมาทั้งหมดเธอก็เห็นหยกชิ้นหนึ่งที่อยู่ตรงด้านล่างสุดของกล่อง ซึ่งเธอเองก็งงว่ามันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เพราะเมื่อตอนที่เธอดูเมื่อครั้งก่อนก็เหมือนกับว่าเธอไม่เคยเห็นมันมาก่อนหน้านี้
“หยกชิ้นนี้คุ้นๆแฮะ” ลี่อินหยิบหยกขึ้นมาพิจารณาดูอีกครั้ง ก็เห็นว่ามันมีลวดลายที่สวยงามมาก ซึ่งตรงกลางของตัวหยกนั้นมันดูคล้ายกับหงส์มากซึ่งเธอก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่หรือเปล่า
“โอ๊ะ!!” ซ่งลี่อินที่พลิกหยกไปมา อยู่ดีๆมันก็เกิดแสงสว่างขึ้นมา และมันก็หายไปที่กลางฝ่ามือของเธอ
“ร้อนๆๆๆ” ซ่งลี่อินสบัดมือข้างที่หยกหายเข้าไป เธอู้สึกว่ามันร้อนเป็นอย่างมาก เหมือนกับว่ามีไฟมาแผามือของเธอ แต่มันก็เป็นเพียงแค่คู่เดียวเท่านั้นแล้วความู้สึกนั้นก็หายไป
“หายไปไหนแล้วนะ” ลี่อินสงสัย พร้อมกับชูมือเล็กๆของเธอชึ้นดู ลี่อินใช้มืออีกข้างถูลงไปที่ฝ่ามือ แล้วสิ่งที่เธอเห็นก็แทบจะทำให้เธอนั้นหัวใจวาย
“นะ..นี่มัน” ซ่งลี่อินเห็นว่าภายในอุ้งมือของเธอนั้น เหมือนกับเป็นห้องอะไรสักอย่าง และยิ่งดูเธอก็มีความู้สึกว่ามันคุ้นเคยมาก ใช่ นี่คือมิติห้างของเธอนั่นเอง
“ดีสิ ในตาของพี่มีแต่เธอเท่านั้น” เสวียนเหลียนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน สายตาที่เขานั้นส่งให้เธอนั้นมันแสดงออกมาทุกอย่างว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมันจริงทุกคำพูด“มีซินซินด้วย”“ซานซานด้วย” สองแฝดที่เห็นว่าพ่อแม่กำลังรักกันก็ขอมีส่วนร่วมด้วยทันที**********“ลูกหลับแล้วหรือคะ” ฮวาเหมยที่เดินออกมาขากห้องน้ำก็เห็นว่าสามีนั้นนอนอยู่บนที่นอนแล้ว เธอจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อทาครีมบำรุง“ครับ วันนี้หลับง่ายสงสัยจะเล่นเหนื่อย” ปากก็พูดกับภรรยาแต่สายตานั้นกลับจับจ้องไปที่ชุดนอนบางเบาที่ภรรยาสวมใส่อยู่“อุ้ย!!” ฮวาเหมยร้องขึ้นเมื่อเธอก้มลงไปทาโลชั่นที่ขากลับพบว่าเธอถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง“อืม…หอมจัง” เสวียนเหลียนซุกไซร้ไปที่ซอกคอของภรรยาด้วยความมึนเมา“ก็ฉันพึ่งอาบน้ำมานี่คะ อ๊ะ..อย่าพึ่งค่ะ” “เรามาทำน้องให้เจ้าแฝดกันดีกว่านะ..”“ได้ที่ไหนกันล่ะคะ พี่เหลียนลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้มีนโยบายลูกคนเดียว”“พี่รวย…”“อื้อ…” ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อเธอถูกจับโยนขึ้นเตียงแล้วคนเป็นสามีก็จับเธอถ่างขาออกแล้วมุดหน้าลงไป ตั้งแต่หลังแต่งงานสามีของเธอก็ขอให้เธอใส่แค่ชุดนอนส่วนชั้นในนั้นไม่ต้องใส่ เพราะเขาขี
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7039 บทส่งท้ายการแต่งงานระหว่างเสวียนเหลียนและฮวาเหมยนั้นถูกจัดขึ้นที่ตระกูลเสวียน หรือจะเรียกว่า คฤหาสน์ ก็คงจะถูกต้องมากกว่าเพราะมันช่างกว้างขวางเสียเหลือเกิน ที่เสวียนเหลียนและฮวาเหมยจัดงานแต่งงานที่นี่ ก็เพราะต้องการมีความทรงจำเกี่ยวกับวันแต่งงานที่บ้านหลังนี้ ถึงแม้ตอนแรกคิดว่าจะจัดงานที่โรงแรม แต่เมื่อคนทั้งคู่ไม่ได้ต้องการที่จะจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ การจัดงานที่บ้านนั้นจึงดีที่สุด ถึงแม้ว่าคนตระกูลถัง (ตระกูลของแม่เสวียนเหลียนหรือก็คือครอบครัวท่านนายพลถัง)จะคัดค้านก็ตาม เพราะเขาเองก็มีหน้าที่การงานที่ดีและรู้จักคนมากมาย ในเมื่อหลานชายแต่งงานทั้งทีเขาเองก็อยากที่่จะประกาศให้คนได้รับรู้ แต่เมื่อบ่าวสาวให้เหตุผลทุกคนก็ยอมรับได้ จึงไม่มีใครคัดค้านเรื่องการจัดงานอีกคนที่มาร่วมงานแต่งนั้นก็มีเพียงแค่คนสนิท นับๆดูแล้วก็มีประมาณ 40-50 คนเท่านั้น งานแต่งงานของคนทั้งคู่นั้นผ่านไปด้วยความเรียบง่าย พอถึงฤกษ์ยามที่ดีคนทั้งคู่ก็ลงชื่อในเอกสารรับรองความเป็นสามีภรรยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกันก็จัดการเรื่องนี้ให้ ทำให้ตอนนี้คนทั้งคู่ได้เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบู
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7038 “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็แต่งงานกับฉันสิคะ”หลังจากวันนั้นที่จัดการเรื่องคุณหนูตู้ม่ายม่ายแล้ว ก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติ หนังสืออนุญาตทำการค้าของเสวียนเหลียนเองก็ได้มาแล้ว ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องจ่ายส่วยให้ใครอีกแล้ว ทำให้พ่อค้าแม่ค้าทุกคนที่เช่าพื้นที่ของเสวียนเหลียนนั้นดีใจมาก เพราะชายหนุ่มนั้นจัดกิจกรรมพิเศษขึ้นมา โดยที่เขาจะเก็บค่่าเช่าเพียงครึ่งเดียวนานสามเดือน เพื่อตอบแทนทุกคนที่อยู่ร่วมกันมา และร้านค้าของฮวาเหมยและครอบครัวก็ได้รับสิทธิ์นี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าใครจะมีความสุขมากก็ตามแต่ไม่ใช่กับเสวียนเหลียน ซึ่งเขาอาจจะสุขบ้างแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นที่สุขมากอย่างนั้น“พี่เหลียน ทำไมพี่ทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ” ฮวาเหมยที่เห็นท่าทางของคนรักมีอาการที่แปลกไปในช่วงหลายวันมานี้ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้“หืม…” เสวียนเหลียนที่มีความรู้สึกว่าคนรักพูดด้วยจึงได้หันกลับมามอง“ก็ฉันถามพี่ว่าทำไมพี่ดูใจลอยแบบนั้นมีเรื่องอะไรที่คิดมากหรือเปล่าคะ” ถ้ามีอะไรที่เธอพอช่วยเขาได้เธอก็ยินดีถ้าว่าเขานั้นยอมแบ่งปันกับเธอ“มันก็มี..” มันก็มีน่ะแหละ เพราะตั้งแต่คืนนั้นเขาก็ม
“จุก..บะ เบาหน่อย” ฮวาเหมยร้องออกมาเมื่อมีความรู้สึกว่าเสวียนเหลียนนั้นตอกตึงเธอแบบเน้นๆ ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนก่อนหน้านั้น เมื่อก้มดูที่หน้าท้องของเธอก็จะเห็นได้ทันทีว่ามีอะไรนูนออกมาอย่างมีมีจังหวะ“อ๊ะ…พี่เหลียนฉันจะเสร็จ” ฮวาเหมยที่มีความรู้สึกเหมือนว่ากำลังจะปวดฉี่เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าเธอใกล้จะเสร็จสมแล้ว เพราะอาการนี้เธอพึ่งจะสัมผัสมาไม่นานนี้“พร้อมกัน” พูดจบชายหนุ่มก็กระแทกเข้าออกแบบไม่ยั้ง“อืม..” สองเสียงครางออกมาพร้อมกัน เสวียนเหลียนกระตุกเกร็งอยู่สองสามทีก็นอนล้มทับไปบนตัวของคนรักแบบไม่ได้ลงน้ำหนักเพราะเขาใช้แขนทั้งสองข้างยันที่นอนเอาไว้“พี่เหลียน พี่ลุกออกไปสิคะ” ฮวาเหมยกลั้นใจบอกคนรัก ตอนนี้เธอรู้สึกอายมาก และไหนที่ช่องรักของเธอรู้สึกอุ่นเป็นอย่างมากเพราะมีน้ำที่เขานั้นพึ่งจะพ่นเข้าไป เธอที่เกิดมาสองชาติก็พึ่งจะเคยเจอแบบนี้เธอก็เลยทำตัวไม่ค่อยจะถูกนัก“อ๊ะ..อ๊ะ” แทนที่เสวียนเหลียนจะออกจากตัวคนเธอ ตอนนี้กลายเป็นว่าเขาเริ่มที่จะตอกตรึงเธออีกครั้ง เสวียนเหลียนจับตัวฮวาเหมยตระแคงข้างทั้งที่เจ้ามังกรยักยังคาอยู่ในช่องคับแคบ และยกขาของเธอขึ้นมาข้างนึงแล้วแล้วขยับเข้าออกด้วยแรง
ฮวาเหมย ข้ามประตูสู่ยุค7037 nc+++“เสี่ยวเหมย ช่วยพี่หน่อย นะ..” ตอนนี้เสวียนเหลียนคิดว่าเขานั้นไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้ว จึงได้เอ่ยปากขอคนรัก และเขาเองก็ตั้งใจที่จะรับผิดชอบเธอหากว่าเรื่องคืนนี้นั้นสามารถจัดการได้แล้ว“เอ่อ..” ฮวาเหมยลังเล เมื่อชาติก่อนเธอก็ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ด้วย แล้วเธอจะช่วยเขาได้อย่างนั้นหรอ“นะ..กระต่ายน้อยของพี่” เสวียนเหลียนออดอ้อนคนรัก จมูกของเขาก็ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวไม่หยุด “กะ…ก็ได้ค่ะ” ฮวาเหมยตอบตกลงในที่สุด ถึงแม้เธอจะไม่ช่ำชองในเรื่องแบบนี้แต่ก็เคยมีผ่านตาเธอมาบ้าง เธอคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องยาก เสวียนเหลียนเมื่อได้รับการยินยอมจากคนรักเขาก็พาเธอไปที่เตียงนอนทันที พร้อมกับมอบจูบอย่างดูดดื่ม ตอนนี้ลิ้นร้อนของเขานั้นพัวพันกับเรียวลิ้นเล็กด้วยความหวานล้ำ“อืม”ฮวาเหมยครางออกมาเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่บีบนวดที่เต้าอวบของเธอ ขณะที่อกอีกข้างก็ถูกลิ้นร้อนของเขาเล่นงานอย่างหนัก ซึ่งแรงที่เขาดูดดึงนั้นไม่น้อยเลย นี่ถ้ามันขาดได้ก็คงขาดไปแล้ว จนเต้าอวบของเธอทั้งสองข้างนั้นกลายเป็นสีแดง และตอนนี้เสื้อผ้าที่เธอเคยสวมใส่อยู่ก็ไม่รู้ว่ามันหลุดร่วงไปตั้งแต่ตอนไหนเสวี
เมื่อคืนที่ผ่านมา…“อื้อ!!!” “คุณโจวจัดการคุณหนูตู้เถอะ เดี๋ยวผมจะพานายน้อยไปที่ห้องก่อน” หย่งชานเมื่อโปะยาสลบตู้ม่ายม่ายแล้วก็นำเธอไปวางลงบนเตียง วันนั้นหลังจากที่เขาโทรไปนัดท่านนายพลให้กับนายน้อยเขาก็รีบมาจัดการที่ร้านอาหารแห่งนี้ทันทีร้านอาหารซินเทียนเป็นร้านของนายน้อย ซึ่งคนน้อยนักที่จะรู้ว่าเสวียนเหลียนเป็นเจ้าของ เขาได้มานัดแนะกับพนักงานแล้วว่า ถ้าครอบครัวตู้มาที่นี่แล้วต้องการสิ่งใดสิ่งไหนที่จัดการได้ตามที่ทางนั้นบอกแล้วค่อยกลับมารายงานเขา และก็เป็นดั่งที่นายน้อยของเขาคิด พวกเขาได้ขอเปิดห้องพักหนึ่งห้อง เสวียนเหลียนจึงได้ใช้แผนการตลบหลังนี้ขึ้นมา โดยการติดกล้องขนาดเล็กเอาไว้ที่หน้าห้องและในห้อง เขาที่ไม่เคยเห็นกล้องขนาดเล็กแบบนี้มาก่อนก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ เขาไม่คิดว่ามันจะสามารถบันทึกภาพทุกอย่างเอาไว้ได้ และความดีนี้ก็ต้องยกให้กับน้องสาวโจวที่หากล้องวิเศษนี้มาได้เมื่อนายน้อยถูกวางยาแล้วพามาส่งที่นี่ พวกเขาจึงได้ดักรอโอกาสที่จะมาพานายน้อยออกไป โดยการที่ทำให้ตู้ม่ายม่ายนั้นสลบหลับไป แล้วให้ฮวาเหมยนั้นเข้ามาถอดเสื้อผ้าให้ เพื่อที่เวลาคนเข้ามาเห็นจะได้คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น “พ







