เข้าสู่ระบบ“คุณสั่งอะไรมาอีกหรือคะ?”
เสียงใสเอ่ยถาม คมธรณ์ที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กำลังดูงานของตนเองอยู่เงยหน้าขึ้นมา แล้วยิ้มให้กับคนตาโต ที่กำลังมองจ้องเขา มือของเธอถือแก้วกาแฟควันกรุ่นมาวางให้กับเขา
“ก็สองสามอย่างน่ะ” เขาตอบ แล้วเบนสายตามาสนใจบนจอต่อ น้ำขิงเม้มปากนิดๆ ก่อนจะยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
“ไม่ใช่สองสามอย่างค่ะ คุณ...สั่งเปลเด็ก เตียงคอก แล้วก็เสื้อผ้าเด็กมาอีกสามกล่อง”
“แหม...”
คมธรณ์หัวเราะแหะๆ แล้วยกแก้วกาแฟขึ้นจิบแก้เขิน คุณแม่วัยใสนั่งลงตรงเก้าอี้ตรงหน้าเขา แล้วเริ่มบ่น
“ห้องมันจะไม่พอใส่ของที่คุณสั่งมาแล้วนะคะ แล้วหนูก็เพิ่งจะท้องได้สามเดือน ถ้าคุณจะยังซื้อของแบบนี้ทุกวัน จนลูกคลอดของมันไม่ท่วมห้องเหรอคะ แล้วมันสิ้นเปลือง คุณซื้อมาแต่ของแพงๆ ถ้าเกิดว่าต้องแยกไป หนูขนไปไม่หมดนะ เสียดาย”
คำว่าถ้าจะต้องแยกไป ทำให้คมธรณ์ถึงกับชะงัก มองหน้าคนพูด ที่ยังมีสีหน้าบึ้งไม่พอใจเขา เจ้าหล่อนกอดอก มองหน้าเขา ลูกกะตาวับๆ นั่น มองจ้องเขาอย่างเอาจริง
ตาโตแป๋วที่เขาชอบมัน ไม่ว่าเธอจะทำสายตาแบบไหนใส่
สามเดือน...เขาอยู่กับน้องมาสามเดือนแล้ว
การดูแลคุณแม่ ฉบับคุณพ่อมือใหม่ ทำให้มีคนปวดหัวหนักมากหนึ่งคนนั่นคือหมอทิวา เพราะเพื่อนมีปุจฉามาถามทุกวัน จนร่ำๆ อยากจะไปตัดเน็ตที่บ้านของคมธรณ์อยู่ร่อมร่อ
“เอ่อ...เดี๋ยวให้คนมาขนไปเก็บที่บ้านพี่ อย่าบ่นนักเลยน่า”
“เลิกซื้อได้แล้วนะคะ”
เธอคาดคั้น จ้องเขาตาแป๋ว คมธรณ์ทำตาปริบๆ ก่อนจะบ่นเบาๆ
“มีอีกหลายอย่างเลยที่ไม่ได้ซื้อ ไหนจะเครื่องปั๊มนม เครื่องล้างขวดนม...”
“โอ๊ย...ไว้รอลูกคลอดก่อนเถอะค่ะ ค่อยซื้อ บ้านหนูถือนะคะ ว่าถ้าซื้อของเด็กไว้ก่อน จะไม่ได้ใช้”
คมธรณ์หน้าซีด ปรี่ถึงตัวเธอด้วยความว่องไว ดึงเธอไปกอด น้ำขิงตกใจนตัวแข็งเมื่อเขาเข้ามาไวขนาดนี้
“โอเคๆ พี่จะไม่ซื้อแล้ว เอ่อ...แล้วน้ำขิงมีอาการผิดปรกติอะไรหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ ไม่มีเลย”
“ลูกดิ้นบ้างหรือยัง นัดอีกทีเมื่อไหร่นะครับ”
“อีกสองอาทิตย์ค่ะ”
“เอ จะสี่เดือนแล้ว ต้องดิ้นบ้างไม่ใช่เหรอ มีอะไรหรือเปล่า เราไปซาวน์กันไหม? พี่กลัวว่าลูกจะเป็นอะไร”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณธรณ์คะปล่อยหนูได้แล้ว”
เธอพึมพำอ้อมแอ้ม เขาหัวเราะแหะๆ ก่อนจะปล่อยเธอออกจากอ้อมแขน
“พี่กลัวนี่นาว่าลูกจะเป็นอะไร พี่ห่วงแก ลูกคนแรกด้วย”
น้ำขิงหน้าแดงขึ้นมานิดๆ สถานะระหว่างเธอกับเขา แค่เมียที่เขาเก็บมาดูแลเลี้ยงดูไปจนกว่าลูกจะคลอด แล้วเธอก็จะจากเขาไปมีชีวิตของตัวเอง
ทำไมเขาถึงดูห่วง ดูวุ่นวายกับเธอมากจริงๆ
ทำแบบนี้ ใจเธอก็รู้สึกมากไปทุกวัน
เฮ้อ...
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณธรณ์อยากกินอะไรเย็นนี้คะ”
“น้ำขิงอยากกินอะไร พี่ก็กินอันนั้นแหละครับ ไปกินข้างนอกกันไหม? พี่ว่าจะพาน้ำขิงแวะห้าง ซื้อชุดคลุมท้องให้”
“หนูยังใส่เสื้อผ้าที่คุณซื้อมาให้ยังไม่หมดเลยค่ะ”
เจ้าตัวทำตาโตใส่เขา เขาขยันเปย์ ขยันเอาใจเหลือเกินสิน่า คนที่ได้เป็นเมียเขาจริงๆ คงจะมีความสุขมาก
แต่เธอไม่ใช่เมียจริงๆ ของเขานะน้ำขิง เธอมีเวลาอยู่กับเขาอีกแค่ไม่กี่เดือน ก็ต้องแยกจาก
น้ำขิงบอกย้ำตัวเองซ้ำๆ แบบนี้
“ก็อยากซื้อให้ อยากให้น้ำขิงสวยๆ”
เขาว่า ตามองเธอเป็นประกายพราวอย่างปิดไม่มิด หน้าของน้องแดงขึ้นในทันที แล้วก็ลุกขึ้น เมินไปทางอื่นเพราะไม่อยากมองหน้าคมสันนั่นให้ใจสั่น
“หนูทำต้มยำกับไข่เจียวหมูสับนะคะ”
“ครับ”
เขารับคำ น้ำขิงจึงทำท่าจะออกไปจากห้องนอนของเขา แต่เขาเรียกไว้ก่อน
“เดี๋ยวก่อนสิน้ำขิง”
“คะ?”
“ของในตู้เย็นมีครบไม่ขาดใช่ไหม”
“ของสดยังเยอะอยู่เลยค่ะ”
ถามมาแบบนี้ อยากจะพาเธอไปซื้อของแน่ๆเธอรู้ทันหรอก เขาตั้งใจจะทำอะไรแล้วสุดท้ายก็ต้องตะล่อมพาไปทำจนได้นั่นแหละ
“พี่อยากกินผลไม้”
“คุณธรณ์ไปเองได้เลยค่ะ หนูไม่อยากเดินห้าง หนูไม่ชอบกลิ่นห้าง”
โบ้ยเป็นแบบนั้น คมธรณ์ทำหน้าพิกล แล้วเปรยถามเธอ
“จริงสิ ท้องได้สามเดือนแล้ว น้ำขิงแพ้ท้องบ้างหรือเปล่า มีอาการอะไรแปลกๆ ไหม”
“ปรกติดีนี่คะ”
“พี่อ่านในพันทิปมา บางคนแพ้ท้องตั้งแต่เดือนแรก บางคนก็จะแพ้เดือนที่สี่ที่ห้าก็มี”
คำว่าอ่านจากพันทิป ทำให้น้ำขิงอยากจะกลอกตา เขาก็ชอบไปอ่านอะไรในนั้น บางอย่างก็เอามาห้ามเธอ บางทีก็เอามาสอนให้เธอทำนั่นทำนี่
อย่างเรื่องทำโยคะคนท้องอะไรนี่อีก เธอไม่อยากทำ เขาก็ชวนทำ บอกว่าจะทำให้คลอดง่าย เธอทำแล้วมันปวดตัวไม่สบายตัว บิดผิดท่าไปทีกระดูกเกือบเคลื่อน เธอเลยเข็ด
สารพัดที่กระทู้แนะนำ คุณแม่ควรกิน คุณแม่ควรมี เขาก็สรรหามาชวนเธอกิน
หมอทิวาเพื่อนของเขานั้น แอบกระซิบบอกกับเธอว่า ถ้าคมธรณ์ชวนทำอะไร โดยบอกว่าอ่านมาจากพันทิป ก็ไม่ต้องไปบ้าจี้ทำทั้งหมดหรอก เพราะร้อยคนก็ร้อยแบบ มันไม่ได้ผลเหมือนกัน ให้เชื่อหมอกับร่างกายตัวเองเป็นหลัก
แถมยังบ่นว่าเขาน่ะอาการหนัก เห่อลูกหนักมาก เห่อเมียหนักมากด้วย
“ถ้าไม่แพ้ท้องนี่ ลูกจะเป็นอะไรไหมนะ”
เขาตั้งปุจฉาเอง แล้วก็ทำท่าจะโทรหาหมอทิวา แต่เธอก็เบรกไว้ก่อน
“หนูง่วงบ่อย ก็คงจะใช่อาการแพ้นั่นแหละค่ะ คือว่าหนูถามคุณหมอ หมอบอกว่ามันคืออาการแพ้” โกหกแหละ เขาจะได้เลิกถามเลิกห่วง เขาห่วงมากๆ เธอก็ชักจะปวดหัว
“ไม่อยากกินอะไรบ้างเหรอ ปะ ไปเดินห้างกับพี่ดีกว่า เผื่อจะเจออะไรที่อยากกิน”
“ไม่ไปแผนกเสื้อผ้า แล้วก็แผนกเด็กนะคะ”
เธอย้ำ คมธรณ์อมยิ้ม ยัยเด็กตาโตชักจะรู้มาก เอ้า...ห้ามเขาเปย์ เขายังไม่เปย์ตอนนี้ก็ได้
เดี๋ยวรอทีเผลอก่อนค่อยว่ากัน
บ่นนักเขาก็จะสั่งไปส่งที่บ้านพ่อ ทิ้งไว้ตรงนั้นแหละ เขากำลังวางแผนซื้อบ้าน ว่าจะปรึกษากับไอ้แป๋งดู เผื่ออาจจะขายบ้านทางโน้นมาซื้อที่นี่ เขาก็ไม่ได้ไปมาหาสู่อะไรกับทางนั้นสักเท่าไหร่แล้ว อีกอย่างน้ำขิงคงไม่อยากกลับไปบ้านเพราะไม่อยากเจอตา ตาแบบนั้นเขาก็ไม่ไปให้เจอหรอก ไม่อยากจะสรรหาคำมาด่า คนประเภทแบบตาโอ่งนั่น
“ครับ ไม่ไปครับ ไปหาอะไรกินกัน น้ำขิงจะได้ไม่ต้องลำบากทำกับข้าว”
ไม่อยากจะเถียงกับเขาต่อ เธอถามว่าเขาจะไปกี่โมง แล้วก็ขอตัวออกไปจากห้อง คมธรณ์บอกตามหลังให้แต่งตัวสวยๆ เธอก็ได้แต่กลอกตา เขาซื้อเสื้อผ้ามาให้มากมาย เครื่องสำอาง ครีมประทินผิวต่างๆ นานาๆ ก็ตัวดีตัวดังในเน็ตที่บอกว่าคนท้องใช้ดี นั่นล่ะ ทุกยี่ห้อ มีวางเรียงรายที่โต๊ะเครื่องแป้งของเธอ
แต่ด้วยเพราะอะไรบางอย่าง ทำให้น้ำขิงไม่อยากแต่งตัว เธอขี้เกียจไปหมด จนเบื่อตัวเอง ขี้เกียจทาครีม ขี้เกียจกระทั่งอาบน้ำ หน้าตาของเธอมีสิวผุดขึ้น ข้างหลังก็มีแต่ผื่นขึ้น เธอไม่ได้บอกเขา กลัวเขาวุ่นวายพาเธอไปหาหมออีก
นึกสงสัยตัวเองเหมือนกันแหละว่าเป็นอะไร จริงๆ แล้วน้ำขิงก็ไม่ใช่คนไม่รักสวยรักงามไม่ชอบของสวย ชอบแต่งตัว เธอชอบแล้วยิ่งคนไม่มี มามีเยอะๆ จนละลานตาไปหมด ถ้าปรกติแล้วก็ต้องมีความสุข ใส่ชุดนั้นลองชุดนี้ แต่น้ำขิงไม่เลย...ไม่รู้เพราะอะไร
นั่นสิ...
หรือเธอจะไปหาดูข้อมูลในพันทิปแบบที่เขาทำบ้าง?
คิดแล้วก็อมยิ้ม กลัวตัวเองจะกังวลทุกสิ่งเหมือนคมธรณ์ แต่เธอคงจะประสาทแข็งกว่าเขานั่นแหละ สาวน้อยคิด แล้วเริ่มเปิดไล่ดูกระทู้เกี่ยวกับคนท้องบ้าง
ไล่อ่านแล้วก็ขำ เพราะคิดว่าเขาคงมาอ่านกระทู้เดียวกัน ถึงได้วิตกกังวลว่าเธอจะเป็นแบบเจ้าของกระทู้
อยู่กับเขามานานสามเดือน เป็นคนที่เธออยู่คลุกคลีด้วยทุกวัน ตอนแรกเธอคิดว่าเขาจะเป็นเหมือนเพื่อนซี้ของเขาปรากฏ...แต่คมธรณ์ไม่เหมือนแบบนั้นเลย
อ่านไปอ่านมาก็ง่วง เธอกลายเป็นคนนอนเก่ง เธอไม่อยากขี้เกียจแบบนี้เลย แต่ก็แพ้ต่ออาการของตัวเองทุกที
ถ้าเธอคลอดลูกแล้วไปจากที่นี่แล้ว ไม่มีเขาอีกแล้ว จะมาขี้เกียจแบบนี้ไม่ได้นะน้ำขิง
สาวน้อยบอกตัวเอง แล้วตากลมโตนั่นก็ปิดลง
หนึ่งปีต่อมา...บ้านดรุณทองวันนี้มีงานเลี้ยงฉลองงานมงคลสมรส ระหว่างน้ำขิง และ คมธรณ์ ซึ่งมีทั้งงานพิธีอย่างถูกต้องในตอนเช้า และเลี้ยงฉลองในช่วงเย็น แขกมีแต่คนกันเอง คนสนิท น้ำขิงนั้นสวยงามเฉิดฉายในชุดราตรีสั้นแบบเกาะอกฟูฟ่องสีชมพูโอโรส สีที่เข้ากับผิวของเธอ ขับให้เธอสวยเด่นกว่าใคร ในอ้อมแขนของเธอ มีตาหนูน้ำหนึ่งที่ตอนนี้กำลังน่ารักน่าชัง และเป็นจุดศูนย์กลางของคนในงาน เพราะมีแต่คนเวียนมาอุ้มหยอก ตาหนูอารมณ์ดี ใครอุ้มก็หัวเราะยิ้มตาหวานส่งให้ ชอบเป็นพิเศษคือสาวสวย ตอนนี้ตาหนูอยู่ในอ้อมแขนของมทินา มองอามุกคนสวยตาแป๋ว ยิ้มหวานตาเยิ้มส่งให้ ปรากฏที่ควงมากับเธอ ถึงกับมันเขี้ยว แกล้งเอานิ้วจิ้มหน้าผากเจ้าตัวน้อยหยอกๆ แล้วเอ่ยเสียงเข้ม“นี่ เชื้อพ่อแรงนะเราน่ะ นี่ของอา...อย่ามามองตาหวานมาก อาหึง” “นี่มันเด็กนะคะพี่ป๋องแป๋ง” คำเรียกชื่อเขาจากปากของมทินา ทำให้ปรากฏทำหน้าดุใส่เธอ มทินาทำหน้าตาย เหมือนไม่รับรู้ว่าเขาห้ามขาดแล้วกับชื่อเล่นนี้ไม่ให้เธอเรียกอีกต่อหน้าผู้คน“มุกขา พี่เคยขอแล้วว่าไม่ให้เรียกไอ้ชื่อป๋องแป๋งนี่ มันฟังกะโหลกกะลา ปัญญาอ่อนมาก ไม่เหมาะกับหนุ่มสุดหล่อ ว่าที่ สจ.อย่างพ
เมื่อเช็กอินเรียบร้อย น้ำขิงก็ถูกพี่ลากเข้าไปในห้องไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ คมธรณ์ก็อุ้มเธอลอยขึ้น น้ำขิงตกใจกับการกระทำสุดห่ามนั่น เขาโยนเธอลงบนเตียงกว้าง ก่อนจะกระโจนตามขึ้นมา น้ำขิงยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไร เขาก็ประกบริมฝีปากลงมาและจูบเธอ จูบ และจูบ พายุจูบละเพียงแค่สูดลมหายใจเพราะจะขาดอากาศเท่านั้น ก่อนจะบดลงมารอบแล้วรอบเล่าน้ำขิงที่ไม่ได้หายใจหายคอ หัวหมุนคว้างไปหมดเพราะรสชาติจุมพิตของเขา ทำให้เธอมึนเมา และอ่อนเปียกในอ้อมอกของคมธรณ์“ไม่มีเงื่อนไขอะไรแล้ว”เขาคำรามเสียงเป็นกระซิบ น้ำขิงปรือตาขึ้นมามองเขา สีหน้าของเขาตอนนี้ดุดันเหลือเกิน สายตาก็ราวกับมีเปลวไฟอยู่ในนั้น“พะ พี่ธรณ์”“น้ำขิงต้องเป็นเมียพี่ตลอดไปไม่มีเลิกกัน”“แต่...”“ไม่มีแต่ ห้ามแต่ ไม่เอาคำว่าแต่”เขางึมงำ พรมจูบไปตามซอกคอหอมกรุ่นของสาวน้อย มือไม้ของเขาก็วุ่นวายสาละวน ถอดนั่นดึงนี่ ครู่เดียวร่างน้อยก็เปลือยเปล่า ทรวงอกอวบใหญ่ของเธอคัดเต่ง พร้อมที่จะให้นมบุตร มันเลยใหญ่กว่าขนาดธรรมดา ป้านทรวงมีสีเข้มขึ้น และเห็นเส้นเลือดชัดเจนเพราะผิวน้องขาว ท้องที่ขยายเพราะคลอดบุตร ตอนนี้แทบจะกลายเป็นปรกติ มีพุงนิดๆ พอน่
งานพิธีของตาโอ่งผ่านไปอย่างเรียบง่ายอาจจะเพราะไม่มีญาติและเพื่อนสนิทที่ไหน มาแสดงความเสียใจ และบอกลาแกเป็นครั้งสุดท้ายเกินสิบคน นับได้แค่นั้น แขกในงานมีแค่สหายร่วมเมาของตาโอ่งสองคน เจ้าหนี้ที่มารอเก็บเงินอีกสามคน มทินาที่อาสาเป็นแม่งานช่วยเขา เขาและน้ำขิงเขาจ่ายเงินให้กับเจ้าหนี้ของตาโอ่ง น้ำขิงค้านว่าจะจ่ายเอง เขาไม่ยอมบอกว่าเขาจะรับผิดชอบให้ รวมถึงให้ค่าเสียเวลามทินาด้วย ที่ช่วยจัดการจัดแจงและบางส่วนก็ออกเงินไปก่อน เธอก็ไม่ขอรับเช่นกัน บอกว่าทำบุญเป็นหนสุดท้ายให้กับคนตาย“รับไปเถอะ”“ไม่ค่ะ” เธอยังยืนยัน พร้อมกับยิ้มหวานส่งให้กับเพื่อนของพี่ชาย...“พี่ไม่สบายใจนะ” คมธรณ์ว่า“ไม่เป็นไรค่ะ แค่พี่ธรณ์ช่วยดูแลคุณป๋องแป๋งก็โอเคแล้วค่ะ”เขากลืนน้ำลายอย่างฝืดๆ ไอ้แป๋งมีชื่อเล่นจริงว่าป๋องแป๋ง ซึ่งมีแต่คนในบ้านที่เรียก มันห้ามเรียกชื่อเล่นเต็มๆ ของมันมานานมากแล้ว เว้นแต่พ่อ และแม่ ที่ห้ามไม่ได้ เพราะก็ยังยืนยันที่จะเรียกชื่อนี้เหมือนกับลูกชายยังเป็นเด็กเล็กๆ “เอ่อ...น้องมุกรู้”“คะ?”เธอมองหน้าเขาแล้วกะพริบตาปริบๆ เขามองพินิจคนใบหน้ารูปไข่ตรงหน้า มทินายิ่งโตยิ่งสวย จากที่ดูแล้วน
สองวันต่อมา...น้ำขิงปวดท้องตอนสามทุ่ม ทำให้เกิดความโกลาหลไปทั้งบ้าน เพราะคมธรณ์ที่จิตหลุด เกิดแรงมหาศาลอุ้มเมียวิ่งไปหน้าบ้าน...ตั้งท่าจะวิ่งไปจนถึงโรงพยาบาล ลืมไปเลยว่าต้องขับรถ ทำให้บิดาต้องขับรถตามลูกชายกับลูกสะใภ้ ก็วิ่งไปแล้วหลายเมตร คุณธรรมทั้งขำทั้งโมโหลูก ที่ตกใจจนสติแตก อุ้มเมียวิ่งแบบนั้นถ้าพากันหกล้มหกลุก จะยิ่งวุ่นวายคูณสองเลยเอามะเหงกเขกหัวลูกไปโป๊กพอเป็นพิธี น้ำขิงนั้นก็ขำเขา...จะหัวเราะก็ไม่ได้เพราะปวดท้องหน่วงมากไปถึงโรงพยาบาล น้ำขิงก็ถูกเข็นเข้าห้องตรวจ ทีมของหมอทิวาที่ดีลไว้เตรียมพร้อมเรียบร้อย ไอ้หมอทิวาบอกว่าจะควบคุมดูแลกำกับ แต่จะไม่ไปดูช่วงล่างเด็ดขาด คมธรณ์ตกลงและขอเข้าห้องคลอดด้วยเวลาตีสองปากมดลูกเปิด คมธรณ์ที่อดหลับอดนอนเฝ้าวนหน้าห้องคลอดถูกพาไปล้างไม้ล้างมือ สวมชุดกันเชื้อและพาเข้าไปพร้อมกับหมอทิวาตีสองสิบห้านาทีต่อมา เขาถูกเข็นออกมาเพราะเป็นลมเนื่องจากเห็นเลือดของน้ำขิงตาหนูคลอดออกมาปลอดภัยครบสามสิบสอง ด้วยการคลอดแบบธรรมชาติ สัญญาณทุกอย่างดี แกร้องเสียงดัง น้ำขิงที่อ่อนเพลียจากการเบ่งคลอด เหลือบมองหน้าเล็กๆ นั่น น้ำตาคลอ ตื้นตันไปหมดเมื่อเห็นลูก
คมธรณ์นอนหลับไปนานมาก...ตื่นขึ้นมาอีกที น้ำขิงก็ไม่อยู่แล้ว เขาบิดขี้เกียจยังคงมึนๆ อยู่นิดๆ เพราะสมองยังปรับจูนเรื่องเขตเวลาไม่เข้าที่เท่าไหร่ เพราะเดินทางไกลจากแอลเอมาถึงเมืองไทยก็หลายชั่วโมง มาก็ไม่ได้พัก...เขาใช้กำลังเฮือกสุดท้ายไปกับ...คิดแล้วก็ยิ้มอย่างพึงใจเขาใกล้น้องได้ในระดับนี้ กอด จูบ และสัมผัสได้ขนาดนี้ เพราะการห่างกันนั่นแหละ ความคิดถึงโหยหาได้ทลายกำแพงใดๆ ระหว่างกันจนพังไปหมดอย่าหวังว่าน้องจะได้ไปไหน ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยให้น้ำขิงไปอยู่ที่อื่นสัญญา เงื่อนไข เขาจะบอกน้องว่ามันไม่มีอีกต่อไปแล้วนะคมธรณ์ลุกขึ้นอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วลงไปข้างล่าง พบว่าตอนนี้ทุกคนรวมตัวกันอยู่ในห้องโถง คุณธรรม จิตรา และน้ำขิง“มาแล้วหรือเจ้าธรณ์”คุณธรรมเอ่ยทัก ท่านนั่งติดกับจิตรา น้ำขิงกำลังนั่งพลิกอ่านหนังสือ ที่จิตราหามาให้“มาแล้วครับพ่อ ขอบคุณที่พ่อดูแลน้ำขิงกับหลานให้นะครับ” “พ่อมีเรื่องจะคุยกับแก เรื่องของน้ำขิงน่ะ”คุณธรรมเอ่ยเสียงจริงจัง น้ำขิงเงยหน้าขึ้นมองท่าน นัยน์ตากลมโตมองจ้องท่านอย่างสงสัย ความระแวงและปมในใจทำให้ใจแกว่ง หรือคุณท่านจะรู้แล้วนะ เรื่องที่เธอตกลง
และเมื่อจัดการเรื่องบิดาเรียบร้อย ระหว่างที่รอเรื่องขึ้นศาล คมธรณ์ก็ไปส่งปรากฏไปหาที่เรียนที่แอลเอ เขาวุ่นวายกับไอ้ตัวแสบเกือบสามเดือน ตอนแรกคิดจะกลับมาก่อนเพราะบอกไว้ว่าจะอยู่แค่เดือนเดียว แต่เพื่อนไม่ยอม งอแงหนักมาก แถมบอกว่าจะสร้างความร้าวฉานให้กับเขาและน้ำขิง เพราะได้ถ่ายคลิปตอนที่คมธรณ์เข้าผับลับเฉพาะที่เพื่อนชาวอเมริกันพาไปซ่าไว้ด้วย สร้างไปเหอะ น้องไม่ร้าวหรอก!ใจอยากบอกเพื่อนแบบนั้น แต่ก็ไม่อยากให้น้ำขิงเห็นอยู่ดี จากกันมาแบบเขายังงอนน้องอยู่นิดๆ แต่คนทำงอนดูเหมือนจะไม่รู้เรื่อง เขาก็ได้แต่ถอนใจนั่นแหละ อดโทรหาทุกวันไม่ได้ ส่งข้อความไปคุยด้วย นัดเวลาวีดีโอคลอ เพราะเวลาไม่ตรงกันเขายอมอดนอนเพื่อให้ได้คุยกับน้อง กลางวันเพื่อนก็ลากไปตะลอน เขาป่วยส่งท้ายก่อนกลับไทย เสียค่ารักษาตัวไปฉ่ำๆ เพราะค่ารักษาที่นั่นแพงมาก เลยทำให้กำหนดเวลาเลตมากขึ้นไปอีกปรากฏได้ที่เรียน ที่พักแล้วเรียบร้อย ทุกอย่างไอ้ตัวแสบบอกให้เขาปิดเป็นความลับ ตอนนี้พ่อกับแม่ของมันตามหาให้ควั่กแล้ว ไอ้หมอนั่นดันหัวเราะเมื่อรู้ว่าพวกท่านเดือดร้อน แถมบอกว่าเอ่อ...สมน้ำหน้าให้วุ่นวายเสียบ้าง ไว้เรียบร้อยแล้วจะติดต่อก







