LOGINตอนที่ 2 ตามลุงไปขึ้นเขา
วงไพ่เล็กๆมีเจ้ามือคือเจ้าบ้าน คนแทงทั้งสามคนกำลังนั่งลุ้นไพ่ของตัวเอง “ป๊อก เด้งด้วย”ลุงทศโยนไพ่สองใบลงพื้น เธอมองไพ่ป๊อกเก้าเด้งของเขาสลับกับมองไพ่บอดในมือ อีลุงนี่ก็ขยันป๊อกเหลือเกิน ..แถมยังเด้ง เกือบทุกครั้ง “กับไพ่ยังเด้งเก่ง อย่างอื่นล่ะพ่อทศ” เธอแทบเอาหน้าซุกใต้ผ้า แม่นะแม่พอเหล้าเข้าปากหน่อยก็ไปเรื่อยไปเปื่อย พูดจาสองแง่สองง่าม ไปถามเรื่องบนเตียงคนอื่นได้ยังไง ถึงจะเป็นญาติกันก็เถอะ “พี่กับทศไม่ได้เป็นอะไรกัน” ป้าอ้อยพูดขึ้นน้ำเสียงนิ่งเรียบ ภายในบ้านที่กำลังสนุกสนานเงียบลงทันที แม่เธอก็หน้าเจื่อนด้วย “เอ่อ พี่อ้อยฉันก็แค่หยอกพ่อทศมัน” “พี่กับทศไม่เคยอยู่กันแบบผัวเมียหรอก ไอ้ที่แต่งกันก็เพราะ..” “พี่อ้อย” ป้าอ้อยถูกลุงทศปรามด้วยสายตา หากแต่ตอนนี้ความเสือกของเธอพุ่งถึงขีดสุดเกิน รวมถึงแม่ด้วยที่กำลังตั้งอกตั้งใจฟัง “ไม่เป็นไร บอกไปเถอะ” ป้าอ้อยหันไปทางลุงทศ พอเขาได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าประมาณว่าแล้วแต่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินหายไปทางห้องนอน “นี่มันเรื่องอะไรพี่อ้อย” “แม่”แพรวรีบดุมารดา “พี่กับทศ ไม่ได้รักกันแบบผัวเมีย รักกันเหมือนพี่น้อง ที่แต่งงานกัน ก็เพื่อ..” “เพื่ออะไรพี่” จู่ๆป้าอ้อยก็เว้นวรรค จนทำเอาแม่เธอแทบสติแตกกับความอยากรู้ ก็ป้าอ้อยเล่นปูมาซะขนาดนี้ เธอเองยังนั่งฟังตาไม่กระพริบ “พี่ยืมเงินทศมาซื้อที่แปลงนี้”ป้าอ้อยก้มหน้าลงสีหน้าละอายใจ “ที่แปลงนี้พี่บอกว่าซื้อเองนี่” แพรวขมวดคิ้วจำได้ว่าแม่มักจะโม้ว่าป้าอ้อย ฉลาดเก่งที่สุดในบรรดาญาติ ทำให้มีเงินทองทรัพย์สินมากกว่าคนอื่น “ใช่ อย่าไปบอกคนอื่นนะรู้กันแค่เรา” “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องแต่งงานคะ ป้าก็แค่ติดหนี้ลุงทศเอง” “นั่นสิ พี่ก็หาเงินมาใช้หนี้ก็จบ” “ก็พี่ป่วยเงินมากมายขนาดนั้นจะไปหามาจากไหน ที่แต่งงานก็เพื่อตบตาคนอื่น วันไหนพี่ตายไปที่ดินนี้ญาติพี่น้องจะได้ไม่ต้องมาแย่งกับทศ เป็นสินสมรสน่ะ แพรวเข้าใจป้าไหมลูก” “ก็พอเข้าใจค่ะ”เธอหันไปทางมารดาที่ดูจะเข้าใจกว่าเพราะผ่านอะไรกับป้าอ้อยมาเยอะ “ฉันเข้าใจพี่ พี่น้องเรามันก็เสือสิงห์กันทั้งนั้น ถ้ามันรู้ว่าพี่โสด วันไหนตายลงคงมายื้อมาทึ้งเอาที่ผืนนี้ไป พ่อทศคงไม่ได้หนี้คืน” “ว่าแต่ทำไมพ่อทศถึงได้ใจดีขนาดนี้ ยอมให้พี่ยืมเงิน แถมยังแต่งกับพี่ตั้งหลายปี หรือว่าความจริงแล้วแอบหลงรักพี่” คำถามนี้เธอรีบตั้งใจฟัง ลุงทศทั้งหล่อ ทั้งรวย เหตุผลแค่นี้เพียงพอเหรอที่เขาจะยอมทิ้งความโสดมาอยู่กับป้าอ้อย “บ้านทศจะให้แต่งกับลูกสาวเพื่อน คลุมถุงชนน่ะ ทศเลยประชดมาแต่งกับพี่ นี่อยู่ด้วยกันเหมือนพี่เหมือนน้อง” “ละครมากเลยป้า”เธอขมวดคิ้วกับเรื่องราวของป้าอ้อยและลุงทศที่ดูจะซับซ้อนยากเกินเข้าใจ “แหม คนอยู่ด้วยกันมันก็ต้องมีอารมณ์มั่งละว้า”แม่ยังไม่หยุดปั่น “เอ็งว่า ทศเห็นหน้าข้าจะมีอารมณ์ไหมวะ” สองแม่ลูกมองหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย แค่มองตาก็รู้อีกฝ่ายคิดอะไร “พี่ก็ปล่อยตัวเกินไป”แม่พูดอ้อมๆจนโดนป้าอ้อยมองค้อน “เรื่องพวกนั้นไม่มีหรอก ข้าอยู่กันแบบพี่น้อง ทศเป็นคนดีมาก ลุงทศยังโสดอยู่นะหนูแพรว” “อะไรนะคะ” เธอหน้าเหวอไม่คิดว่าป้าอ้อยจะมาบอก ทั้งที่มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ ..ลุงทศโสด ..เกี่ยวกับเธอตรงไหน ตีห้า ไฟในบ้านเปิดสว่าง แพรวลุกขึ้นนั่งเขย่าแม่ที่กำลังนอนหลับสนิท “แม่ตีห้าแล้ว” “อือ”แม่ดึงผ้าห่มคลุมหน้า พลิกตัวไปอีกฝั่ง “ไหนแม่บอกจะไปเก็บเห็ดบนเขาไง ลุงทศออกมานั่งรอหน้าบ้านแล้ว”แพรวน้ำเสียงร้อนใจ มองลงไปหน้าบ้านเห็นลุงทศยืนถือแก้วกาแฟกำลังยกขึ้นจิบๆ “แม่เมื่อย แพรวไปเถอะ เก็บมาเยอะๆนะลูก”แม่พูดน้ำเสียงงัวเงีย ไม่มีทีท่าจะลุกจากที่นอนง่ายๆ “แม่นะแม่” แพรวรีบหยิบกางเกงขายาวกับเสื้อแขวมาสวม ปล่อยให้ลุงทศยืนรอนานเกินไป คิดได้แบบนั้นเธอก็รีบเดินลงบันไดไปทันที “พร้อมแล้วค่ะลุงทศ” เขาหันมากวาดสายตามองเธอหัวจรดเท้า พร้อมกับถอดหายใจหนักๆ “บนเขามีกิ่งไม้เยอะ หนามด้วย” “...” แพรวก้มมองการแต่งกายของตัวเอง เสื้อแขนยาวกับกางเกงเลกกิ้งสีดำแนบลำตัว “หนามมันจะเกี่ยวเอา” “ไม่เป็นไรค่ะ ลุงทศคงไม่ปล่อยให้แพรวโดนหนามเกี่ยวแน่ๆ อีกอย่างแพรวมีมาแค่นี้”เธอหมายถึงเสื้อผ้าแนวกระฉับกระเฉง นี่ก็ดูลุยสุดแล้ว “โดนเกี่ยวขึ้นมาอย่าร้องละกัน” “ค่ะ มันจะเจ็บสักแค่ไหนกันเชียว” “ถ้ามันแทงลึก ก็เจ็บเอาเรื่อง” “…” “ไปกันเถอะ เดี๋ยวเห็ดจะบานซะก่อน” “ระ รอด้วยค่ะลุงทศ” เธอรีบหิ้วตระกร้าตามหลังร่างสูงที่เดินนำออกไปหลายก้าว สมองยังไม่หยุดคิดถึงหนามที่จะมาทิ่มแทง ..มันจะใหญ่สักแค่ไหนกันเชียว ...... ฝากกดใจ+เพิ่มเข้าชั้น+คอมเม้นด้วยนะค้า ขอคนละคอมเม้นนะค้า..ตอนที่ 5 เห็ดป่าสีชมพู“อื้อ”ผมเงยหน้ามองน้องแพรว เธอหลุดเสียงครางออกมา มันยิ่งทำให้ผมตื่นตัว จากนิ้วโป้งผมหงายฝ่ามือขึ้นกดสอดนิ้วกลางแหย่ลึกเข้าไปด้านใน เห็ดน้องแพรวแน่นนุ่มมาก ตอดรัดนิ้วจนแทบจะขยับไม่ได้“น้องแพรวทำตัวสบายๆ”“หนูเจ็บค่ะ ลุงทศค่อยๆแหย่ได้มั้ยคะ”เธอบอกดวงตายังปิดสนิท“น้องแพรวเสียว?”ผมแกล้งถาม เห็นสีหน้ากับการหดเกร็งหน้าท้องก็รู้ว่าน้องแพรวเสียวมาก“เอ่อ มันรู้สึกแปลกๆค่ะ”“ลุงจะค่อยๆทำ ไม่ต้องกลัวนะ”ผมเอ่ยปลอบ น้ำเห็ดของหนูแพรวมีน้อยไปนิดคงต้องช่วยคลึงให้เธอผลิตเพิ่มผมชักนิ้วกลางออกมา คราบเมือกติดอยู่ปลายนิ้ว เห็นแบบนั้นผมก็รีบก้มหน้าชิม..หวาน หอมกลิ่นสาบสาวปลุกอารมณ์ดิบผมให้พลุ่งพล่าน นิ้วรีบแหวกไปตามรอยผ่าแยก เม็ดกระสันเสียวของน้องแพรวดูชมพูระเรื่อ“ลุงทศ ขา”เสียงหวานร้องขึ้น เมื่อผมเอานิ้วสะกิดเขี่ยเบาๆ“ตรงนี้เป็นไง น้องแพรวดีขึ้นไหม”“ไม่รู้ค่ะ”“ไม่รู้คือ”“หนูปวดฉี่ ไปฉี่ก่อนได้มั้ย”“หนูจะแตกครับ”ผมยิ้มให้กับความไร้เดียงสา นิ้วแกร่งรีบเขี่ยขยี้ส่งเธอไปถึงฝั่งฝัน“ลุงขาๆ”เธอครางกระเส่าเอวลอยเด้งเหนือพื้น“ปล่อยได้เลยนะ”“อ่าาา”น้องแพรวนอนเกร็งตัวกระตุก น้ำ
ตอนที่ 4 เห็ดของน้องแพรว“ชื่อเห็ดมันแปลกจังเลยค่ะ แพรวไม่เคยได้ยินมาก่อน”..ได้ยินก็แปลกล่ะ กูคิดขึ้นมาสดๆร้อน ก่อนที่น้องแพรวจะผวนคำออกผมก็รีบหยิบขวดน้ำมาให้เธอดื่มอีกครั้ง พร้อมกับปั่นเธอต่อ“กินน้ำอีกหน่อย ลุงว่าน้องแพรวหน้าซีดๆ”ผมเก๊กขรึมสีหน้าเป็นห่วง น้องแพรวจับใบหน้าตัวเองขยี้ไปมา“หน้าแพรวซีดมากไหมคะลุงทศ”“มากไม่มีสีเลือดเลย”หากมีกระจกตรงนี้ เธอคงลุกขึ้นทุบหัวผม นอกจากไม่ซีด พวงแก้มใสของน้องแพรวยังมีสีแดงระเรื่อ..โคตรน่ารัก“งื้อ แพรวยังไม่อยากตายอ่ะลุงทศ ทำไงดี”“เห็ดนี้ไม่ได้ทำให้น้องแพรวตาย แต่ถ้าน้องแพรวฝืนร่างกายก็ไม่แน่..” ผมยกมือขึ้นปิดหน้าเพิ่มดาเมจความจริงจัง“ฝืนร่างกาย มันหมายความว่ายังไงคะ”“ก็หมายความว่า เห็ดผัดผี จะทำให้คนที่กินเข้าไปเกิดอารมณ์ทางเพศ”“อารมณ์ทางเพศ!”“ขั้นรุนแรง”ผมย้ำเข้าไปอีก จนเธอหน้าซีดแทบจะเป็นลม“ทะ ทางแก้ล่ะคะ”น้องแพรวก้มหน้าถามเสียงอ่อย“ต้องปลดปล่อย ไม่งั้นธาตุทั้งห้าในร่างกายจะแตก อาจถึงแก่ชีวิตได้”“ปลดปล่อย”เธอนั่งกำมือแน่น ไม่กล้าเงยหน้าสบตาผม“ขอโทษนะที่ลุงต้องถาม น้องแพรวเคยมีแฟนหรือเปล่า”“…”“ว่าไง”“เคยมีค่ะ แต่แค่คุยๆกัน”“หม
ตอนที่ 3 ดอกไหนตูมแพรวเดินตามลุงทศขึ้นไปเนินเขาหลังบ้าน เขาพาเดินลัดเลาะมาเรื่อยๆ ภายในป่ามีเพียงความเงียบ แสงสว่างเริ่มสาดส่อง อากาศยามเช้าทำให้เธอเผลอสูดกลิ่นธรรมชาติเข้าไป“สดชื่นไหม”เขาหันมาถาม“มากๆเลยค่ะ แพรวรู้สึกตัวเบามาก ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยอ่ะ”“อย่างอื่นก็ทำให้ตัวเบาได้เหมือนกัน”“อะไรนะคะ”“นู่นไงเห็ดที่แพรวชอบ”ลุงทศชี้นิ้วไปทางเนินดิน หากเพ่งมองด้วยสายตาก็จะเห็นหัวสีขาวๆเต็มพื้นที่“โอ้โห เยอะมากเลย”เธอตื่นตาตื่นใจ ไม่รู้ว่าจะเริ่มเก็บจากตรงไหนก่อน“เยอะขนาดนี้ไม่มีคนเข้ามาเก็บเหรอคะ”หันไปชวนเขาคุย“ที่ดินส่วนบุคคล ไม่มีคนอื่นเข้ามา”“ถึงว่า แพรวเคยดูข่าว ถ้าเห็ดเยอะขนาดนี้คงมากันป่าแตก”“ไปเถอะเดี๋ยวสาย”ลุงทศเดินนำหน้า พวกเราสองคนพากันก้มๆเงยเก็บเห็ด จนเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง ก็ยังไม่เบาบางลง“ลุงทศเห็ดมันขึ้นอีกหรือเปล่า แพรวจำได้ว่าเก็บตรงนี้ไปแล้ว”เธอหันไปทางคนที่เก็บเห็ดจนเกือบเต็มตระกร้า เขาดูชำนาญมาก พอเห็นว่าลุงทศไม่ตอบเธอก็เดินเก็บต่อ จนสายตาเหลือบไปเห็นเห็ดสีขาวชนิดหนึ่ง หน้าตาแปลกประหลาดต่างจากพวกความสงสัยทำให้เธอรีบหยิบมือถือขึ้นมากดถ่ายรูปพร้อมกับน
ตอนที่ 2 ตามลุงไปขึ้นเขาวงไพ่เล็กๆมีเจ้ามือคือเจ้าบ้าน คนแทงทั้งสามคนกำลังนั่งลุ้นไพ่ของตัวเอง“ป๊อก เด้งด้วย”ลุงทศโยนไพ่สองใบลงพื้นเธอมองไพ่ป๊อกเก้าเด้งของเขาสลับกับมองไพ่บอดในมือ อีลุงนี่ก็ขยันป๊อกเหลือเกิน..แถมยังเด้ง เกือบทุกครั้ง“กับไพ่ยังเด้งเก่ง อย่างอื่นล่ะพ่อทศ”เธอแทบเอาหน้าซุกใต้ผ้า แม่นะแม่พอเหล้าเข้าปากหน่อยก็ไปเรื่อยไปเปื่อย พูดจาสองแง่สองง่าม ไปถามเรื่องบนเตียงคนอื่นได้ยังไง ถึงจะเป็นญาติกันก็เถอะ“พี่กับทศไม่ได้เป็นอะไรกัน”ป้าอ้อยพูดขึ้นน้ำเสียงนิ่งเรียบ ภายในบ้านที่กำลังสนุกสนานเงียบลงทันที แม่เธอก็หน้าเจื่อนด้วย“เอ่อ พี่อ้อยฉันก็แค่หยอกพ่อทศมัน”“พี่กับทศไม่เคยอยู่กันแบบผัวเมียหรอก ไอ้ที่แต่งกันก็เพราะ..”“พี่อ้อย”ป้าอ้อยถูกลุงทศปรามด้วยสายตา หากแต่ตอนนี้ความเสือกของเธอพุ่งถึงขีดสุดเกิน รวมถึงแม่ด้วยที่กำลังตั้งอกตั้งใจฟัง“ไม่เป็นไร บอกไปเถอะ”ป้าอ้อยหันไปทางลุงทศ พอเขาได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าประมาณว่าแล้วแต่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินหายไปทางห้องนอน“นี่มันเรื่องอะไรพี่อ้อย”“แม่”แพรวรีบดุมารดา“พี่กับทศ ไม่ได้รักกันแบบผัวเมีย รักกันเหมือนพี่น้อง ที่แต่งงานกัน ก็เพื่อ..
ตอนที่ 1 น้องแพรวคนสวยน้องแพรว สาวน้อยอายุสิบเก้า กำลังจะจัดกนะเป๋าเตรียมตัวกลับไปบ้านเกิดของแม่ในช่วงปิดเทอม ซึ่งอยู่จังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคอีสานแม่ของเธอจากบ้านมาเรียนต่อจนทำงานมีครอบครัว นานๆครั้งถึงจะได้กลับ ล่าสุดที่ไปคืองานแต่งพี่สาวแม่ซึ่งแต่งงานกับคนอายุน้อยกว่า เธอยังจำใบหน้าของเจ้าบ่าวได้ดีว่าหล่อเหลาจนสาวๆฮือฮา เขาชื่อว่า..ลุงทศ“แม่เราจะไปกี่วัน”เธอตะโกนถามมารดา“หลายวันลูก ป้าอ้อยไม่ค่อยสบาย”“อ้าวเหรอ”แพรวนึกถึงใบหน้าของป้าอ้อยพี่สาวแม่ แกเจ็บออดๆแอดๆมาตั้งแต่ยังสาว พอรู้ข่าวว่าแกแต่งงานเธอยังชื่นชมว่าที่เจ้าบ่าวที่เขายอมรับเรื่องที่ป้าอ้อยเป็นหมันได้ตกเย็นแพรวงัวเงียลืมตาตื่น ระยะทางที่แสนยาวนานสิ้นสุดลง บ้านเกิดของแม่ตั้งอยู่ในอำเภอห่างจากตัวเมือง ที่ดินกว่าสิบไร่ของตายายเต็มไปด้วยป่าไผ่ สวนมะขาม ก่อนที่รถจะเข้าไปหยุดอยู่ที่บ้านเรือนไทยหลังใหญ่“น้องแพรวโตขึ้นเยอะเลยลูก”ป้าอ้อยเดินลงมาจากชั้นบน เธอรีบพนมมือไหว้ ปีนี้ดูป้าเธอจะซูบซีดลงกว่าเดิม ด้านหลังป้าคือ ลุงทศ หญิงสาวยกมือไหว้ทั้งสอง พลางลอบคิดในใจว่าเหมือนแม่กับลูกมากกว่าผัวเมีย“กินเยอะเลี้ยงจะไม่ไหวเด็กสมัย







