แชร์

บทที่ 5

last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-13 19:20:23

ภายในห้องทำงานประธานบริษัท วรโชติเมธี กรุ๊ป เสียงโวยวายของวิไลค่อย ๆ เงียบหายไป พร้อมกับเสียงประตูลิฟต์ที่ปิดลง รปภ. สองคนทำหน้าที่ลากตัวอดีตผู้บริหารและภรรยาออกไปจากตึกตามคำสั่งเด็ดขาด ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความอึดอัดที่ยังคงตกค้างอยู่ในชั้นผู้บริหาร

ระรินธรถอนหายใจออกมาเบา ๆ ไหล่ที่ตั้งตรงอย่างสง่าผ่าเผยเมื่อครู่ผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อลับหลังคนนอก เธอหันไปมองกวินทร์ที่กำลังยืนพิงโต๊ะประชุมด้วยท่าทีสบาย ๆ

“ขอบใจมากนะวิน ที่เล่นตามบทได้แนบเนียนขนาดนี้”

“ยินดีรับใช้ครับเจ้านาย” กวินทร์ยักคิ้วล้อเลียน “แต่คุณเล่นบทนางร้ายได้สมจริงกว่าผมเยอะเลยนะ เล่นเอาคุณวิไลดิ้นพราดเหมือนโดนน้ำร้อนลวกเลย”

“นั่นยังน้อยไปสำหรับสิ่งที่พวกเขาทำกับแม่ฉัน” ระรินธรเดินตรงไปยังประตูไม้สักบานใหญ่ที่สลักป้ายสีทองว่า ‘ประธานกรรมการ’ เธอผลักประตูเข้าไป... ห้องที่เคยเป็นอาณาจักรของแม่ผู้ให้กำเนิดแต่สภาพภายในกลับทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่น

ห้องทำงานที่เคยตกแต่งด้วยสไตล์คลาสสิกเรียบหรู บัดนี้เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์หลุยส์สีทองอร่ามดูราคาแพงแต่ไร้รสนิยม รูปภาพงานศิลปะหายากถูกปลดออก แทนที่ด้วยรูปถ่ายขนาดใหญ่ของวิไลในชุดราตรีเวอร์วัง

“รสนิยมต่ำชะมัด!” ระรินธรพึมพำด้วยความขยะแขยง... เธอเดินตรงไปที่โต๊ะทำงาน... และกวาดกองเอกสารรวมถึงกรอบรูปครอบครัวจอมปลอมของพ่อกับแม่เลี้ยงลงถังขยะอย่างไม่ไยดี ก่อนจะกดโทรศัพท์ภายในเรียกเลขาฯ หน้าห้องเข้ามา

“ค่ะ... คุณระรินธร” เลขาฯ สาวคนเดิมเดินตัวสั่นเข้ามาด้วยความหวาดกลัว

“แจ้งฝ่ายอาคาร ให้เอาเฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้ออกไปทิ้งให้หมดภายในหนึ่งชั่วโมง ฉันต้องการห้องโล่ง ๆ” ระรินธรสั่งเสียงเรียบ แต่เฉียบขาด

“แล้วตามหัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงินมาพบฉันด่วน ฉันต้องการตรวจสอบงบดุลย้อนหลัง 5 ปี เดี๋ยวนี้!”

“ดะ... เดี๋ยวนี้เลยเหรอคะ? แต่หัวหน้าฝ่ายบัญชีแจ้งว่ากำลังจะออกไปทานข้าว...”

ระรินธรตวัดสายตามองเลขาฯ ด้วยสายตาเรียงนิ่งแฝงไว้ซึ่งความเย็นเยียบที่ยิ่งกว่าภูเขาน้ำแข็ง

“บอกเขาว่าถ้าไม่อยากถูกแจ้งความข้อหายักยอกทรัพย์ร่วมกับผู้บริหารชุดเก่า ก็ให้รีบหอบสังขารมาพบฉัน... และถ้าเอกสารหายไปแม้แต่หน้าเดียว ฉันจะส่งทีมทนายไปคุยกับเขาที่บ้าน”

“รับทราบค่ะ!” เลขาฯ รีบวิ่งออกไปทันที

กวินทร์เดินตามเข้ามาในห้อง ผิวปากแซว “โหดใช้ได้... คุณกะจะเช็กบิลละเอียดเลยเหรอ?”

“แน่นอน” ระรินธรนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานชั่วคราว แววตาเป็นประกายมุ่งมั่น “ฉันไม่ได้จะแค่ไล่พวกเขาออก แต่วิไลฉลาดแกมโกง ยัยนั่นต้องแอบถ่ายเทเงินออกไปซ่อนไว้ที่อื่นแน่ ๆ ฉันต้องทำ Forensic Accounting (การบัญชีนิติวิทยา)[1] เพื่อตามเส้นทางการเงิน ถ้าเจอหลักฐานเมื่อไหร่... คุกคือที่อยู่ใหม่ของสองผัวเมียนั่น”

เธอกางแท็บเล็ตขึ้นมา เปิดดูข้อมูลโครงการที่ค้างคาอยู่ “อีกอย่าง... ฉันต้องรีบกู้ภาพลักษณ์บริษัท ภารกิจแรกของเราคือต้องหาบิ๊กโปรเจกต์... มาสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเห็นว่า การเปลี่ยนผู้บริหารครั้งนี้คือการก้าวกระโดด ไม่ใช่ความล้มเหลว”

นิ้วเรียวชี้ไปที่ข่าวหน้าหนึ่งในเว็บไซต์ธุรกิจ ‘อัครเดชา กรุ๊ป เตรียมเปิดประมูลงานตกแต่งภายใน โครงการริเวอร์ไซด์ ไอคอนิค มูลค่า 500 ล้านบาท’

กวินทร์มองตามแล้วร้องอ๋อ “คุณจะเล่นของสูงเลยเหรอ? นี่มันงานของดลลวิญ์นะ เขาเกลียดหน้าคุณจะตาย เขาไม่มีทางเลือกบริษัทวรโชติฯ... เอ้ย บริษัทคุณทำงานแน่”

“ในนาม วรโชติเมธีเขาคงไม่เลือก...” ระรินธรยิ้มมุมปาก สายตาเจ้าเล่ห์ “แต่ถ้าเป็นในนาม Irene Design Studio ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นพาร์ทเนอร์ใหม่ของฟีนิกซ์ล่ะ? เขาจะปฏิเสธดีไซเนอร์ระดับโลกได้ลงคอเหรอ?”

“ร้ายกาจ...” กวินทร์หัวเราะชอบใจ “คุณจะใช้ชื่อไอรีนล่อซื้อเขา แล้วให้ตัวคุณในคราบเลขาฯ เป็นคนประสานงาน... แบบนี้ท่านประธานดลคงได้ปวดหัวจนเส้นเลือดสมองแตกแน่”

หนึ่งชั่วโมงต่อมา บริเวณโถงล็อบบี้ชั้นล่าง

หลังจากหญิงสาวสั่งงานรื้อระบบบัญชีเสร็จสิ้น ระรินธรเดินลงมาพร้อมกวินทร์เพื่อเตรียมตัวกลับ แต่ทว่า... ที่บริเวณโซฟารับรองแขก... ร่างสูงสง่าของใครบางคนยังคงนั่งรออยู่

ดลลวิญ์วางนิตยสารธุรกิจในมือลงเมื่อเห็นเธอเดินออกมา เขาไม่ได้กลับไปทันทีหลังจบการประชุม แต่จงใจนั่งรอเพื่อจับผิดอะไรบางอย่าง

“นึกว่าท่านประธานดลจะกลับไปนานแล้วเสียอีก” ระรินธรทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่แสดงอาการตกใจที่เห็นเขา

ดลลวิญ์ลุกขึ้นยืนล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงก้าวเข้ามาขวางทางเธอ สายตาคมกริบมองข้ามกวินทร์ไปจ้องที่เธอโดยตรง

“ผมแค่อยากดูให้แน่ใจ... ว่าบริษัทที่กำลังจะเจ๊ง จะรอดพ้นเงื้อมมือยมทูตไปได้กี่วัน ในเมื่อคนบริหารคือกองทุนหน้าใหม่ กับ... ผู้ช่วยที่ไม่มีประสบการณ์”

“ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ” ระรินธรสบตาเขาอย่างตรงไปตรงมา “แต่คนอย่างฉัน เรียนรู้เร็วค่ะ โดยเฉพาะเรื่องการเอาตัวรอดจาก คนใจดำ... เธอเน้นเสียง... ฉันยิ่งเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ”

ดลลวิญ์หรี่ตาลง “เธอเปลี่ยนไปเยอะนะระรินธร... จากผู้หญิงที่เอาแต่ก้มหน้าหลบตา กลายเป็น...” เขากวาดตามองชุดสูททำงานของเธอ “เลขาฯ ปากกล้าที่ดูมั่นใจเกินตัว”

เขาขยับเข้าไปใกล้เธออีกนิดจงใจกดดัน “ถามจริง ๆ เถอะ... ที่ได้ตำแหน่งนี้มาเพราะความสามารถหรือเพราะใช้เต้าไต่เหมือนที่เคยพยายามจะทำกับฉัน?”

คำดูถูกที่สาดใส่หน้าทำให้กวินทร์ทนไม่ไหวจะพุ่งเข้าใส่เขา “คุณดลลวิญ์! ให้เกียรติลูกน้องผมด้วย!”

แต่ระรินธรยกมือห้ามกวินทร์ไว้ เธอไม่มีท่าทีโกรธเคืองหรืออับอายแม้แต่น้อย กลับกัน... เธอหัวเราะเบาๆ ราวกับได้ยินเรื่องตลก

“คุณนี่... มีปมเรื่องบนเตียงเหรอคะ?” เธอสวนกลับนิ่ม ๆ “เห็นผู้หญิงทำงานเก่งหน่อย ก็คิดไปแต่เรื่องใต้สะดือ... น่าสงสารนะคะ เป็นถึง CEO หมื่นล้าน แต่วิสัยทัศน์คับแคบมองคนแค่เปลือก”

“นี่เธอ...!” ดลลวิญ์หน้าตึงขึ้นมาทันที

“ฟังนะคะคุณดลลวิญ์” เธอขยับหน้าเข้าไปใกล้เขา ท้าทายอำนาจมืดในดวงตาคู่นั้น “ตำแหน่งของฉัน ได้มาเพราะฉันมีสมอง และฉันรู้ว่าอะไรคือขยะ... ที่ควรเขี่ยทิ้ง อะไรคือเพชรที่ควรรักษา... ต่างจากคุณที่แยกแยะไม่ออก จนปล่อยเพชรหลุดมือไป แล้วเก็บก้อนกรวดไว้ข้างตัว”

เธอจงใจกระทบถึงพิมดาว (นางแบบสาว) ที่เขากำลังควงอยู่ และกระทบถึงตัวเธอเองในอดีตที่เขาโยนทิ้ง

“ขอตัวนะคะ ฉันมีงานต้องทำ... ไม่ได้ว่างมานั่งจับผิดใครเหมือนคนว่างงาน”

ระรินธรเดินเชิดหน้าผ่านเขาไปอย่างสง่างาม ทิ้งกลิ่นน้ำหอมกุหลาบจาง ๆ ไว้ให้... ดลลวิญ์ถึงกับขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจเนื่องจากเข้าใจความหมายในคำพูดของเธอ

เขาหันมองตามหลังแผ่นบางของหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยนอนอยู่กับเขาโดยที่เขาไม่เต็มใจ... ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ระรินธรคนเดิมที่เขารู้จักอีกต่อไปแล้ว หรือเขาอาจจะไม่เคยรู้จักเธอเลยก็ได้

แต่เท่าที่สัมผัสได้ตอนนี้... เธอคนนี้ทั้งฉลาด ปากคอเราะร้าย และมีความลับซ่อนอยู่เต็มไปหมด

“ผู้ช่วยส่วนตัวงั้นเหรอ...” ดลลวิญ์พึมพำกับตัวเอง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาเลขาฯ ส่วนตัว

“พีท... ไปสืบประวัติ ระรินธร สิริมันตรามาให้ละเอียดที่สุด ฉันอยากรู้ว่า 6 ปีที่ผ่านมา เธอไปมุดหัวอยู่ที่ไหน และไปทำอะไรมา ถึงได้กลับมาผยองได้ขนาดนี้!”

สงครามประสาทระหว่างอดีตคู่หมั้นได้เริ่มขึ้นแล้ว... และครั้งนี้ระรินธรสาบานกับตัวเองว่าเธอจะไม่ใช่ฝ่ายที่ต้องร้องไห้อีกต่อไป

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

[1] การบัญชีนิติวิทยา (Forensic Accounting) หรือที่บางครั้งเรียกว่า “การบัญชีสืบสวน” หรือ “การบัญชีเพื่อการฟ้องร้อง” คือ การนำความรู้ด้านบัญชี การตรวจสอบบัญชี การเงิน และกฎหมาย มาประยุกต์ใช้ในการสืบสวนข้อเท็จจริงทางการเงิน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในกระบวนการยุติธรรม หรือป้องกันการทุจริต

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 106

    ดลลวิญ์โอบเอวภรรยาแน่น ประกาศเสียงดังฟังชัดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง“ใช่ครับ... ผมขอประกาศวางมืออย่างเป็นทางการ! ต่อไปนี้หน้าที่หาเงินบริหารอาณาจักรหมื่นล้าน เป็นของเจ้าคิรินและน้อง ๆ ... ส่วนหน้าที่ใช้เงินพาเมียเที่ยวรอบโลก... เป็นของผมแต่เพียงผู้เดียว!”สิ้นเสียงประกาศ พลุกระดาษสีทองถูกยิงขึ้

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 105

    กวินทร์กวาดสายตามองไปรอบงาน รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏบนใบหน้า เขาไม่ได้มาในฐานะคู่แข่งทางธุรกิจ หรือศัตรูหัวใจอีกต่อไป แต่มาในฐานะ ‘พี่ชาย’ และ ‘ครอบครัว’ ที่สำคัญที่สุดคนหนึ่ง ดลลวิญ์ที่เห็นเขาเดินเข้ามา รีบเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปต้อนรับทันที พร้อมกับระรินธรที่ยังคงความงดงามราวกับนางพญาในชุดราตรีสีทองอร่าม“ไง

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 104

    ค่ำคืนนี้ท้องฟ้าเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาถูกแต่งแต้มไปด้วยแสงสีจากพลุดอกไม้ไฟนับพันนัดที่ถูกจุดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญ แสงไฟจากโรงแรมหรูระดับห้าดาวส่องสว่างไสว สะท้อนผิวน้ำระยิบระยับราวกับเพชรนับล้านเม็ดที่ร่วงหล่นลงมาจากสรวงสวรรค์ภายในห้องรอยัล บอลรูม ซึ่งเป็นห้องจัดเลี้ยงที่หรูหราและเก่าแก่ที่สุด

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 103

    “เอ่อ... ครับ ๆ ไม่เป็นไร” รุ่นพี่หน้าเจื่อน ยอมถอยทัพไปอย่างงง ๆ ดีแลนแอบแสยะยิ้มมุมปากใส่รุ่นพี่ลับหลังน้ำหวาน ‘เสร็จโจร...’เมื่อมาถึงคอนโด... น้ำหวานก็ยังคงช่วยพยุงคนร่างสูงที่แกล้งเดินกะเผลกทิ้งน้ำหนักตัวใส่เธอเต็ม ๆ เข้ามาในห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น “ค่อย ๆ นั่งนะ...” เธอประคองเข

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 102

    เจ็ดปีต่อมา... เสียงเชียร์ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วสเตเดียมขนาดใหญ่ที่จุคนได้นับพัน การแข่งขันบาสเกตบอลประเพณีรอบชิงชนะเลิศกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดในช่วงควอเตอร์สุดท้าย สกอร์บอร์ดแสดงคะแนนที่สูสีกันชนิดหายใจรดต้นคอ แต่ดูเหมือนว่าสายตาของผู้ชมสาว ๆ กว่าครึ่งสนามจะไม่ได้โฟกัสที่ลูกบาสหากแต่โฟกัสไปที่ร่

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 101

    คำตอบเรียบง่ายนั้นกระแทกใจกลางความรู้สึกของกวินทร์อย่างจัง โลกของเขาเต็มไปด้วยผลประโยชน์และหน้ากาก... แต่กับผู้หญิงคนนี้ เขากลับเป็นแค่ผู้ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่ง... เป็นแค่ ‘คุณกวินทร์’ ของเธอ เขาลุกขึ้นเดินไปหาเธอที่เพิ่งปีนลงจากบันไดด้วยความเหนื่อยอ่อน“ขอบคุณนะครับ... ที่มองผมเป็นแค่ผม” กวินทร์ถือวิส

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 10

    “ต้องการฉันเหรอคะ?” เธอก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากหยักหนาได้รูปของคนตรงหน้า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันจนแยกไม่ออก “ถ้าอย่างงั้นก็จำชื่อฉันไว้ให้ดีนะคะ... จำสัมผัสของฉันไว้” เธอประกบริมฝีปากลงไปปิดปากเขา บดจูบอย่างดูดดื่มและเร่าร้อน ลิ้นเล็กซุกซนสอดแทรกเข้าไปควานหาความหวาน ล่อลวงให้เ

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 8

    ภายในโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา - งานกาล่าดินเนอร์เปิดตัวโครงการ Riverside Iconic แสงไฟสปอตไลต์สาดส่องไปทั่วห้องบอลรูมที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นงานเลี้ยงสุดหรูหรา บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความมั่งคั่งและอำนาจของ ‘อัครเดชา กรุ๊ป’ เจ้าภาพในค่ำคืนนี้ จุดศูนย์กลางของความสนใจย่อ

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 7

    เช้าวันรุ่งขึ้น ที่อาคารสำนักงานใหญ่สิริมันตรากรุ๊ป... บรรยากาศภายในบริษัทวันนี้คึกคักและตึงเครียดกว่าปกติ ข่าวการกลับมาของทายาทเพียงคนเดียวของอดีตท่านประธานแพร่สะพัดไปทั่วทุกแผนกตั้งแต่เมื่อวาน พนักงานต่างจับกลุ่มซุบซิบและชะเง้อมองไปทางลิฟต์ผู้บริหารอย่างใจจดใจจ่อ เวลา 09:00 น. ตรง... ป

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 6

    ภายในรถตู้ส่วนตัวของกวินทร์ ระหว่างเดินทางกลับคอนโดหลังจากประตูรถปิดลงตัดขาดความวุ่นวายและสายตาจับผิดจากภายนอก หน้ากากนางสิงห์ผู้เย่อหยิ่งที่สวมใส่มาตลอดช่วงบ่ายก็ถูกปลดออก ระรินธรทิ้งตัวลงพิงเบาะหนังอย่างอ่อนล้า หลับตาลงเพื่อพักสายตาจากการปะทะคารมที่สูบพลังงานชีวิตไปไม่น้อย “เหนื่อยไหมค

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status