Share

บทที่ 6

ภายในรถตู้ส่วนตัวของกวินทร์ ระหว่างเดินทางกลับคอนโดหลังจากประตูรถปิดลงตัดขาดความวุ่นวายและสายตาจับผิดจากภายนอก หน้ากากนางสิงห์ผู้เย่อหยิ่งที่สวมใส่มาตลอดช่วงบ่ายก็ถูกปลดออก ระรินธรทิ้งตัวลงพิงเบาะหนังอย่างอ่อนล้า หลับตาลงเพื่อพักสายตาจากการปะทะคารมที่สูบพลังงานชีวิตไปไม่น้อย

“เหนื่อยไหมครับคุณเลขาฯ?” กวินทร์เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มพร้อมยื่นขวดน้ำแร่เย็นเจี๊ยบให้เธอ “วันนี้คุณทำได้ยอดเยี่ยมมาก ทั้งเรื่องไล่บี้แม่เลี้ยง แล้วก็เรื่องตอกหน้าท่านประธานดล”

ระรินธรรับน้ำมาจิบ พลางระบายลมหายใจยาว “เหนื่อยสิ... เหนื่อยที่ต้องปั้นหน้าเย็นชา ทั้งที่ในใจอยากจะกรี๊ดออกมาให้รู้แล้วรู้รอดตอนที่เห็นสภาพห้องทำงานแม่เละเทะแบบนั้น”

“แต่คุณก็คุมสติได้ดี” กวินทร์เอ่ยชมจากใจจริง “แถมยังทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ดลลวิญ์สงสัยเล่นอีกต่างหาก ป่านนี้เขาคงสั่งคนรื้อประวัติคุณจนวุ่นวายไปหมดแน่”

“ให้เขาสืบไปเถอะ” ระรินธรยิ้มมุมปาก “ประวัติของระรินธร สิริมันตราช่วง 6 ปีที่ผ่านมามีแค่ความว่างเปล่า... ส่วนประวัติของไอรีนก็ถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา ถ้าเขาไม่บินไปขุดคุ้ยถึงมิลานด้วยตัวเอง ก็ไม่มีทางรู้ความจริงหรอก”

ในระหว่างที่คนทั้งคู่สนทนากัน คนขับรถก็พารถตู้เลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถวีไอพีของคอนโดมิเนียมหรู ทันทีที่รถจอดสนิท ความเหนื่อยล้าเมื่อครู่ก็มลายหายไปจนเกือบหมด เพราะเธอรู้ว่ามียาชูกำลังชั้นดีรออยู่ที่ห้อง

เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด

“หม่ามี้กลับมาแล้ว!”

ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก เสียงใสแจ๋วของคารินก็ดังขึ้นมาก่อนตัว เด็กหญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องวิ่งถลาเข้ามาหาแม่ราวกับลูกกระสุน โดยมีคิรินแฝดผู้พี่เดินตามมาข้างหลังด้วยท่าทีสุขุมกว่า แต่แววตาก็ฉายความดีใจไม่แพ้กัน

ระรินธรรีบย่อตัวลงอ้าแขนรับร่างป้อม ๆ ของลูกสาวเข้าสู่อ้อมกอด กลิ่นแป้งเด็กหอมละมุนช่วยชะล้างความขุ่นมัวจากการเจอหน้าดลลวิญ์ออกไปจนหมดสิ้น

“คิดถึงหม่ามี้จังเลยค่ะ วันนี้หม่ามี้ไปปราบตัวร้ายมาเหนื่อยไหมคะ?” คารินถามเสียงอ้อน พลางเอามือลูบแก้มอันอ่อนนุ่มของมารดา

“เหนื่อยนิดหน่อยค่ะ แต่พอเจอลูกสุดที่รัก แม่ก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย” ระรินธรหอมแก้มยุ้ย ๆ ของลูกสาวซ้ายขวา ก่อนจะหันไปดึงลูกชายคนโตเข้ามากอดด้วย

“วันนี้เป็นเด็กดีกันไหมครับคิริน?”

“ดีมากครับ” คิรินตอบพลางขยับแว่น “ผมกับคารินทำการบ้านเสร็จแล้ว แล้วก็ช่วยแม่บ้านจัดโต๊ะอาหารด้วยครับ... อ้อ ลุงกวินทร์ครับ เมื่อกี้ผมลองคำนวณโครงสร้างตึกเลโก้ใหม่ ตามทฤษฎีที่ลุงสอนเมื่อวาน มันรับน้ำหนักได้เยอะขึ้นจริง ๆ ด้วย!”

กวินทร์หัวเราะร่าเดินเข้ามาลูบหัวหลานชาย “เจ๋งมากไอ้เสือ! เดี๋ยวคืนนี้เรามาต่อโมเดลของจริงกัน ลุงเพิ่งได้ตัวต่อสถาปัตยกรรมชุดใหม่มา”

“เย้! รักลุงวินที่สุดเลย!” สองแสบกระโดดโลดเต้นอย่าง ดีใจ

ระรินธรมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ... ภาพที่กวินทร์เล่นกับลูก ๆ ของเธออย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีความรังเกียจเดียดฉันท์ทั้งที่เขาไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ต่างจากผู้ชายคนนั้น... คนที่เพิ่งดูถูกเธอเมื่อตอนบ่าย

‘ถ้าดลลวิญ์รู้ว่ามีลูก... เขาคงมองว่าเด็กสองคนนี้เป็นแค่ความผิดพลาด หรือเครื่องมือต่อรองทางธุรกิจแน่ ๆ’ เธอคิดในใจ พลางกระชับอ้อมกอดลูกแน่นขึ้น ‘แม่ไม่มีวันยอมให้เขาเข้าใกล้หนูสองคนเด็ดขาด... พื้นที่ตรงนี้คือเซฟโซนของเรา’

“ไปครับเด็ก ๆ ไปล้างมือทานข้าวกัน วันนี้ฉลองที่หม่ามี้ยึดบริษัทคุณยายคืนมาได้สำเร็จ!” กวินทร์เอ่ยชวนทำลายภวังค์ความคิดของเธอ

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข ระรินธรมองดูครอบครัวเล็ก ๆ ที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยสองมือ... แม้พวกเขาจะขาดพ่อตัวจริงไป แต่ความรักที่กวินทร์และเธอช่วยกันเติมเต็ม มันก็สมบูรณ์แบบจนเธอไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

ในขณะเดียวกัน ที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของดลลวิญ์... บรรยากาศของที่นี่ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวกับสามคนแม่ลูกห้องพักสุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาของชายหนุ่มเงียบสงัดและเย็นเยียบ

ดลลวิญ์นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำสนิท ในมือถือแก้ววิสกี้ราคาแพง เขากระดกมันลงคออย่างหงุดหงิด ขณะที่สายตายังคงจ้องมองรายงานการสืบประวัติที่พีระ เลขาฯ คู่ใจเพิ่งส่งมาให้ทางอีเมล

‘ไม่พบข้อมูลการทำงานในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา... ไม่พบประวัติการเดินทางออกนอกประเทศที่ชัดเจน... สถานะทางการเงินไม่ระบุ’

“บ้าชิบ!” ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสีย “หายไป 6 ปี กลับมาพร้อมนามสกุลใหม่ กับท่าทางผยองพองขนแบบนั้น... เธอไปทำอะไรมากันแน่ ระรินธร”

ยิ่งอ่านเขาก็ยิ่งหงุดหงิด ไม่ใช่แค่เพราะความสงสัย แต่เพราะภาพใบหน้าสวยเฉี่ยวและริมฝีปากสีแดงสดที่ต่อล้อต่อเถียงเขาวันนี้ มันวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมออกไปสักที กลิ่นน้ำหอมกุหลาบจาง ๆ นั่น... มันเหมือนคืนนั้นไม่มีผิด

ครืด... ครืด...

เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นครืดคราด ดึงเขากลับมาจากความคิด หน้าจอแสดงชื่อพิมดาว

ดลลวิญ์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ครับพิม”

“ดลคะ! ทำไมวันนี้พิมโทรไปที่เลขาฯ ของคุณ คุณพีทถึงบอกว่าคุณไม่อยู่ล่ะคะ? พิมจะชวนไปทานดินเนอร์” เสียงหวานจ๋อยที่ดัดจนเล็กแหลมดังลอดผ่านมา ทำเอาดลลวิญ์ต้องยกโทรศัพท์ออกห่างจากหูเล็กน้อย

“ผมไปทำธุระข้างนอกมา... แล้วก็เพิ่งกลับถึงห้อง ผมเหนื่อย อยากพักผ่อน” เขาตอบแบบปัด ๆ

“แหม... พักผ่อนอะไรกันคะ ยังไม่ดึกเลย” พิมดาวไม่ละความพยายาม “จริงสิคะดล... เรื่องโครงการริเวอร์ไซด์ ไอคอนิคที่คุณกำลังจะเปิดประมูลตกแต่งภายใน พิมได้ยินมาว่าคุณกำลังมองหาดีไซเนอร์... ให้พิมช่วยดูให้ไหมคะ? พิมรู้จักเพื่อนในวงการเยอะแยะเลยนะ”

ดลลวิญ์ขมวดคิ้ว เขาเกลียดที่สุดเวลาใครเข้ามายุ่งเรื่องงาน “ขอบคุณครับพิม แต่ผมมีทีมงานคัดเลือกอยู่แล้ว โครงการนี้มูลค่าห้าร้อยล้าน ผมต้องการมืออาชีพจริง ๆ ไม่ใช่แค่คนรู้จัก”

ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องและเสียงแข็งขึ้นมาเล็กน้อย “ก็ได้ค่ะ... แต่ดลคะ พิมได้ยินข่าวลือแปลก ๆ มา... เขาว่าอดีตคู่หมั้นของคุณ... ที่ชื่อระรินธร อะไรนั่น กลับมาแล้วเหรอคะ?”

ดลลวิญ์ชะงัก มือที่ถือแก้วเหล้าหยุดนิ่ง “คุณไปได้ยินมาจากไหน?”

“วงสังคมเขาซุบซิบกันให้แซ่ดค่ะ ว่ายัยนั่นกลับมาทวงสมบัติพ่อตัวเอง... ดลคะ ยัยนั่นคงไม่ได้กลับมาเพื่อขอคืนดีกับคุณใช่ไหม? พิมไม่ยอมนะคะ! คุณเขี่ยมันทิ้งไปตั้ง 6 ปีแล้ว ถ้ามันกลับมาเกาะแกะคุณอีก พิมจะจัดการมันแน่!”

ดลลวิญ์แค่นหัวเราะในลำคอ นึกถึงสายตาดูแคลนที่ระรินธรมองเขาเมื่อตอนบ่าย (ขอคืนดีงั้นเหรอ? หึ... ผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนอยากจะฆ่าเขาให้ตายคามือมากกว่าจะมาขอคืนดี)

“อย่าไร้สาระน่าพิม” ดลลวิญ์เอ่ยเสียงเข้ม “ระรินธรไม่ได้มีความหมายอะไรกับผม... เธอก็แค่ผู้หญิงที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต และตอนนี้... เธอก็เป็นแค่คู่แข่งทางธุรกิจเล็ก ๆ ที่ผมไม่จำเป็นต้องใส่ใจ”

“จริงนะคะดล? คุณสัญญาแล้วนะ”

“อืม... แค่นี้นะ ผมจะนอน”

ดลลวิญ์ตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่รอฟังคำบอกรักจากปลายสาย เขาโยนโทรศัพท์ไปอีกทางแล้วเอนหลังพิงพนักโซฟา หลับตาลงอย่างเหนื่อยหน่าย

พิมดาวกลัวว่าระรินธรจะกลับมาแย่งเขา... แต่หารู้ไม่ว่า สิ่งที่ระรินธรต้องการแย่งในตอนนี้ ไม่ใช่หัวใจของเขา... แต่เป็นศักดิ์ศรีและชัยชนะต่างหาก

และลางสังหรณ์บางอย่างบอกเขาว่า... การกลับมาของเธอครั้งนี้ จะสั่นคลอนชีวิตที่เคยควบคุมได้ทุกอย่างของเขา จนพังทลายไม่มีชิ้นดี...
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 106

    ดลลวิญ์โอบเอวภรรยาแน่น ประกาศเสียงดังฟังชัดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง“ใช่ครับ... ผมขอประกาศวางมืออย่างเป็นทางการ! ต่อไปนี้หน้าที่หาเงินบริหารอาณาจักรหมื่นล้าน เป็นของเจ้าคิรินและน้อง ๆ ... ส่วนหน้าที่ใช้เงินพาเมียเที่ยวรอบโลก... เป็นของผมแต่เพียงผู้เดียว!”สิ้นเสียงประกาศ พลุกระดาษสีทองถูกยิงขึ้

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 105

    กวินทร์กวาดสายตามองไปรอบงาน รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏบนใบหน้า เขาไม่ได้มาในฐานะคู่แข่งทางธุรกิจ หรือศัตรูหัวใจอีกต่อไป แต่มาในฐานะ ‘พี่ชาย’ และ ‘ครอบครัว’ ที่สำคัญที่สุดคนหนึ่ง ดลลวิญ์ที่เห็นเขาเดินเข้ามา รีบเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปต้อนรับทันที พร้อมกับระรินธรที่ยังคงความงดงามราวกับนางพญาในชุดราตรีสีทองอร่าม“ไง

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 104

    ค่ำคืนนี้ท้องฟ้าเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาถูกแต่งแต้มไปด้วยแสงสีจากพลุดอกไม้ไฟนับพันนัดที่ถูกจุดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญ แสงไฟจากโรงแรมหรูระดับห้าดาวส่องสว่างไสว สะท้อนผิวน้ำระยิบระยับราวกับเพชรนับล้านเม็ดที่ร่วงหล่นลงมาจากสรวงสวรรค์ภายในห้องรอยัล บอลรูม ซึ่งเป็นห้องจัดเลี้ยงที่หรูหราและเก่าแก่ที่สุด

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 103

    “เอ่อ... ครับ ๆ ไม่เป็นไร” รุ่นพี่หน้าเจื่อน ยอมถอยทัพไปอย่างงง ๆ ดีแลนแอบแสยะยิ้มมุมปากใส่รุ่นพี่ลับหลังน้ำหวาน ‘เสร็จโจร...’เมื่อมาถึงคอนโด... น้ำหวานก็ยังคงช่วยพยุงคนร่างสูงที่แกล้งเดินกะเผลกทิ้งน้ำหนักตัวใส่เธอเต็ม ๆ เข้ามาในห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น “ค่อย ๆ นั่งนะ...” เธอประคองเข

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 102

    เจ็ดปีต่อมา... เสียงเชียร์ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วสเตเดียมขนาดใหญ่ที่จุคนได้นับพัน การแข่งขันบาสเกตบอลประเพณีรอบชิงชนะเลิศกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดในช่วงควอเตอร์สุดท้าย สกอร์บอร์ดแสดงคะแนนที่สูสีกันชนิดหายใจรดต้นคอ แต่ดูเหมือนว่าสายตาของผู้ชมสาว ๆ กว่าครึ่งสนามจะไม่ได้โฟกัสที่ลูกบาสหากแต่โฟกัสไปที่ร่

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 101

    คำตอบเรียบง่ายนั้นกระแทกใจกลางความรู้สึกของกวินทร์อย่างจัง โลกของเขาเต็มไปด้วยผลประโยชน์และหน้ากาก... แต่กับผู้หญิงคนนี้ เขากลับเป็นแค่ผู้ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่ง... เป็นแค่ ‘คุณกวินทร์’ ของเธอ เขาลุกขึ้นเดินไปหาเธอที่เพิ่งปีนลงจากบันไดด้วยความเหนื่อยอ่อน“ขอบคุณนะครับ... ที่มองผมเป็นแค่ผม” กวินทร์ถือวิส

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 30

    ระรินธรลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นสายตาที่กึ่งบังคับกึ่งเว้าวอนของเขา เธอก็ยอมรับไวน์แก้วนั้นขึ้นมาจิบ... รสชาติฝาดเฝื่อนผสมความหวานนุ่มของไวน์ชั้นดีไหลลงคอ สร้างความอบอุ่นวาบไปทั่วท้องและเริ่มลามไปตามเส้นเลือด“ดี...” ดลลวิญ์ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะยกแก้วของตัวเองขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด แล้วขยับตัวเข้ามาใก

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 29

    ค่ำคืนวันเดียวกันภายในห้อง Honeymoon Suite... เสียงคลื่นลมด้านนอกเริ่มโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระจกบานใหญ่ที่ระเบียงสั่นไหว สายฝนเม็ดหนาเทลงมาราวกับฟ้ารั่ว บดบังทัศนียภาพอันสวยงามของท้องทะเลภูเก็ตจนเหลือเพียงความมืดมิดระรินธรนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาตัวยาวที่มุมห้อง พยายามข่มตานอนทั้งที่ในใจยังว

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 28

    หลังจากเหตุการณ์ป่วนลานจอดรถในวันเสาร์ ดลลวิญ์ก็ไม่รอช้าที่จะเดินเกมรุกในแผนการขั้นต่อไป เขาเดินเข้ามาในห้องทำงานของระรินธรพร้อมแฟ้มเอกสารและตั๋วเครื่องบินในมือ“เก็บของซะ... พรุ่งนี้เราจะไปภูเก็ต”ระรินธรเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ขมวดคิ้วสงสัย “ไปภูเก็ต? ไปทำไมคะ?”“ไปดูหินอ่อนที่เหมือง... แล้วก็ดูงา

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 27

    ดลลวิญ์ชะงัก... รอยแดงที่คอ? ภาพเหตุการณ์ในลิฟต์วันก่อนย้อนกลับมา... เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายร่างกายเธอ แต่รอยนั้นเกิดจากความพลั้งเผลอในห้วงอารมณ์บางอย่าง แต่เด็กพวกนี้... เข้าใจว่าเขาตบตีแม่ของแกงั้นเหรอ?ความรู้สึกผิดแล่นริ้วเข้ามาในอก แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือความรู้สึกเอ็นดู เนื่องจากเด็กสองคนนี้ร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status