Share

บทที่ 4

ภายในสำนักงานใหญ่ บริษัท วรโชติเมธี กรุ๊ป...

บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุดของตึกเก่าแก่ใจกลางเมืองเต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด พนักงานระดับผู้บริหารนั่งก้มหน้าเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าสบตาวิไล ที่กำลังเดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายใจ ขณะที่บัญชาประธานบริษัทผู้แก่ชราลงไปมาก นั่งกุมขมับอยู่ที่หัวโต๊ะด้วยสีหน้าเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก

“คุณแน่ใจนะคุณวิไล... ว่าทาง ‘ฟีนิกซ์ แคปปิตอล’ จะยอมเซ็นสัญญาเพิ่มทุนวันนี้?” บัญชาเอ่ยถามเสียงแหบแห้ง “ถ้าพวกเขาไม่ยอม... เราจบเห่แน่ พรุ่งนี้ธนาคารจะยึดตึกนี้ขายทอดตลาดแล้วนะ”

“โอ๊ย! คุณก็เลิกบ่นเป็นหมีกินผึ้งสักทีได้ไหม!” วิไลตวาดแว้ดอย่างหัวเสีย “ฉันคุยกับตัวแทนของเขาแล้ว พวกนั้นมันเป็นกองทุนต่างชาติหน้าโง่ที่เพิ่งเข้ามาลงทุน มันคงอยากได้แบรนด์เก่าแก่ของเราไปประดับพอร์ตเท่านั้นแหละ เดี๋ยวพอมันอัดฉีดเงินเข้ามา เราก็รอดแล้ว”

“แต่หุ้นที่เราขายไปให้เขา... มันเกินครึ่งบริษัทแล้วนะ เท่ากับเราเสียอำนาจการบริหารไปแล้ว”

“เสียอำนาจแต่มีเงินใช้ ก็ดีกว่ากอดเก้าอี้เน่า ๆ แล้วอดตาย!” วิไลสวนกลับทันควัน ก่อนจะหันไปสั่งเลขาฯ

“ไปดูซิ แขกวีไอพีของเรามาหรือยัง ฉันอุตส่าห์เชิญคุณดลลวิญ์ อัครเดชา มาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย เผื่อฟีนิกซ์มันเล่นตุกติก เราจะได้มีคนคุ้มกะลาหัว”

ยังไม่ทันสิ้นเสียงของหล่อน ร่างสูงสง่าของดลลวิญ์ก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมผู้ช่วยคนสนิท... บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที รังสีความกดดันแผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มจนอากาศดูเหมือนจะเย็นลงไปหลายองศา

ดลลวิญ์ในวัย 32 ปี ดูสุขุมและน่าเกรงขามกว่าเมื่อ 6 ปีก่อนเป็นอย่างมาก เขาเพียงแค่พยักหน้าทักทายบัญชาเล็กน้อยด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้มุมห้อง ยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นดู

“ผมมีเวลาแค่ 15 นาที” ดลลวิญ์เอ่ยเสียงเรียบ “หวังว่าทางฟีนิกซ์จะตรงเวลานะครับ”

“แน่นอนค่ะท่านประธานดล อีกเดี๋ยวก็คง...”

ปัง!

ประตูห้องประชุมบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกขัดจังหวะ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบวิ่งมาเปิดประตู พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีกรมท่าดูภูมิฐานเดินนำเข้ามาด้วยท่าทีของผู้มีอำนาจ... ชายคนนั้นคือกวินทร์

และผู้หญิงที่เดินตามมาคือหญิงสาวร่างระหงในชุดสูททำงานสีดำสนิท เธอก้มหน้าเล็กน้อย มือถือแฟ้มเอกสารและแท็บเล็ต ท่าทางเหมือนเลขานุการมืออาชีพ

“ขอโทษที่ให้รอครับ” กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง “ผมกวินทร์... ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจาก ฟีนิกซ์ แคปปิตอล”

วิไลรีบปรี่เข้าไปต้อนรับด้วยรอยยิ้มประจบประแจง “ยินดีต้อนรับค่ะคุณกวินทร์! เชิญนั่งค่ะ เชิญ ๆ... แหม ยังหนุ่มยังแน่นแต่เก่งจังเลยนะคะ” สายตาของวิไลเหลือบไปเห็นหญิงสาวที่เดินตามหลังมา พอเห็นใบหน้านั้นชัดเจนรอยยิ้มบนหน้าวิไลก็แข็งค้างไปทันที

“ระ... ระรินธร!?” บัญชาที่นั่งอยู่หัวโต๊ะลุกพรวดขึ้น อุทานชื่อลูกสาวด้วยความตกตะลึง

หญิงสาวในชุดเลขาฯ ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับคนในห้องด้วยแววตาเรียบเฉย ใบหน้าสวยเฉี่ยวถูกแต่งแต้มอย่างประณีตแต่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม เธอไม่ใช่ใครอื่น... คือระรินธรที่ทุกคนคิดว่าหายสาบสูญไปแล้ว

“นังริน!” วิไลกรีดร้องเสียงแหลม “แก... แกมาทำบ้าอะไรที่นี่! นี่มันห้องประชุมผู้บริหารนะ ยาม! ใครปล่อยให้คนนอกเข้ามา!”

“หากคุณพูดแบบนี้แสดงว่าคุณคงไม่อยากร่วมงานกับเราใช่ไหมครับ คุณวิไล” กวินทร์พูดขึ้นเสียงเข้มจนวิไลหน้าซีด

ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยแนะนำระรินธรออกมา “เธอไม่ใช่คนนอก... แต่คุณระรินธรเธอคือผู้ช่วยส่วนตัวของผมเอง”

“ผู้ช่วยส่วนตัว?” วิไลทวนคำเสียงสูง ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน “อ๋อ... ที่แท้หายหัวไป 6 ปี นึกว่าจะไปได้ดิบได้ดี ที่ไหนได้... ไปเป็นขี้ข้าเขาอยู่นี่เอง”

สายตาดูถูกเหยียดหยามจากแม่เลี้ยงและสายตาผิดหวังจากพ่อถูกส่งมาที่ระรินธรอย่างจัง แม้กระทั่งดลลวิญ์ที่นั่งสังเกตการณ์อยู่มุมห้องก็ยังจ้องมองเธอด้วยความประหลาดใจ... คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ผู้หญิงคนนั้นที่หายตัวไป... กลับมาในฐานะผู้ช่วยงั้นเหรอ?

ระรินธรยังคงยืนนิ่งไม่แสดงอาการโกรธเคืองตามบทบาทที่เตี๊ยมกันมา เธอเพียงแค่กระชับแฟ้มในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย

“เอาละครับ เข้าเรื่องกันดีกว่า” กวินทร์ตัดบทดึงความสนใจกลับมาที่ตัวเอง

“ในนามของฟีนิกซ์ แคปปิตอล ผู้ถือหุ้น 55% ของบริษัทนี้... ผมได้รับคำสั่งจากบอร์ดบริหารชุดใหม่ ให้มาแจ้งมติที่ประชุม”

“มติอะไรคะ?” วิไลถามอย่างกระตือรือร้น “เรื่องเพิ่มทุนใช่ไหมคะ?”

“เปล่าครับ” กวินทร์ยิ้มเย็น “มติเรื่องการปรับโครงสร้างองค์กร... เราขอสั่งปลดคณะกรรมการบริหารชุดปัจจุบันทั้งหมด รวมถึงประธานกรรมการ คุณบัญชา วรโชติเมธี ออกจากตำแหน่งทันที”

“อะไรนะ!!!” บัญชาและวิไลตะโกนออกมาพร้อมกัน

“แกจะบ้าเหรอ! ฉันเป็นเจ้าของบริษัทนะ!” วิไลโวยวาย “แกไม่มีสิทธิ์! แล้วนังริน... แกยืนบื้ออยู่ทำไม! ช่วยพูดอะไรหน่อยสิ หรือแกสมรู้ร่วมคิดกับเจ้านายแกจะมาฮุบบริษัทพ่อแก!”

ระรินธรค่อย ๆ ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ตามสัญญาณสายตาของกวินทร์ เธอวางเอกสารซองขาวลงบนโต๊ะตรงหน้าบิดาและแม่เลี้ยงอย่างนิ่มนวล

“ดิฉันไม่มีอำนาจตัดสินใจหรอกค่ะ คุณวิไล” ระรินธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ห่างเหิน

“ดิฉันเป็นเพียงพนักงานกินเงินเดือนที่ทำตามคำสั่งเจ้านายเท่านั้น... และคำสั่งก็คือ ให้พวกคุณเซ็นเอกสารลาออก แล้วรีบเก็บของส่วนตัวออกไปภายในวันนี้ค่ะ”

“นังลูกเนรคุณ!” วิไลปราดเข้ามาจะตบหน้าระรินธร “แกกล้าพูดแบบนี้กับแม่เลี้ยงแกเหรอ! แกใช้นามสกุลวรโชติเมธีแท้ ๆ แต่กลับช่วยคนอื่นมาทำลายตระกูลตัวเอง!”

มือของวิไลชะงักค้างกลางอากาศเมื่อระรินธรยกมือขึ้นรับข้อมือนั้นไว้ได้ทัน ดวงตาที่เคยเรียบเฉย แปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าววาวโรจน์ขึ้นมาชั่วขณะ

“เข้าใจผิดแล้วค่ะ” ระรินธรสะบัดมือวิไลออกอย่างรังเกียจ แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดมือตัวเองต่อหน้าทุกคน ราวกับเพิ่งไปจับของสกปรกมา

“ประการแรก... หน้าที่ของดิฉันคือรักษาผลประโยชน์ของบริษัทนายจ้าง ไม่ใช่รักษาเก้าอี้ให้กาฝาก” “ประการที่สอง...” เธอเชิดหน้าขึ้น มองสบตาบัญชาผู้เป็นพ่อ

“กรุณาอย่าเรียกฉันว่า ‘วรโชติเมธี’ อีก... เพราะนามสกุลนั้นมันเน่าเฟะและน่าขยะแขยงเกินกว่าที่ฉันจะใช้”

“แก...!” บัญชาหน้าซีดเผือด กัดฟันกรอดด้วยความไม่พอใจ

“ดิฉันเปลี่ยนชื่อแซ่เรียบร้อยแล้วค่ะ ตามกฎหมาย” เธอยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “กรุณา เรียกดิฉันว่า... ระรินธร สิริมันตรา”

ชื่อสกุล ‘สิริมันตรา’ ของอดีตภรรยาผู้ล่วงลับกระแทกใจบัญชาอย่างจังจนเขาแทบล้มทั้งยืน

“คุณกวินทร์คะ” ระรินธรหันไปพูดกับเจ้านาย (กำมะลอ)ของเธอเสียงอ่อนลงแต่ชัดเจน “ดิฉันแจ้งข้อเสนอของบริษัทเรียบร้อยแล้วค่ะ ถ้าอดีตผู้บริหารยังดื้อดึง ดิฉันขออนุญาตเรียก รปภ. นะคะ”

“ตามสบายครับ คุณเลขาฯ” กวินทร์อนุญาตด้วยรอยยิ้ม

วิไลกรีดร้องอย่างเสียสติ บัญชาทรุดลงกับเก้าอี้อย่างหมดสภาพ ท่ามกลางความโกลาหลดลลวิญ์ลุกขึ้นยืน เขาเดินตรงเข้ามาหาระรินธรที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างกวินทร์

ชายหนุ่มมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า... ชุดสูทเรียบง่ายแต่ดูดี นามสกุลใหม่ที่ฟังดูทะนงตัว และแววตาที่อ่านไม่ออก

“ระรินธร...” เขาเรียกชื่อเธอเสียงต่ำ “ไม่เจอกัน 6 ปี... ตกต่ำถึงขนาดต้องมาเป็นเบี้ยล่างให้คนอื่นเชิดเลยอย่างนั้นเหรอ?”

คำพูดดูถูกของดลลวิญ์ไม่ได้ทำให้ระรินธรเจ็บปวดเหมือนในอดีตอีกแล้ว เธอหันมาสบตาเขา ยิ้มรับอย่างมืออาชีพ

“คนเราต้องกินต้องใช้นี่คะ ท่านประธานดล” เธอตอบกลับอย่างฉะฉาน “เป็น ‘เบี้ยล่าง’ ที่ทำงานแลกเงินด้วยสมอง... ก็ยังดีกว่าเป็น ‘คนรวย’ ที่ดีแต่ใช้เงินฟาดหัวคนอื่นแล้วดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นคนนะคะ”

ดลลวิญ์ชะงัก กรามแกร่งขบเข้าหากันแน่น เขารู้ทันทีว่าเธอกำลังด่ากระทบเรื่องในคืนนั้น

“ปากเก่งขึ้นเยอะนี่... คุณผู้ช่วยสิริมันตรา”

“ขอบคุณที่ชมค่ะ” เธอก้มหัวให้เขาเล็กน้อยตามมารยาท “หวังว่าในอนาคต... บริษัทฟีนิกซ์ฯ ของเจ้านายดิฉัน จะได้มีโอกาส ‘แข่งขัน’ กับอัครเดชากรุ๊ปของท่านประธานนะคะ”

เธอเน้นคำว่าแข่งขันด้วยน้ำเสียงท้าทาย ก่อนจะเดินถอยหลังไปยืนสงบเสงี่ยมอยู่หลังกวินทร์ตามเดิม ปล่อยให้ดลลวิญ์มองตามด้วยความหงุดหงิดและสงสัย

เขาไม่รู้เลยว่า... เบี้ยล่างตัวน้อยที่เขากำลังดูถูก แท้จริงแล้วคือ ‘ราชินี’ ที่ถือกระดานหมากเกมนี้อยู่ทั้งกระดาน!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 106

    ดลลวิญ์โอบเอวภรรยาแน่น ประกาศเสียงดังฟังชัดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง“ใช่ครับ... ผมขอประกาศวางมืออย่างเป็นทางการ! ต่อไปนี้หน้าที่หาเงินบริหารอาณาจักรหมื่นล้าน เป็นของเจ้าคิรินและน้อง ๆ ... ส่วนหน้าที่ใช้เงินพาเมียเที่ยวรอบโลก... เป็นของผมแต่เพียงผู้เดียว!”สิ้นเสียงประกาศ พลุกระดาษสีทองถูกยิงขึ้

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 105

    กวินทร์กวาดสายตามองไปรอบงาน รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏบนใบหน้า เขาไม่ได้มาในฐานะคู่แข่งทางธุรกิจ หรือศัตรูหัวใจอีกต่อไป แต่มาในฐานะ ‘พี่ชาย’ และ ‘ครอบครัว’ ที่สำคัญที่สุดคนหนึ่ง ดลลวิญ์ที่เห็นเขาเดินเข้ามา รีบเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปต้อนรับทันที พร้อมกับระรินธรที่ยังคงความงดงามราวกับนางพญาในชุดราตรีสีทองอร่าม“ไง

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 104

    ค่ำคืนนี้ท้องฟ้าเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาถูกแต่งแต้มไปด้วยแสงสีจากพลุดอกไม้ไฟนับพันนัดที่ถูกจุดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญ แสงไฟจากโรงแรมหรูระดับห้าดาวส่องสว่างไสว สะท้อนผิวน้ำระยิบระยับราวกับเพชรนับล้านเม็ดที่ร่วงหล่นลงมาจากสรวงสวรรค์ภายในห้องรอยัล บอลรูม ซึ่งเป็นห้องจัดเลี้ยงที่หรูหราและเก่าแก่ที่สุด

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 103

    “เอ่อ... ครับ ๆ ไม่เป็นไร” รุ่นพี่หน้าเจื่อน ยอมถอยทัพไปอย่างงง ๆ ดีแลนแอบแสยะยิ้มมุมปากใส่รุ่นพี่ลับหลังน้ำหวาน ‘เสร็จโจร...’เมื่อมาถึงคอนโด... น้ำหวานก็ยังคงช่วยพยุงคนร่างสูงที่แกล้งเดินกะเผลกทิ้งน้ำหนักตัวใส่เธอเต็ม ๆ เข้ามาในห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น “ค่อย ๆ นั่งนะ...” เธอประคองเข

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 102

    เจ็ดปีต่อมา... เสียงเชียร์ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วสเตเดียมขนาดใหญ่ที่จุคนได้นับพัน การแข่งขันบาสเกตบอลประเพณีรอบชิงชนะเลิศกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดในช่วงควอเตอร์สุดท้าย สกอร์บอร์ดแสดงคะแนนที่สูสีกันชนิดหายใจรดต้นคอ แต่ดูเหมือนว่าสายตาของผู้ชมสาว ๆ กว่าครึ่งสนามจะไม่ได้โฟกัสที่ลูกบาสหากแต่โฟกัสไปที่ร่

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 101

    คำตอบเรียบง่ายนั้นกระแทกใจกลางความรู้สึกของกวินทร์อย่างจัง โลกของเขาเต็มไปด้วยผลประโยชน์และหน้ากาก... แต่กับผู้หญิงคนนี้ เขากลับเป็นแค่ผู้ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่ง... เป็นแค่ ‘คุณกวินทร์’ ของเธอ เขาลุกขึ้นเดินไปหาเธอที่เพิ่งปีนลงจากบันไดด้วยความเหนื่อยอ่อน“ขอบคุณนะครับ... ที่มองผมเป็นแค่ผม” กวินทร์ถือวิส

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 57

    “อื้ม... ดล...” ระรินธรจูบตอบอย่างเต็มใจ ลิ้นเล็กเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นร้อนของเขา แลกเปลี่ยนความหวานล้ำที่ช่วยชะล้างความขมขื่นในใจ มือหนาเริ่มไม่อยู่นิ่ง สอดเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวโคร่งที่เธอใส่อยู่ ลูบไล้หน้าท้องแบนราบขึ้นไปกอบกุมทรวงอกนุ่มหยุ่น“ตัวหอม... หอมไปหมด...” ดลลวิญ์พึมพำชิดซอกคอ เขาจัดการถอดเ

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 56

    คุณหญิงรัสมียังคงยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูด้วยท่าทีคุกคามไม่ต่างจากนางพญาที่พร้อมจะบดขยี้ศัตรู “ว่าไง? ฉันถามว่ากล้าดียังไงถึงกลับมาที่นี่? ทั้งที่ตัวเองไปมั่วที่ไหนมาก็ไม่รู้จนมีลูกติด?”ระรินธรพยายามรวบรวมสติ แม้ในใจจะสั่นไหว แต่ความเป็นแม่ทำให้เธอต้องเข้มแข็ง“คุณป้าคะ... รินไม่ได้จับคุณดล... และเ

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 55

    หนึ่งเดือนต่อมาภายในกองถ่ายละคร สตูดิโอใจกลางเมือง... ในขณะที่แสงไฟสปอร์ตไลท์กำลังสาดส่องลงมาที่กลางฉาก บรรยากาศในกองถ่ายละครฟอร์มยักษ์ดูวุ่นวายและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เมื่อวันนี้นางเอกสาวที่เบื้องหลังเน่าเฟะอย่างพิมดาวกลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง หลังจากได้รับเช็ค 10 ล้านจากกวินทร์และแอบปล่อยคลิปหลุดทำล

  • เร้นรักจองจำร้าย   บทที่ 54

    “ขยับสิครับ... ตามใจคุณเลย... อยากได้ลึกแค่ไหน เร็วแค่ไหน... จัดการเลย”ระรินธรเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงเป็นจังหวะเนิบนาบในตอนแรก แล้วค่อย ๆ เร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า เธอร่อนเอววนบดเบียดจุดกระสันของตัวเองเข้ากับท่อนเนื้อร้อนของเขา ภาพของหญิงสาวแสนสวยที่กำลังควบขี่อยู่บนร่าง... ผมยาวสยาย เปลือยอก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status